Secret Dungeon

ปลุกใจและตายไปเถอะ

"เครื่องตรวจจับบอกว่า ตรงไปอีก 20 กิโลเมตร มีพื้นที่โล่งที่เรากำลังมองหาอยู่ครับหัวหน้า" นักบินที่เราหน้าที่ในการหาพื้นที่ลงจอดรายงานทันทีที่ได้ข้อมูล
"โอเค ค่อยๆลดระดับลง พยายามลงจอดบริเวณให้ได้อย่างปลอดภัย" กัปตันออกคำสั่งก่อนจะกดปุ่มขวามือของตน
"นี่คือเสียงของกัปตัน เราจะลงจอดภายใน 10 นาที นักบินสำรองจะเปิดประตูฉุกเฉินเพื่อให้พวกคุณได้ออกไป เมื่ออยู่ในระดับที่ปลอดภัยแล้ว เตรียมอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือทางอากาศของพวกคุณให้ดี ขอให้ได้รับชัยชนะกลับมา !"
"10 นาที ? เร็วมาก เอาล่ะขอฉันตั้งสติก่อน" ไทม์มาเซียพูดขึ้นเป็นคนแรกก่อนจะพยายามหาที่ของตัวเองเพื่อตั้งสติ
"ทุกคน.....อย่าประมาทเด็ดขาดอย่าลืมว่านี่ไม่ใช่ภายในดันเจี้ยน หวังว่าเราจะอยู่พร้อมเพียงกันอีกครั้งเมื่อการต่อสู้จบลง" ปีเตอร์พูดเพื่อเตือนสติไม่ให้ทุกคนประมาท
สิ่งที่ปีเตอร์พูดออกมาได้เตือนสติหลายๆคน แม้จะรู้อยู่แล้วว่านี่คือความเป็นจริง ต้องยอมรับว่าความเคยชินจากการอยู่ภายในดันเจี้ยนนั้นมีผลกระทบกับความคิดที่ว่า การตายก็แค่การถูกส่งออกมาจากดันเจี้ยนก็แค่นั้น
"ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ทุกคนคิดว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ให้นึกไว้เสมอว่ามีคนที่คุณต้องช่วยเหลือ ต้องปกป้องเขาเอาไว้อยู่บนเครื่องบิน พยายามลดความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บเท่าที่จะทำได้ หากไม่ไหวก็กลับมา ที่สำคัญอย่าลืมว่ามีใครรอพวกคุณอยู่ที่บ้าน เพราะฉะนั้นพวกเราทุกคนต้องกลับมาให้ได้"
ปีเตอร์ ที่ไม่ค่อยได้พูดนัก ไม่คิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้เขาจะสามารถพูดเตือนสติและปลุกใจให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้นำให้กับคนจำนวนมากได้ ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเตรียมพร้อมที่จะไปสู้อย่างฮึกเฮิมและบางคนยังไม่สามารถตั้งสติได้ คำพูดดีๆในช่วงเวลาแบบนี้มักช่วยได้เสมอ
ไม่นานนักบินสำรองก็เดินผ่านพวกเขาไปที่ประตูฉุกเฉิน แม้เครื่องที่บินต่ำลงจะมีผลต่อการทรงตัวและไม่ควรที่จะยืน แต่มันก็ไม่มีผลอะไรกับคนที่อยู่บนเครื่องในตอนนี้อย่างแน่นอน เพราะพวกเขาต่างเป็นผู้มีความสามารถ
"ในฐานะนักบินสำรอง ผมขอขอบคุณอย่างมากในการเสียสละของพวกคุณ และจะจดจำมันไว้ในความทรงจำเป็นอย่างดี" นักบินสำรองที่รับหน้าที่มาเปิดประตูก้มตัวลงเป็นการทำความเคารพ ก่อนที่จะเปิดประตูฉุกเฉิน
นักบินสำรองไม่ได้มีส่วนร่วมกับการป้องกันก่อนหน้า แน่นอนว่าเขายังมีพลังงานหลงเหลืออย่างเต็มเปี่ยม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะออกไปสู้ร่วมกับคนรุ่นใหม่เหล่านี้ เพราะทักษะและความสามารถของเขาถูกฝึกพิเศษมาเพื่อการขับเคลื่อนและการป้องกันเครื่องบินโดยเฉพาะ
รวมไปถึงกัปตันและนักบินเองด้วย แม้มันจะไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถสู้ได้ แต่ให้พูดตรงๆก็คือพวกเขาไม่มีความสามารถในการต่อสู้เช่นนี้ พวกเขาถูกฝึกมาในรูปแบบเฉพาะและแตกต่างออกไป
! ฟู่วววววววววววววววววววว
เสียงลมโหมกระหน่ำ เข้ามาทันทีที่ประตูเปิดออก เครื่องบินไม่ได้อยู่สูงจนเกินไปทำให้พอที่จะมองเห็นพื้นดินที่อยู่ไกลออกไปได้
ทั้ง 8 คนที่พร้อมจะลงไปต่างมีปีกที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกันออกไปติดอยู่หลังของตัวเอง นอกจากรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันแล้วความสามารถของปีกแต่ละคนย่อมแตกต่างและมีประสิทธิภาพไม่เหมือนกัน ที่เหมือนกันก็คือต่างมีความสามารถในการเคลื่อนไหวบนอากาศได้เป็นอย่างดี แน่นอนละ ไม่อย่างงั้นหากออกไปคงได้จูบกับพื้นดินอย่างไม่ต้องสงสัย
! ฟู่ววววววววว
การเปิดประตูทิ้งไว้นานย่อมไม่เป็นผลดี ฮันเทและเรเชล จึงเป็นสองคนแรกที่ออกไป ตามไปด้วย เทียน ปีเตอร์ อัลติโน่ ไทม์มาเซีย เควิน และ ฟีร่า เป็นคนสุดท้าย ในขณะที่นักบินสำรองกำลังจะปิดประตูนั้น หลินที่ยืนอยู่ใกล้ประตูก็กระโดดออกไปจากเครื่องบิน
นักบินสำรองเมื่อเห็นดังนั้นก็ตกใจ เรียกได้ว่าเหมือนใจหายไปวูบหนึ่งเลยก็ว่าได้ เขาไม่คิดว่าหลินจะลงไปเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ติดปีกเพื่อช่วยเหลือในการเคลื่อนไหวบนอากาศเหมือนคนอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนที่ออกไปต่างบินส่วนทางขึ้นไปจากเครื่องบิน แต่หลินเหมือนกับว่าล่วงลงไป เป็นไปได้ไหมว่าเขาไม่ได้ตั้งใจออกไป แต่เป็นอุบัติเหตุ ? นักบินสำรองอดคิดในแง่ร้ายออกมาไม่ได้
! ปึ้งง
ประตูฉุกเฉินถูกปิดลงแล้ว นักบินสำรองรีบเดินไปที่ห้องนักบินด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
"รายงานกัปตัน" นักบินสำรองรีบสวมอุปกรณ์สื่อสารก่อนจะพูดไปทันที
...................... ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่กัปตันจะไม่ตอบออกมาในทันที แต่มันยิ่งทำให้นักบินสำรองรู้สึกเครียดมากขึ้นกว่าเดิม เหงื่อบนมือของเขาเริ่มออกมา เนื่องจากมันขยับอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุด
"รายงาน" เสียงของกัปตันดังขึ้นผ่านเครื่องมือสื่อสารหลังจากผ่านไปไม่กี่นาที แต่สำหรับนักบินสำรองแล้วมันเหมือนกับผ่านไปเป็นชั่วโมง
"ทั้ง 8 คนออกไปผ่านประตูฉุกเฉินเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่า......"
"..........."
"คุณหลิน เขายืนอยู่ใกล้กับประตู ผมไม่แน่ใจว่าเขาตั้งใจหรือว่าถูกแรงลมดึงตัวไป ............... แต่เขาไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ที่ช่วยเหลือในการเคลื่อนที่ นอกจากนั้นผมยังเห็นเหมือนกับว่า.................เขาไม่ได้พุ่งขึ้นด้านบนเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ตกลงไปด้านล่าง"
นักบินสำรองพูดติดๆขัดๆ ก่อนจะพูดจบประโยคในที่สุด พอได้พูดออกมาแล้วทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะนึง
"ว่ายังไงนะ ตกลงไป ? นายมั่นใจแค่ไหนว่าไม่เห็นเขาสวมอุปกรณ์" กัปตันรีบถามออกมาอย่างร้อนรน คนอย่างเขาย่อมไม่เชื่อสิ่งที่นักบินสำรองพูดออกมาในทันที
"ผม.....ผมค่อนข้างมั่นใจมากครับ เพราะผมนับจำนวนคนที่สวมใส่อุปกรณ์ทั้งหมดถึง 5 รอบก่อนที่จะเปิดประตู"
เมื่อได้ยินคำยืนยันของนักบินสำรอง กัปตันเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นว่า
"ให้ตายเถอะ ถ้าคนอย่างเขาจะตายเพราะ ถูกแรงลมพัดออกไป จนตกเครื่องบิน ก็ปล่อยให้เขาตายไปเถอะ"