'เมืองัฟ้า'
หลังจากทำสัญญาซื้อขายที่จวนเ้าเมืองเรียบร้อย ซิ่วอิงกับบิดากลับเข้าไปในใจกลางเมือง ส่วนที่คึกคักจอแจมากที่สุดของเมืองัฟ้า
ตอนนี้แม้ว่าจะเป็่เย็น บนถนนยังคึกคักไปด้วยผู้คนที่เดินไปมา สองข้างทางมีร้านค้าเรียงรายหลากหลายประเภท ถนนกลางเมืองถูกปูด้วยหินที่ดูราบเรียบ แม้ว่ารถม้าจะผ่านมาด้วยความเร็วสูง ผู้โดยสารก็แทบจะไม่รู้สึกถึงการกระแทกเลย
ซิ่วอิงเดินดูร้านค้าสองข้างทางไปเรื่อยๆ แล้วก็พบเข้ากับร้านนึง มีสาวสวยวัยไม่เกินยี่สิบปี ยืนต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้าน จ้าวเว่ยเมื่อเห็นบุตรสาวสนใจร้านค้าตรงหน้า เขาก็หยุดเดินแล้วยืนคอยอยู่หน้าร้าน
ซิ่วอิงเดินเข้าไปในร้าน พนักงานสาวสวยเอ่ยขึ้นทันที
“ คุณหนูท่านนี้.. ้าสินค้าเช่นไรเ้าคะ ร้านของเรามีสินค้าให้เลือกมากมายหลายแบบ”
“ พี่สาว.. ข้าอยากได้หน้ากากสวยๆสักอันนึง ”
ซิ่วอิงเอ่ยบอกจุดประสงค์ของตนเอง สายตาก็มองไปยังหน้ากากหลายรูปแบบ ที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า
“ หือ.. หน้ากากหรือเ้าคะ.. ข้าเห็นด้วยที่คุณหนูจะสวมหน้ากาก เพราะคุณหนูงดงามเกินไป หากพวกคนไม่ดีมาพบเจอเข้าก็อาจจะเกิดเื่ขึ้นได้.. คุณหนู้าแบบไหนเ้าคะ ”
พนักงานสาวกล่าวขึ้น อย่างเห็นด้วยกับความคิดของสาวน้อย
“ ข้า้าแบบปกปิดสักครึ่งหน้าก็พอ หากปิดทั้งหมดจะดูแปลกไปสักหน่อย”
ซิ่วอิงกล่าวจบ พนักงานสาวก็ช่วยกันเลือกแบบที่เธอ้า ไม่นานซิ่วอิงก็พบกับหน้ากากที่เธอพอใจ เป็หน้ากากสีดำอมแดง ที่ปิดเพียงแก้มหน้าด้านซ้าย มีช่องขนาดใหญ่ที่บริเวณดวงตา ดูแล้วลึกลับเป็อันมาก ซึ่งถูกใจเธอยิ่งนัก
“ พี่สาวข้าเอาอันนี้ ราคาเท่าใด”
“ หน้ากากอันนี้ใช้วัตถุพิเศษสร้างขึ้นมา ขณะสวมเพียงใช้พลังปราณกดเอาไว้ ไม่ต้องมีสายรัดให้ไม่รู้สึกเกะกะรำคาญ หรือสร้างอาการระคายเคือง ให้กับผิวสวยๆของคุณหนู.. ราคาอยู่ที่ 10 เหรียญทองเ้าค่ะ..”
‘ แพงขนาดนี้.. ถึงว่าก่อนบอกราคาพูดเสียเยอะเชียว แต่ก็สวยจริงๆนั่นแหละ’
“ คุณหนู.. ท่าน้าสิ่งใดอีกหรือไม่เ้าคะ”
เมื่อเห็นซิ่วอิงพยักหน้ายอมรับราคาหน้ากาก แต่กลับเงียบไปพนักงานสาวจึงเอ่ยถามขึ้น
“ อืม.. พี่สาวร้านของท่านมีแหวนมิติขายหรือไม่ ”
ซิ่วอิงเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่า ตนเองมีแหวนมิติอยู่เพียงวงเดียว ต่อไปเธอต้องมีคนในปกครองมากมาย ต้องซื้ออีกหลายๆวงเพื่อเก็บไว้ใช้งาน และมอบให้กับคนที่ทำงานให้ตนเอง
“ มีเ้าค่ะ.. ระดับสูงขนาด 200 ตารางเมตร ราคา 1,000 เหรียญทอง ระดับกลางขนาด 100 ตารางเมตร ราคา 500 เหรียญทอง ระดับต่ำขนาด 50 ตารางเมตร ราคา 300 เหรียญทองเ้าค่ะ ”
พนักงานสาวคนสวย กล่าวยืดยาวด้วยความช่ำชองในการขาย
“ ถ้าเช่นนั้น.. เอาระดับสูง 10 วง ระดับกลาง 20 วง ระดับต่ำ 30 วง”
ซิ่วอิงสั่งซื้อในครั้งเดียวถึง 60 วง ทำเอาพนักงานสาวอ้าปากค้าง ก่อนจะตั้งสติได้รีบนำสินค้ามาให้ ซิ่วอิงจ่ายเงินให้กับพนักงานสาวปากหวานผู้โชคดี แล้วออกจากร้าน
จ้าวเว่ยเห็นบุตรสาวเดินออกมาจากร้าน ใบหน้าสวมหน้ากากเล็กๆสีดำอมแดงที่ปิดบังเพียงครึ่งหน้า แต่ยังดูงดงามเช่นเดิม เพิ่มเติมคือความลึกลับน่าค้นหา จึงกล่าวขึ้นว่า
“ อิงเอ๋อร์.. เ้าสวมหน้ากากแบบนี้ มันจะปกปิดได้จริงๆหรือ”
“ ได้มากเลยเ้าค่ะ.. เพียงแต่ท่านพ่อเห็นหน้าข้าจนชินแล้ว จึงไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลง แต่หากคนที่ไม่เคยเห็น เขาก็ไม่รู้หรอกเ้าค่ะ ว่าหน้าตาข้าเป็เช่นไร”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ อืม.. ก็ถูกของเ้า แล้วเ้าไม่หิวแล้วหรือ”
“ อุ๊บ.. พอได้ยินท่านพ่อพูด ข้าก็หิวขึ้นมาเลยเ้าค่ะ ไปหาโรงเตี๊ยมกันเถอะ”
ซิ่วอิงกล่าวพร้อมกับลูบท้องตัวเอง จนจ้าวเว่ยผู้เป็บิดาต้องรีบหาโรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุด ไม่นานก็เจอโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ สองพ่อลูกก็รีบเดินเข้าไปทันที
" ยินดีต้อนรับขอรับนายท่าน.."
เสี่ยวเอ้อที่ยืนรับแขกอยู่ด้านหน้าเอ่ยทักขึ้นมา จากนั้นภายใต้การต้อนรับอย่างกระตือรือร้นของเสี่ยวเอ้อ ซิ่วอิงกับบิดาก็เดินไปที่โต๊ะว่างแล้วนั่งลง
" นายท่านกับคุณหนูมาที่นี่ เพื่อทานอาหารหรือค้างแรมขอรับ.. " เสี่ยวเอ้อเป็ชายหนุ่มอายุ 20 ปี ยิ้มจนตาหยี พลางแอบมองซิ่วอิงภายใต้หน้ากาก ที่ดูลึกลับจนเขาไม่กล้ามองตรงๆ
ซิ่วอิงรีบเอ่ยว่า
" ข้ากับบิดา้าทานอาหาร ไม่้าที่พัก ที่นี่มีอะไรให้กินบ้าง ? "
“ มีหลายอย่างเลยขอรับคุณหนู “
เสี่ยวเอ้อยิ้มพลางแนะนำอาหารหลากหลายชนิด
“ ข้ากับท่านพ่อมีเวลาไม่มาก.. รีบเอาอาหารมา 3 อย่างข้าว 2 ถ้วย แล้วก็น้ำชาหนึ่งกา.. อ้อ.. ทำอาหารแบบเดิมอีกชุดนึง ใส่กล่องให้เรียบร้อย ข้าจะเอาไปฝากผู้อื่น ”
ซิ่วอิงรัวสั่งด้วยความหิว
“ ขอรับ รอสักครู่..”
“ อิงเอ๋อร์.. เ้าจะเอาอาหารไปฝากแม่เ้ากับน้องหรือ ”
“ เ้าค่ะท่านพ่อ.. ข้าคิดว่ากว่าเราจะถึงบ้านก็คงมืดค่ำ จึงคิดซื้ออาหารไปดีกว่า ไม่ต้องรบกวนท่านแม่อีก”
“ อืมม.. เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน”
ไม่นานอาหารที่สั่งก็พร้อม ซิ่วอิงกับบิดาทานกันอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากท้องอิ่ม ซิ่วอิงก็นำเงิน 1 หมื่นเหรียญทอง ใส่ในแหวนมิติที่เพิ่งซื้อมา แล้วมอบให้บิดา
จ้าวเว่ยรับแหวนมิติจากบุตรสาวด้วยสีหน้าอึ้งๆ แต่ก็มิได้กล่าววาจาอะไรมาก เพราะเป็ที่รู้กันอยู่แล้ว ซิ่วอิงเรียกเสี่ยวเอ้อเก็บเงิน เสร็จแล้วก็ออกจากโรงเตี๊ยม ซิ่วอิงเอ่ยกับบิดาว่า
“ ท่านพ่อ.. เราจะไปไหนกันต่อเ้าคะ แต่ลูกว่านี่ก็เย็นมากแล้ว เรารีบกลับบ้านกันดีกว่า ”
“ อืม.. เอาสิกลับบ้านก็ดี แต่ก่อนออกจากเมืองพ่อขอแว่ะที่นึงก่อน ”
“ ที่ใดหรือเ้าคะ..”
ซิ่วอิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ สมาคมทหารรับจ้าง พ่อจะแว่ะไปหาเพื่อนเก่าสักหน่อย “
“ เ้าค่ะ..”
‘ที่ทำการใหญ่สมาคมทหารรับจ้าง’
ท้องฟ้ายามเย็นค่อนข้างสลัว แสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงสาดส่องผ่านหมู่เมฆหนาลงมาได้เพียงเล็กน้อย ด้วยแสงที่อบอุ่นทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจ บนถนนทางออกนอกเมืองที่พลุกพล่าน มีทหารรับจ้างสองสามคนกำลังรีบร้อนเดินทางออกนอกเมือง ขณะที่ขบวนพ่อค้าเร่บางกลุ่ม กำลังเดินเข้าเมืองไปอย่างช้า ๆ
ในแคว้นัศักดิ์สิทธิ์ แต่ละเมืองจะมีสมาคมทหารรับจ้างอยู่ทุกเมือง เมืองัฟ้าเป็เมืองหนึ่งของแคว้นัศักดิ์สิทธิ์ ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงสมาคมทหารรับจ้างและมีกลุ่มทหารรับจ้างอยู่หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะตั้งอยู่คนละเขต เพื่อป้องกันปัญหาการกระทบกระทั่งกัน
ใช้เวลาไม่นาน จ้าวเว่ยและซิ่วอิงมาถึงสมาคมทหารรับจ้าง จ้าวเว่ยนำบุตรสาวมาหยุดอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่ง เป็อาคารสูง 2 ชั้น ที่ตั้งตระหง่านเคียงข้างอาคารอื่นรอบๆ มีผู้คนเป็จำนวนมากเดินเข้าออกอย่างต่อเนื่อง
นี่คือสำนักงานใหญ่สมาคมทหารรับจ้างแห่งเมืองัฟ้า ซึ่งทหารรับจ้างทุกกลุ่มต่างก็ขึ้นตรงกับสมาคมแห่งนี้ เมื่อมีการจ้างงานหรือภารกิจใดๆ ทางสมาคมจะขึ้นป้ายภารกิจไว้ให้สมาชิกตรวจสอบ หากตรงกับความสามารถของกลุ่มก็รับภารกิจไปทำได้
ทหารรับจ้างบางกลุ่มที่มีสมาชิกจำนวนมาก ก็อาจจะมีที่ทำการของกลุ่มตนเองแยกไปต่างหาก หากกลุ่มใดที่มีสมาชิกไม่มาก สามารถใช้ห้องในอาคารของสมาคม เป็ที่นัดพบหรือรวมกลุ่มกันเพื่อรับภารกิจ
กลุ่มทหารรับจ้าง ’อินทรีเหิน’ ซึ่งครั้งหนึ่งจ้าวเว่ยเคยเป็สมาชิก แต่ก็ต้องลาออกไปเพราะอาการาเ็ ก็เป็ส่วนหนึ่งของสมาคมแห่งนี้เช่นกัน เนื่องจากมีสมาชิกเพียง 9 คน จึงใช้อาคารที่ทำการนี้เป็ที่สำหรับรวมกลุ่มกัน และก็เป็จุดหมายที่จ้าวเว่ยเดินทางมาในครั้งนี้
จ้าวเว่ยให้ซิ่วอิงรออยู่ด้านนอก แล้วเดินเข้าไปด้านใน
“ พี่ชาย ข้ามาขอรบกวนสักครู่ ไม่ทราบว่าท่านรู้จักกลุ่มทหารรับจ้างอินทรีเหิน ที่มีหัวหน้าชื่อตงห่าวหรือไม่ ”
เมื่อเดินเข้าไปด้านในของสมาคม จ้าวเว่ยก็เอ่ยถามเ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ในทันที
เ้าหน้าที่ผู้ซึ่งทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วไป เป็ชายกลางคนตัวสูงใหญ่ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม เมื่อได้ยินเสียงของจ้าวเว่ยก็หันมาเอ่ยว่า
“ เ้าเป็ใคร มาหาเขาด้วยเหตุใด”
“ พี่ชาย ข้าชื่อจ้าวเว่ย เคยเป็ทหารรับจ้างกลุ่มอินทรีเหินอยู่่นึง เพราะาเ็ถึงได้หยุดไป ตอนนี้ข้าหายดีแล้ว จึงมาเยี่ยมเยียนประสาคนรู้จัก ”
จ้าวเว่ยเอ่ยตอบ แต่ก็ไม่บอกจุดประสงค์ที่แท้จริง เพราะเหตุผลที่มายังที่แห่งนี้ เขาอยากจะชักชวนกลุ่มทหารรับจ้างซึ่งเป็เพื่อนเก่า ให้เข้าร่วมเป็กองกำลังกับตระกูลจ้าวของเขา
“ โอ้.. เ้าคือจ้าวเว่ยที่ได้รับาเ็ ขณะที่พวกโจรบุกปล้นหมู่บ้านไผ่งามงั้นรึ ”
“ ถูกต้องแล้วพี่ชาย..ข้าคือจ้าวเว่ยคนนั้น ”
“ ยินดีกับเ้าด้วยที่หายจากอาการาเ็ ”
“ ขอบคุณพี่ชาย.. ข้าต้องรบกวนสอบถามเื่ตงห่าวด้วย.. ”
จ้าวเว่ยกล่าวตอบอย่างนอบน้อม ตอนนี้เขากับบุตรสาว้าสร้างตระกูลจ้าวขึ้นมา เพราะฉะนั้นมีมิตรมากย่อมดีกว่ามีศัตรู
“ อืมๆ กลุ่มของตงห่าว..”
เ้าหน้าที่ร่างใหญ่หันไปยังอีกเ้าหน้าที่อีกคนนึง ซึ่งนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะสำหรับรับส่งภารกิจของสมาคม
“ เ้าดูในใบบันทึกภารกิจซิว่า กลุ่มอินทรีเหินของตงห่าวรับภารกิจอันใดหรือไม่ ”
“ เมื่อวานกลุ่มอินทรีเหิน รับภารกิจคุ้มกันขบวนพ่อค้าไปยังเมืองัคราม กำหนดเดินทางเมื่อ่เช้าวันนี้ขอรับ ”
เ้าหน้าที่อ่านบันทึกภารกิจ แล้วเอ่ยตอบ
“ อืม.. เ้ามาช้าไปแล้วละ พวกนั้นออกเดินทางไปยังเมืองัครามั้แ่เช้าแล้ว แต่ก็ไม่แน่เ้าอาจจะพบพวกเขาก็ได้ เพราะเส้นทางที่จะไปยังเมืองัคราม เป็เส้นทางเดียวกับหมู่บ้านไผ่งามของเ้าเช่นกัน ”
เ้าหน้าที่ร่างใหญ่หันมากล่าวกับจ้าวเว่ย
“ ไม่เป็ไรพี่ชาย ขอบคุณท่านมาก.. ข้าขอตัวก่อน ”
จ้าวเว่ยกล่าวขอตัว แล้วเดินออกมาจากสมาคมทหารรับจ้าง ถึงหน้าอาคารก็พบกับบุตรสาวยืนรออยู่แล้ว ซิ่วอิงเอ่ยกับบิดาเมื่อเห็นเขาออกมา
“ ท่านพ่อ.. เจอสหายท่านหรือไม่ ”
“ เอิ่ม.. ไม่เจอลูก สหายพ่อรับภารกิจออกไปั้แ่เช้าแล้วละ..”
“ ท่านพ่อ.. ข้าคิดว่าเราควรซื้อรถม้าสำหรับแม่กับน้องสาว เพื่อเดินทางเข้ามาอยู่ในเมือง ดีมั้ยเ้าคะ ”
ซิ่วอิงเอ่ยถามบิดา เธอคิดว่าควรจะย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่ในเมืองวันพรุ่งนี้เลย
“ อืม.. พ่อเห็นด้วยกับเ้า เราไปดูที่ร้านขายรถม้ากันเถอะ ”
จ้าวเว่ยกล่าวกับบุตรสาว แล้วนำไปยังร้านขายม้าซึ่งอยู่ชานเมือง ซึ่งเป็คอกม้าอันดับหนึ่งของเมืองัฟ้า มีม้าชั้นดีและรถม้าสวยๆให้เลือกมากมาย
จ้าวเว่ยซื้อม้า 2 ตัว และรถม้า 1 คัน แล้วสองพ่อลูกก็เดินทางออกจากเมือง มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านไผ่งาม โดยที่จ้าวเว่ยขี่ม้า ส่วนซิ่วอิงเป็สารถีขี่รถม้า ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยแม้แต่จะฝึกขี่ม้า แต่ด้วยความทรงจำที่หลอมรวมกับอาจารย์สาวผู้ลึกลับ ทำให้เธอสามารถบังคับรถม้าได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
‘เวลาผ่านไปครึ่งยาม’
สองพ่อลูกเดินทางกันไปอย่างเร่งรีบ ซิ่วอิงขับขี่รถม้าอยู่ด้านหน้า จ้าวเว่ยผู้เป็บิดาขี่ม้าตามอยู่ด้านหลังมาห่างๆ อีกครึ่งทางก็จะถึงชายป่าด้านนอกเขาหมื่นอสูร ซึ่งเป็ที่ตั้งของหมู่บ้านไผ่งาม แสงตะวันที่สาดส่องผ่านปลายไม้ใหญ่เริ่มอ่อนจาง ทำให้เส้นทางที่ดูเปลี่ยวอยู่แล้วกลับดูอันตรายมากขึ้น
ทันใดนั้น พลันมีเสียงคล้ายคนต่อสู้กันดังขึ้นมาจากด้านหน้า
‘เช้งงงง’
‘อั๊กกกก’
“ หยุ๊ดดๆๆ..”
ซิ่วอิงได้ยินเสียงต่อสู้จึงบังคับรถม้าให้หยุดทันที
“ อิงเอ๋อร์มีอะไรลูก.. เ้าหยุดรถม้าด้วยเหตุอันใด ”
จ้าวเว่ยที่ขี่ม้าตามหลังบุตรสาวมา ถึงกับเอ่ยถามด้วยความใ เพราะเขาไม่ได้ยินเสียงด้านหน้า
“ ท่านพ่อ.. ข้าได้ยินเสียงต่อสู้ที่ด้านหน้าเ้าค่ะ.. เราไปดูกันเถอะ ”
ซิ่วอิงกล่าวจบทะยานออกไปอย่างเร็วทิ้งรถม้าไว้ที่เดิม ด้วยความเป็ห่วงบุตรสาวจ้าวเว่ยไม่รอช้า รีบทะยานออกจากหลังม้าตามหลังซิ่วอิงไปทันที
ผ่านไปไม่ถึง 10 ลมหายใจ สองพ่อลูกก็มาถึงตรงจุดเกิดเหตุ ภาพด้านหน้าเป็กลุ่มคน 2 กลุ่มกำลังต่อสู้กันเป็พัลวัน กลุ่มหนึ่งอยู่ในชุดสีดำมีผ้าปกปิดหน้าตาประมาณ 20 คน ดูก็รู้ว่าต้องเป็พวกโจรอย่างแน่นอน อีกกลุ่มหนึ่งมี 9 คน แต่งชุดจอมยุทธ์สวมเสื้อเกราะทหารรับจ้าง ไม่ไกลจากจุดต่อสู้มีคนอีกกลุ่มนึง ดูแล้วน่าจะเป็พ่อค้าเพราะกำลังนั่งตัวสั่นเทา แอบอยู่ข้างรถม้า 5 คันที่จอดอยู่กลางทาง
“ ฮึ.. พวกโจรใจทราม กล้ามาปล้นสินค้าที่กลุ่มอินทรีเหินของข้าคุ้มครองรึ ”
เสียงของชายผู้นึง กล่าววาจาออกมาด้วยความโกรธเคือง
“ ฮ่าๆๆ.. ไม่ว่าจะเป็ใครข้าผู้นี้ก็จะปล้น พี่น้องทั้งหลายพวกเรามากกว่า ฆ่ามันให้หมด ”
ฝ่ายชายชุดดำผู้หนึ่งดูแล้วน่าจะเป็หัวหน้าโจร แผดเสียงกล่าวออกมาด้วยความฮึกเหิม ก่อนจะนำสมุนบุกเข้าโจมตีกลุ่มทหารรับจ้างอย่างหนักหน่วง ไม่นานกลุ่มทหารรับจ้างที่มีจำนวนคนน้อยกว่า เริ่มตกเป็ฝ่ายตั้งรับอย่างเห็นได้ชัด
ซิ่วอิงหันมากล่าวกับบิดาว่า
“ ท่านพ่อ.. เราจะเข้าไปช่วยพวกเขาหรือไม่ ”
“ ช่วยสิอิงเอ๋อร์.. นี่คือกลุ่มอินทรีเหินเพื่อนของพ่อเอง ”
จ้าวเว่ยเอ่ยจบก็ทะยานตัวเข้าไปยังการต่อสู้นั้นทันที ซิ่วอิงก็ตามบิดาไปติดๆ
“ เหอะ.. พวกเ้าเป็ใคร เข้ามายุ่งเกี่ยวเื่ของพวกข้า ไม่กลัวตายรึยังไง ”
หัวหน้าโจระโขึ้นมาเสียงดัง เมื่อเห็นว่ามีคนภายนอกเข้ามาช่วยกลุ่มทหารรับจ้าง
“ ฮึ.. พวกโจรถ่อยกล้าปล้นผู้อื่นกลางวันแสกๆ ช่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดบ้างเลย ”
จ้าวเว่ยกล่าวพร้อมกับฟาดฝ่ามือด้วยพลังปราณระดับปฐี เข้าใส่กลุ่มโจรอย่างหนักหน่วง จนกลุ่มโจรต้องถอยห่างออกไปด้วยความใ
ฝ่ายตงห่าวและกลุ่มทหารรับจ้าง เมื่อเห็นผู้ที่เข้ามาช่วยชัดๆ จึงเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ
“ จะ จ้าวเว่ย.. นี่เ้าเองหรอกรึ..”
“ เป็ข้าเองสหาย.. อย่าเพิ่งพูดอะไรเอากระบี่มาให้ข้า แล้วพวกเรามาสังหารพวกโจรให้สิ้นซากกันก่อนเถอะ ”
จ้าวเว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มองหน้าสหายเก่าและหันไปพยักหน้าให้ทุกคน ในกลุ่มทหารรับจ้างที่คุ้นเคยกันดีในอดีต ถึงจะมีหญิงสาวแปลกหน้าอยู่คนนึงก็ถือว่าเป็พวกเดียวกัน
“ ฮ่ะๆๆ.. ได้เลยสหายข้า ในเมื่อพวกเรากลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง เช่นนั้นก็มาร่วมมือกันฆ่าพวกโจรถ่อยเหล่านี้ ให้สนุกมือไปเลย.. ฮ่ะๆๆๆ ฆ่ามันนน ”
เมื่อตงห่าวผู้เป็หัวหน้ากล่าวจบ ก็นำกระบี่จากแหวนมิติส่งให้จ้าวเว่ย แล้วทะยานเข้าไปหาหัวหน้าโจรทันที โดยที่จ้าวเว่ยและกลุ่มหทารรับจ้างอีก 8 คน พุ่งทะยานตามเข้าไปห้ำหั่นกับสมุนโจรอย่างบ้าคลั่ง
ซิ่วอิงยืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ไม่ตามเข้าไปต่อสู้เพราะมั่นใจในพลังยุทธของบิดา ที่ตัดผ่านพลังปราณระดับปฐีไปแล้ว อีกทั้งพลังของกลุ่มโจรนั้น ผู้ที่เป็หัวหน้ามีขั้นพลังอยู่ระดับยอดยุทธขั้นสูง ซึ่งอยู่ในชั้นเดียวกับตงห่าวหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง ส่วนอีก8 คนของกลุ่มทหารรับจ้างอยู่ในระดับยอดยุทธขั้นต้น ส่วนสมุนโจรมีระดับยอดยุทธขั้นต้นอยู่ 5 คน ที่เหลืออีก 20 กว่าคน มีพลังยุทธไม่เกินระดับชั้นปรมาจารย์ขั้นกลางเท่านั้น
‘ปังงง’
‘เคร้งง’
‘อ๊ากก’
แล้วก็เป็อย่างที่ซิ่วอิงคาดการณ์ เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ บิดาของเธอก็สังหารกลุ่มโจรไป 10 กว่าคน ดูแล้วการต่อสู้คงจะสิ้นสุดลงในเวลาอีกไม่นาน ซิ่วอิงจึงหันไปกล่าวกับพ่อค้าชายวัยกลางคน ซึ่งน่าจะเป็ผู้นำของกลุ่มคนที่แอบอยู่ข้างรถม้า
“ ท่านลุง.. มีใคราเ็บ้างหรือไม่เ้าคะ..”
“ เอ่อ.. ไม่มีขอรับท่านจอมยุทธหญิง ”
ชายวัยกลางคนเป็เพียงพ่อค้าวานิชย์ธรรมดา ซึ่งว่าจ้างกลุ่มทหารรับจ้างให้คุ้มกันไปส่งยังเมืองัคราม เพราะเลิกกิจการในเมืองัฟ้าด้วยปัญหาบางอย่าง
“ ท่านลุงค้าขายอะไรเ้าคะ.. แล้วทำไมถึงได้ย้ายไปค้าขายที่เมืองอื่นเสียละ ”
ซิ่วอิงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“ ข้าเปิดร้านขายแพรพรรณในเมืองัฟ้า.. เมื่อไม่กี่วันมานี่มีร้านค้าแพรพรรณร้านใหม่มาเปิดแข่ง ร้านใหม่เขามีเส้นสายกับผู้มีอำนาจตระกูลใหญ่ในเมือง แล้วใช้อิทธิพลมาบังคับร้านข้าให้ย้ายออกจากเมือง ตัวข้ากับภรรยาแล้วก็ลูกๆ ไม่มีปัญญาไปสู้กับเขาหรอก.. เฮ้อ.. ”
“ หือ.. เป็เช่นนี้เองหรือ ”
ซิ่วอิงรำพึงออกมาเบาๆ
แล้วในขณะนั้นเอง ท่านพ่อของเธอกับกลุ่มทหารรับจ้างก็พากันเดินกลับมา ซิ่วอิงได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันกลับไป เห็นท่านพ่อกับกลุ่มเพื่อนทั้ง 9 คน เป็ชาย 6 คน หญิงสาว 3 คน ต่างก็อยู่ในสภาพที่เหนื่อยอ่อนได้รับาเ็กันทุกคน ยกเว้นท่านพ่อของเธอ ที่มีเพียงรอยฉีกขาดของเสื้อผ้าเพียงเล็กน้อย จึงเอ่ยถามว่า
“ ท่านพ่อ.. เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ”
“ พ่อไม่เป็อะไรหรอก.. แต่พวกท่านลุงกับบรรดาอาๆของเ้าต่างก็าเ็กันทุกคน.. อิงเอ๋อร์.. นี่คือท่านลุงตงห่าว และกลุ่มทหารรับจ้างอินทรีเหิน.. สหายของพ่อ..”
จ้าวเว่ยตอบบุตรสาวพร้อมกับเอ่ยแนะนำให้รู้จัก
“ คารวะท่านลุงและท่านอาทุกท่านเ้าค่ะ ”
ซิ่วอิงป้องมือพร้อมกับโค้งคารวะ
“ ฮ่ะๆๆ.. นี่เ้าคือซิ่วอิงบุตรสาวที่หายตัวไปของจ้าวเว่ยเช่นนั้นหรือ ”
ตงห่าวหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่น
“ เ้าคะท่านลุง.. ข้าเองจ้าวซิ่วอิง ”
“ แล้วใบหน้าเ้าเป็อะไร ถึงได้ใส่หน้ากากปกปิดเช่นนี้ หรือว่า..”
ตงห่าวถามขึ้นมาเมื่อเห็นหน้ากากของซิ่วอิง
“ ไม่มีใดดอกสหายข้า เพียงแต่ใบหน้านาง..เอ่อ.. ” จ้าวเว่ยกล่าวได้แค่นั้นก็หยุด เขาไม่รู้ว่าบุตรสาว้าเปิดเผยหรือไม่
ซิ่วอิงยิ้มน้อยๆให้กับทุกคนแล้วถอดหน้ากากออก ทันทีที่เห็นใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของซิ่วอิง เสียงฮือฮาก็ดังออกมาจากปากของทุกคน
“ อืม.. นับว่าพี่จ้าวเว่ยมีวาสนายิ่งนัก บุตรสาวที่ใครๆต่างคิดว่าตายไปแล้วกลับมิได้ตาย อีกทั้งยังเติบใหญ่เป็สาวน้อยแสนสวยไปแล้ว.. ฮ่าๆๆๆ ”
ชายร่างใหญ่ท่านอาอีกคนนึงเอ่ยขึ้นมา แล้วทุกคนที่เป็สหายของบิดาเธอเข้ามาทักทายอย่างยินดี
“ ขอบคุณเ้าค่ะ.. แล้วจะทำเช่นไรต่อเ้าคะ ”
“ อืม.. นี่ก็ต้องแล้วแต่ผู้ว่าจ้างแล้วละ ท่านเหอท่านจะทำอย่างไรต่อไป.. นี่ก็จะมืดค่ำแล้ว คงจะเดินทางต่อไปได้อีกไม่ไกลแล้วละ ”
ตงห่าวหันไปถามพ่อค้าซึ่งเป็ผู้ว่าจ้าง พร้อมกับหันดูบรรยากาศรอบๆตัว
“ เอ่อ..”
หัวหน้าตระกูลพ่อค้ายังไม่ทันได้เอ่ยอันใด ก็ปรากฏร่างของหญิงวัยกลางคน พร้อมกับเด็กสาวหน้าตาสะสวยวัย 15-16 ปี และเด็กชายวัยไม่เกิน 10 ขวบปี เดินออกมาจากข้างรถม้า แล้วโค้งคารวะให้กับบิดาของซิ่วอิงและสหาย
“ คารวะจอมยุทธทุกท่าน ขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเราเ้าค่ะ ”
“ เป็หน้าที่ของพวกข้าอยู่แล้ว ฮูหยินไม่ต้องเกรงใจ.. แต่ที่ข้าจะถามคือพวกท่านจะเอาเช่นไรกันต่อ เพราะนี่ก็จะมืดค่ำแล้วถ้าเดินทางต่อไปคงลำบาก ”
ตงห่าวเอ่ยขึ้นมา
“ เอ่อ.. พวกข้านั้นไม่มีความเห็นอันใด ต้องแล้วแต่ท่านตง..”
“ ท่านลุงเหอ ฮูหยินเหอ ..ข้ามีข้อเสนอ ท่านจะรับฟังหรือไม่”
ซิ่วอิงเอ่ยออกมาด้วยในใจเธอนั้นมีแผนการอยู่แล้ว เมื่อรับรู้ถึงตัวตนของเถ้าแก่เหอ
“ คุณหนูท่านนี้ ท่านบอกมาได้เลย..”
“ ท่านลุงเหอ.. อีกไม่นานข้าจะเปิดกิจการค้าขายในเมืองัฟ้า ท่านสนในจะมาทำงานกับข้าหรือไม่..”
“ คะ คุณหนูจะทำการค้าเหรอขอรับ.. แต่..”
เถ้าแก่เหอมองใบหน้าอันงดงามของซิ่วอิงอยู่ชั่วครู่ แล้วหันไปมองทางด้านจ้าวเว่ยเหมือนจะสอบถาม จ้าวเว่ยพยักหน้านิดนึง คล้ายกับบอกว่าเขามีความ้าเช่นเดียวกับบุตรสาว
“ แล้วท่านลุงตงห่าวกับท่านอาทุกท่านล่ะเ้าคะ จะมาทำงานกับข้าหรือไม่.. ข้ามีโครงการทำการค้าหลายอย่างในเมืองัฟ้าแห่งนี้ และจะขยายไปอีกหลายเมืองในภายหน้า..”
ซิ่วอิงหันไปถามกลุ่มทหารรับจ้าง ซึ่งเมื่อเธอดูแล้วน่าจะไว้ใจได้ทุกคน เนื่องจากเป็สหายกับบิดาเธอมานาน
“ หือ.. จ้าวเว่ยจริงอย่างที่ลูกสาวเ้าพูดหรือไม่..”
ตงห่าวถามสหายเพื่อความแน่ใจ
“ จริงสหายตง.. 4 ปีที่บุตรสาวข้าหายตัวไป มีวาสนาได้เป็ศิษย์ของท่านเซียนนิรนามท่านนึง.. อีกทั้งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้มามากมาย วันนี้ข้ากับบุตรสาวได้ไปซื้อที่ที่นอกเมืองัฟ้า และจวนอีก 3 จวนภายในเมืองไว้แล้ว.. เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจะเปิดกิจการการค้าหลายอย่างเชียวละ.. เ้ากับเหล่าสหายทุกคนจะมาอยู่กับข้าหรือไม่ ”
จ้าวเว่ยเมื่อมีโอกาสก็ร่ายยาวออกมา พร้อมกับสอบถามทุกคน ซึ่งบรรดาสหายของเขาเมื่อก่อนเขาาเ็ มีทั้งหมด 8 คน แต่เมื่อเจอกันในครั้งนี้ มีสาวสวยแปลกหน้ามาเพิ่มหนึ่งคน แต่ในเมื่อกลุ่มของเขายอมรับเขาก็ยอมรับด้วยเช่นเดียวกัน ทั้ง 9 คนมองหน้ากันเหมือนจะปรึกษากันทางลมปราณ
ซิ่วอิงเห็นทุกคนมีท่าทีคล้อยตามคำพูดของเธอ จึงกล่าวขึ้นมาว่า
“ หากพวกท่านยังลังเล.. ถ้าเช่นนั้น วันนี้พวกท่านกลับเข้าเมืองกันไปก่อน พรุ่งนี้ข้ากับท่านพ่อจะพาท่านแม่และน้องสาว ย้ายเข้าไปอยู่ที่จวนในเมือง.. พรุ่งนี้หากพวกท่านสนใจมาพูดคุยกันที่จวนตระกูลจ้าว ส่วนท่านเหอกับครอบครัวไปพักอยู่ที่จวนข้าก่อนได้.. เป็จวนที่ข้าเพิ่งซื้อมาจากผู้าุโซูผู้ดูแลหอประมูล.. คิดว่าทุกท่านน่าจะรู้จัก..”
“ หา.. นี่เ้าซื้อจวนของท่านซูเหรอเนี่ย.. ข้ารู้จักสิ ใครๆก็รู้กันทั้งนั้น..”
ตงห่าวเอ่ยออกมาด้วยความใ เพราะจวนนั้นเป็จวนที่ใหญ่เป็อย่างยิ่ง อีกทั้งเ้าของคือาุโซูไห่ ผู้ดูแลหอประมูลซึ่งใครๆก็รู้จัก
“ นั่นแหล่ะสหายตง.. เ้าพาครอบครัวท่านเหอไปอาศัยที่นั่นก่อน พรุ่งนี้ค่อยคุยในส่วนรายละเอียดกันดีหรือไม่..”
จ้าวเว่ยเอ่ยแบบรวบรัดตัดความ เพราะนี่ก็เริ่มมืดค่ำแล้ว
“ ได้.. ถ้างั้นข้าต้องพึ่งพวกท่านแล้ว..”
เหอต้าิพ่อค้าผู้ถูกกลั่นแกล้งเอ่ยออกมา
“ เช่นนั้นเอาตามนี้.. ข้าจะพาครอบครัวท่านเหอกลับไปที่จวนของเ้า พรุ่งนี้พวกเราค่อยคุยกัน..”
“ ขอบคุณสหายตงห่าว..”
“ เอาละไปกันได้แล้ว..”
ตงห่าวหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างอินทรีเหินกล่าวจบ ให้ทุกคนขึ้นรถม้ากลับเข้าไปเมืองัฟ้าทันที ส่วนซิ่วอิงกับจ้าวเว่ยผู้เป็บิดา เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านไผ่งามอย่างเร่งรีบ
…………………………………