ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 31 ลืม

    บทที่ 31ลืม

    “วันนั้น...ฉันสูญเสียความรักที่มีต่อเธอไป”

     

            

            งานประเพณีจบลงแล้วและเท็ตสึยะก็คิดว่ากำลังมีอะไรบางอย่างที่จบตามไปด้วย มันอาจจะไม่ถึงขั้นแตกหักแต่ก็ยากที่จะประสานรอยร้าวให้กลับมาดีได้ใหม่แต่ถึงกระนั้นเขาก็คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้ตราบใดที่เขายังไม่บ้าตามพวกนี้ไปด้วยอีกคน

                 

            เด็กหนุ่มพอจะเข้าใจคำพูดที่เยลโลว์บอกขึ้นมาลางๆบางทีการต่อสู้ครั้งนี้เขาอาจจะเป็นคนนอกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรแต่กลับต้องมาตกกระไดพลอยโจรด้วยเหตุผลสองข้อ คือหนึ่ง เพราะเขาเป็นผู้พิทักษ์และสอง เพราะเขาเป็นเพื่อนของชิน

                 

            แม้ว่าชินจะไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาใหญ่ในตอนนี้แต่การที่หมอนั่นแยกตัวออกจากกลุ่มและชอบหายตัวไปไหนตามลำพังเป็นเวลานานๆก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ตอนนี้ดีขึ้นเขาไม่รู้ว่าจู่ๆชินเกิดบ้ามีปัญหาส่วนตัวอะไรขึ้นมาถึงได้หนีหน้าทุกคนไปลำพังแค่กลุ่มหลักไม่พูดกันเขาก็ปวดกะบาลจะแย่แล้ว นี่ชินยังหายออกไปจากกลุ่มแถมยังไม่ยอมเผชิญหน้ากับใครอีกเขาเลยไม่รู้ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับใคร เพราะตอนนี้ในกลุ่มของพวกเขาไม่มีใครมีสติดีพอที่จะให้คำแนะนำดีๆได้เลย

                 

            เรื่องของเรื่องก็คือว่าหลังจากที่ได้พบกับเด็กหนุ่มแปลกหน้าในคืนส่งท้ายงานประเพณีที่เท็ตสึยะเพิ่งมารู้ตัวเอาทีหลังว่านั่นคือพี่ชายของมาโมรุนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้อยู่กันพร้อมหน้า จนถึงตอนนี้งานประเพณีจบลงมาได้เป็นอาทิตย์และกำลังจะเข้าสู่ช่วงเตรียมสอบอยู่รอมร่อแล้วพวกเขากลับไม่เคยรวมกลุ่มกันได้เกินสามคนเลยสักครั้ง ที่น่าแปลกยิ่งกว่าก็คือว่าถ้าวันไหนที่โทวะอยู่ มาโมรุจะไม่อยู่ หรือวันไหนที่มาโมรุอยู่โทวะจะหายตัวไปซะเฉยๆ และไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งในสองคนนั้นจะอยู่ทั้งคู่ก็จะไม่พูดคุยกับมินาโยะเลยหรือไม่ก็บางทีอาจเป็นเพราะตัวเด็กสาวเองนั่นแหละที่พยายามหลีกเลี่ยงจะเจอหน้าทั้งคู่ตลอดเวลา

                 

            แล้วความซวยก็มาตกที่เขาไงจะปล่อยให้มินาโยะอยู่คนเดียวก็ดูจะใจร้ายเกินไป ถึงเธอจะยืนยันว่าไม่เป็นไรแต่เขานั่งยันนอนยันเลยว่าเธอจะต้องเป็นอะไรแน่โทวะกับมินาโยะยังมาโรงเรียนพร้อมกันทุกเช้าแต่ทว่าทั้งคู่กลับมีท่าทีห่างเหินกันกว่าเก่าสองคนนั้นปฏิบัติตัวต่อกันอย่างสุภาพไม่เหมือนคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆในสายตาคนนอกอย่างเขาดูแล้วทั้งตลกทั้งเศร้าที่ได้เห็นเพื่อนสนิททั้งสองทำตัวเหมือนอีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้าพอมาส่งมินาโยะที่ห้องเสร็จ โทวะก็หายไปไหนก็ไม่รู้กลับมาอีกทีก็ตอนที่กริ่งบอกเวลาเรียนร้องดังส่วนมาโมรุนั้นจะไม่ยอมมาปรากฏตัวจนกว่าจะมีใครไปลากตัวออกมาจากบ้านหรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือว่า หมอนั่นโดดเรียนมาเป็นอาทิตย์แล้วนั่นเอง

                 

            ส่วนมินาโยะนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่เห็นว่าเธอจะมีอาการดีขึ้นเลยเอาแต่หลบหน้าผู้คนและทำตัวซึมเศร้าแม้เธอจะไม่ร้องไห้ปานจะขาดใจตายเหมือนอย่างในคืนก่อนหน้านั้นแต่ทุกวันที่เท็ตสึยะเห็น นัยน์ตาของเด็กสาวมักจะบวมช้ำและแดงก่ำ เขารู้ว่าเธอยังไม่หยุดร้องไห้ไม่อย่างนั้นรอยคล้ำที่ตานั่นจะมาได้ยังไง แต่เขาก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้สามคนนั่นไม่มีใครยอมเปิดปากพูดถึงเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้นอยู่นี่ให้เขาฟังเลยพอเขาถามมินาโยะ เธอก็เอาแต่พูดว่า ‘ไม่เป็นไร’ หรือไม่ก็‘มันเป็นความผิดของฉันเอง’

                 

            เท็ตสึยะคิดว่าเขาอดทนมามากพอแล้วล่ะสำหรับเรื่องบ้าๆพวกนี้แล้วเขาก็ไม่ต้องการเป็นคนนอกอีกต่อไปแล้วด้วยถึงเขาจะเคยบอกมาโมรุว่าถ้าลำบากใจก็ไม่ต้องพูดแต่พอถึงวันนี้ต่อให้ต้องเค้นคอพวกนั้นก็ต้องทำให้ใครสักคนพูดออกมาให้ได้ถึงความจริงที่ได้รับรู้มันจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรงก็เถอะแต่ความเจ็บปวดที่สามคนนั้นได้รับมันส่งผลมาถึงเขาเขาจะปล่อยให้แต่ละคนจมอยู่ในความคิดและอดีตของตัวเองไม่ได้มันมากเกินพอที่พวกนั้นจะรับไว้ เท็ตสึยะรู้ดีว่าถึงจะรู้ความจริงแล้วแต่ตัวเขาเองอาจจะช่วยอะไรพวกนั้นไม่ได้มากแต่อย่างน้อยก็ดีกว่าปล่อยให้พวกนั้นต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดนั้นตามลำพัง

            

            วันนี้แหละต่อให้มินาโยะจะร้องไห้สะอึกสะอื้นฟูมฟายยังไงเขาก็ต้องทำให้เธอเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นออกมาให้ได้

     

     

                 


            พักเที่ยงเริ่มต้นขึ้นโทวะรีบเผ่นแนบออกจากห้อง อ้างว่าต้องเอารายงานไปส่งส่วนมาโมรุที่มาเรียนอาทิตย์ละสองวันก็หายตัวไปก่อนที่เขาจะทันได้สังเกตเห็นเท็ตสึยะไม่สนใจชินที่กลายเป็นอากาศธาตุเอาหน้าแนบกระจกแล้วนอนกรนอย่างสบายใจไปนานแล้วเด็กหนุ่มชวนมินาโยะไปกินข้าวบนดาดฟ้าเหมือนอย่างทุกวัน เขาไม่อยากให้เธอกินข้าวด้วยกันในห้องไม่อย่างนั้นเพื่อนร่วมห้องหลายคนที่เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในกลุ่มพวกเขาจะเข้ามาตีซี้และถามเอาเรื่องที่ไม่เข้าท่าไปโพทะนาให้มันน่ารำคาญไปกว่าเก่า

                 

            “อากาศเริ่มจะอุ่นแล้วแฮะใกล้ปิดเทอมแล้วสินะ”

                 

            เท็ตสึยะเปรยขึ้นเปิดประตูออกไปโต้ลมหนาวที่แม้จะอุ่นขึ้นแต่อุณหภูมิก็ยังต่ำอยู่พวกเขาเลือกที่ว่างระหว่างซอกตึกซึ่งอับลมและปลอดสายตาผู้คนเป็นที่กินข้าวเที่ยงอาหารประจำของเท็ตสึยะคือนมหนึ่งกล่องกับขนมปังสองก้อนส่วนของมินาโยะเป็นข้าวกล่องเรียบง่ายที่แม่เธอทำทิ้งไว้ให้ก่อนออกไปทำงาน

                 

            “อากาศดีนะ”มินาโยะพยายามชวนคุยเพื่อให้เขาสบายใจแต่เท็ตสึยะมั่นใจว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอื่นอยู่แน่

                 

            “เธอจะหลบหน้าพวกนั้นไปถึงเมื่อไหร่บอกตามตรงนะ ฉันเกลียดบรรยากาศแบบนี้มากเลย”

                 

            เท็ตสึยะพูดขึ้นในที่สุด

                 

            “ฉัน...ไม่รู้สิ” มินาโยะดูลังเล “ฉันไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับพวกเขายังไงดี”

                 

            มีอะไรให้ต้องเผชิญหน้าในเมื่อทั้งสามคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กๆ

                 

            “ไหนมันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอกันแน่ตั้งแต่ตอนที่เจอพี่ชายของมาโมรุในงานประเพณีแล้ว ช่วยเล่าให้ฉันฟังที”

                 

            เท็ตสึยะพูดขณะที่ค่อยๆละเลียดขนมปังในมือตัวเองส่วนมินาโยะนั้นแทบจะไม่แตะต้องข้าวกล่องในมือเลย

                 

            “เมื่อก่อน...ฉันเป็นเด็กที่ถูกทิ้งไว้หลังห้องล่ะ” มินาโยะยอมเล่าให้เขาฟังในที่สุด“เหมือนจะจำได้ลางๆว่าพวกเด็กในห้องล้อฉันว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ ฉันไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก...แต่ที่รู้แน่ๆคือว่าฉันน่ะไม่มีเพื่อนเลย”

                 

            เด็กสาวส่ายตะเกียบในมือไปมาอย่างเหม่อลอย

                 

            “ตอนนั้นมาโมรุโทวะ กับนานะจังอยู่กลุ่มเดียวกัน พวกเขาเป็นเด็กที่ป๊อบปูล่ามากๆในห้องเรียนส่วนฉันน่ะเป็นเหมือนเด็กที่ไม่มีตัวตนอยู่ในนั้น ฉันจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นไม่ค่อยจะได้นักรู้แต่ว่าใครสักคนในบรรดาพวกเขาเข้ามาใกล้ฉัน ฉันคงเผลอทำอะไรพวกเขาไป”

                 

            “ทำอะไรลงไปนี่คือยังไง?

                 

            “ฉันไม่รู้เลย”มินาโยะส่ายหน้าปฏิเสธ “บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับพลังที่มาโมรุเคยพูดถึงก็ได้ ฉันน่ะรู้แค่ว่าความทรงจำในช่วงเวลานั้นหายไปหมดเลยตอนที่เจอกับ ‘เขา’อีกครั้ง ฉันก็นึกขึ้นมาได้แค่นี้จริงๆฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้มาสนิทกับโทวะและมาโมรุส่วนนานะจังเหมือนจะแยกจากกลุ่มไป แม้แต่ในตอนที่ได้พบกับเขาแล้วความทรงจำก็ยังคงหายไปอยู่ดี”

                 

            เท็ตสึยะเผลอเคาะหัวเด็กสาวเบาๆนั่นเป็นความพยายาม ‘ปลอบ’ในแบบของเขา

                 

            “ฉันกังวลใจน่ะ”มินาโยะเล่า “ฉันรู้สึกได้ว่าเมื่อก่อนมีใครบางคนคอยอยู่เคียงข้างฉัน ไม่สิ...ตั้งแต่อดีตแล้ว ฉันฝันเห็นเขามาตลอด แต่กลับจำใบหน้าของเขาไม่ได้เลยฉันเคยคิดนะว่าบางทีเขาอาจะเป็นใครสักคนในบรรดาสองคนนั้น แต่แล้วในที่สุดฉันก็ลองเสี่ยงดวงถามโทวะไปแต่เขาตอบกลับมาว่า ‘อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้’ บางทีในตอนนั้นโทวะอาจจะรู้อยู่แล้วว่าฉันจะถามเขาว่าอะไร”

                 

            มินาโยะวางตะเกียบลงปิดกล่องข้าวที่แตะอาหารไปได้น้อยนิดและเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ารอยยิ้มของเด็กสาวดูเหงาหน่อยๆเท็ตสึยะเข้าใจเลยว่าเธอกำลังรู้สึกยังไงอยู่ในช่วงเวลานี้

                 

            “ส่วนมาโมรุที่ผ่านมา... เขาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับฉันมาตลอดเลยล่ะฉันคิดว่าเพราะเขาเป็นคนที่โกหกใครไม่เป็น เลยหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับฉันเผื่อว่าสักวันหากฉันถามเขาไปแล้วเขาอาจจะเผลอพูดความจริงออกมา”

                 

            มินาโยะหลับตาปล่อยให้สายลมหนาวพัดผ่านรอบตัวเธอไปความอบอุ่นที่เคยได้รับจากเด็กหนุ่มทั้งคู่เป็นเรื่องจริงที่เธอสัมผัสได้และนั่นเป็นสาเหตุให้เธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับพวกเขาในตอนนี้ ความอ่อนโยนที่ส่งผ่านมาให้เธอนั้นเป็นสมบัติล้ำค่าที่เด็กสาวอยากจะรักษามันไว้ให้นานที่สุดเธอไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปแตะต้องความรู้สึกที่แสนเปราะบางนั่นดังนั้นแล้วจึงไม่กล้าลงมือทำอะไรที่จะเป็นการทำให้สิ่งเหล่านั้นต้องแหลกสลายไป

                 

            เท็ตสึยะมองดูเธอเข้าใจแล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับทั้งสามคนเมื่อหลายปีก่อนนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของผู้พิทักษ์เลยเขารับรู้ได้ในทันทีจากท่าทีของเพื่อนสนิทสองคนที่เปลี่ยนไปในวันที่เด็กผู้ชายอีกคนปรากฏตัวขึ้นมา

                 

            เฝ้ารอมาตลอด...

                 

            เด็กสาวข้างๆเขาผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาโดยที่ไม่มีแม้แต่ความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับเขาคนนั้น

                 

            ปกป้องมาตลอด...

                 

            คงเป็นความรู้สึกของใครคนใดคนหนึ่งในบรรดาเด็กผู้ชายสองคนนั้นที่เอ่อล้นออกมาอย่างท่วมท้นและเท็ตสึยะคิดว่าคนคนนั้นคงเป็นมาโมรุ

                 

            เขาเข้าใจแล้วความเจ็บปวดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เขาเข้าใจมิหนำซ้ำยังอยากจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้นมาโมรุต้องรู้สึกยังไงกันนะที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอดแต่ปกป้องเธอไม่ได้ด้วยกำลังที่ตัวเขามีคนที่เข้าใกล้เธอได้มากกว่าใครกลับกลายเป็นโทวะที่อยู่ข้างกัน

                 

            ในวันที่ตาของมินาโยะเปลี่ยนสีวันที่โทวะปลดผนึกเป็นผู้พิทักษ์ครั้งแรกและทำให้เธอหยุดคลุ้มคลั่งเขาทำมันต่อหน้าต่อตามาโมรุที่ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะสลบไป แต่โทวะคงรู้...รู้มาตลอดถึงความรู้สึกของมาโมรุที่มีต่อมินาโยะรวมไปถึงเรื่องที่แท้จริงแล้วคนที่มินาโยะถวิลหามาตลอดไม่ใช่ตัวเองหรือแม้แต่มาโมรุด้วย

                 

            “รักมากใช่ไหม?”

                 

            เท็ตสึยะเผลอพูดออกเสียงไปแทนที่จะคิดในใจ

                 

            แทนที่คำตอบน้ำตาของมินาโยะร่วงเผาะ เธอไม่ได้สะอึกสะอื้นหรือร่ำไห้เด็กสาวเพียงแค่นั่งอยู่นิ่งๆและปล่อยให้น้ำตารินไหลลงมาอย่างช้าๆ

     

     

                 


            กริ่งเข้าห้องเรียนร้องบอกเวลาเรียนหยุดดังไปได้สักพักส่วนเท็ตสึยะและมินาโยะนั้นกลับเข้าห้องเรียนไปนานแล้วแต่เอเรียลยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ที่อีกฟากของกำแพงที่สองคนนั้นเคยนั่งกินข้าวอยู่เด็กหนุ่มรับรู้ทุกถ้อยคำสนทนาที่ทั้งสองคนพูดโดยไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมาทางสีหน้านอกเสียจากจะสะบัดสายห้อยโทรศัพท์ไปมาอย่างใช้ความคิด

                 

            หน้าที่ของเขาจบลงแล้วสินะ...

                 

            เสียงประตูเหล็กทางขึ้นดาดฟ้าเปิดออกอีกครั้งก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าและการมาปรากฏตัวของเด็กหนุ่มที่อยู่ในชุดเครื่องแบบมัธยมปลายในตึกเรียนของฝั่งมัธยมต้น

                 

            “ทำไมนายไม่จัดการเด็กนั่น?”

                 

            เสียงของเด็กหนุ่มถามมาจากด้านหลัง

                 

             “จัดการแล้วได้อะไร?”เอเรียลถามกลับ “นายจะไม่มีวันรู้ความจริงเลยถ้าเกิดอะไรขึ้นกับยัยนั่น”

                 

            “นายใจอ่อน”

                 

            อีกฝ่ายว่า

                 

            เอเรียลหันไปสบกับนัยน์ตาสีเขียวแก่ของคนที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย

                 

            “เห็นฉันเป็นคนอย่างนั้นเหรอ...?  กรีน”

                 

            นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดาใบหน้าของเขายังคงเรียบนิ่งขณะที่ประสานสายตากับอีกฝ่าย

                 

            กรีนสบตาเขานิ่งเงียบและไม่เอ่ยอะไรอย่างประเมินท่าที

                 

            “แล้วนายจะเอายังไงต่อ?”

                 

            กรีนถาม

                 

            “ฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะออกโรงเอง”เอเรียลตอบ “เพราะความงี่เง่าของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์นั่นทำให้ผนึกที่ตัวเองอุตส่าห์ร่ายทิ้งไว้เกิดคลายขึ้นมาเราใช้โอกาสนี้ในการเข้าหายัยนั่นได้ ถ้าหล่อนจำอดีตของตัวเองได้แล้วก็ถึงทีเราตอบโต้พวกมันบ้าง”

                 

            “ต้องใช้นักรบอเวจีคนอื่นด้วยหรือเปล่า?”

                 

            “เผื่อไว้หน่อยก็ดี”เอเรียลบอกกรีน เก็บมือถือเข้ากระเป๋าก่อนเอ่ย “นายไปหาเรดฉันจะไปรายงานไวโอเลตก่อน บางทีหมอนั่นอาจจะอยากมาเจอหน้าหล่อนด้วยตัวเอง”

                 

            “ทำไมนายไม่ไปหาเรดซะเองล่ะเป็นความผิดพลาดของพวกนายแท้ๆที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากถึงขนาดนี้” กรีนว่า“ถ้าฆ่าให้ตายตั้งแต่ยังเด็กซะก็คงไม่ต้องมาตามล้างตามเช็ดแบบนี้หรอก”

                 

            “ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนายถึงเอาชนะพิงค์ไม่ได้กรีน” เอเรียลเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าดูถูกอย่างไม่ปิดยัง “ยัยนั่นไม่เคยประเมินฝีมือศัตรูต่ำไปเลยนายคิดว่าคนอย่างผู้พิทักษ์แห่งสตาร์แค่ฆ่าซะเรื่องก็จบอย่างนั้นเหรอ ไม่ล่ะ! ดูตัวอย่างจากไวโอเลตซะนายก็น่าจะรู้ว่าพวกเอิร์ธสตาร์คิดอะไรตรงๆไม่เป็นหรอกขนาดฉันกับเรดไปยังแพ้ นายคิดว่าลำพังตัวนายเองจะจัดการหมอนั่นได้งั้นเหรอถ้าทำได้ทำไมหมอนั่นกับพวกถึงรอดมาได้ตั้งหกปีทั้งที่พวกเรามีกำลังรบมากกว่าล่ะถ้าใช้สมองคิดสักนิดก็น่าจะรู้นะว่าเรื่องนี้มีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากลแล้วกุญแจของคำตอบนั่นมันก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้นายจะใช้โอกาสเดียวที่มีมาทำลายกุญแจนี่อย่างนั้นเหรอ ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ”

                 

            กรีนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

                 

            “ฉันจะส่งนายไปล่ะคิดว่าการเรียนคงไม่สำคัญสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนอย่างเราแล้วล่ะมัง”

                 

            “ฉันไปนายไป แล้วใครจะไปบอกพิงค์?”

                 

            อีกฝ่ายถามด้วยใบหน้านิ่งหากคนถูกถามหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง

                 

            “ไม่จำเป็นต้องใช้ยัยนั่น”

                 

            “จำเป็นต้องใช้ยัยนั่น”กรีนแย้ง “พิงค์คือความผิดพลาดเดียวของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์ฉันปล่อยให้หมอนั่นแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ไม่ได้”

                 

            “สนใจอะไรกับคนอย่างหมอนั่น”เอเรียลเอ่ยขึ้นอย่างไม่หยี่ระ “แค่จะปกป้องตัวเองน่ะยังทำไม่ได้เลย”

                 

            “ยังไงงานนี้ก็ต้องมีพิงค์”กรีนยังคงยืนยันคำเดิมด้วยแววตามุ่งมั่น ไม่สนใจว่าคนตรงหน้าจะหาเหตุผลอะไรมาหว่านล้อม“แล้วฉันก็จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้มันยืดเยื้อออกไปมากกว่านี้อีกฉันจะเรียกเกรย์กับบราวน์มาด้วยยังไงก็ต้องแยกพวกนั้นออกจากกันให้ได้จะได้ไม่ต้องมาตามแก้ปัญหาทีหลัง”

                 

            “ตามใจนาย”เอเรียลว่า “ฉันจะไปหาพิงค์เอง”

                 

            กรีนพยักหน้าอย่างรับรู้แล้วเอเรียลก็ก็หลับตา มีวงแหวนเวทสีน้ำตาลทองปรากฏขึ้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเด็กหนุ่ม เปลี่ยนร่างสันทัดในเครื่องแบบนักเรียนให้กลายเป็นชุดคลุมตัวยาวสีขาวสะอาดตรงไหล่ปักเลื่อมสีดำสนิทบ่งบอกตำแหน่งสำคัญในฐานะกำลังหลักของห้านักรบอเวจี

                 

            “อย่าให้พลาดอีกเป็นหนที่สองล่ะแบล็ค”

                 

            กรีนพูดทิ้งท้ายเมื่อเอเรียลสร้างวงแหวนเวทขึ้นมาอีกวงคราวนี้มันเป็นวงแหวนเวทสีม่วงเข้มที่สูบร่างของเขาให้หายไปในพริบตาเมื่อวงแหวนเวทปิดลงตัวเอเรียลถอนหายใจ การเผชิญหน้ากันนั้นสร้างความลำบากใจให้มากกว่าที่เขาจะคาดคิด

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744