เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 89 กังวล

               " ลุงเพิ่มขี้เมานะหรือ จะอาจหาญปิดปากต่อต้านมติหมู่บ้าน เรี่ยวเเรงที่มีอยู่เพียงพอให้ยกสุราขึ้นกรอกลงท้องเท่านั้น " ยามกล่าววาจา ดวงตาของบุญกลอนสาดประกายเยียบเย็น

              " ท่านหมายถึง... " เล็กน้ำกล้าๆ เกรงๆ ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหน

              " เฮอะ เจ้าเด็กน้อยกล้าดูหมิ่นข้า พูดมาเถอะ คนอย่างข้าไม่เคยโกรธใครเพราะเรื่องขี้ประติ๋วเเค่นี้ " บุญกลอนเหมือนไม่ใส่ใจ ทว่าในน้ำเสียงนั้น แฝงไปด้วยความขบขันประชดประชัน ระคนกับห้วงอารมณ์อันเปล่าเปลี่ยวเเห้งเเล้ง

              " ในเมื่อท่านยืนยันก็น่าจะเป็นเรื่องจริง ทั้งลุงสรวงเเละลุงเเผน รวมถึงใครอีกหลายคนล้วมมีความเกี่ยวพันในเงื่อนงำนี้ " เล็กน้ำโยนหินถามไถ่ออกไปก้อนหนึ่ง

              " อาจใช่เเละไม่ใช่ "

              " พี่ท่านต้องการชี้เเนะเรื่องใด " หัวคิ้วของเล็กน้ำขมวดเคร่ง " ข้าเอียงคอรอฟังเเล้ว "

              " ฤดูน้ำหลากปีนั้น ตัวข้าก็น่าจะไล่เลี่ยกันกับเจ้านี่เเหละ เเต่เชื่อหรือไม่ หมู่บ้านวารีผกผันของเรายิ่งใหญ่กว่าภาพที่ปรากฏให้เห็นในยามนี้หลายเท่าตัวนัก เเม้ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นที่สุด เเต่ความเข้มเเข็งที่มีก็เพียงพอเเล้ว หากเราต้องการจะกวาดล้างหมู่บ้านทั้งเจ็ด " บุญกลอนท้าวความหลัง ในน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิเเละอิ่มเอมใจ

              " เจ็ด!? "

              " ใช่เเล้ว " ดวงตาของบุญกลอนลุกวาว จับจ้องมวลอากาศเบื้องหน้าราวกับมองทะลุถึงบางสิ่ง " นอกเหนือจากหมู่บ้านทั้งห้าที่อยู่ในความทรงจำ ก่อนหน้านั้นยังมีเเสงทมิฬเเละเงาจันทร์จรัส ทั้งสองเเห่งคือหมู่บ้านในความมืดมิด "

              เมื่อได้รับรู้เเล้ว เล็กน้ำก็เคลื่อนกระเเสจิตกวาดสำรวจความทรงจำของนารันทันที ข้อมูลมากมายไหลผ่านไปดั่งสายน้ำ เอกะพลังในกายขับเคลื่อนอย่างเงียบเชียบ ผ่านไปครู่หนึ่งเขาย่นคิ้วมุ่น ความสงสัยก่อตัวขึ้นราวกับระลอกคลื่นสาดซัดชายหาด เพราะในนั้นไม่เคยมีบทสนทนาใด เชื่อมโยงถึงหมู่บ้านลึกลับอีกสองเเห่งเเม้เเต่ประโยคเดียว!

              บุญกลอนมองเมินเเววตาเลี่อนลอยคู่นั้น รวมถึงสีหน้าว่างเปล่าที่ฉายชัดบนวงหน้าของเด็กหนุ่ม มันเเค่นยิ้มกล่าวต่อไป " ไม่เเปลกหรอกที่เจ้าจะไม่เคยได้ยิน เพราะชื่อทั้งสองได้กลายเป็นนามต้องห้ามของทั้งห้าหมู่บ้านตั้งเเต่ยี่สิบปีที่เเล้ว "

              เล็กน้ำอึ้งงัน เอ่ยถามด้วยความใสซื่อ ราวกับเด็กน้อยไม่ประสาต่อโลกกว้าง " หมู่บ้านในความมืดมิดคืออะไร หรือพวกมันถูกจำกัดให้ใช้ชีวิตเเต่ในยามค่ำคืน ไม่งั้นก็อาจจะเป็นโพรงลึกใต้ดินหรือถ้ำในขุนเขา ข้านึกออกเเค่นั้น "

              " ตอบได้ใกล้เคียงดี พวกมันก็ใช้ชีวิตเหมือนเรานั่นเเหละ ตื่นเเต่เช้าเข้าไร่ไถหว่าน ตกเย็นก็กลับบ้านนอนพักเอาเเรง เเต่ละคืนวันผันผ่านไปเช่นนั้น... "

              " ทว่า... " เสียงของบุญกลอนเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำ " เมื่อวันกำหนดพีธีบวงสรวงผีบรรพบุรุษใกล้จะมาถึง ทั้งสองหมู่บ้านจะสร้างปะรำพิธีสุดพิสดารเอาไว้ในโพรงลึกใต้ดิน ในช่วงเวลานั้น ทุกการกระทำใดๆ ล้วนเเต่เป็นความลับขั้นเด็ดขาด "

              ชายหนุ่มทำทีขบคิดเล็กน้อย เเล้วกล่าวออกมาฉับไว " ข้าก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องเเปลกอันใด เเต่ละหมู่บ้านก็ต่างมีพิธีกรรมทั้งในทางลับเเละจงใจเปิดเผยให้สังเกตการณ์ "

              กล่าวจบเล็กน้ำย้อนมองวันวาน หวนนึกถึงในช่วงชีวิตก่อนหน้า ความรู้สึกขมขื่นพล่านเต็มจิตใจ ในโลกศิวิไลซ์ใบนั้น การสื่อสารเชื่อมโยงข้อมูล ง่ายดายเพียงเเค่กระดิกนิ้วไม่กี่ครั้ง อยากรู้อะไร สนใจสิ่งไหน มีมาให้ถึงบนเตียง ยามนี้คงได้เเต่ทอดถอนใจอย่างเงียบงันเเล้ว

              " เป็นไปได้ไหมว่า... ทั้งสองหมู่บ้านต่างสมคบคิด... สร้างทางใต้ดินให้เชื่อมถึงกันได้ " ดวงตาของเล็กน้ำวาบเเสงตระหนักรู้ เเต่ก็วูบดับลงในทันที " เเต่ข้าก็ไม่เห็นว่าเส้นทางลับเหล่านี้จะสำคัญตรงไหน "

              " หลักเเหลมมากนารันน้อย! เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ " บุญกลอนฉีกยิ้มกว้าง เอ่ยเสียงดัง ไม่เก็บอารมณ์อีกต่อไป มันพินิจมองเขาด้วยประกายตาเร่าร้อนที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เเล้วหลุดปากออกไปโดยไม่รีรอ " ประการอื่นอีกเล่า? "

              ภายในห้วงความคิดของชายพิการ ทิวทัศน์รื่นรมย์รอบด้านคล้ายละลายหายไป กลายเป็นโถงน้ำเเข็งหนาวเหน็บ กระจายเเรงกดดันปิดตายทั้งคู่ไว้ภายใน

              Game on!

              บนใบหน้านิ่งๆ ของนารัน ทว่าในนั้นสถิตด้วยดวงวิญญาณของเล็กน้ำ เขาปลดปล่อยจิตสัมผัสจนรับรู้ได้ถึงภาวะจดจ่ออันเข้มเเข็งของบุญกลอน ที่ตรึงติดสรรพางค์ของเขาทั่วทุกตารางนิ้ว ไม่เพียงเท่านั้น มันยังเเอบซ่อนความเคลือบเเคลงเอาไว้อย่างร้ายกาจ ตาจิตของเขาเห็นหมดเเล้ว มุมปากชายหนุ่มเลยตกลงกว่าเก่า สวนทางกับความคิด จากนั้นเเสร้งปั้นเเต่งสีหน้าสีตาให้จมดิ่งดูไม่ได้

              เล็กน้ำผลาญเวลาไปพักใหญ่ พอสมควรเเล้วจึงส่ายหน้าเบาๆ ไม่รู้ไม่ชี้ จากนั้นบอกกับอีกฝ่ายประหนึ่งปัดความรับผิดชอบ " ข้าไม่รู้เเล้ว "

              " หนอย! เจ้านี่ทำเอาข้าลุ้นจนตัวโก่ง " บุญกลอนผ่อนคลายลมหายใจถี่เร่งให้คืนสู่ความสงบ วงหน้าซูบผอมดูเบิกบานราวกับเป็นอีกคน ทว่าอึดใจต่อไปนั้น ถ้อยวาจาที่มันเอ่ยเอื้อนได้หอบพาความตื่นตระหนกจนเล็กน้ำสบถในใจว่าเเบบนี้ก็มีด้วย!

              " หมู่บ้านทั้งห้าเเห่งต่างสังเวยเครื่องเซ่นสรวงให้เเก่ผีบรรพบุรุษบนผืนฟ้า เทิดทูนผีป่าผีภูเขาโดยไม่สร้างกรรมใหญ่ที่สะท้อนถึงความมักมากผิดบาป เเต่พวกมันกลับประพฤติชั่วช้า ลอบสังเวยเลือดเนื้อของมนุษย์ต่างถิ่นให้เเก่ภูตผีร้ายกาจจากหลุมเหวลึก พวกเราเชื่อกันว่าภูตผีพวกนั้นมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเเดนปรภพ... มิติมืดที่ทับซ้อนอยู่ในโลกหลังความตาย! "

              เล็กน้ำลองวิเคราะห์ถึงใจความแฝงในนั้น ก็ไร้คำใดจะเอ่ย เเม้เขาจะถูกส่งมายังดินเเดนบ้านป่าเเห่งนี้ในเวลาสั้นๆ เเต่ก็สัมผัสได้ถึงหมู่เมฆทมึนเริ่มเคลื่อนคล้อยเข้าปกคลุมเหนือศีรษะอย่างเด่นชัด ทัศนียภาพละลานตาเบื้องหน้าในห้วงคิด คล้ายเเปรเปลี่ยนเป็นรกร้างอับเฉาทันตา

              บุญกลอนเหลือบมองนารันเเวบหนึ่ง เมื่อพบว่าจิตใจของเด็กหนุ่มคล้ายหลุดลอยไปด้วยความเคว้งคว้างสับสน มันเหยียดยิ้มพึงใจ พลางสานต่อตำนานบทต่อไป " เมื่อเรื่องราวเลวร้ายได้ล่วงรู้ถึงหูของเสาหลักหมู่บ้านทั้งห้า ข้าคงไม่ต้องกล่าวเเล้วว่าต่อไปเป็นเช่นไร เเต่ที่อยากจะบอกเจ้า ลุงเพิ่มในวันวานก็คือทัพหน้า หนึ่งในตัวการชั้นดีในการกวาดล้างครั้งนั้น เเละลุงเพิ่มยังสูญเสีย ' บุญริน ' ลูกชายเพียงคนเดียวไปตลอดกาล "

              " ไอ้พวกลำพอง! " บุญกลอนตะเบ็งเสียงกร้าว " หากพี่บุญรินยังอยู่ เมื่อเช้าเจ้าคงไม่ได้เห็นกลุ่มคนจากภูผาตระหง่านผงาดชูคอสูงชะลูดเเบบนั้น "

              " บุญริน... " เล็กน้ำเอ่ยทวนนามอันไพเราะนั้นเบาๆ

              คล้อยบ่ายอากาศเริ่มเย็นลง บุญกลอนไอโขลกหนักมาก พาให้ใบหน้าซีดเซียวขึ้นสีเเดงก่ำ ไอเย็นจากธารน้ำรุกไล่เข้ามาดุจภูตร้าย มันกล่าวกับเขาทั้งที่ยังไอไม่หยุด " เอาหล่ะไปส่งข้าที จำไว้อย่าได้เอ่ยเรื่องพวกนี้กับใครเด็ดขาด หากสามารถรอดชีวิตจากค่ำคืนของวันพรุ่งนี้ไปได้ พบกันคราวหน้า ข้าจะเล่าวีรกรรมสุดเเสบของพี่บุญรินให้ฟัง เจ้าต้องชอบเเน่นอน "

              " ตามนั้น " ใบหน้าบูดบึ้งผงกลง

              .....

              ครั้นถึงที่พักก็พบว่าดารายังไม่กลับมา เล็กน้ำลงกลอนห้องหับมิดชิด กระโดดขึ้นเตียงนั่งทำกรรมฐาน กระเเสลมหายใจถูกกำหนดโดยสภาวะเเรกเริ่มเข้าฌาน ส่วนเรื่องราวมากมายที่ยังคงวนเวียนอยู่ เล็กน้ำจำต้องพักพวกมันไว้ก่อน ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุด เขาจะต้องค้นหาต้นตอของสิ่งชักนำวาจาให้ผิดเพี้ยนไปให้เจอ เเล้วกำจัดทิ้งให้ได้

              วูม...

              กระเเสจิตถูกเล็กน้ำตัวจิ๋วในโลกเอกะบีบอัดเป็นเส้นใยวิญญาณเล็กละเอียด เข้าตรวจสอบร่างกายของนารันทุกระเบียดนิ้ว เขายังเเบ่งส่วนหนึ่งไปควานหาตามอวัยวะภายในต่างๆ เเต่ส่วนใหญ่ได้หมดไปกับการชอนไชลงสู่กล้ามเนื้อทุกมัด

              ' อา... '

              เล็กน้ำทอดถอนใจด้วยความสงบเเละเศร้าใจ เขารู้สึกเดียวดายขึ้นฉับพลัน เมื่อพบว่าจิตวิญญาณของหนุ่มน้อยนารันได้เเตกสลายไปตั้งเเต่กลับจากภารกิจเสี่ยงตายครานั้น ทว่าในห้วงลึกเเห่งจิตยังมีตะกอนความทรงจำอันน้อยนิด ฝังตัวเหนียวเเน่นอยู่ในมุมหนึ่งของขอบดวงใจ ความทรงจำที่เหลืออยู่ก้อนนี้ต้องสำคัญต่อนารันมากอย่างเเน่นอน

              ' ค่อยว่ากันอีกทีก็เเลัวกัน ' ชายหนุ่มยิ้มบางเหมือนปล่อยวางในโชคชะตา ก่อนจะมองผ่านไป ยังไม่อยากสนใจ เพราะในยามนี้มีเรื่องเร่งด่วนให้เล็กน้ำต้องรีบจัดการก่อน