จูหลินวิ่งมาถึงกลางป่านางกำลังสับสนว่าเหตุใดเปียงสงถึงไม่พูดความจริงทั้งๆที่เขาเองก็เห็นกับตาเหมือนกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีสักพักอยู่ดีๆนางก็ถูกฝ่ามือใครบางคนกระแทกที่คอจากทางด้านหลัง และนางก็สลบไปในบัดดล
พอรู้สึกตัวอีกที นางก็พบว่าตนนอนอยู่ในรถม้าในสภาพมัดแขนมัดขา รัดปาก นางพยายามดิ้นทำให้รู้ว่ามันรัดแ่ามาก
“ทนอีกหน่อยนะแม่นางจูหลิน เดี๋ยวก็ถึงเมืองหลวงแล้ว” ชายคนหนึ่งกล่าว
จูหลินพูดอะไรไม่ได้และไม่รู้ว่าใครกันที่พูดกับนาง เพราะชายคนนั้นกำลังขับรถม้าอยู่ จึงคิดในใจว่า “พวกเขากำลังพาข้าไปเมืองหลวง หรือว่าจะเป็พระบัญชาของฝ่าา”
และแล้วสิ่งที่จูหลินคิดไว้ก็เป็ไปตามคาดทหารองครักษ์ที่จับตัวนางได้แก้เชือกที่ขาและพานางไปที่ห้องบรรทมของฝ่าา
“แก้เชือก”ฝ่าาตรัส
“พะย่ะค่ะ”
“พวกเ้าออกไปก่อน” ฝ่าาตรัสสั่ง
“แต่ว่า นางเป็ลูกสาวของฏนะพะย่ะค่ะ”องครักษ์เป็ห่วง
“นางไม่ทำร้ายข้าหรอกพวกเ้าออกไปเถิด” ฝ่าาตรัส
“พะย่ะค่ะ”
จูหลินกำลังนั่งคุกเข่าและก้มหน้าพอทหารองครักษ์และนางกำนัลออกไปทั้งหมด นางจึงรีบถาม “ฝ่าาพระองค์ทรงจับหม่อมฉันมาทำไมเพคะ”
“พ่อของเ้าปลงพระชนม์เสด็จพ่อของข้าและเหล่าวงศานุวงศ์มากมายเ้าต้องชดใช้” ฝ่าาตรัสอย่างเครียดแค้น
“พ่อของหม่อมฉันถูกอสูรสิงร่างจึงกระทำชั่วลงไป ได้โปรดเชื่อหม่อมฉันนะเพคะ”จูหลินเห็นกับตาของตัวเอง
“ข้าไม่เชื่อเื่อสูร ถึงพ่อเ้าตายไปแล้ว เ้าก็ต้องชดใช้แทนพ่อเ้า”ฝ่าาทรงกริ้วในสิ่งที่ท่านแม่ทัพหรือพ่อของจูหลินกระทำลงไปพระองค์จึงทรงจับนางโยนไปที่พระแท่นบรรทม
“อย่าทำอะไรบ้าๆนะเพคะ….” จูหลินใเพราะนางถูกฝ่าาคร่อมตัวทับไว้จึงพยายามผลักพระองค์
“ได้โปรดปล่อยหม่อมฉันเถิดเพคะ” แม้จูหลินจะมีวรยุทธ์แต่ก็ไม่อาจสู้ฝ่าาที่มีวรยุทธ์สูงกว่าได้ทำให้นางมีน้ำตาคลอที่ฝ่าากำลังจะขืนใจนาง
ฝ่าาทรงจูบพรมไปทั่วใบหน้าและไซร้ซอกคอของนางโดยไม่สนใจว่านางนั้นเป็อดีตคนรักที่คบกันมานานถึง 5 ปี
จูหลินพยายามดิ้นรนขัดขืนและกล่าวว่า “ไหนว่าพระองค์จะทรงปกป้องดูแลหม่อมฉันไม่ให้ใครทำอันตรายหม่อมฉันได้ไงเพคะ”
ฝ่าาทรงหยุดชะงักและกล่าวว่า“อย่าเข้าใจผิด เราไม่ได้เห็นเ้าเป็คนรักอีกต่อไปแล้วเราก็แค่ให้เ้าเป็นางกำนัลที่คอยบำเรอเราเท่านั้นพอเราเบื่อเมื่อไหร่ก็ค่อยขับไล่ทีหลัง”
“ความเป็สุภาพบุรุษหายไปไหนหมดแล้วเพคะเสียแรงที่หม่อมฉันเคยเคารพนับถือพระองค์” จูหลินกล่าวอย่างผิดหวัง
ฝ่าาทรงรีบลุกขึ้นออกจากตัวจูหลินและกล่าวอย่างเ็าว่า “เอาล่ะข้าไม่ได้อยากแตะต้องตัวเ้านักหรอกนะ รีบแต่งกายให้เรียบร้อย”
จูหลินรีบจัดเสื้อผ้าอาภรณ์พร้อมกับจับทรงผมที่ยุ่งเหยิงเพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าใจผิด
ฝ่าาทรงประทับนั่งบนเก้าอี้จูหลินจึงคุกเข่าเพื่อรอฟังพระบัญชา
“ข้า้าแผนผังค่ายทหารทั้งหมดที่พ่อเ้าเก็บไว้ในจวน” ฝ่าาตรัส
“ตอนนี้ที่จวนก็กลายเป็บ้านร้างไปแล้วทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ถูกยึดคืนไปหมดแล้วนี่เพคะ” จูหลินกล่าว
“เ้าจงไปค้นมาให้ข้าก็แล้วกัน” ฝ่าาตรัส
“หากหม่อมฉันนำมาให้แล้วโปรดปล่อยหม่อมฉันไปและอย่ายุ่งเกี่ยวกับหม่อมฉันอีกจะได้มั้ยเพคะ” จูหลินกล่าว
“อย่าคิดว่าเราอยากพิศวาสเ้ามากนัก หากเ้านำสิ่งสำคัญมาให้ข้าแล้วเ้าจะไปไหนก็เชิญ” ฝ่าาตรัสอย่างเ็า
จูหลินเม้มปากที่เห็นอดีตคนรักของนางกล่าววาจาอย่างเ็าเช่นนั้นแต่นางทำได้เพียงกล่าวว่า “ขอบพระทัยเพคะที่ยอมปล่อยหม่อมฉันไป”จูหลินกำลังจะเดินจากไป แต่ทว่า
“ช้าก่อนจูหลิน” ฝ่าาตรัสต่ออีกว่า “ก่อนที่เ้าจะจากวังไป ข้าจะให้หมอหลวงตรวจอาการประสาทหลอนของเ้าเสียก่อนเ้าจะได้ไม่ต้องเห็นภาพหลอนว่าเจออสูรจนทำให้เ้าต้องออกจากการเป็มือปราบอย่างนั้นอีก”
“นี่พระองค์ทรงจับตามองหม่อมฉันตลอดเวลาเลยงั้นหรือเพคะถึงทรงทราบเื่ราวของหม่อมฉันแบบนี้” จูหลินใที่ฝ่าาทรงล่วงรู้
“เ้าเป็ลูกสาวฏ ข้าก็ต้องระแวงเ้าเป็ธรรมดา” ฝ่าาตรัส
“ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยเพคะ งั้นหม่อมฉันทูลลา” จูหลินทำท่าคารวะและรีบออกไปจากห้องบรรทมทันทีภายในใจนางคิดว่า “หรือว่าข้าจะมีอาการจิตหลอนจริงๆทำให้มองเห็นอสูร และคิดว่าอสูรเป็คนร้าย”
สักพักทหารองครักษ์ก็เข้ามา
“พระองค์ทรงมีอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรือพะย่ะค่ะ”
“เ้าจงไปคุ้มกันจูหลิน อย่าให้ใครทำอันตรายนางเด็ดขาด” ฝ่าาตรัส
“พะย่ะค่ะ”
******************************************************
ณบ้านร้างซึ่งเป็อดีตจวนแม่ทัพจูเฉียน บิดาของจูหลิน
จูหลินเหม่อมองบ้านแห่งความทรงจำนางกำพร้ามารดาแต่เล็ก ถูกบิดาเลี้ยงดูโดยลำพังแต่นางก็รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขมากที่ได้เติบโตมาในบ้านหลังนี้
แม้นางจะฝึกวรยุทธ์แต่เล็กนิสัยห้าวหาญคล้ายบิดา แต่สิริโฉมของนางก็งดงามมาก จึงเป็ที่ถูกพระทัยของบรรดาองค์ชายทั้งหลายซึ่งรวมไปถึงองค์ชายสามด้วย
จูหลินกับองค์ชายสามสนิทกันมากจากความเป็พี่น้องก็กลายเป็คนรัก เมื่อนางเดินไปที่โต๊ะทำงานของพ่อก็ทำให้นางนึกถึงอดีต
“ต่อไปเ้าต้องเตรียมตัวเป็เ้าสาวได้แล้วนะ” บิดากล่าวยิ้มๆ
“ข้าจะอยู่กับท่านพ่อเ้าค่ะ” จูหลินกล่าว
“อย่าแกล้งพูดเอาใจพ่อเลย ข้ามองแววตาเ้าออกว่าเ้ารักองค์ชายสามมากเพียงใด” บิดารู้ทัน
“ท่านพ่อ อย่าล้อข้าเล่นสิเ้าคะ” จูหลินรู้สึกเขินมาก
“เห็นเ้าหน้าแดงขนาดนี้ พ่อตัดสินใจไม่ผิดที่ยอมยกเ้าให้องค์ชายสาม”บิดากล่าว
“อะไรกัน นี่ท่านกล่าวกับองค์ชายสามแล้วหรือเ้าคะ” จูหลินใ
“ก็องค์ชายสามทรงเอ่ยปากขอเลยนี่นา เตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน” บิดาดีใจที่เห็นลูกสาวสมหวังในความรัก
“ข้าง่วงแล้ว ข้าขอไปนอนก่อนนะเ้าคะ” จูหลินเขินจนพูดอะไรไม่ออก
แต่หลังจากนั้นเพียงสามวัน เหตุการณ์ก็กลับตาลปัตรไปหมดจากแม่ทัพผู้ภักดีก็กลายเป็หัวหน้าฏเข่นฆ่าฝ่าาและเหล่าองค์ชายทั้งหมดที่เป็เสี้ยนหนามการชิงบัลลังก์
จูหลินพยายามเข้าไปขัดขวางผู้เป็พ่อนางขอร้องทั้งน้ำตา “ท่านพ่อได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยนะเ้าคะ”
“หลีกไปซะ ถ้าไม่อยากตาย” จูเฉียนกล่าว
“ไม่! ข้าจะไม่ยอมให้ท่านเข่นฆ่าใครอีก” จูหลินกางแขนเข้าขัดขวาง
สักพักจูหลินก็มองเห็นว่ามีทหารฝ่ายฝ่าาพระองค์ก่อนกำลังจะแทงไปที่หลังของบิดา“ท่านพ่อ ระวังข้างหลังเ้าคะ”
แต่ทว่าบิดาของนางไม่ได้หันไปมองเลยสักนิดเขาจ้องมองบุตรสาวอย่างไม่วางตา สักพักสภาพแขนของเขาก็แปรเปลี่ยนเหมือนรากต้นไม้ที่งอกขึ้นเรื่อยๆและแทงไปที่หลังของทหารผู้นั้นจนเสียชีวิต
“ท่านไม่ใช่พ่อข้า ท่านเป็ปิศาจ พ่อข้าอยู่ที่ไหน” จูหลินกล่าวอย่างไม่กลัวเกรง
แม่ทัพผู้นั้นทำเพียงแค่ยิ้มมุมปาก แต่ไม่ได้ตอบใดๆพอมีคนกำลังเดินเข้ามารายงาน แม่ทัพผู้นั้นก็รีบกลับคืนสู่สภาพปกติทันที
“ทหาร เ้ารีบพาลูกสาวข้าไปขังเดี๋ยวนี้” จูเฉียนสั่ง
“ขอรับ” ทหารรับคำสั่ง
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า ท่านเป็ปิศาจ ท่านไม่ใช่พ่อข้า” จูหลินะโอย่างไม่ไว้หน้า
“ทหาร ปิดปากนางเสียด้วย นางช่างอกตัญญูยิ่งนักกล้าว่าพ่อบังเกิดเกล้าเป็ปิศาจ” จูเฉียนกล่าว
“ขอรับ” ทหารรีบเอามือปิดปากนางทันที
“อื้อ อื้อ” จูหลินทำได้เพียงดิ้นรนขัดขืนเท่านั้นนางไม่อาจกล่าวเปิดโปงใดๆได้อีก
จูหลินในปัจจุบันก็ปาดน้ำตากับเื่ราวในอดีตนางเห็นกับตาว่าพ่อของนางเป็อสูรชัดๆ แต่พอนางเจอเหตุการณ์ที่มือปราบเปียงสงบอกว่านางมีอาการจิตหลอนนางก็เริ่มไม่มั่นใจ และคิดว่าบางทีนางอาจป่วยเห็นภาพหลอนก็เป็ได้
จูหลินรีบค้นไปที่โต๊ะก็ไม่เห็นแผนผังค่ายทหารที่้านางจึงสำรวจไปทั่วจวน จนกระทั่งเห็นประตูลับนางจึงบิดตราพยัคฆ์ที่อยู่หลังภาพเขียนเพื่อเปิดประตู
จูหลินเดินเข้าไปข้างในก็มองเห็นโต๊ะทำงานของพ่อเมื่อนางค้นก็พบแผนผังค่ายทหารที่้าจริงๆ นางจึงรีบเก็บรวบรวมใส่ในถุงห่อผ้าสักพักนางก็เหลือบไปเห็นจดหมาย จึงรีบเปิดอ่านทันที ใจความว่า
จูหลินที่รักของพ่อ ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้แสดงว่าพ่อได้ไปสู่ปรโลกแล้ว พ่อขอโทษนะลูก ความจริงแล้วพ่อ้าชิงบัลลังก์จริงๆด้วยความอยากได้บัลลังก์ ทำให้ปิศาจสามารถครอบงำพ่อได้ตอนนี้พ่อพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง เลยเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อบอกว่าปิศาจที่สิงพ่อนั้นเป็อสูรปรสิตมันสามารถควบคุมให้พ่อกระทำความชั่วเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้ความปราณียอมทำทุกอย่างเพื่อชิงบัลลังก์ จนพ่อไม่เหลือความเป็ตัวตนอีกเมื่อพ่อหมดประโยชน์แล้วหรือร่างพ่อถูกทำลาย มันก็จะย้ายร่างไปสิงผู้อื่น ลูกต้องกำจัดมันให้จงได้ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองได้ล่มสลายเป็แน่ ดูแลตัวเองให้ดีนะลูก ลาก่อนลูกรัก
แม่ทัพจูเฉียน
จูหลินปาดน้ำตาและพึมพำว่า“ข้าไม่ได้จิตหลอน อสูรมีอยู่จริง และข้าต้องกำจัดมันให้จงได้”
ตอนนี้จูหลินรีบเก็บจดหมายของพ่อไว้กับตัวและแบกห่อผ้าเพื่อนำไปถวายฝ่าา
******************************************************
ณที่ประทับของฝ่าา
“นี่เพคะ ผังค่ายทหารที่พระองค์ทรง้า” จูหลินกล่าว
กงกงรับห่อผ้าแล้วแกะผ้าออกเพื่อนำแผนผังถวายให้ฝ่าาทรงทอดพระเนตร
“ใช่แผนผังค่ายทหารจริงๆ เอาล่ะ งั้นเ้าไปได้แล้ว” ฝ่าาตรัส
“หม่อมฉันทูลลาเพคะ” จูหลินรีบคารวะ
จูหลินไม่มีเวลามาอาลัยอาวรณ์คนรักเก่านางทำได้เพียงรีบเดินจากมาทันที เพราะตอนนี้นางมีเป้าหมายใหม่แล้วนางต้องตามหานักปราบอสูรมือฉกาจเพื่อกำจัดอสูรชั่วให้จงได้