ในวันเดียวกันหลินกังเยว่ก็เรียก กู่ฝู กู่ซาง และพี่น้องสกุลหม่าทั้งห้าคนไปพบ
"คารวะ ผู้าุโ" คนทั้งหมดทักทายผู้สูงวัยกว่า
"พวกเ้าทำตัวตามสบาย คราวนี้เรียกพวกเ้าทั้งเจ็ดคนมาก็เพื่อจะมอบหมายงานใหม่ให้ ต่อไปตระกูลหลินจะไม่เป็ผู้ขนส่งข้าวปราณออกไปเองแล้ว และจะมีองครักษ์จำนวนมากถูกส่งกลับมาฝึกฝน เรายังมีกลุ่มชาวบ้านจากหมู่บ้านจิ้งซานอีกที่ควรได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติม ลำพังข้าไม่อาจดูแลสั่งสอนพวกเขาได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน หน้าที่ของพวกเ้าต่อไปก็คือ กูซางกับกู่ฝูให้เป็อาจารย์ฝึกยุทธ์ดูแลผู้ฝึกปราณขอบเขตนักรบ พี่น้องสกุลหม่าทั้งห้าคนให้เป็อาจารย์ฝึกยุทธ์ดูแลผู้ฝึกปราณขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์"
"ขอรับ" ทั้งเจ็ดคนรับคำหนักแน่นด้วยแววตาทอประกาย ตระกูลหลินไว้วางใจพวกเขาขนาดนี้พวกเขาย่อมภักดีและเต็มใจทำงานให้ตระกูลหลินจากใจจริง
ทางด้านผู้หลอมโอสถ ก็มีคำสั่งลงมาเช่นกัน หลินหลีเหว่ย หลินเจียวหย่ง หลินเหม่ยเจวี๋ยและหลินหนิงชิน ให้รับหน้าที่หลอมโอสถเพื่อทำการค้าที่หอโอสถสกุลหลิน หลินซูเม่ย หลินตงซาน หลินฟางหรงทั้งสามคนมีหน้าที่หลอมโอสถเสริมปราณให้กับผู้คนในตระกูลหลินเพื่อช่วยยกระดับการฝึกฝน
และทุกคนยังคงต้องฝึกฝนพัฒนาตนเองไปด้วย ยกเว้นหลินหนิงชินที่ยังมีหน้าที่ สอนศิษย์ที่เหลืออีก 17 คนต่อไปอีกหนึ่งอย่าง หลายคนในตระกูลหลินต่างได้รับคำสั่งแตกต่างกันไป แม้แต่ผู้ฝึกปราณที่เป็สตรีก็ต้องออกไปรับหน้าที่ในกิจการร้านค้าต่างๆของตระกูล
..........
"หากจะเลื่อนไปที่ระดับปฐีขั้นสูงสุดในตอนนี้ พลังปราณสะสมยังมีไม่เพียงพอ ข้าคงต้องรออีกสักระยะ" หลินหนิงชินคิดพร้อมยกถ้วยน้ำทิพย์ขึ้นมาจิบ
ผู้ฝึกปราณหากจะยกระดับขอบเขตการฝึกฝนของตนเอง จะต้องสะสมพลังปราณให้มากพอ ก่อนหน้านี้ตระกูลหลินแจกจ่ายโอสถเสริมปราณให้กับคนในตระกูลได้เพียงเดือนละ 1-2 เม็ด พวกเขาต้องสะสมไว้เป็เวลาหลายปีถึงจะสามารถสะสมได้เพียงพอที่จะยกระดับได้ เวลานี้ทุกคนต่างก็ได้รับการแจกจ่ายโอสถเสริมปราณเพิ่มมากขึ้น ความรวดเร็วในการสะสมพลังปราณก็ย่อมมีมากขึ้นตามกันไป
คนคนหนึ่งต้องใช้โอสถเสริมปราณเป็จำนวนมากมาย ต่อการยกระดับหนึ่งครั้ง แล้วแต่พร์ของร่างกายและวิชายุทธ์ที่ฝึกฝนของแต่ละคน แต่สำหรับหลินหนิงชินนั้นย่อมแตกต่างออกไป นางดื่มน้ำทิพย์ที่พลังปราณบริสุทธิ์โดยตรง ย่อมสะสมพลังปราณได้เร็วกว่าผู้อื่นหลายเท่านัก แต่ก็มิใช่คิดจะยกระดับการฝึกฝนเมื่อไหร่ก็จะสามารถทำได้ในทันที ยังคงต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมพลังปราณเข้าสู่ร่างกายอีกนานพอสมควร
‘หากยังเลื่อนระดับไม่ได้ในตอนนี้ เช่นนั้นจัดการเื่น้ำยามรกตก่อนแล้วกัน’ นางคิดพลางก้าวเท้าออกจากเรือนไป
"คารวะท่านปู่ใหญ่ หลานมาเยี่ยมท่านปู่แล้วเ้าค่ะ" เด็กหญิงตัวน้อยยามนี้มีผมสีดำยาว ถักเป็เปียไว้สองข้าง ดวงหน้างดงาม ผิวขาวอมชมพูแลดูยิ่งบอบบางน่าทะนุถนอม เอ่ยคำอย่างอ่อนหวาน
"ทำเสียงหวานมาเช่นนี้ มีอะไรจะมาอ้อนปู่ใช่หรือไม่" หลินลี่หยางถามกลับอย่างรู้ทัน หลานสาวของเขามีกริยาเรียบร้อยอ่อนหวานแต่มีนิสัยเด็ดขาด ดื้อดึง คำพูดเฉียบคมแตกต่างจากท่าทีว่าง่ายที่แสดงออกมายิ่งนัก
"ท่านปู่ล้อข้าเล่นแล้ว ข้าเพียงแค่อยากส่งน้ำยามรกต ออกไปทำการค้าที่หอโอสถสกุลหลินเ้าค่ะ เลยมาถามความเห็นท่านปู่ดูก่อน"
"หืมม์.. น้ำยามรกตไม่ใช่ว่าเ้าขาดแคลนสมุนไพรหลักที่ใช้ปรุงขึ้นมาหรอกหรือ?"
"เวลานี้ในจี้มิติของหลานมีแล้วเ้าค่ะ เพียงแต่ไม่สามารถนำออกมาเปิดเผยได้"
"เช่นนั้นก็ดี ทางสกุลจงก็เพาะปลูกสมุนไพรปราณเช่นกัน หากได้น้ำยามรกตไปช่วยเพิ่มสรรพคุณให้ผืนดิน คุณภาพโอสถก็จะยิ่งดี"
"ไม่เพียงสกุลจงเท่านั้นเ้าค่ะ ตระกูลอื่นก็เพาะปลูกข้าวปราณด้วยเช่นกัน หากคุณภาพข้าวปราณทั่วทั้งเมืองเป่ยถังมีคุณภาพดี ชาวเป่ยถังทุกคนย่อมแข็งแกร่งขึ้น หากเกิดเื่ร้ายอันใดจะได้ช่วยเหลือกันได้"
"เ้าคิดได้ประเสริฐนัก เช่นนั้นก็ทำตามเ้าว่าเถิดแต่เ้าอย่าปล่อยตนเองให้เหน็ดเหนื่อยจนเกินไป การส่งน้ำยามรกตออกไปทำการค้าก็อย่าให้มีจำนวนมากเกินไปด้วยล่ะ"
"ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านปู่ใหญ่นะเ้าคะ หลานขอลาไปหาท่านลุงหลีเหว่ยก่อนเ้าค่ะ"
และแล้ว หอโอสถสกุลหลินก็ได้เปิดการขาย "น้ำยามรกต" ในราคาไหละ 30 เหรียญเงิน (30,000 เหรียญทองแดง) 1 ไหสามารถใช้ผสมน้ำ 1บ่อ ได้ 1 ปี แม้จะมีราคาสูงแต่สรรพคุณที่ช่วยเพิ่มคุณภาพปราณให้กับพืชพรรณ และยังช่วยฟื้นฟูพลังปราณในดิน มันช่างคุ้มค่าอย่างยิ่ง อีกทั้งสกุลหลินยังนำออกมาขายคราวละไม่มากอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ในระยะเวลาสั้นๆ “น้ำยามรกต” จะกลายเป็อีกสินค้าหนึ่งที่ขึ้นชื่อในหอโอสถสกุลหลิน
……….
จวนตระกูลจง
“ผู้นำตระกูล เวลานี้พวกเราสามารถเริ่มสอนผู้หลอมโอสถรุ่นใหม่ได้แล้วนะขอรับ สมุนไพรที่นำไปทำการเพาะปลูกรุ่นก่อนถูกนำมาส่งถึงที่จวนแล้วขอรับ” จงซีฉางเอ่ยกับชายชรา
“ซีฉางเช่นนั้นเ้าก็เริ่มได้เลย พวกเขาศึกษาตำรากันมานานพอสมควรแล้วเพียงแนะนำวิธีการหลอมโอสถเพิ่มเติมอีกหน่อยน่าจะพอฝึกฝนกันเองได้ระดับหนึ่ง ส่วนตัวข้าเองจะปิดด่านเพื่อเริ่มหลอมตำรับโอสถ “พลิกฟ้า” ที่ตระกูลหลินมอบให้มาทันที เ้าส่งคนไปแจ้งที่จวนตระกูลหลินด้วยว่าข้าจะปิดด่าน"
"ยังมีอีกเื่ขอรับ หอโอสถสกุลหลินเปิดสินค้าตัวใหม่ ชื่อว่า "น้ำยามรกต" ใช้เพียง 1 ถ้วยชาเทใส่บ่อน้ำเดือนละ 1 ครั้งแล้วนำน้ำไปรดพืชพรรณ จะช่วยเพิ่มคุณภาพปราณของพืชพรรณ และยังช่วยฟื้นฟูสภาพปราณในผืนดินด้วยขอรับ แต่ราคาก็สูงอยู่ไม่น้อยเลย"
“ซื้อ!! แพงแค่ไหนก็ต้องซื้อ ตระกูลหลินซื่อตรงและมีคุณธรรม ไม่แน่ว่าเมื่อมาทดลองใช้ดูแล้วพอเห็นผลเมื่อไร ราคานี่อาจจะถูกเกินไปด้วยซ้ำ” จงจวินฮ่าวถูมือไปมาอย่างร้อนรน อยากจะทดลองใช้น้ำยานั่นเสียตอนนี้เลย
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นทางด้านหน้าประตูก็ปรากฏร่างเด็กหนุ่มผู้หนึ่งวิ่งมา “ท่านผู้นำตระกูล มีคนจากตระกูลหลินมาขอพบขอรับ”
“รีบเชิญเข้ามา” จงจวินฮ่าวร้องสั่ง
ไม่นานเด็กหนุ่มผู้มาแจ้งข่าวเมื่อสักครู่ ก็เดินนำบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามา
“คารวะผู้นำตระกูลจง” เป็หลินหลีเหว่ยที่กำลังประสานมือทั้งสองโค้งคำนับบุรุษผู้สูงวัยกว่า
“หลานชาย เหตุใดจึงมาถึงนี่กันได้เล่า ข้ากำลังจะให้คนไปแจ้งที่สกุลหลินเลยว่าข้าจะปิดด่านหลอมโอสถสักระยะ กล่าวยังไม่ทันสิ้นคำเ้าก็มาถึงนี่แล้ว”
“โอ.. ท่านจะเริ่มหลอมโอสถพลิกฟ้าแล้วหรือขอรับ ดีจริงๆ"
“ว่าแต่หลานชายมีเื่อันใดให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่?” จงจวินฮ่าวร้องถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย ปกติหลินหลีเหว่ยผู้นี้จะยุ่งวุ่นวายอยู่ในหอโอสถสกุลหลินตลอดเวลา ไม่นึกว่าเขาจะมาปรากฏตัวที่นี่
“อ้อ.. ข้านำน้ำยามรกตมาเป็ของกำนัลให้กับผู้นำตระกูลจง 2 ไหน่ะขอรับ ท่านลุงใหญ่เวลานี้มีงานมากมายที่ทางสกุลหลินจึงไม่อาจมาพบท่านด้วยตัวเอง ยังฝากคำขอโทษไว้ด้วยขอรับ” หลินหลี่เหว่ยตอบคำ
“2 ไหเชียวหรือ ได้ยินว่าราคาสูงอยู่ไม่น้อยเลยนี่ ตระกูลหลินช่างมั่งคั่งนัก พวกเ้าก็อย่าทำความลำบากใจให้ข้าผู้ชรานี้กันนักเลย ข้ารับของผู้อื่นจนละอายยิ่งแล้ว” จงจวินฮ่าวเสียงอ่อน
“โอ….ท่านอย่าได้คิดเช่นนั้นเลย สองตระกูลอย่างไรก็นับเป็ญาติเกี่ยวดองกันอย่างไรก็ยังต้องพึ่งพากันอีกนานขอรับ”
“เอาอย่างนี้เถิด 2 ไหนี่ข้าจะรับไว้ และเมื่อข้าหลอมโอสถพลิกฟ้าสำเร็จเมื่อไร ข้าจะนำไปตอบแทนตระกูลหลินแล้วกัน”
ผู้นำตระกูลจงยังได้เชิญให้หลินหลีเหว่ยอยู่ร่วมกินอาหารและดื่มสุราต่อกันอีกเล็กน้อย ระหว่างนี้หลินหลีเหว่ยกับจงซีฉางก็ได้พูดคุยแนะนำความรู้แก่กันอย่างใจกว้างเพิ่มความสนิทสนมกันอีกไม่น้อย