ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 4 บทที่ 92 ดาบปีศาจมุรามาสะ

            “อะไรนะ? สิบ... สิบล้านเหรียญมังกร?”

            พรืด!

            เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาไม่เพียงแค่หลี่เทียนหัวและอวี่เถียนเท่านั้นแม้แต่เหล่าผู้ใช้อาชีพที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ ต่างก็พากันตกใจจนขวัญผวา

            เป็นเพราะเดิมพันที่ลู่เซิ่งเสนอมานั้นมันน่าตกใจเกินไป

            สิบล้านเหรียญมังกรเชียวนะ!

            เงินจำนวนนี้มากพอที่จะทำให้ครอบครัวหนึ่งใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายมีกินมีใช้ไปตลอดทั้งชาติเลยทีเดียว

            “เวรเอ๊ย พาลาดินคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าเดิมพันตั้งสิบล้าน?”

            “สมองโดนลาเตะมาหรือเปล่าวะ!”

            “ถ้าเขาผ่านภารกิจระดับ 9 ดาวสำเร็จต่อไปฉันจะยอมเขียนชื่อตัวเองกลับหลังเลยเอ้า”

            ฝูงชนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ทุกสายตาที่มองมายังลู่เซิ่งเต็มไปด้วยความดูแคลนและเยาะเย้ย

            “ไอ้หนู แกไม่กลัวว่าที่คุยโวโอ้อวดไว้จะทำให้ฟ้าเบื้องหน้าถล่มหรือไง?ตั้งสิบล้าน แกมีเงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

            อวี่เถียนจ้องมองลู่เซิ่งด้วยความเคลือบแคลงสงสัยอย่างปิดไม่มิดชัดเจนว่าเขาไม่เชื่อว่าพาลาดินเลเวล 100 กระจอกๆคนหนึ่งจะมีเงินเก็บถึงสิบล้านเหรียญมังกร

            “ตอนนี้ยังไม่มีหรอก!”

            แต่ลู่เซิ่งกลับไม่ได้ปกปิดอะไรตรงกันข้ามเขายักไหล่แบมือ ยอมรับออกมาอย่างหน้าตาเฉย

            “ฮ่าๆ ฉันว่าแล้วเชียว...” เมื่ออวี่เถียนเห็นดังนั้นก็เตรียมจะเอ่ยปากถากถางทันที

            ทว่าเขายังไม่ทันได้พูดออกมา

            “แต่ว่านะ...”

            ในตอนนั้นเองลู่เซิ่งก็สะบัดมือเบาๆ

            เคร้งเคร้ง เคร้ง เคร้ง...

            วินาทีต่อมาภายใต้สายตาที่ตกตะลึงจนแทบจะถลนออกมาของทุกคน

            ชิ้นส่วนอุปกรณ์สวมใส่นับร้อยชิ้นที่มีคุณภาพคละกันไปก็ร่วงกราวลงมาจากความว่างเปล่า กองพะเนินกันจนแทบจะเป็นภูเขาย่อมๆ

            “อะไรกัน? นี่มัน... อุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดเลยเหรอ?”

            เมื่อเห็นภาพที่เหลือเชื่อตรงหน้าฝูงชนโดยรอบต่างตกใจจนอ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบค้าง

            แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้

            “ดูดาบเล่มนั้นเร็ว มีแสงสีทองเปล่งประกายออกมาด้วย!”

            “แม่เจ้า! หรือว่านั่นจะเป็นอาวุธระดับทอง!”

            ท่ามกลางอุปกรณ์ที่ลู่เซิ่งเพิ่งเทออกมามีดาบยาวรูปทรงแปลกประหลาดเล่มหนึ่งส่องประกายแสงสีทองวาววับ

            ผู้คนต่างแห่กันใช้ทักษะตรวจสอบใส่ดาบเล่มนั้นโดยพร้อมเพรียง

             [ดาบปีศาจมุรามาสะ]

             [ประเภท: ดาบซามูไรแห่งตงอิ๋ง]

             [ความคล่องแคล่ว: +120]

             [ความทนทาน: +100]

             [จิตวิญญาณ: +50]

             [เลเวลที่ต้องการ: 150 (เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สอง) ]

             [ระดับ: ทอง]

            ...ดาบที่ถูกสาปแช่ง ผู้ที่ใช้งานมันจะค่อยๆ สูญเสียสติสัมปชัญญะจนกระทั่งเสียสติไปอย่างสมบูรณ์!

            ...

            “พระเจ้าช่วย นั่นอุปกรณ์ระดับทองจริงๆ ด้วยแถมยังเป็นอุปกรณ์สำหรับผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองอีก!”

            “แต่ลู่เซิ่งเพิ่งจะเลเวล 100 เองนะเขาไปเอาอุปกรณ์เลเวลสูงขนาดนี้มาจากไหนมากมาย”

            คราวนี้ฝูงชนไม่อาจเก็บอาการได้อีกต่อไปบรรยากาศภายในโถงวิหารเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

            “ลู่เซิ่ง ดาบเล่มนี้แกไปได้มาจากไหน?”

            อวี่เถียนแผดเสียงถามออกมาด้วยความตระหนกสายตาจับจ้องไปที่ลู่เซิ่งอย่างไม่วางตา

            “เกี่ยวอะไรกับแก!” ลู่เซิ่งมองบนใส่ทันที

            ถึงเขาจะไม่รู้ว่าอวี่เถียนคนนี้เป็นใครมาจากไหน

            แต่ในเมื่อเดินมากับคนอย่างหลี่เทียนหัวแถมยังดูสนิทสนมกันขนาดนี้ ก็คงไม่ใช่พวกคนดีเด่อะไรแน่นอน

            ดังนั้นลู่เซิ่งจึงคร้านจะสนใจเขา

            “แก!”

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของลู่เซิ่งม่านตาของอวี่เถียนพลันหดเกร็ง

            เพราะดาบเล่มนี้เขาคุ้นเคยกับมันดีเหลือเกินนี่มันไม่ใช่ดาบประจำกายของ 'ซามูไรแห่งตงอิ๋ง'โคทาเคจิ ทาโร่ ผู้ใช้อาชีพเฉพาะตัวของประเทศวอหนูหรอกหรือ?

            แต่โคทาเคจิทาโร่ เป็นถึงเพชฌฆาตที่ทางหน่วยล่ามังกรบ่มเพาะขึ้นมาและคลุกคลีอยู่ในเขตสงครามทรายโลหิตมาโดยตลอด!

            อีกทั้งในฐานะซามูไร'ดาบปีศาจมุรามาสะ' เล่มนี้คือสิ่งที่โคทาเคจิ ทาโร่รักและหวงแหนที่สุดในชีวิต ปกติแล้วไม่ว่าจะนอนหรือเข้าห้องน้ำก็ไม่ยอมวางแล้วมันจะมาปรากฏอยู่ที่นี่อย่างไร้สาเหตุได้อย่างไร?

            “หรือว่าจะ...”

            ทันใดนั้นอวี่เถียนก็นึกถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่งขึ้นมาจนแทบจะช็อกตายเมื่อเขามองไปที่ลู่เซิ่งอีกครั้ง ความดูแคลนและไม่แยแสในตอนแรกก็มลายหายไปสิ้นกลับกลายเป็นความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น

            ใช่แล้วมันคือความขยาดกลัว

            “อุปกรณ์พวกนี้รวมกันแล้ว มูลค่าสิบล้านก็น่าจะเกินพอแล้วมั้ง!”

            ในตอนนั้นเองลู่เซิ่งก็เอ่ยถามหลี่เทียนหัวอีกครั้ง

            น่าสงสารที่จนถึงตอนนี้ลู่เซิ่งยังไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ลงไปโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว

            “เอ่อ...”

            หลี่เทียนหัวที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งไม่รู้จะพูดอะไรดี

            ลู่เซิ่งนั้นดูลึกลับเกินไปจริงๆเขาเปรียบเสมือนสระน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง

            และยิ่งหลี่เทียนหัวข้องเกี่ยวกับเขาไปนานเท่าไหร่ก็ยิ่งมองเขาไม่ออกมากขึ้นเท่านั้น

            “เฮ้ แกยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไม สรุปว่าจะกล้าเดิมพันกับฉันไหม?”

            เมื่อเห็นหลี่เทียนหัวยืนทึ่มอยู่ตรงนั้นราวกับขอนไม้ไม่ยอมตอบคำถามเสียที

            ในที่สุดลู่เซิ่งก็หมดความอดทนและตะโกนถามด้วยความรำคาญ“ถ้าแกไม่กล้า ต่อไปถ้าเจอฉันก็ช่วยไสหัวไปไกลๆ แม่-เลยอย่ามาพล่ามพล่อยๆ อยู่แถวนี้ เพราะแกมันไม่คู่ควร!”

            “แก!”

            คำพูดนี้ทำเอาหลี่เทียนหัวแทบจะอกแตกตายด้วยความโกรธ

            แต่เขาก็ยังไม่กล้ารับคำท้าเดิมพันของลู่เซิ่งอยู่ดี

            ดังสุภาษิตที่ว่า‘เมื่อเคยโดนงูกัดครั้งหนึ่ง ย่อมหวาดระแวงไปอีกนาน’

            แม้หลี่เทียนหัวจะมีพฤติกรรมที่ไร้ยางอายและนิสัยต่ำทรามแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่

            เห็นลู่เซิ่งมีความมั่นใจขนาดนี้แถมเดิมพันยังสูงลิบลิ่ว หลี่เทียนหัวอดไม่ได้ที่จะแอบคิดในใจว่าอีกฝ่ายไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันแน่?

            ในขณะที่หลี่เทียนหัวกำลังลังเลอยู่นั้นเอง

            “เทียนหัว เดิมพันกับมันเลย!”

            จู่ๆอวี่เถียนที่อยู่ข้างๆ ก็โพล่งออกมา

            “คุณอวี่เถียน?” หลี่เทียนหัวขมวดคิ้วมุ่น

            “ไม่ต้องไปกลัว มันก็แค่พาลาดินตัวคนเดียวฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่ามันจะเอาปัญญาที่ไหนไปทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพระดับเก้าดาวให้สำเร็จ”

            อวี่เถียนทำสีหน้าไม่แยแสราวกับว่าไม่ได้เห็นลู่เซิ่งอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

            แต่ในความเป็นจริงในตอนนี้ลู่เซิ่งได้กลายเป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัวอย่างหาที่สุดไม่ได้ในใจของเขาไปแล้ว

            เพราะเมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะได้รับข่าวจากนายพลฟูจิโนะว่าเพชฌฆาตทั้งห้าคนจากหน่วยล่ามังกรในเขตสงครามทรายโลหิตถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว

            แม้ตามการคาดการณ์ของฟูจิโนะเพชฌฆาตทั้งห้าคนน่าจะตายด้วยน้ำมือของผู้ใช้อาชีพ 'พรานแห่งแสง'ลั่วเซวียนเซวียนก็ตาม

            แต่อวี่เถียนกลับไม่คิดเช่นนั้น

            ในฐานะที่ปรึกษาอาวุโสข้างกายเซี่ยมู่เซินอวี่เถียนรู้ตื้นลึกหนาบางและข้อมูลของเหล่าผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะในเมืองตงหลินมากกว่าที่เซี่ยมู่เซินรู้เสียอีก

            ในมุมมองของเขาแม้พรสวรรค์การต่อสู้ของลั่วเซวียนเซวียนจะน่ากลัวเพียงใดแต่การจะสังหารเพชฌฆาตจากหน่วยล่ามังกรห้าคนด้วยตัวคนเดียวนั้นมันเป็นเรื่องเพ้อฝันชัดๆ

            นั่นหมายความว่าสาเหตุการตายของเพชฌฆาตทั้งห้าคนนั้นจะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างอื่น

            ในช่วงที่ผ่านมาอวี่เถียนพยายามขบคิดมาตลอดว่าใครกันแน่คือฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังการตายของหน่วยล่ามังกรทั้งห้าแต่เขาก็ไม่พบเบาะแสใดๆ เลย

            จนกระทั่งตอนนี้

            วินาทีนี้

            เมื่อเห็นลู่เซิ่งเอาอาวุธคู่กายของโคทาเคจิทาโร่ ออกมา อวี่เถียนจึงตระหนักได้ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาอาจจะมองคนพลาดไปจริงๆ

            และนี่ก็คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่เขาผลักดันให้หลี่เทียนหัวเดิมพันกับลู่เซิ่ง

            หากลู่เซิ่งทำภารกิจระดับเก้าดาวไม่สำเร็จนั่นย่อมเป็นจุดจบที่ดีที่สุด

            เพราะการทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จพิสูจน์ให้เห็นว่าลู่เซิ่งไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงที่เขาสงสัยอีกทั้งในอนาคตมันก็จะไม่สามารถเลื่อนระดับได้อีกต่อไป ซึ่งไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคาม

            แต่ถ้ามันทำภารกิจระดับ9ดาวสำเร็จขึ้นมาละก็...

            นั่นแหละคือเรื่องใหญ่ที่เลวร้ายที่สุด!

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน