ก่อนหน้านั้นหนึ่งชั่วยาม
หยางซีอวิ๋นเดินตรวจตราดูรอบเรือนรับรองจึงรู้สึกว่าทหารอารักขาของเ้าเมืองยืนอยู่รายรอบจนผิดสังเกตไม่ใช่เพื่อดูแลปกป้องแต่ทำเหมือน้ากักขังไม่ให้พวกเขาหนีไปที่ใด
แม้แต่อิงฮวาก็รู้สึกได้เช่นกันว่าบรรยากาศที่เป็มิตรเมื่อครู่เปลี่ยนเป็เย็นะเืน่ากลัวเข้ามาแทนที่นางขยับเข้ามาใกล้ศิษย์พี่บอกเขาว่า “ศิษย์พี่ ข้าคิดว่าคนพวกนั้นแปลก ๆเ้าค่ะ"
ผู้เป็ศิษย์พี่พยักหน้าบอกให้นางหาช่องทางหนีเตรียมเอาไว้อย่างเงียบๆ ส่วนเขาจะไปปลุกจื่อเถิงแล้วหนีออกไปพร้อมกันแม้ว่ายามนี้จะมีฝนกระหน่ำเทลงมา
“เ้าค่ะ” นางพยักหน้าทำตามคำสั่ง
ครั้นจะแยกตัวออกไปกลับได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากอีกฟากหนึ่งของประตูที่พวกเขายืนอยู่จึงกระชับอาวุธในมือค่อยๆ ย่างกรายเข้าไปตรวจสอบ
ตุ๊บ!!!
เด็กน้อยคนหนึ่งร่วงตกจากขอบหน้าต่างข้อศอกกระแทกพื้นจนเขียวช้ำ
ปลายกระบี่ของเซียนทั้งสองชี้ไปที่ร่างของเขาเพื่อป้องกันภัยเพราะไม่รู้ว่าเด็กที่ปรากฏกายลับๆ ล่อ ๆ ้าอันใดจากพวกเขา
“ช้าก่อน”เด็กน้อยวัยเก้าขวบร้องห้ามเสียงหลงเพราะกระบี่จ่อคอถึงสองทาง“ข้าจะพาพวกท่านหนีไปจากที่นี่”
“...” อิงฮวามองหน้าหยางซีอวิ๋นไม่รู้ว่าเ้าเด็กตรงหน้ามาไม้ไหนนางตรวจสอบพลังในตัวของอีกฝ่ายแล้วบอกศิษย์พี่ว่า “ไม่มีไอมารแฝงอยู่เ้าค่ะแต่ว่าในตัวเขาคล้ายมีผนึกบางอย่างที่เหมือนศิษย์พี่ทั้งสอง”
หยางซีอวิ๋นได้ยินดังนั้นจึงร่ายพลังเซียนสำรวจแก่นิญญาของเด็กน้อยพลันยิ้มมุมปาก“เทพจุติอย่างนั้นหรือ”
“...” ครานี้เด็กน้อยเป็ฝ่ายงุนงงบ้างไม่รู้ว่าเซียนทั้งสองพูดถึงเื่ใด “พวกท่านอย่าเพิ่งสนใจข้าเลย รีบหนีไปดีกว่า”
เขาเห็นเซียนทั้งสามั้แ่อยู่ข้างนอกเมืองเป่ยแล้วครั้นจะห้ามไม่ให้ตามทหารอารักขาเข้ามาข้างในก็ไม่ทันการเพราะมัวแต่หลบซ่อนตัวจากพวกปีศาจ
เด็กน้อยคนนี้เดิมทีเป็คนของสำนักเซียนที่อยู่อีกเมืองหนึ่งเดินทางมาที่แห่งนี้ราวกับรู้สึกว่ามีภารกิจบางอย่างที่ต้องทำแต่เพราะพลังเซียนที่ต่ำกว่ากำหนดจึงไม่อาจต่อกรกับพวกมารปีศาจได้โดยตรง
กระนั้นยังมีใจอยากช่วยเหลือพวกเขาจึงไม่ย่อท้อแอบเข้ามาจนถึงจวนแห่งนี้ได้
“กว่าข้าจะมาที่นี่ได้ต้องตากฝนแอบทำทางหลบหนี”เขาบ่นพึมพำสูดน้ำมูกเพราะไม่สบาย “เ้าเมืองเป่ยเป็คนไม่ดีอาจารย์บอกว่าเขานับถือมารปีศาจจึงไหว้วานให้ข้ามาดักรอดูสถานการณ์”
เสียงฟ้าร้องกระหึ่มก้องหยางซีอวิ๋นและอิงฮวาััได้ว่าพลังชั่วร้ายหลั่งไหลเข้ามายังจวนแห่งนี้ทั้งคู่จึงรีบไปปลุกจื่อเถิงจากภวังค์ก่อนที่ความวุ่นวายจะก่อตัว
เด็กน้อยยืนรอทั้งสามอยู่ที่ด้านหลังพลางโบกมือให้สัญญาณยามที่ทหารอารักขาเผลอตัว
เพียงหนึ่งก้านธูปพวกเขาก็หลบพ้นออกมานอกเมืองเป่ยด้วยความช่วยเหลือของเด็กน้อย
สายฟ้าฟาดผ่าลงในเมืองเป่ยดังเปรี้ยงไอมารสีดำลอยฟุ้งเหนือจวนเ้าเมืองจึงทำให้เซียนสำนักรู้ว่าพวกเขาเพิ่งจะหนีจากจอมมารได้อย่างหวุดหวิด
“ขอบใจเ้ามาก แต่ว่าพวกเราแยกจากกันตรงนี้ดีกว่าพบกันครั้งหน้าข้าจะตอบแทนความช่วยเหลือของเ้า” หยางซีอวิ๋นเอ่ยปากบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เ้าเด็กน้อยยิ้มแป้นรู้สึกว่าทำตามคำสั่งของอาจารย์ได้สำเร็จจึงกล่าวอำลาเซียนทั้งสามแล้วแยกตัวกลับสำนักของตนเอง
จากนั้นจื่อเถิงและคนที่เหลือจึงร่ายพลังเซียนขี่กระบี่หนีไปให้ไกลจากเมืองเป่ยโดยไม่รีรอ
หากแต่คนที่อยู่ในจวนเ้าเมืองกำลังบ้าคลั่งเพราะนางแต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกได้ถึงพลังเทพที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในเรือนรับรองกงจื่อเย่ยิ้มมุมปากด้วยความเ้าเล่ห์
เขาร่ายพลังมารเสาะหาจื่อเถิงด้วยความตื่นเต้น ค่อย ๆ เกี่ยวใยบาง ๆที่นางหลงเหลือเอาไว้แล้วกระชากอย่างแรง
จื่อเถิงพลันรู้สึกได้ว่าร่างของนางถูกมือที่มองไม่เห็นฉุดรั้งเอาไว้จึงพยายามสะบัดหนี
เขาหัวเราะลั่นเพราะรู้ว่านางติดกับเข้าแล้ว “โจวเหวินหลง เฉินซือหยางจัดการนางเสีย” เขาสั่งลูกน้องทั้งสองคนให้ตามสายใยที่เขาเกี่ยวเอาไว้
ไม่นานนัก จอมมารและลูกน้องก็โผล่มาขวางทางเซียนทั้งสามทันเวลา
หยางซีอวิ๋นเข้ามายืนขวางศิษย์น้องเอาไว้สีหน้าจริงจังเคร่งเครียดเพราะจำได้ว่าเคยสู้กับพวกเขามาก่อน
ดวงตาของอิงฮวาเบิกโต นางถือกระบี่เซียนไว้แน่นชี้ไปทางัดำครานี้จะไม่ยอมตกเป็เหยื่ออย่างแน่นอน
ด้านหลังสัตว์อสูรมีเงาของคนผู้หนึ่งขยับออกมาสุดท้ายแล้วจื่อเถิงจึงได้เผชิญหน้ากับจอมมารผู้นี้เสียที
“ดวงตาสีฟ้า เรือนผมสีขาว” กงจื่อเย่ทวนสิ่งที่เคยได้เห็นในภาพนิมิต“ในที่สุดก็ได้เจอเ้า”
“ศิษย์พี่...” นางเรียกหยางซีอวิ๋น ท่าทีหนักใจมองหาทางหนีทีไล่
“รักษาสัญญาได้หรือไม่จื่อเถิง” จู่ ๆหยางซีอวิ๋นก็พูดถึงสิ่งที่เคยบอกก่อนออกเดินทาง “ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้นอย่าผิดสัญญา”
เขารู้ตัวดีว่าหน้าที่ของตนเองคงจบสิ้นลงแต่เพียงเท่านี้เขาจะปกป้องจื่อเถิงและอิงฮวาให้ได้ ยอมเป็เหยื่อล่อเพื่อถ่วงเวลาให้ศิษย์น้องทั้งสองคนหนีอีกครา
“ไม่ได้นะเ้าคะ” จื่อเถิงส่ายหน้าปฏิเสธ
“ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น” อิงฮวาบอกกับหยางซีอวิ๋นเสียงสั่นเครือในใจหวาดกลัวไม่น้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับจอมมาร
“คำขอของข้า ให้กันไม่ได้เลยหรือ” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนอ้อนวอนให้ศิษย์น้องทำตามความปรารถนาสุดท้าย
เซียนสำนักดารา์ต่างอาลัยอาวรณ์ไม่มีใครยอมปล่อยใครในขณะที่จอมมารยืนกอดอกมองดูสถานการณ์ตรงหน้า “เหตุใดพวกเ้าถึงชอบเมินข้านัก”
กงจื่อเย่สังเกตได้ว่านอกจากพวกเทพเซียนภพ์แล้วมนุษย์ตรงหน้าก็กล้าเมินตัวตนของเขาด้วยหรือ
จอมมารไม่สบอารมณ์จึงสั่งให้ลูกน้องโจมตีศัตรูโดยไม่ต้องออมมือ
เฉินซือหยางปะทะกับหยางซีอวิ๋นพลังมารปีศาจและกระบี่เซียนกวัดแกว่งสู้กันด้วยความเคร่งเครียดส่วนโจวเหวินหลงแปลงกายเป็ัดำเผชิญหน้ากับจื่อเถิงและอิงฮวาด้วยฝีมือที่เป็ต่อ
ยามนี้จื่อเถิงไม่อาจใช้พลังเซียนได้เต็มที่เพราะกงจื่อเย่ฝังพลังมารไว้ในสายใยแก่นิญญาของนางยิ่งจื่อเถิงฝืนใช้พลังเซียนมากเท่าใดนางจะยิ่งทรมานมากขึ้นเพราะพลังมารที่เล็ดลอดเข้าไปในแก่นิญญา
สีหน้าของจอมมารพึงพอใจในผลงานของตนเองจึงยืนดูทั้งสองฝ่ายสู้กันด้วยท่าทีสบายๆ “เ้าน่ะหรือปรปักษ์ของข้า” เขาพึมพำอยู่คนเดียว “ตัวเล็ก ๆอย่างเ้าน่ะหรือเป็ผู้สังหารข้า”
ครั้นเวลาผันผ่านล่วงเลยมาหนึ่งชั่วยามลูกน้องทั้งสองยังไม่อาจโค่นล้มมนุษย์ธรรมดาได้ เขาจึงคิดจะลงมือด้วยตัวเอง
กงจื่อเย่ร่ายพลังมารปีศาจหมายจะกำจัดจื่อเถิงทีเผลอจะได้จบงานที่ค้างคาใจมานานเสียที
ไอมารจำนวนมหาศาลก่อตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายกงจื่อเย่แสยะยิ้มแล้วสะบัดข้อมือสั่งให้มันพุ่งโจมตีจื่อเถิงในพริบตา
หากแต่หยางซีอวิ๋นเห็นเข้าจึงรุดป้องกันจื่อเถิงโดยไม่คิดชีวิตไฉนเลยจะสู้กับพลังมารที่ถาโถมเข้ามาได้จึงถูกความชั่วร้ายทะลวงร่างจนกระอักเืสูญสิ้นพลังเซียนที่สั่งสมมาในทันที
“ศิษย์พี่!!!” ศิษย์น้องทั้งสองร้องลั่น
“หนีไป!!!” หยางซีอวิ๋นใช้พลังเฮือกสุดท้ายะโก้อง
ฝ่ายจอมมารหัวเสียที่พลาดเป้าไปแต่กลับนึกเล่นสนุกในเมื่อพลังมารทะลุร่างเซียนผู้นั้นแล้วล่ะก็เขาควรจะแสดงให้เทพดาราผู้นี้ได้เห็นอะไรน่าตื่นเต้นเสียหน่อยจึงรั้งทั้งสามคนเอาไว้ในไอมารของตนเองก่อนจะกำมือราวกับบีบบังคับบางอย่างเหมือนเคย
“...” หยางซีอวิ๋นพยายามพูดกับศิษย์น้องทั้งสองคนเป็ครั้งสุดท้ายแต่ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีดำรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าแสนอ่อนโยนของเขา
“ศิษย์พี่!!!” จื่อเถิงเรียกสติคนตรงหน้านางไม่อาจขยับตัวได้เพราะถูกไอมารของกงจื่อเย่
เวลานี้หยางซีอวิ๋นถูกจอมมารควบคุมทุกอณูไม่อาจต่อต้านพลังชั่วร้ายได้อีกต่อไป
กงจื่อเย่ไม่ได้ควบคุมให้เขาสังหารศิษย์น้องของตนเองแต่กลับใช้พลังมารกัดกินพลังชีวิตของหยางซีอวิ๋นทีละนิดให้เซียนอย่างเขาััได้ถึงความทรมานจากภายใน
ร่างของหยางซีอวิ๋นกระตุกด้วยความเ็ปเหลือคณาดวงตามืดดำมีน้ำตาเอ่อไหลจนกลายเป็สายเื
“ศิษย์พี่!!!” จื่อเถิงร้องลั่นด้วยความกลัว
กลัวว่าจะต้องเสียเขาไปตลอดกาล