“อันดา” หยางเจียจุ้นเรียกชื่อเธอก่อนจะหมดสติไป
"ไม่นะท่านอย่าเป็นอะไรนะ เธอเอาน้ำอมฤตให้เขาดื่มลมหายใจของเขากลับมาสม่ำเสมอแต่สติของเขายังไม่กลับมา
“ท่านอย่าเป็นอะไรนะ” อันดาตกใจ ตอนนี้สัญญาณชีพกลับมาแต่ร่างกายบอบช้ำมากเกินไป
อันดาแบกร่างของหยางเจียจุ้นไปที่เตียงแล้วเริ่มฝังเข็มรักษาให้เขา กว่าจะทำการรักษาเสร็จทั้งนวดกดจุดและรมยาให้เขาก็หมดแรง เธอทำได้แค่นั่งรอและหลับไปกับเขาอย่างนั้น
“อันดา” เสียงทุ้มแหบเรียกเธอ
“ใครน่ะ อาจารย์ท่านกลับมาแล้วท่านช่วยข้าดูเขาหน่อย” อันดาเห็นเซียนไผ่เขียวกลับมาแล้วขอร้องให้เขาช่วยคนรักของเธอ
“อ้อ โชคชะตาของเจ้านี่เอง” เฒ่าไผ่เขียวพูดขึ้นหลังจากที่เห็นว่าเขาเป็นใคร
“อาจารย์ท่านช่วยเขาหน่อย” อันดากระวนกระวาย
“ช่วยอะไรกันเจ้ารักษาเขาแล้ว เขาไม่เป็นอะไรหรอกแค่ต้องพักหลังจากที่ไม่ได้พักมาหลายปี เจ้านั่นแหละ ดูจะเหนื่อยมากเลย” เซียนไผ่เขียวหัวเราะเยาะลูกศิษย์ เขาภูมิใจในลูกศิษย์คนนี้มาก การลากเอากาฝากออกจากร่างกายคนไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ
เจ้าหนุ่มหยางเจียจุ้นนี่ก็แข็งแกร่งมากที่กระชากกาฝากมันเปรียบเสมือนกระชากอวัยวะภายในออกมาทั้งหมดทั้งเจ็บและทรมาน ถ้าไม่แกร่งพอก็ทำไม่ได้ และถึงแม้ว่าจะลากมันออกมาได้ ถ้าตัดสายใยนั่นไม่ขาดมันก็สามารถกลับเข้าไปใหม่ได้แต่นางกลับตัดมันออกได้โดยที่ไม่ใช้พลังเซียนตัด
“แล้วทำไมเขายังไม่ฟื้นล่ะ” อันดาร้อนใจ
“เจ้าเด็กโง่เจ้าเป็นหมอทำไมจึงไม่รู้ ปล่อยให้เขาหลับไปก่อน เจ้ากับข้าต้องคุยกัน” มีเรื่องชำระความมากมาย
“เจ้าค่ะ” อันดาตอบ
“เจ้าเขียนวงเวทย์ทำซ้ำใหม่ใช่หรือไม่” เซียนไผ่เขียว
“เจ้าค่ะ มันเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” อันดา
“ทำได้ดีสมบูรณ์แบบทีเดียว แต่เจ้าควรเริ่มเขียนวงเวทย์ที่ซับซ้อนได้แล้วอย่ามัวแต่ทำวงเวทย์ง่ายๆ” เซียนเฒ่าเรียกวงเวทย์ที่อันดาเขียนไว้มาดู เห็นว่าฝีมือเข้าขั้นแล้วไม่จำเป็นต้องทำวงเวทย์ง่ายๆ
“แล้วข้าสามารถทำนอกมิติได้หรือไม่เจ้าคะ” อันดา
“ได้สิ เจ้ากลับมาที่โลกเดิมของเจ้าแล้วพลังไม่ปั่นป่วนแล้ว แต่ข้าขอเตือนว่าอย่าให้ใครรู้มาก” เซียนเฒ่าเตือน
“ทำไมล่ะเจ้าคะ” อันดา
“เพราะว่ามนุษย์นั้นไม่รู้จักพอ หากเขารู้ว่าเจ้าช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ พวกนั้นก็จะมาวุ่นวายกับเจ้าไม่หยุดหย่อน และการทำให้คนคนหนึ่งพึงพอใจแต่คนอื่นอาจไม่ชอบใจ ไม่ควรไปยุ่งเรื่องชีวิตคนอื่นมากนัก” เซียนเฒ่าเตือน
“ได้เจ้าค่ะข้าจะจำไว้” อันดา
“แล้วก็เรื่องของพ่อแม่เจ้า” เซียนเฒ่าต้องบอกนางเรื่องนี้หลังจากไปพบโหราจารย์มาแล้ว
“พ่อแม่ของเจ้าเขารอคอยเจ้าอยู่ทุกวัน แต่พบกันครั้งนี้ เจ้าต้องพบกับการพลัดพรากอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว” เซียนเฒ่า
“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ” อันดารู้สึกหวาดหวั่น การถูกพรากจากครอบครัว ความรู้สึกที่โดดเดี่ยวเพียงลำพังมันทรมานแค่ไหน ใครจะรู้เท่าคนที่ต้องเผชิญหน้ากับมัน
“มันเป็นชะตาชีวิตของเจ้า ลิขิตไว้อย่างนั้น แต่เจ้าสามารถเลือกที่จะตอบสนองกับมันได้อย่างไรต่างหาก เด็กน้อยเจ้าต้องเติบโตขึ้น ดังนั้นเจ้าจึงต้องเรียนรู้ให้มาก” เซียนเฒ่าปลอบ
“แล้วพวกเขาเป็นใครหรือเจ้าคะ” อันดาถาม
“แม่ของเจ้ามีดวงตาสีเขียวเหมือนเจ้า ส่วนพ่อของเจ้าก็เป็นถึงอัครเสนาบดีแช่กู้” เฒ่าเซียนเฉลย
“แซ่กู้หรือเจ้าคะ” อันดาเคยได้ยินแซ่นี้มาก่อน
“ใช่พ่อของเจ้านอกจากแม่ของเจ้าแล้วก็มีอนุอีกคนนึง แค่นั้นไม่มีหญิงอื่น” เซียนเฒ่าย้ำเรื่องนี้
"นอกจากพ่อแม่ เจ้ายังมีน้องชายอีกสองคน คนนึงสิบสองหนาวอีกคนแปดหนาวเขาเกิดหลังเจ้าจากไปไม่กี่เดือน แม่ของเจ้าโกรธพ่อของเจ้ามากที่ทำให้เจ้าหายไป เป็นความผิดของข้าที่ไม่ได้เอาเจ้ามาส่งในทันที
ทำให้นางหนีเขาไปคลอดน้องของเจ้าในอาราม เพราะการจากไปของเจ้าสร้างความลำบากใจให้ครอบครัวของเจ้าอย่างมาก พวกเขาคิดถึงเจ้ามาก ข้าจึงต้องบอกผ่านโหราจารย์ไปว่าเจ้ากำลังจะกลับบ้านเพื่อให้แม่เจ้ายอมกลับบ้าน"เซียนเฒ่ากล่าว
เพราะการประลองหมากรุกกับเจ้าเซียนหยกแดงนั้นติดพันกว่าจะรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปนานมาก เข้าจึงต้องชดเชยเวลาให้นางด้วยการสอนศาสตร์ต่างๆ ให้เพื่อนางจะได้อยู่รอดเมื่อกลับมาอยู่ที่นี่
แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เขาได้ล้างตาและยังได้ท่องเที่ยวต่อไปอีกหนึ่งพันปี เพราะคนแพ้ต้องเฝ้าโคมให้พระโพธิสัตว์ที่กำลังจะจุติองค์ต่อไปนั่นเอง
“แล้วเมื่อไหร่ความทรงจำของข้าจะกลับคืนมาล่ะเจ้าคะ” อันดาถาม
“ความทรงจำของเจ้าจะค่อยๆ กลับคืนมา แต่ข้าขอเตือน ไม่สิ นี่เป็นคำสั่ง เมื่อความทรงจำเจ้ากลับมาห้ามบอกใคร จนกว่าคนทำผิดจะได้รับการลงโทษเข้าใจหรือไม่” เซียนเฒ่ากำชับ
“ทำไมล่ะเจ้าคะ” อันดาถาม
“เพราะคนคนนั้นอาจจะทำร้ายเจ้าและคนรอบข้างได้ จิตมนุษย์ยากแท้หยั่งถึงอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ เรื่องมิตินี่เหมือนอย่าบอกใคร แต่ถ้าคนสงสัยให้บอกว่าเป็นพรที่ข้ามอบให้กับเจ้าแล้วใช้ผงลืมเลือนนี้กับพวกเขา” เซียนเฒ่าให้ผงลืมเลือนนี้แก่อันดา
“แม้แต่พ่อแม่ก็ไว้ใจไม่ได้หรือเจ้าคะ” อันดาถาม
“พวกเขาไว้ใจได้ แต่พวกเขาไว้ใจคนที่ไม่ควรไว้ใจด้วยเช่นกัน” เซียนเฒ่าตอบ
“แล้วนี่อาจารย์จะอยู่กับข้านานหรือไม่เจ้าคะ” อันดาถาม
“เดี๋ยวข้าก็จะไปแล้ว รับเทียนนี้ไว้ จุดเทียนแล้วเป่าทิ้งเพื่อเรียกข้า แลกกับเจ้ากาฝากนั่น” เซียนเฒ่า
“ท่านอาจารย์ผู้เมตตา มาเยี่ยมศิษย์ได้เสมอ ศิษย์นั้นเต็มใจมองของหายากนี่ให้ท่านอาจารย์แม้ว่าจะลำบากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็ตามที แต่ว่ากาฝากนี้อยู่ในร่างของหยางเจียจุ้น เขาลำบากมากที่ต้องดึงมันออกมา แทบหมดลมหายใจ ท่านว่าเขาจะยอมมอบให้ท่านหรือไม่เจ้าคะ” อันดาจอมแสบบอกให้รู้เลยว่าของแลกกันนั้นไม่สมน้ำสมเนื้อ
กาฝากที่ถูกเลี้ยงในร่างกายมนุษย์จนมีความสมบูรณ์และแข็งแรง และร่างนั้นก็เต็มไปด้วยพลังและสติปัญญาอย่างแม่ทัพหยางนั้น ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ แค่ฝนรากของมันก็สามารถเพิ่มพลังได้ดีกว่ายาชูกำลังทั้งโลกรวมกันเป็นไหนๆ
ดังนั้นของชิ้นนี้ื้แลกมาด้วยชีวิตของเขาเธอจะไม่ต่อรองอะไรให้เขาเลยคงเป็นไปไม่ได้
“เด็กเจ้าเล่ห์ เอายานี่ให้เขากิน เขาจะฟื้นตัวได้ในทันที และนี่เป็นแหวนเร้นกายสวมมันไว้ใช้เลือดหยดลงไปเพื่อทำพันธสัญญา วิธีใช้ง่ายมากตอนนี้หัวแหวนเป็นสีเขียว เจ้าใช้นิ้วอีกข้างลูบที่หัวแหวน ถ้ามันปรากฏเป็นสีแดงแสดงว่าคนจะมองไม่เห็นเจ้า” เซียนเฒ่ายื่นแหวนวิเศษให้อันดาด้วยความหมั่นไส้
“แล้วของเขาล่ะเจ้าคะ” อันดายังทวงต่อ เจ็บแทบตาย ได้ยารักษาก็ดีอยู่หรอกแต่น้อยไป ยอมได้ที่ไหน
____________________
อันดาเป็นเด็กขี้งกแค่ไหนถามใจเธอดู