หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายจบลงไปชื่อเสียงของต้าหมิงก็โด่งดังขึ้นอีกครั้ง ไม่เพียงแค้ชื่อเสียงของต้าหมิงที่โด่งดังแต่ในฐานะผู้อัญเชิญที่มีสถานะด้อยที่สุดในบรรดาจอมเวทย์ก็ต้องเปลี่ยนไป
ปกติบรรดาผู้อัญเชิญที่ไม่มีตระกูลใหญ่คอยหนุนหลังมักจะไม่มีทรัพยากรและไม่มีความสามารถในการตามหาสัตว์เวทที่แข็งแกร่งทำให้ความสามารถของพวกเขามีขีดจำกัด
แต่เพราะต้าหมิงนั้นมีตำราอสูรมายาซึ่งต้าหมิงไม่จำเป็นต้องไปหาสัตว์เวทที่ใหนทำให้ข้อเสียนี้หายไป แต่ว่าอสูรมายาของต้าหมิงก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย หนึ่งการเรียกอสูรมายาแต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้พลังเวทย์จำนวนมหาศาลซึ่งต่างจากสัตว์เวทธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์มากมายอะไร
หลายวันต่อมาอาการบาดเจ็บของต้าหมิงก็ดีขึ้นและสามารถเดินได้ตามปกติ ต้าหมิงอดที่จะเป็นห่วงจ้าวหยูเฟยไม่ได้จึงได้เข้ามาตำหนักของจ้าวหยูเฟยทันที
“เจ้าหายดีแล้วงั้นเหรอถึงได้มาหาพี่สาวของข้า” จ้าวหลานเห็นต้าหมิงเดินเข้ามาก็อดที่จะกล่าวหยอกล้อไม่ได้
“ก็อย่างที่ท่านเห็น” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มขมขื่น
สำหรับตนเองรู้สึกโชคดีมากที่สามารถรอดจากเนื้อมือของครึ่งอสูรระดับจอมพลมาได้ ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นมันไม่มีทางจะหนีออกมาจากสถานที่แห่งนั้นได้แน่นอน
“แล้วพี่สาวหยูเฟยเป็นอย่างไรบ้าง” ต้าหมิงกล่าว
“อืมอาการดีขึ้นมาก โชคดีที่ท่านจักรพรรดิไปถึงทันไม่งั้นอาการคงหนักกว่านี้” จ้าวหลานกล่าวด้วยสีหน้ากังวล
“ทั้งหมดมันเป็นความผิดของข้า ถ้าไม่ใช่เพราะข้านางคงไม่ต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้” ต้าหมิงกล่าว
“เจ้าอย่าได้โทษตัวเองเลยทั้งหมดมันเป็นหน้าที่ของนาง ซึ่งการปกป้องเจ้าเป็นส่งที่นางต้องกระทำ แต่ถ้าเจ้ายังรู้สึกโทษตัวเองอยู่ละก็เจ้าก็นำความเจ็บปวดนั้นมาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นซะ” จ้าวหลานกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว อ้อแล้วเรื่องของพวกตระกูลหวังละ” ต้าหมิงกล่าว
“จอมเวทย์ของตระกูลหวังที่เข้ามาในวังหลวงเมื่อตอนนั้นได้ถูกสังหารหมดแล้ว ท่านจอมพลสูงสุดได้ออกคำสั่งลงไปให้ค้นหาที่ซ่อนของตระกูลหวังอย่างบ้าคลั่งจนตอนนี้พวกเราพบที่ซ่อนของพวกมันทั้งหมด 5 แห่งแล้ว” จ้าวหลานกล่าว
“มากขนาดนั้นแสดงว่ามีคนคอยให้ที่ซ่อนแก่พวกมันสินะ” ต้าหมิงกล่าว
“ใช่ เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้วแต่เรายังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดพวกมันเท่านั้นเอง” จ้าวหลานกล่าว
“แล้วทำไมตระกูลหวังถึงจ้องเล่นงานข้า” ต้าหมิงกล่าว
“เรื่องนั้นมันก็ดูออกไม่ยากถ้าเจ้าตั้งใจคิดถึงเหตุผลที่พวกครึ่งอสูรทั้งสองพุ่งเป้ามาที่เจ้า” ในตอนนั้นเองเสียงของจักรพรรดิหญิงก็ดังขึ้น
“ท่านหมายความว่ายังไงกัน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าขบคิด
แต่ไม่นานใบหน้าของต้าหมิงก็ตื่นตระหนก ใช่แล้วสำหรับตระกูลหวังเขาไม่ใช่เป้าหมายที่สำคัญอะไรเลยนอกจากตำราอสูรมายา แต่สำหรับเผ่าครึ่งอสูรนั้นตำราอสูรมายานั้นสำคัญอย่างมากและตนเองที่เป็นผู้ใช้ก็สำคัญไม่แพ้กันเพราะงั้นพวกนั้นถึงได้ต้องการต้าหมิงไปแบบตัวเป็นๆ
“พวกนั้นต้องการทำให้ดินแดนครึ่งอสูรและอาณาจักรอัคคีเกิดความขัดแย้งงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว
“ถูกต้อง แผนการของตระกูลหวังน่าจะต้องการให้ข้าและดินแดนครึ่งอสูรต่อสู้กันหลังจากนั้นพวกมันก็จะลอบมาแทงข้างหลังข้าอีกที” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แล้วตอนนี้พวกมันทั้งหมดถูกสังหารหรือยัง” ต้าหมิงกล่าว
“ยัง จอมเวทย์ระดับจอมพลของพวกมันหายตัวไปหมดแล้วซึ่งน่าจะมีคนแจ้งข่าวและให้พวกมันหลบหนีไปแล้ว” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“แล้วท่านสงสัยใครบ้าง ตระกูลหลาง จวิ้นหรือพั่ว” ต้าหมิงกล่าว
“ตระกูลพั่วนั้นไม่มีทางทรยศข้าหรอกเพราะพวกเขารู้ดีว่าหากขาดข้าพวกเขาจะเป็นยังไง เหลือแต่ตระกูลหลางกลับตระกูลจวิ้น ตระกูลหลางนั้นน่าสงสัยที่สุดแต่ตระกูลจวิ้นเองกฌมีความทะเยอทะยานที่สูงมากเช่นกัน หลายปีมานี้พวกเขาพยายามที่จะสู่ขอพวกขุนพลสาวของข้าอยู่ตลอดเห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดจะใช้พวกนางเพื่อเข้าใกล้ตัวข้า” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ข้าไม่ยอมเด็ดขาดพวกนางทั้งหมดต้องเป็นของข้า” อยู่ๆต้าหมิงก็คำรามออกมา
“หืม!!!!!!!!!!” จักรพรรดิหญิงและจ้าวหลานกลายเป็นแสดงสีหน้าเย็นชาเมื่อมองมายังต้าหมิง
“เอ่อ!!!!!!!!!!!!!” ต้าหมิงที่รู้ตัวว่าหลุดปากไปถึงกับแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา
“นี่เจ้าคิดจะครอบครองสาวงามทั้งหมดในอาณาจักรโดยไม่เห็นหัวของข้าเลยงั้นเหรอ” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยรอยยิ้มแล้วเดินมาทางต้าหมิง
“ใช่แล้ว นี่คือเป้าหมายใหม่ของข้าเพราะท่านทำให้ความฝันของข้าในหมู่บ้านเล็กๆนั่นพังลงข้าจึงต้องหาเป้าหมายใหม่” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“พรวด!!!!!!!!!” จ้าวหลายที่เห็นต้าหมิงพูดเรื่องไร้สาระในสีหน้าจริงจังก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้
“ดูเหมือนเพียงข้าคนเดียวจะไม่พอใจเจ้าสินะ” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ไม่พอ ไม่พออย่างแน่นอน” ต้าหมิงยืนกรานกล่าว
เส้นเลือดปรากฎบนหน้าผากของจักรพรรดิหญิงถ้าไม่ใช่ว่าเพราะต้าหมิงยังไม่หายดีนางคงจะลงมือสั่งสอนต้าหมิงไปแล้ว
“เจ้าไปรักษาตัวให้หายดีซะจากนั้นก็ขยันบ่มเพาะให้หนัก ไม่อย่างงั้นสักวันเจ้าอาจจะสูญเสียเป้าหมายของเจ้าอีกครั้งก็ได้” จักรพรรดิหญิงกล่าว
ต้าหมิงที่เห็นว่าจักรพรรดิหญิงไม่ลงมือก็ถอนหายใจก่อนจะรีบเดินจากไป เมื่อเห็นต้าหมิงจากไปสายตาของนางก็อดที่จะสั่นใหว
“ถ้าจะโทษก็จงโทษที่ข้าเถอะเพราะความเห็นแก่ตัวของข้าทำให้ชีวิตอันสงบของเจ้าต้องหายไปตลอดกาล” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ท่านจักรพรรดิ ข้าอยากจะถามคำถามหนึ่งไม่ทราบว่าท่านสามารถตอบข้าได้หรือไม่” จ้าวหลานกล่าว
“ว่ามาเถอะเจ้าและพี่สาวของเจ้าไม่ใช่คนอื่นคนใกลสำหรับข้า” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ถ้างั้นข้าก็ขอเสียมารยาท สำหรับท่านแล้วต้าหมิงคืออะไรงั้นเหรอ แล้วสักวันหนึ่งท่านจะแต่งงานกับเขาหรือไม่หรือเมื่อใช้งานเขาเสร็จท่านจะทิ้งเขาไป” จ้าวหลานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
จักรพรรดิหญิงถึงกับขมวดคิ้วทันที ใช่แล้วเป้าหมายที่แท้จริงของนางที่นำต้าหมิงมาไว้ใกล้ๆตัวเพราะต้าหมิงคือคนที่จอมปราชญ์ทำนานว่าจะช่วยให้นางออกไปจากทวีปแห่งนี้ได้แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคือนางและต้าหมิงจะต้องแต่งงานกัน
นี่คือข้อเสนอของจอมปราชญ์ แต่แรกนางไม่รู้เลยว่าจอมปราชญ์นั้นทำไมถึงต้องให้นางแต่งงานกับต้าหมิงทั้งๆที่ให้ต้าหมิงมาเป็นศิษย์ของนางก็ยังได้ แต่นางก็ไม่สนใจเพื่อเป้าหมายที่เห็นแก่ตัวของนางแล้วนางยินยอมที่จะแต่งงานกับต้าหมิงในสักวัน