ในชั้นที่30 ขึ้นไปฉางเฟิงไม่เจอกับการต่อสู้กับสัตว์อสูรอีกเลยแต่จะเป็นการต่อสู้กับผู้ดูแลหรือไม่ก็เผ่าต่างๆที่เคยเป็นศัตรูและถูกขังวิญญาณเอาไว้ข้างในไม่ว่าจะเผ่าปีศาจ เผ่ามาร เผ่าอสูร และเผ่าต่างๆมากมายแม้แต่เผ่ากลืนกินก็มี
บนชั้นที่35 ฉางเฟิงได้เข้าใจว่าทำไมเซียนเหล่านั้นถึงไม่สามารถผ่านชั้นนี้ไปได้เพราะอีกฝ่ายคือตัวอันตรายของเผ่ากลืนกินเป็นสิ่งที่เซียนธรรมดาไม่สามารถเทียบได้
“ชั่งเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจอายุ20 ปีแต่กลับมาถึงชั้นที่ 35 ได้แถมพลังยังเกือบจะถึงขั้นเซียนอีกด้วย ถ้าเกิดข้าได้กลืนกินเต๋าของเจ้ามันจะยอดเยี่ยมแค่ใหนนะ”เผ่ากลืนกินจ้องมองฉางเฟิงด้วยสายตาชั่วร้าย
“เผ่ากลืนกินพอดีเลย ข้านั้นอยากจะต่อสู้กับพวกเจ้ามานานแล้วเพราะพวกเจ้าทำให้สิ่งมีชีวิตมากมายต้องสูญเสียบ้านเกิดต้องทำให้เผ่าพันธุ์มากมายต้องถูกทำลาย”ฉางเฟิงเผยจิตสังหารอันดำมืดออกมา
“ฮ่าฮ่า ด้วยน้ำหน้าอย่างเจ้าหนะเหรอที่จะต่อสู้กับข้าน่าขันขนาดมนุษย์ขั้นเซียนยังทำอะไรข้าไม่ได้แล้วเจ้าจะมาทำอะไรข้าได้”
“ถ้างั้นก็รองดู”ฉางเฟิงพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายกระบี่ในมือส่องสว่างขึ้นมาค่ายกลที่สลักเอาไว้เริ่มทำงานนี่คือครั้งแรกที่ฉางเฟิงใช้งานค่ายกลในตัวกระบี่
“ของเล่นแบบนั้นมันทำอะไรร่างกายที่สมบูรณ์แบบของข้าไม่ได้หรอก”เผ่ากลืนกินได้ชกหมัดออกไปปะทะกับกระบี่ของฉางเฟิง
ด้วยความมั่นใจในร่างกายของตนเองแน่นอนว่าคมกระบี่ขั้นเซียนทั่วๆไปย่อมทำอะไรร่างกายของเผ่ากลืนกินไม่ได้
“รนหาที่ตาย!!!!”ฉางเฟิงคำรามและปลดปล่อยตราประทับเต๋ากระบี่ออกมาพร้อมๆกับค่ายกลในตัวกระบี่
“หืมความรู้สึกนี้” เผ่ากลืนกินตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย
“สายไปแล้วแขนของเจ้าข้าขอละนะ”ฉางเฟิงไม่รอช้าตัวกระบี่ได้ฟาดฟันแขนของผู้กลืนกินดวงดาวทันที
“อึก!!!!!หนักมากทำไมกระบี่ที่บอบบางแบบนั้นถึงหนักได้ขนาดนี้” ผู้กลืนกินที่ใช้แขนรับกระบี่ของฉางเฟิงรู้สึกได้น้ำหนักของตัวกระบี่และร่างจมลงบนพื้น
“โอ้กระบี่นั่นน่าสนใจมากถึงกับสลักค่ายกลเอาไว้แต่อีกอย่างนั่นคืออะไรข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”ผู้ดูแลกล่าวด้วยสีหน้าตกใจ
“ขาดไปซะ”
“อ๊ากกกกกกกกกก”
ไม่นานแขนของผู้กลืนกินก็ทนไม่ได้และถูกตัดขาดออกไปผู้กลืนกินคำรามด้วยความโกรธแขนที่ขาดกลับมาต่อกันอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าพลังชีวิตของเผ่ากลืนกินนั้นไม่ธรรมดา
“เจ้ามนุษย์กล้าตัดแขนข้าวันนี้ไม่เพียงแต่ข้าจะสังหารเจ้าแต่ข้าจะกลืนกินเต๋าของเจ้าให้หมด” พริบตาเขตแดนกลืนกินก็ปรากฏออกมา
แขนแดนกลืนกินทำให้ฉางเฟิงรู้สึกกดดันอย่างมากเต๋ากระบี่ของตนเองถึงกับถูกกดดันและไม่สามารถสำแดงพลังออกมาได้
“แย่แล้วร่างกายนี้ยังไม่บรรลุเซียนและเขตแดนกระบี่ของข้าก็ไม่สามารถต่อต้านเขตแดนของอีกฝ่ายได้ทำยังไงดี”ฉางเฟิงคิดหนักมาก
ด้วยขีดจำกัดหลายอย่างร่างกายนี้ไม่ได้ฝึกฝนเต๋าโกลาหลแต่ฝึกฝนเต๋าสังหารกับเต๋าแห่งกฎขึ้นมาเทียนเต๋าแห่งกฎคือตัวแทนของกฎระเบียบ และเต๋าสังหารคือเต๋าแห่งความโหดเหี้ยมที่เผ่ามารส่วนใหญ่ฝึกฝน
“ฮ่าฮ่า มนุษย์อย่างพวกเจ้าเมื่อเต๋าถูกผนึกก็ไร้น้ำยาสินะ” เผ่ากลืนกินพุ่งเข้าหาฉางเฟิงและเริ่มโจตี
ฉางเฟิงเองก็ไม่สามารถถอยได้จึงใช้กายาเซียนมารต่อสู้กับอีกฝ่ายโชคดีที่กายาเซียนมารของฉางเฟิงมาถึงขั้นที่2 แล้วทำให้ร่างกายของฉางเฟิงแข็งแกร่งกว่าเซียนทั่วๆไปหลายเท่า
“กายาเซียนมารงั้นเหรอไม่ติดว่ากายาที่น่ารังเกียจจะปรากฎขึ้นมาอีกแบบนี้ยิ่งต้องสังหารเจ้าให้ได้”เผ่ากลืนกินดวงตาสีแดงฉานและบ้าคลั่งขึ้น
“เจ้าหนูถ้าเจ้ายอมแพ้ตอนนี้ข้าจะช่วยเหลือเจ้า”ผู้ดูแลมองฉางเฟิงด้วยใบหน้ากังวลอัจฉริยะอย่างฉางเฟิงเขาไม่ต้องการให้มาจบชีวิตที่นี่
“ข้ายอมแพ้ไม่ได้เพราะเจ้าพวกกลืนกินบัดซบทำให้ข้าต้องสูญเสียแทบทุกอย่าง บิดาข้าถูกผนึกมารดาข้าต้องแยกจากกับข้าและบิดา ภรรยาของข้าต้องสูญเสียครอบครัวและผู้คนของนางทั้งหมดเป็นเพราะพวกมัน” ฉางเฟิงคำรามด้วยความโกรธ
“วิ้ง!!!!!!!!!!!”
พริบตาพลังจิตอันแข็งแกร่งก็ปะทุออกมาพลังจิตโกลาหลได้ยิงเข้าสู่วิญญาณของผู้กลืนกินทำให้อีกฝ่ายหยุดร่างลงและกรีดร้องออกมา
“อ๊ากกกกกกกเจ็บ ข้าเจ็บ อ๊ากกกกกก วิญญาณของข้ากำลังจะแตกสลาย” ผู้กลืนกินนอนกลิ้งไปมากับพื้นด้วยความเจ็บปวด
“ดวงจิตระดับเทพเป็นไปไม่ได้” ผู้ดูแลถึงกับตกใจ
“อ๊ากกกกรีบช่วยข้าเร็วเข้า” ผู้กลืนกินกรีดร้อง
ร่างของฉางเฟิงตอนนี้ปกคลุมไปด้วยพลังจิตอันน่าหวาดกลัวตอนแรกฉางเฟิงคิดว่าจะเก็บพลังจิตของตนเอาไว้เป็นไพ่ตายแต่ได้เจอกับเผ่ากลืนกินที่แทบไม่มีจุดอ่อนก็ต้องถูกบังคับให้ใช้
“พอได้แล้วละเดี๋ยววิญญาณของเจ้านี่จะแตกสลายไปเสียก่อนพวกเรายังจำเป็นต้องใช้เป็นกระสอบทรายอีกนาน” ผู้ดูแลกล่าว
“นั่นสินะความตายมันง่ายไปสำหรับพวกมัน” ฉางเฟิงเก็บพลังจิตลง
“เอาละเจ้าหนูตอนนี้เจ้าทำให้พวกข้าปวดหัวขึ้นมาแล้ว เพราะงั้นการทดสอบของเจ้าจะต้องหยุดเอาไว้ก่อนเพราะพวกเราจะต้องเตรียมบดทดสอบใหม่ทั้งหมดให้กับเจ้าแต่ก่อนหน้านั้นพวกเราต้องประชุมกันก่อน ส่วนเจ้าออกไปได้แล้วอีก 10 วันค่อยมาใหม่”ผู้ดูแลกล่าวพร้อมกับโยนของสิ่งหนึ่งให้กับฉางเฟิง
“เม็ดยาสำเร็จเต๋านี่มันของล้ำค่าที่หายสาปสูญไปแล้ว” ฉางเฟิงตื่นเต้นมาก
แม้ฉางเฟิงจะได้รับสูตรยาจากพระเจ้าสูงสุดทั้งห้าซึ่งหนึ่งในนั้นมีเม็ดยาสำเร็จเซียนเม็ดยาสำเร็จเทพ แต่เม็ดยาสำเร็จเต๋ากลับไม่มีเลยเพราะวิธีการปรุงยามันหายไปนานมากแล้วแม้แต่ในโลกโกลาหลก็ไม่มีวิธีปรุงยาพวกนี้ขึ้นมา
“ถ้าเจ้าผ่านการทดสอบไปเรื่อยๆเจ้าจะได้สูตรยาเป็นรางวัล”เสียงของผู้ดูแลดังขึ้น
“ฟุบ!!!!”
ร่างของฉางเฟิงปรากฏออกมาจากหอคอยแห่งการทดสอบทันทีพริบตาดวงตาหลายคู่ก็มองมายังเม็ดยาสำเร็จเต๋าในมือของฉางเฟิง
“เขาผ่านชั้นที่35 แล้ว เขากลายเป็นอันดับ 1 ของหอคอยแห่งการทดสอบแล้ว”
“ในมือของเขามันคืออะไรกลิ่นหอมแบบนี้เป็นเม็ดยาอะไรกัน”
“นั่นมันต้องเป็นของล้ำค่าแน่”
“สหายสนใจขายเม็ดยาในมือของเจ้าให้กับพวกข้าหรือไม่” หู่ซานพุ่งเข้ามาและมองไปยังเม็ดยาในมือของฉางเฟิงอย่างไม่วางตา
“เสียใจด้วยข้าไม่ขาย”
“สหายคิดให้ดีๆตอนนี้มีสายตาจำนวนมาจ้องมองมายังเจ้า มันจะปลอดภัยกว่าถ้าเจ้าขายมันให้กับพวกเรา”เจ๋อฟางเผยแววตาขมขู่
“แค่พวกเขาหนะเหรอไม่คู่ควร” ฉางเฟิงไม่สนใจและก้าวเดินออกไป
“รนหาที่ตายนายน้อยเห็นว่าเจ้าอาจจะได้รับอันตรายเลยหวังดีแต่เจ้ากลับเมินความหวังดีของนายน้อย”ผู้ติดตามของหู่ซานพุ่งเข้าหาฉางเฟิงทันที
“คุกเข่า!!!!!!!!!!!”
“ตูม!!!!!!!!!!!!”
พลังจิตของฉางเฟิงปะทุออกมาฉางเฟิงปกปิดพลังจิตระดับเทพเอาไว้และแสดงพลังจิตขั้นเซียนออกมาเท่านั้นเพื่อข่มขู่ผู้คนให้หวาดกลัวจะได้ไม่ต้องมาเรื่องกับฉางเฟิงอีก