หลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายและการประลองฝีมืออันดุเดือดที่สำนักฝึกยูโด เพียงฟ้าก็หันมาจัดการธุระสำคัญของเธอกับเพื่อนสนิท หญิงสาวผู้เพียบพร้อมและสง่างามในชุดเดรสสีครีมยืนเจรจากับเพื่อนมาดห้าวในชุดยูโดสีขาวด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
"จริงสิ หยก..." เพียงฟ้าเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย "เดี๋ยวเร็วๆ นี้ ทางบ้านของฉันจะมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของหลานชายสายเืแท้ๆ ของสิรินทรา กรุ๊ปอย่างเป็ทางการนะ... ซึ่งแน่นอนว่า เธอในฐานะเพื่อนสนิทของฉัน จะต้องมาร่วมงานนี้ด้วย"
หยกนภาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "อ้าว จัดงานใหญ่เลยเหรอ? ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว งานสำคัญของบ้านเธอทั้งที ฉันพลาดได้ยังไงล่ะ"
"เอาไว้เดี๋ยวพอฉันจัดการเื่กำหนดการและวันที่จัดงานได้อย่างลงตัวเมื่อไหร่ ฉันจะโทรมาแจ้งรายละเอียดให้เธอทราบอีกทีก็แล้วกันนะ" เพียงฟ้ากำชับ ก่อนจะหรี่ตากลมโตลงเล็กน้อย ั์ตาสีเข้มจ้องมองเพื่อนสาวั้แ่หัวจรดเท้า พร้อมกับเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"และที่สำคัญนะคะ คุณเพื่อน... งานนี้ฉันขอร้องล่ะ ช่วยกรุณาแต่งตัวให้มัน 'สวยๆ' และดูเป็ผู้หญิงให้สมกับงานกาล่าระดับประเทศหน่อยนะคะ... ไอ้ชุดสูททอมบอย กางเกงยีนส์ขาดๆ หรือเสื้อเชิ้ตลายสก็อตมาดสาวห้าวแบบที่เธอชอบใส่เป็ปกติน่ะ งานนี้ฉัน 'ไม่เอา' เด็ดขาดเลยนะคะ เข้าใจไหม?"
เมื่อโดนเพื่อนสนิทดักคอเข้าอย่างจัง หยกก็ถึงกับหัวเราะร่วนออกมา หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"โธ่เอ๊ย! ยัยฟ้า... เธอนี่มาดูถูกเทสต์แฟชั่นของฉันเกินไปแล้วนะยะ!" หยกบ่นอุบอิบแต่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม "ฉันรู้หรอกน่า ว่าอะไรเป็อะไร งานไหนควรแต่งตัวแบบไหน... เห็นฉันวันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในสำนักฝึกแบบนี้ ฉันก็เคยทำงานคลุกคลีอยู่ใน 'วงการบันเทิง' มาก่อนเหมือนกันนะเว้ย! งานกำกับคิวบู๊ งานออกกอง งานอีเวนต์ ฉันก็ผ่านมาหมดแล้ว... เื่แต่งตัวสวยๆ ออกงานน่ะ มันของกล้วยๆ น่า!"
"ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะค่ะ" เพียงฟ้าส่ายหน้ายิ้มๆ "ไม่ใช่ว่าถึงเวลาจริง ดันใส่ชุดสูทผู้ชายผูกไทเดินควงแขนสาวๆ เข้ามาในงานล่ะก็... ฉันจะสั่งให้รปภ. โยนเธอออกไปนอกคฤหาสน์จริงๆ ด้วย"
หลังจากที่สองสาวเพื่อนสนิทได้พูดคุยหยอกล้อและร่ำลากันพอหอมปากหอมคอ เพียงฟ้าก็หันมาพยักหน้าให้กับชายหนุ่มที่ยืนรออยู่เงียบๆ เพื่อส่งสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับกันแล้ว
ทว่า ในจังหวะที่ธีร์กำลังจะหมุนตัวก้าวเดินตามคู่หมั้นสาวออกไปจากลานฝึกนั้นเอง หยกนภาก็เอ่ยเรียกเขาเอาไว้เสียก่อน
"นี่ ธีร์..."
ชายหนุ่มหยุดชะงัก หันกลับมามองตามเสียงเรียก ครูฝึกสาวเดินเข้ามาหาเขาใกล้ๆ ก่อนจะส่งยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความจริงใจและเป็มิตรมาให้
"ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็ทางการนะ" หยกเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้าวหาญแต่นุ่มนวลลงกว่าเดิม "ว่างๆ ก็น่าจะแวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ ล่ะ สำนักฝึกของฉันต้อนรับนายเสมอ... อ้อ! แล้วก็อย่าลืมที่รับปากเอาไว้ล่ะ... ฝากดูแลเพียงฟ้า เพื่อนซี้ของฉันให้ดีๆ ด้วยล่ะ เข้าใจไหม?"
ธีร์ทอดสายตามองแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่ได้เอ่ยถ้อยคำรับปากอะไรให้มากความ ชายหนุ่มทำเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปาก ก่อนจะพยักหน้ารับคำฝากฝังนั้นอย่างหนักแน่นและจริงใจที่สุด
เมื่อร่ำลากันเสร็จสิ้น ธีร์และเพียงฟ้าก็เดินเคียงคู่กันออกมาจากสำนักฝึกยูโด ท่ามกลางสายตาของเหล่านักเรียนที่มองตามแผ่นหลังของพวกเขาไปด้วยความชื่นชมและประทับใจ
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูอาคารออกมาัักับอากาศภายนอก ธีร์ก็เดินตรงไปที่รถซูเปอร์คาร์สีดำด้านคันหรูที่จอดรออยู่ เขาจัดการเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้หญิงสาวก้าวเข้าไปนั่งอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินอ้อมมาฝั่งคนขับและสอดตัวเข้ามานั่งประจำที่พวงมาลัย
"เราจะกลับกันเลยไหมครับ?" ธีร์เอ่ยถามขณะเสียบกุญแจสมาร์ทคีย์และสตาร์ตเครื่องยนต์ V12 จนมันส่งเสียงครางกระหึ่ม
"กลับไปที่คฤหาสน์เลยค่ะ" เพียงฟ้าตอบรับสั้นๆ พลางเอนหลังพิงเบาะหนัง Alcantara อย่างผ่อนคลาย
เมื่อได้รับคำยืนยัน ธีร์ก็เข้าเกียร์และเหยียบคันเร่งพารถซูเปอร์คาร์ทะยานออกสู่ท้องถนนของมหานครกรุงเทพฯ ใน่เวลาที่แสงแดดยามเย็นกำลังสาดส่อง
ทว่า... ในระหว่างทางที่กำลังขับรถเดินทางกลับนั้น บรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ถูกปิดกระจกมิดชิดกลับดูเงียบงันและอึดอัดอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความเงียบของการเมินเฉย แต่มันเป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่มองไม่เห็นลอยวนเวียนอยู่
ธีร์จับพวงมาลัยรถด้วยมือทั้งสองข้าง สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับการจราจรบนท้องถนน แต่ทว่าภายในหัวของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับการขับรถเลยแม้แต่น้อย
คิ้วหนาของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันเป็ปมแน่น ความคิดของเขากำลังสับสนวุ่นวาย ถ้อยคำประหลาดๆ ของผู้หญิงสองคนที่คุยกันเมื่อครู่นี้ ยังคงดังก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า
...งาบ...
...รอต่อคิว...
ไอ้คำศัพท์สองคำนี้มันมีความหมายแฝงอะไรซ่อนอยู่กันแน่? ทำไมผู้หญิงสองคนนั้นถึงต้องทำหน้าทำตาเ้าเล่ห์ ยิ้มกริ่ม และหัวเราะคิกคักกันอย่างมีเลศนัยขนาดนั้นด้วย? ยิ่งเขาพยายามขบคิดหาความหมายมากเท่าไหร่ สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างเฉียบขาดของเขาก็ยิ่งตื้อตันและหาคำตอบไม่ได้มากเท่านั้น
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเติบโตมากับการเผชิญโลกกว้างในมุมที่มืดมิดและตรงไปตรงมา การสื่อสารที่เขาคุ้นเคยคือการสั่งการที่ชัดเจน ไม่อ้อมค้อม ไม่มีการเล่นคำ หรือการใช้ภาษาวัยรุ่นสองแง่สองง่ามแบบนี้ พอต้องมาเจอกับบทสนทนาที่เต็มไปด้วยนัยยะซ่อนเร้นของผู้หญิง เขาก็ยอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยว่า เขา 'ตามไม่ทัน' จริงๆ
รถซูเปอร์คาร์คันหรูแล่นผ่านประตูรั้วอัลลอยด์สีทองอร่ามเข้ามาภายในอาณาเขตของคฤหาสน์สิรินทรา ธีร์บังคับรถขับเคลื่อนไปตามถนนเมนที่ปูด้วยหินแกรนิตอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหักเลี้ยวพารถเข้าไปจอดสนิทอยู่ภายในโรงจอดรถซูเปอร์วีไอพีของตระกูล
ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์ เสียงครางกระหึ่มของเครื่องยนต์ V12 ดับวูบลง ส่งผลให้ความเงียบสงบเข้าครอบคลุมพื้นที่ภายในห้องโดยสารอีกครั้ง
ธีร์ปลดเข็มขัดนิรภัยออก เตรียมตัวจะเอื้อมมือไปดึงที่เปิดประตูเพื่อก้าวลงจากรถ ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความจริงจังของคู่หมั้นสาวก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
"เดี๋ยวก่อนค่ะ ธีร์..."
การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มหยุดชะงักลงทันที ธีร์ละมือจากที่เปิดประตู ก่อนจะหันใบหน้าคมคายกลับมามองผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"มีอะไรเหรอครับ ฟ้า?"
เพียงฟ้ายังไม่ยอมขยับตัวลงจากรถ หญิงสาวนั่งนิ่ง ั์ตาสีเข้มดุจนางพญาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจออกมา
"คือว่า... ฉันมีเื่อยากจะถามคุณหน่อยน่ะค่ะ" เพียงฟ้าเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง "คุณ... คิดว่า 'หยก' เป็ยังไงบ้างคะ?"
คำถามปลายเปิดที่ถูกโยนมาอย่างกะทันหัน ทำเอาธีร์ถึงกับกะพริบตาปริบๆ ชายหนุ่มทำหน้านิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ พยายามประมวลผลถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งผ่านมาที่สำนักฝึกยูโด ก่อนจะให้คำตอบออกไปตามความรู้สึกนึกคิดและการวิเคราะห์ที่ตรงไปตรงมาที่สุด
"ก็... ดูเป็คนที่เก่งมากๆ เลยนะครับ"
ธีร์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังและชื่นชมจากใจจริง "ถึงแม้ว่าวิชาที่เธอใช้ มันจะเป็ศิลปะการต่อสู้ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขันกีฬา หรือเน้นการป้องกันตัวเป็หลัก แต่ทักษะ การจัดระเบียบร่างกาย และการอ่านจังหวะคู่ต่อสู้ของเธอนั้น ถือว่าอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมมากเลยครับ... เธอเก่งมากจริงๆ"
เมื่อได้ยินคำตอบที่แสนจะทื่อมะลื่อและมุ่งเน้นไปที่เื่ของการต่อสู้เพียงอย่างเดียวนั้น เพียงฟ้าก็ถึงกับต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ หญิงสาวส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนจะขยับตัวหันหน้าเข้าหาเขาตรงๆ เพื่อปรับโฟกัสของคำถามเสียใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
"ฉันไม่ได้หมายถึงเื่ทักษะ หรือเื่ฝีมือการต่อสู้ของเธอหรอกค่ะ ธีร์"
เพียงฟ้ากดเสียงต่ำลง ั์ตาของเธอหรี่แคบลงอย่างจับผิด "ที่ฉันถามน่ะ... ฉันหมายถึงเื่ของ 'รูปร่างหน้าตา' ของเธอต่างหากล่ะคะ... ในสายตาของคุณ คุณคิดว่าผู้หญิงอย่างหยกนภา... เป็คนที่ 'สวย' ไหมคะ?"
บรรยากาศภายในรถซูเปอร์คาร์ที่เคยเย็นฉ่ำด้วยระบบปรับอากาศ พลันร้อนระอุขึ้นมาในชั่วพริบตา!
ธีร์รู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าสวยสะกดของหญิงสาวตรงหน้า ั์ตาของเธอที่จ้องมองมานั้นราวกับกำลังรอคอยคำตอบที่จะเป็ตัวตัดสินชะตากรรมของเขา
แม้ว่าเขาจะเพิ่งกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยได้ไม่นาน เพิ่งจะได้รู้จักและใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนี้ได้เพียงแค่ไม่กี่วัน... แต่สัญชาตญาณความเป็ชายของเขาก็ส่งเสียงร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง ว่าคำถามนี้ไม่ใช่คำถามธรรมดา แต่มันคือ 'กับดัก' ก้อนโตที่เธอจงใจขุดเอาไว้รอให้เขาก้าวตกลงไป!
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสันทัดเื่ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่เขาก็พอจะรู้ตัวดีว่า... การเอ่ยปากชื่นชมผู้หญิงคนอื่น ว่า 'สวย' ต่อหน้าต่อตาผู้หญิงที่เป็ถึง 'คู่หมั้น' ของตัวเองนั้น... มันไม่ใช่เื่ที่ฉลาดเอาเสียเลย แถมยังดูไม่ค่อยให้เกียรติและอาจจะนำพาความซวยมาสู่ชีวิตได้อย่างไม่คาดคิด
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่ สมองของเขาประมวลผลอย่างหนักหน่วงเพื่อหาคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด ท่ามกลางสายตากดดันของนางพญาสาว ในที่สุด ธีร์ก็เลือกที่จะตอบออกไปตามความจริงครึ่งหนึ่ง และหลีกเลี่ยงคำว่า 'สวย' อย่างระมัดระวัง
"ก็... ดูน่ารักดีนะครับ"
ธีร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด "บุคลิกของเธอดูห้าวๆ แต่ก็ดูเป็คนที่มีพลังงานล้นเหลือ ร่าเริง และดูมีชีวิตชีวาดีครับ"
"น่ารักเหรอคะ...?"
เพียงฟ้าทวนคำตอบนั้นซ้ำด้วยน้ำเสียงที่ลากยาว มุมปากของเธอค่อยๆ ยกกระตุกขึ้นเป็รอยยิ้มที่อ่านไม่ออก หญิงสาวขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำหอมราคาแพงลอยมากระทบจมูกของเขา ก่อนที่เธอจะทิ้งไพ่ใบสุดท้ายที่เป็ดั่งคำถามชี้ชะตา
"ถ้าอย่างนั้น..." เพียงฟ้ากระซิบถามเสียงหวาน "ถ้าเอาเพื่อนของฉันมาเปรียบเทียบกับฉันแล้ว... คุณคิดว่า ระหว่างหยก กับ ฉัน... ใครสวยกว่ากันคะ?"
ตึกตัก... ตึกตัก...
หัวใจของธีร์เต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะถ้วน!
ชายหนุ่มถึงกับตัวแข็งทื่อ ั์ตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่กำลังทอประกายหยอกเย้าและกดดันในเวลาเดียวกัน คำถามนี้มันไม่มีทางหนีทีไล่ หรือทางให้เบี่ยงประเด็นได้อีกต่อไปแล้ว มันมีเพียงแค่สองทางเลือก... รอด หรือ ร่วง!
ธีร์นิ่งงันไปหลายวินาที บรรยากาศเงียบงันจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ชายหนุ่มกวาดสายตามองสำรวจใบหน้าที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างสมบูรณ์แบบของหญิงสาวตรงหน้า ั้แ่คิ้วเรียวสวย จมูกโด่งรั้น ไปจนถึงริมฝีปากอวบอิ่มที่เย้ายวน...
ในที่สุด หลังจากที่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน ริมฝีปากหนาก็ค่อยๆ ขยับเอื้อนเอ่ยคำตอบที่เป็ความจริงที่สุดจากก้นบึ้งของหัวใจออกมา
"เป็... เพียงฟ้า ครับ"
ธีร์ตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง "คุณสวยกว่าครับ"
สิ้นคำตอบนั้น รอยยิ้มที่เคยกดดันและเคลือบแคลงใจของเพียงฟ้า ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่กว้างขวาง สดใส และเต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เอนแผ่นหลังกลับไปพิงเบาะรถตามเดิม
"อ้อ... อย่างนี้นี่เอง"
เพียงฟ้าพยักหน้าช้าๆ ั์ตาทอประกายเ้าเล่ห์ "รู้ตัวด้วยแฮะ ว่าเวลาที่เจอคำถามแบบนี้ ควรจะเลือกตอบแบบไหนถึงจะปลอดภัยและเอาตัวรอดได้... ดูท่าทางแล้ว ที่คุณเคยบอกฉันเอาไว้ว่า ตัวคุณเองก็ 'พอจะมีประสบการณ์เื่ผู้หญิงมาบ้าง'... คงจะเป็เื่จริงสินะคะเนี่ย ไม่ได้โม้เอาไว้เกินจริงเลยจริงๆ ด้วย"
"ฮะ!?"
ธีร์ถึงกับหลุดเสียงอุทานออกมาจากลำคอ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความเหวอ ชายหนุ่มไม่คาดคิดเลยว่า คำตอบที่เขาอุตส่าห์กลั่นกรองออกมาอย่างดีที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างมันราบรื่น จะถูกหญิงสาวหยิบยกเอาไปโยงเข้ากับอดีตและคำพูดที่เขาเคยหลุดปากบอกเธอเอาไว้บนเครื่องบินได้อย่างแเีขนาดนี้!
"เอาล่ะค่ะ เลิกนั่งทำหน้าเหวอได้แล้วค่ะ"
เพียงฟ้าหัวเราะคิกคักด้วยความอารมณ์ดี หญิงสาวเอื้อมมือไปดึงที่เปิดประตูรถ ก่อนจะก้าวขาเรียวยาวที่สวมรองเท้าส้นสูงลงไปยืนบนพื้นโรงรถ "เรารีบกลับเข้าไปในบ้านกันเถอะค่ะ ป่านนี้คุณปู่ท่านคงรอแย่แล้ว... ท่านไม่ได้เจอหน้าหลานชายสุดที่รักมาตั้งนาน ท่านคงอยากจะใช้เวลาอยู่พูดคุยกับหลานชายของท่านให้เยอะๆ หน่อยน่ะค่ะ"
พูดจบ นางพญาสาวก็หมุนตัวเตรียมจะเดินนำหน้าเข้าไปในคฤหาสน์
ทว่า ธีร์ที่เพิ่งจะดึงสติกลับมาได้ รีบก้าวลงจากรถ ปิดประตูเสียงดังปัง ก่อนจะเอ่ยปากรั้งเธอเอาไว้ เพื่อไขข้อข้องใจที่ยังคงติดค้างอยู่ในหัวมาั้แ่ตอนที่เดินออกจากสำนักฝึกยูโด
"เดี๋ยวสิครับ ฟ้า!"
ธีร์เอ่ยเรียก หญิงสาวหันกลับมามองเขา ชายหนุ่มตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ไม่อ้อมค้อม "สรุปแล้ว... ไอ้คำศัพท์คำว่า 'งาบ' กับคำว่า 'ต่อคิว' ที่พวกคุณสองคนยืนคุยและหัวเราะกันเมื่อตอนเย็นน่ะ... ตกลงว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่ครับ?"
เมื่อได้ยินคำถามอันแสนซื่อบริสุทธิ์นั้น เพียงฟ้าก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มเ้าเล่ห์และเย้ายวนจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธออีกครั้ง หญิงสาวส่ายหน้าไปมาเบาๆ ั์ตาสีเข้มทอประกายความลับที่ล้ำลึก
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ธีร์..."
เพียงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง "มันก็แค่... เื่ไร้สาระ ของพวกผู้หญิงเขาน่ะค่ะ คุณอย่าไปเก็บมาใส่ใจ หรือคิดให้รกสมองเลยนะคะ"
พูดทิ้งท้ายเอาไว้เพียงแค่นั้น หญิงสาวก็หมุนตัวเดินนวยนาดตรงเข้าไปในตัวคฤหาสน์อย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ต้องยืนค้างอยู่กับที่
ธีร์มองตามแผ่นหลังที่บอบบางทว่าทรงเสน่ห์ของคู่หมั้นสาวไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แม้ว่าเธอจะบอกว่ามันเป็แค่เื่ไร้สาระ แต่รอยยิ้มและแววตาของเธอเมื่อครู่นี้... มันกลับทำให้สัญชาตญาณในตัวของเขาส่งเสียงร้องเตือนดังลั่น
ชายหนุ่มรู้สึกหนาวเยือกที่สันหลังอย่างประหลาด ความรู้สึก 'สังหรณ์ใจไม่ดี' ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องก้าวเท้าเดินตามหลังนางพญาสาว กลับเข้าไปในอาณาเขตของคฤหาสน์สิรินทราด้วยความรู้สึกหวาดระแวงกับค่ำคืนนี้ที่กำลังจะมาถึง
บรรยากาศยามเย็นภายในห้องรับประทานอาหารสุดหรูของคฤหาสน์สิรินทรา เต็มไปด้วยความอบอุ่นและผ่อนคลาย โต๊ะอาหารไม้มะฮอกกานีขนาดยาวที่เคยใช้รับรองแขกวีไอพีระดับประเทศ บัดนี้ถูกจับจองพื้นที่เพียงแค่บริเวณหัวโต๊ะโดยสมาชิกในครอบครัวสายเืสิรินทราอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
เ้าสัวสิรินทร์นั่งเป็ประธานอยู่ที่หัวโต๊ะ รอยยิ้มอารมณ์ดีประดับอยู่บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา ชายชราทอดสายตามองหลานชายหัวแก้วหัวแหวนที่กำลังจัดการกับสเต๊กเนื้อวากิวในจานด้วยท่วงท่าที่เป็ระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยปากถามไถ่ด้วยความเอ็นดู
"เป็ยังไงบ้างล่ะ เ้าธีร์ หลานปู่..." เ้าสัวเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้ม "วันนี้หนูฟ้าพาออกไปตะลอนเที่ยวเปิดหูเปิดตาข้างนอกมาทั้งวัน... เริ่มกลับมาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยบ้างหรือยังล่ะ?"
ธีร์วางมีดและส้อมลงบนจาน ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับริมฝีปากอย่างมีมารยาท "ก็... พอจะคุ้นชินขึ้นมาบ้างแล้วครับคุณปู่"
"ดีแล้วๆ ค่อยๆ ปรับตัวไปนะลูก" เ้าสัวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "อ้อ... จริงสิ วันนี้ตอนสายๆ มีคนมาหาหนูฟ้าที่บ้านน่ะ ปู่ก็เลยบอกไปตามตรงว่าหนูฟ้าไม่อยู่ ออกไปออกเดตกับหลาน... ไม่ทราบว่าตอนที่ไปเดินห้าง หลานได้เจอกับไอ้หนุ่มที่ชื่อ 'กฤต' บ้างไหม?"
เมื่อได้ยินชื่อของศัตรูหัวใจหลุดออกมาจากปากของคุณปู่ ธีร์ก็เหลือบสายตาไปมองเพียงฟ้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย
เพียงฟ้าที่กำลังจิบไวน์แดงอยู่ คลี่ยิ้มบางๆ ออกมา "ที่แท้... ก็เป็คุณปู่นี่เอง ที่เป็คนบอกพิกัดและ 'ชี้โพรงให้กระรอก' ตามมาหาพวกเราถึงที่ห้างน่ะค่ะ"
"อ้าว! ก็มันมาถาม ปู่ก็แค่ตอบไปตามความจริงนี่นา" เ้าสัวหัวเราะร่วน ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร "แล้วเป็ยังไงล่ะ? ไอ้กฤตมันได้ไปสร้างความลำบากใจ หรือทำตัวเกะกะอะไรให้หลานปู่บ้างไหม หืม เ้าธีร์?"
ธีร์ส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ "ไม่ได้สร้างความลำบากอะไรหรอกครับ... เพียงแต่ว่า เขาดูจะ 'ไม่ค่อยชอบขี้หน้า' ผมเอามากๆ ก็เท่านั้นเองครับ"
เมื่อได้ยินคำตอบที่ซื่อตรงของหลานชาย เ้าสัวสิรินทร์ก็ะเิเสียงหัวเราะฮ่าๆ ออกมาดังลั่นห้องอาหาร ชายชราโบกมือไปมาราวกับว่ามันเป็เื่ตลกขบขันที่สุดในโลก
"โอ๊ย! ไม่แปลกหรอกที่มันจะไม่ชอบหน้าแกน่ะ!" เ้าสัวสิรินทร์อธิบายกลั้วหัวเราะ "ไอ้กฤตมันแอบชอบ และคอยตามจีบหนูฟ้ามาั้แ่ยังเป็เด็กๆ แล้ว... ความจริงแล้ว ตัวมันเองก็เป็คนดีนะ หน้าตาดี ฐานะดี มีความสามารถในการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์... แต่ติดอยู่อย่างเดียวคือ มันเป็พวกคุณชายที่ 'อีโก้สูง' และทะเยอทะยานมากไปหน่อย"
ชายชรายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "แต่ก็นั่นแหละนะ... ต่อให้มันจะดีเลิศประเสริฐศรีมาจากไหน ปู่ก็ไม่ได้สนใจมันหรอก! เพราะปู่ 'จอง' หนูฟ้าเอาไว้ให้เป็เมียของแกคนเดียวเท่านั้น! ผู้ชายคนอื่นไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง!"
"..." ธีร์นั่งฟังเงียบๆ
"แกนึกภาพตามนะ เ้าธีร์... คนที่แอบชอบเขามาั้แ่เด็ก พยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจเขามาตลอด... แต่อยู่ๆ ก็มีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ โผล่มาเป็ 'คู่หมั้น' ตัดหน้าไปหน้าตาเฉย... เป็ใคร ใครก็ต้องรับไม่ได้และพาลเกลียดขี้หน้าแกเป็ธรรมดานั่นแหละ"
เ้าสัวยิ้มอย่างเข้าใจโลก "แต่หลานไม่ต้องไปใส่ใจ หรือเก็บเอามาคิดให้ปวดหัวหรอกนะ... หลานแค่ใช้ชีวิตตามสบายให้มีความสุขก็พอ ถ้าไอ้กฤต หรือใครหน้าไหนมันกล้ามาทำอะไรล้ำเส้น หลานบอกปู่คำเดียว เดี๋ยวปู่จะสั่งคนไป 'จัดการ' กวาดล้างพวกมันให้พ้นทางเอง!"
แม้จะเป็คำพูดที่ดูอบอุ่นและปกป้องหลานชาย แต่น้ำเสียงและแววตาของชายชรากลับแฝงไปด้วยความเด็ดขาดและอำนาจมืดของอดีตผู้มีอิทธิพลอย่างปิดไม่มิด
"เพียงแต่ว่า... หลังจากนี้ หลานอาจจะต้องเจอกับเื่น่ารำคาญใจ หรือต้องคอยปัดเป่าพวกแมลงหวี่แมลงวันอยู่บ่อยหน่อยนะ" เ้าสัวเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี "ก็อย่างที่แกเห็นนั่นแหละ... หนูฟ้าเขาเป็ผู้หญิงที่สวย สง่างาม แถมยังเก่งกาจและมีความสามารถสูง... มันก็เลยเป็ธรรมดาที่จะมีพวกผู้ชาย หรือพวก 'แมลง' มารุมล้อม ตามจีบ และหวังจะเธออยู่ตลอดเวลา"
ชายชราหันไปมองหน้าหลานสาวบุญธรรมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและเอ็นดู ก่อนจะหันกลับมาสบตากับหลานชายสายเืแท้ๆ
"แต่แกจงรู้เอาไว้นะ ธีร์..." เ้าสัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ที่ผ่านมา... หนูฟ้าเขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยชายตามอง และไม่เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนเลยสักคนเดียว... เขาทำตามสัญญา และ 'เฝ้ารอคอย' แกมาตลอด ท่ามกลางคำครหาและข่าวลือเสียๆ หายๆ มากมาย"
"..."
"เพราะฉะนั้น... ยังไงแกก็ห้ามทำตัวงี่เง่า และ 'อย่าทำให้หนูฟ้าต้องเสียใจ' เป็อันขาดนะ เข้าใจไหม?... เพราะถึงยังไง พวกแกทั้งสองคน ก็คือ 'หลาน' ที่ปู่รักมากที่สุดทั้งคู่นั่นแหละ"
ธีร์ทอดสายตามองใบหน้าของชายชรา ก่อนจะเหลือบไปมองเพียงฟ้าที่นั่งอมยิ้มบางๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความคาดหวังและความรักที่อัดแน่นอยู่ในคำพูดนั้น เขาจึงทำเพียงแค่พยักหน้ารับคำสั่งสอนของคุณปู่ด้วยความเคารพ
...
เวลาล่วงเลยเข้าสู่่ค่ำคืน
ณ บริเวณระเบียงกว้างของห้องนอน Master Suite บนชั้น 3 ของคฤหาสน์สิรินทรา
ธีร์ในชุดเสื้อยืดสีดำสบายๆ และกางเกงวอร์ม ยืนเอามือล้วงกระเป๋ารับสายลมเย็นที่พัดโชยมาในยามค่ำคืน ั์ตาคมกริบของอดีตทหารรับจ้างกวาดมองไปรอบๆ บริเวณคฤหาสน์ที่กว้างใหญ่ไพศาล แสงไฟสปอตไลท์ที่ส่องสว่างกระทบกับลานน้ำพุเทพเ้าโพไซดอนและรูปปั้นหมาป่าที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีต ช่างเป็ภาพที่หรูหราและตระการตาราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ทว่า เมื่อมองดูความยิ่งใหญ่เหล่านี้... ธีร์กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในความฝันที่ไร้ความจริง
จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า โชคชะตาของเขาจะพลิกผันมาได้ไกลถึงเพียงนี้... จากเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ถูกแม่แท้ๆ ทอดทิ้ง ต้องคุ้ยขยะหาของกิน เกือบจะอดตายอยู่ข้างถนน จนต้องตัดสินใจปลอมแปลงอายุตัวเองเพื่อสมัครเข้ากองทัพ แลกกับเศษอาหารและที่ซุกหัวนอนในยุคากวาดล้างลัทธินิวอีเดน...
จากทหารแนวหน้าทะลวงฟันที่ต้องใช้ศิลปะ CQC เข่นฆ่าศัตรู ถูกปลดประจำการอย่างไร้ค่า ก่อนจะถูกดึงตัวเข้าสู่โลกใต้ดิน กลายเป็ทหารรับจ้างสังกัดวูลฟ์แฟง (Wolf Fang) ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความตายและกลิ่นคาวเืในตะวันออกกลาง...
แต่วันนี้... เวลานี้... เขากลับได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะ 'ทายาทเศรษฐี' ผู้สืบทอดอาณาจักรธุรกิจระดับประเทศ
มันไม่ค่อยคุ้นชินเอาซะเลยแฮะ... ธีร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ
ชายหนุ่มละสายตาจากวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน หันหน้ากลับเข้าไปมองภายในห้องนอนที่กว้างขวาง สายตาของเขาหยุดลงที่ร่างของหญิงสาวผู้เป็คู่หมั้น ซึ่งบัดนี้กำลังนอนคว่ำหน้าอ่านเอกสารอยู่บนเตียงนอนคิงไซส์
เพียงฟ้าเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ หญิงสาวอยู่ในชุดนอนผ้าซาตินเนื้อดีสีน้ำเงินเข้ม เป็ชุดนอนแบบสายเดี่ยวที่เว้าลึกอวดแผ่นหลังขาวเนียนละเอียด และกระโปรงสั้นกุดที่เลิกขึ้นมาจนเห็นต้นขาเรียวสวย ท่วงท่าการนอนของเธอช่างดูเซ็กซี่และเย้ายวนใจเกินกว่าที่ผู้ชายปกติคนไหนจะทนมองด้วยความสงบได้
ธีร์ทอดสายตามองเรือนร่างนั้น ก่อนจะเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
ถ้าเขาจะบอกว่า... ั้แ่เมื่อคืนที่ผ่านมา เขาไม่ได้รู้สึกสนใจ หรือไม่รู้สึกอะไรเลยกับการที่มีผู้หญิงระดับซูเปอร์โมเดลมานอนแก้ผ้ายั่วอยู่ข้างๆ... มันก็คงจะเป็การ 'โกหก' ตัวเองคำโต
เขาเป็ผู้ชายเต็มตัว เป็ทหารที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและฮอร์โมนพลุ่งพล่าน เขาไม่ได้ตายด้าน หรือเป็พระอิฐพระปูน เพียงแต่ว่า... ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด เขาเลือกที่จะสร้าง 'กำแพงล่องหน' ขึ้นมาปกป้องตัวเอง เขายังคงระแวดระวัง และไม่กล้าที่จะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผู้หญิงคนนี้ เพราะเขายังไม่รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าสวยงามนั้น
แต่ทว่า... ชายหนุ่มก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่า ยิ่งเขาได้พูดคุย ได้ทำความรู้จัก และได้เห็นมุมมองความคิดของเธอในวันนี้มากเท่าไหร่... เขากลับยิ่งรู้สึก 'เชื่อใจ' และโอนอ่อนผ่อนตามเธอมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
โดยเฉพาะในเวลานี้... สายตาของเขาไม่สามารถละไปจากทรวดทรงองค์เอวที่ถูกขับเน้นผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบานั้นได้เลย... โดยเฉพาะบริเวณ 'หน้าอก' อวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าจนนูนเด่น และ 'จุดเล็กๆ สองจุด' ที่แข็งขืนดันผ่านชุดนอนออกมาให้เห็นเป็สัดส่วนอย่างชัดเจนเมื่อัักับอากาศเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ... มันเป็ภาพที่สะกดสายตาและปลุกเร้าอารมณ์ดิบในตัวเขาได้อย่างรุนแรง
ในขณะที่ธีร์กำลังยืนใช้ความคิดต่อสู้กับสัญชาตญาณของตัวเองอยู่นั้น เสียงพูดคุยของเพียงฟ้าก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท
บนตักของหญิงสาวมีโน้ตบุ๊กเครื่องบางวางอยู่ เธอกำลังเปิดหน้าจอที่มีกราฟและข้อมูลตัวเลขเต็มไปหมด ส่วนมือข้างหนึ่งของเธอกำลังถือสมาร์ทโฟนแนบหู คุยสายกับใครบางคนอยู่ด้วยน้ำเสียงจริงจังระดับผู้บริหาร
"ใช่ น้ำริน... เื่ดีลการสั่งซื้อ 'ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย' ระบบอัลกอริทึมใหม่น่ะ ให้ทางทีมกฎหมายร่างสัญญามาให้ฉันเซ็นพรุ่งนี้ได้เลย"
เพียงฟ้าเอ่ยสั่งการเลขาคนสนิทด้วยความรวดเร็ว "แล้วก็เื่โปรเจกต์ 'เทคโนโลยีความมั่นคง' (Defense Tech) ที่เรากำลังเจรจากับทางรัฐบาล... ฉัน้าให้เร่งกระบวนการผลิต 'อุปกรณ์สนับสนุนทางทหาร' ลอตแรกให้เสร็จเร็วกว่ากำหนดนะ เราต้องพร้อมสำหรับการเปิดตัวสายการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างเป็ทางการในไตรมาสหน้า... กำชับฝ่าย R&D ด้วยว่า ฉัน้ายุทโธปกรณ์ที่เน้นความคล่องตัวและสนับสนุนการรบระยะประชิดเป็พิเศษ"
ถ้อยคำทางธุรกิจที่หลุดออกมาจากปากของคู่หมั้นสาว ทำเอาธีร์ที่ยืนแอบฟังอยู่ริมระเบียงถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ
ชายหนุ่มเอียงคอเล็กน้อย... ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย? เทคโนโลยีความมั่นคง? อุปกรณ์สนับสนุนทางทหาร?
เดี๋ยวนะ... ธีร์คิดทบทวนข้อมูลในหัวอันน้อยนิดของตัวเอง นี่คุณปู่... ทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ และการทหารด้วยอย่างนั้นเหรอ?
ความจริงแล้ว 'เกี่ยวกับกิจการของคุณปู่ เขาแทบจะไม่รู้เื่อะไรเลย' แม้แต่น้อย!
เท่าที่เขาเคยได้ยินมาคร่าวๆ จากเ้าสัวสิรินทร์และข้อมูลพื้นฐาน ธุรกิจหลักที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับสิรินทรา กรุ๊ป คืออุตสาหกรรมหนัก และ 'โลจิสติกส์' การขนส่งระดับโลกที่ครอบคลุมทั้งทางบก เรือ และอากาศ ไม่ใช่เหรอ? ั้แ่เมื่อไหร่กัน ที่เครือบริษัทแห่งนี้ขยายสายการผลิต ก้าวเข้าสู่วงการเทคโนโลยีความมั่นคงและการทหารแบบเต็มตัวขนาดนี้?
ธีร์ยืนฟังเพียงฟ้าสั่งงานเกี่ยวกับสเปกของเสื้อเกราะกันะุ และระบบโดรนสอดแนมด้วยความฉงนใจ ชายหนุ่มไม่รู้เื่เลยแม้แต่น้อย ว่าแท้จริงแล้ว... การที่สิรินทรา กรุ๊ป กำลังจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจสีเทาอย่างการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์นั้น มันเป็ 'โปรเจกต์ต่อยอด' ที่เพิ่งจะถูกริเริ่มขึ้นโดยผู้บริหารสูงสุดอย่าง 'เพียงฟ้า' เมื่อไม่นานมานี้เอง!
และเหตุผลหลักที่นางพญาสาวตัดสินใจะโเข้ามาเล่นในตลาดค้าอาวุธ ก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างฐานอำนาจ และสร้างเกราะคุ้มกันทางธุรกิจ เพื่อรองรับและเชื่อมโยงกับทักษะความเป็ทหารรับจ้างของ 'เขา' โดยเฉพาะ!
แต่สำหรับหมาป่าหนุ่มผู้ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ชายหนุ่มทำเพียงแค่พยักหน้ากับตัวเองเงียบๆ เขาสรุปเอาเองทื่อๆ ว่า องค์กรระดับนี้ก็คงจะมีการขยายธุรกิจไปในหลายๆ ด้านเป็เื่ปกติ และผู้หญิงที่นอนคุยโทรศัพท์อยู่บนเตียงนี้ ก็เป็ซีอีโอที่บ้างานและเก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ
ธีร์ยืนพิงกรอบประตูระเบียง ทอดสายตามองเรือนร่างเซ็กซี่ที่ขัดแย้งกับน้ำเสียงสั่งงานอันทรงอำนาจนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
กำแพงความระแวงที่เขาตั้งเอาไว้สูงลิ่ว เริ่มเกิดรอยร้าวทีละนิด... เสน่ห์อันน่าค้นหาของผู้หญิงคนนี้ กำลังดึงดูดให้หมาป่าเดนตายอย่างเขา ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหา 'กับดัก' แสนหวานที่เธอวางเอาไว้อย่างเต็มใจทีละก้าว ทีละก้าว...