บทที่ 43
“อามินอยู่ไหน!!” ทั้งทีที่สิ้นเสียงภาม อลันกับเมมี่เหมือนเพิ่งสังเกตุเห็นว่าอามินไม่เล่นอยู่ในน้ำตกแล้ว อลันรีบกระโจนลงไปในลำธาร ยิ่งเข้าใกล้บริเวณให้น้ำตก ระดับน้ำก็ลึกมากขึ้นเรื่อยๆ แรงจากน้ำที่ตกลงมากระทบผิวน้ำ แรงจนกระทบดินเบื้องล่าง ทำให้น้ำบริเวณรอบใต้น้ำตกไม่ใสเหมือนบริเวณขอบลำธาร อีกทั้งแรงจากน้ำตกนี้ยังก่อให้เกิดระรอกคลื่นไม่ใหญ่ไม่เล็ก อลันดำลังไปใต้น้ำตก พยายามมองหาร่างอามิน เมื่อโผล่พ้นน้ำก็ตะโกนเรียกชื่ออามิน แล้วก็ดำลงไปในน้ำอีก ทำอย่างนั้นซ้ำๆ แต่ไม่พบแม้แต่เงาของอามิน เมมี่เองก็รีบก้าวลงไปในลำธาร พยายามรีบก้าวทวงกระแสน้ำ ตรงไปยังแอนเน่ที่ลอยคออยู่ แต่ภามเร็วกว่า ก้าวกึ่งวิ่งผ่านเมมี่เข้าไปหิ้วเอวแอนเน่ แล้วก้าวกลับไปบนฝั่ง จับเด็กหญิงหมุนดูรอบตัวเมื่อพบว่าไม่มีบาดแผลอะไรก็เบาใจ “เกิดอะไรขึ้น” ภามกล่าวถาม พร้อมกับลูบหลังแอนเน่เบาๆ เป็นการปลอบขวัญ“พะ.. พี่.. พี่อามิน.. พี่ใหญ่.. พี่” แอนเน่กล่าวติดๆ ขัดๆ น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาตามแก้มเป็นสาย“ใจเย็นๆ นะ ไม่เป็นไร ท่านพ่อเจ้ากำลังตามหาพี่เจ้าอยู่” เมมี่ที่กลับขึ้นมาบนฝั่ง กล่าวปลอบลูกสาว พร้อมกับรวบตัวเด็กน้อยเข้าไปกอด และลูบหลังเบาๆ“พี่เขาว่ายไปเล่น..ฮึก ไปเล่นใกล้ๆ ใต้น้ำตก อยู่ๆ เหมือน.. ฮือ.. กระแสน้ำใต้น้ำตกแรงมาก..” ภามฟังถึงตรงนี้ก็พอเข้าในเหตุการณ์ จึงกระโดดลงไปในธารน้ำ โดยไม่ได้รอฟังจนจบ ปล่อยให้เมมี่ดูแอนเน่อยู่บนฝั่ง เขาค่อยก้าวเข้าไปใกล้ใต้น้ำตกมากขึ้นเรื่อยๆ อลันที่ดำผุดดำว่ายอยู่แถวนั้นนานแล้วก็ยังไม่เจออามิน เริ่มจะสำลักน้ำติดๆ กันอยู่หลายครั้ง “แถวนี้แรงอัดจากน้ำตกแรงมาก ถ้าไม่ไหวกลับขึ้นไปก่อน ข้าหาต่อเอง” ภามคว้าไหล่อลันที่กำลังไอ แต่กลับจะดำลงไปในน้ำอีก“ข้า แค๊กๆ.. ข้าไหวขอรับ” อลันกล่าวอย่างรีบร้อน เตรียมจะมุดตัวลงไปในน้ำอีกครั้ง“ได้ แต่อย่าฝืนจนจมน้ำไปอีกคนล่ะ เข้าใจหรือไม่” ภามกล่าวเตือนอีกครั้ง ก่อนจพยอมปล่อยมือจากไหล่ของอลัน ภามดำน้ำลงไปในลำธาร พยายามว่ายเข้าไปใต้น้ำตก แต่ยิ่งว่ายเข้าใกล้บริเวณใต้น้ำตกมากเท่าไหร่ กระแสน้ำจากแรงน้ำที่ตกลงมากลับผลักเขากลับออกมา อีกทั้งการลืมตามองสิ่งต่างๆ ใต้น้ำก็ยากอยู่แล้ว แต่น้ำตกที่กระทบผิวน้ำด้านล่าง ยังทำให้มองเห็นภาพตรงหน้าได้ยากมากขึ้นไปอีก ภามว่ายกลับไปบนผิดน้ำ สูดอากาศเข้าปอด ตั้งสติ และค่อยๆ ถอยห่างออกจากใต้น้ำตก ก่อนจะดำกลับลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไปได้ว่ายไปไหน แต่กับลืมตา สอดส่ายสายตาไปรอบๆ ใต้น้ำ พยายามมองหาร่างของอามิน แต่มอบจนรอบแล้วก็ยังไม่พบ เขาจึงว่ายเข้าไปใกล้ใต้น้ำมากขึ้นอีกนิด พยายามเพ่งสายตามองไปใต้น้ำตกอยู่ครู่ใหญ่ และในที่สุดภามก็เห็นเงาร่างเล็กล่างๆ อยู่ใต้กระแสน้ำตกจริงๆ แต่เนื่องจากร่างนั้นอยู่ใต้น้ำตกพอดี แรงจากน้ำตกจึงอัดลงมาจนร่างลอยขึ้นไปบนผิวน้ำไม่ได้เมื่อเห็นร่างที่คาดว่าน่าจะเป็นอามิน ภาพรีบว่ายขึ้นไปบนน้ำอีกครั้ง สูดอากาศเข้าปอด ก่อนจำดำลงไปในน้ำ ครั้งนี้เขาพยายามดำลงไปให้ดินพื้นดินใต้ลำธาร เพื่อให้พ้นจากกระแสน้ำแรงที่เกิดจากน้ำตก จากนั้นค่อยๆ ว่ายทวนกระแสน้ำเข้าไปใต้น้ำตก ด้วยแรงดันน้ำ ทำให้เขาต้องหลับตาลืมตาถี่ๆ อยู่หลายครั้ง แต่ในที่สุดเขาก็คว้าร่างของอามินเอาไว้ได้ เนื่องจากแรงอัดจากน้ำตกที่กดทับลงมา อีกทั้งมีร่างเล็กอีกร่างอยู่ในมือ ทำให้ภามว่ายน้ำไม่ถนัดนัก เขาพลิกตัว จะว่ายกลับออกไปทางเดิม แต่กระแสน้ำกลับดันเขาไปฝั่งตรงข้ามกับทิศที่เขาต้องการ แค่กๆๆภามไอสำลักน้ำออกมาทันทีที่โผล่พ้นน้ำ แต่รอบด้านเขากลับมืดไปหมด มีเพียงจางๆ สาดกระทบผิวน้ำ เขามองไปรอบๆ ตัว ด้านหน้ามืดกว่าบริเวณผิวน้ำตรงนี้ แต่กลับมีพื้นดินแห้งสนิทอยู่ ภามกระชับร่างของอามินเข้ามาในวงแขน และใช้มืออีกข้างค่อยๆ ว่ายเข้าฝั่ง เมื่อขึ้นมาอยู่บนฝั่งแล้ว ภามไม่มีเวลามองสำรวจรอบๆ ว่างร่างของอามินลงกับพื้น“อามิน.. อามิน..” ภามเอ่ยเรียก พร้อมกับตบหน้าเด็กชายเบาๆ เพื่อเรียกสติ เมื่อวิธีการแรกไม่ได้ผล ภามจึงประสานมือลงบนหลังมืออีกข้าง วางส้นมือลงบนกลางหน้าอกบริเวณครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก จากนั้นใส่น้ำหนังลงไปกดหน้าอกถี่ๆ อยู่หลายครั้ง จากนั้นหยุด ลองเรียกชื่ออามิน เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลก็ทำซ้ำอีก ภามทำซ้ำๆ อยู่สามครั้งอามินก็ยังไม่ได้สติ ในขณะที่ภามกำลังตัดสินใจว่าจะต้องผายปอดร่วมด้วย ในที่สุดอามินก็สำลักน้ำออกมาจนหมด เด็กชายอ้าปากหอบเอาอากาศเข้าปอด ก่อนจพสำลักอีกเล็กน้อย ภามจึงช่วยพยุงตัวอามินขึ้น และลูบหลังให้เบาๆ “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ภามถามอย่างเป็นห่วง“ข้าไม่เป็นอะไรแล้วขอรับ ที่นี่... คือที่ไหนกันหรือ” อามินกระพริบตา ปรับตัวให้เข้ากับความมืดสลัวตรงหน้า ก่อนจะหันไปเอ่ยถามภามที่ลูบหลังเขาอยู่“น่าจะเป็นถ้ำหรืออะไรสักอย่างหลังม่านน้ำตกน่ะ” ภามมองผ่าความมืดรอบๆ ตัวก่อนจะตอบ“ขอบพระคุณท่านมาก ที่ช่วยชีวิตข้าไว้” อามินพูด พร้อมกับขยับตัวออกห่าง หมายจะก้มคำนับ“ไม่ต้องๆ” ภามห้าม แล้วพยุงอามินนั่งดีๆ อีกครั้ง ภามนั่งลูบหลังดูอาการอามินอยู่อีกสักพักโดยไม่ได้พูดอะไร เขามองไปรอบๆ แล้วไม่พบทางออกใดๆ นอกจากต้องว่ายน้ำกลับออกไปทางเดิม และในขณะที่กำลังคิดว่าควรว่ายออกไปทางเดิม หรือไปเดินสำรวจหาทางออกอื่นดี อามินก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ “...แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อขอรับ”“อืม... เจ้าไหวหรือเปล่า เราพักกันสักครู่ก่อนดีหรือไม่ จากนั้นค่อยว่ายน้ำกลับออกไป” ภามกล่าว อามินมองผืนน้ำเบื้องหน้า นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย ความรู้สึกยามถูกแรงดันน้ำอัดเข้าหน้าจะสำลัก หายในไม่ออกเมื่อครู่ยังผังอยู่ในใจ เขานิ่งคิด ยังไม่ได้ตอบคำถามของภาม