กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 แปดอันดับแรก

            บทที่ 48แปดอันดับแรก

            “ได้ยินมาว่ามู่หรงเหิงเป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าเมืองมู่หรงเขาเชี่ยวชาญทักษะธนู แม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของเขาจะต่ำแต่คงไม่วิ่งหนีตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้เช่นนี้กระมัง?”

            “ฉู่อวิ๋นคนนี้เป็นนักรบระดับห้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณทั้งยังปลุกวิญญาณยุทธ์พิการขึ้นมา จริงๆ แล้วเขาอาจชนะโดยไม่ต้องต่อสู้ต้องบอกว่าเขา เขาโชคดีจริงๆ”

            คลื่นเสียงถกเถียงเสียงดังออกมาทำให้มู่หรงเจี๋ยที่เป็นเจ้าเมืองขมวดคิ้วและไม่พอใจ

            “เจ้าลูกอกตัญญูอย่างน้อยก็ยิงธนูให้ข้าสักดอกสิ! แล้วนี่ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันเล่า?!” มู่หรงเจี๋ยตบหนึ่งฉาด โกรธจนเครากระเพื่อม

            “ไม่...ไม่ได้!ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉู่อวิ๋นแน่นอนขอรับควรลงจากเวทีประลองให้เร็วจึงจะดีที่สุด” มู่หรงเหิงตัวสั่น

            “ดาวหายนะนั้นแข็งแกร่งขนาดนั้นจริงๆหรือ?” มู่หรงเจี๋ยหรี่ตาลงและจ้องมองไปที่ฉู่อวิ๋นอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            ในความเป็นจริงไม่เพียงแต่มู่หรงเจี๋ยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ชมส่วนใหญ่ด้วยเช่นเดียวกับนักรบหนุ่มที่เข้าสู่สิบหกอันดับแรกพวกเขารู้สึกว่าเป็นมู่หรงเหิงเองที่ขี้ขลาดส่วนฉู่อวิ๋นก็ผ่านการประลองมาได้เพราะโชคช่วย

            หลังจากนั้นไม่นานการประลองรอบที่สองก็เริ่มต้น รวมทั้งการต่อสู้ของสิบหกอันดับแรกก็เริ่มขึ้น

            คราวนี้เหล่านักรบต่างก็มีความแข็งแกร่งเท่ากัน พลังยุทธ์ก็ไม่ต่างกัน ท้ายที่สุดผู้ที่สามารถเข้าสู่สิบหกอันดับแรกล้วนแต่เป็นเด็กหนุ่มอันดับต้นๆ ที่ได้รับการฝึกฝนจากตระกูลใหญ่

            ทว่าหากเผชิญหน้ากับนักรบสองสามคนที่มีความแข็งแกร่งเหนือชั้นเช่น ฉู่เฟย ก็อาจจะต้องยอมรับความพ่ายแพ้เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย

            "เชอะ ขยะ เสียเวลาข้า"

            บนเวทีประลองฉู่เฟยไม่แม้แต่จะหยิบมีดออกมา นางใช้เพียงห้ากระบวนท่าเท่านั้นในการเอาชนะนักรบระดับหกสูงสุดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณและชายคนนั้นก็หมดสติไป ณ ตรงนั้น

            เมื่อกลับมาที่ด้านหน้าเวทีฉู่เฟยจ้องมองไปที่ฉู่อวิ๋นอีกครั้ง ใบหน้างดงามของนางค่อนข้างเย็นชานางอยากจะทำให้ฉู่อวิ๋นอับอายจนต้องมุดดินหนีจริงๆ แต่นางจับฉลากมาสองครั้งกลับไม่อาจจับได้เขาเลย

            “หวังว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ในรอบต่อไป”ฉู่เฟยแค่นเสียงอย่างเย็นชาก่อนจะหลับตาและนั่งรอโดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีประลองอีก

            ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมามีเพียงนักรบสองคนที่เหลืออยู่ในกลุ่มสิบหกอันดับแรกที่ยังไม่ได้ขึ้นเวทีประลองเพื่อตัดสินผู้ชนะ

            หนึ่งในนั้นคือฉู่อวิ๋น

            เขาก้าวขึ้นสู่เวทีประลองอีกครั้งมองดูคู่ต่อสู้ตรงหน้า ยิ้มอย่างขมขื่น และพูดว่า "คุณหนูมู่หรงไม่คิดว่าเราจะได้พบกัน ช่าง...บังเอิญเสียจริง"

            ใช่แล้วคู่ต่อสู้ของฉู่อวิ๋นในการประลองรอบที่สองคือมู่หรงซิน

            “เป็นอะไรไปเล่า? เจ้าก้อนเมฆโรคจิต หรือว่าเจ้าถนอมหยก[1] ไม่อาจลงมือได้กัน?” มู่หรงซินยกยิ้มอย่างงดงามราวดอกไม้[2] ดวงตาคู่งามจ้องมองไปที่ฉู่อวิ๋น ทำให้นักรบหนุ่มต่างอิจฉาตาร้อน

            “ไม่หรอกข้าตั้งใจแน่วแน่ที่จะติดสามอันดับแรกในการประลองเซี่ยหยางในครั้งนี้เจ้าลงมือได้เต็มที่ แต่ข้าก็จะไม่ออมมือเช่นกัน หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา”ฉู่อวิ๋นถอนหายใจพลางพูด กระชับกระบี่ชื่อยวนที่อยู่ในมือให้แน่นขึ้นพลังปราณพุ่งขึ้นสูง

            แต่ในสายตาของผู้ชมฉู่อวิ๋นก็ได้แค่นี้

            หลังจากเหตุการณ์มอบธนูเป็นของขวัญครั้งก่อนทุกคนรู้สึกว่าฉู่อวิ๋นสนใจมู่หรงซินและบางทีเขาอาจจะยอมแพ้ในตอนที่พวกเขาจับฉลากเจอกัน

            ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งของมู่หรงซินก็ไม่ด้อยนางอยู่ในระดับห้าสูงสุดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณในหมู่คนรุ่นใหม่ในเมืองไป๋หยางตอนนี้ในมือนางถือธนูตามจันทร์อยู่ และพลังยุทธ์ของนางก็เพิ่มสูงขึ้นหากนางคิดต่อสู้อย่างจริงจัง ฉู่อวิ๋นคงไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย

            บนที่นั่งเจ้าเมืองมู่หรงเจี๋ยมองไปยังมู่หรงซินที่มีเสน่ห์เหลือล้นและรู้สึกภาคภูมิใจมากก่อนพูดกับตัวเองว่า "โชคดีที่ซินเอ๋อร์ช่วยรักษาหน้าของข้าไว้ไม่เช่นนั้นศักดิ์ศรีของข้าคงปลิวหายไปแล้วตำแหน่งเจ้าเมืองนี่ก็อาจจะด่างพร้อยไปด้วย”

            บนเวทีประลองมู่หรงซินเพิกเฉยต่อดวงตาที่ลุกเป็นไฟเหล่านั้นและจ้องมองไปที่ฉู่อวิ๋นอย่างเหม่อลอยจากนั้นก็หัวเราะเบาๆ และพูดว่า "เห็นแก่ที่เจ้ายกธนูตามจันทร์ให้ข้าถ้าเจ้าตกลงกับคุณหนูเช่นข้าเรื่องหนึ่ง ข้าก็จะสละสิทธิ์ให้"

            “หืม? ข้อตกลงอันใด?” ฉู่อวิ๋นสงสัยว่ามู่หรงซินต้องการใช้กลอุบายแบบไหนกันแน่

            “ฮิฮิ” มู่หรงซินยิ้มหวานจากนั้นนางก็ก้าวขาเรียวหยก เดินบิดองค์เอวแน่งน้อยแล้วเข้าไปใกล้ฉู่อวิ๋นจนเหลือเพียงไม่กี่ก้าวแล้วพูดว่า"เจ้า...ไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกคุณหนูเช่นข้าว่าคุณหนูมู่หรงอีก”

            “เอ่อ?” ฉู่อวิ๋นสับสนเล็กน้อยและถามว่า“เหตุใดข้าถึงเรียกเจ้าว่าคุณหนูมู่หรงไม่ได้เล่า? คุณหนูมู่หรง”

            “อ๊ะ! เจ้าเอาอีกแล้ว!”

            เมื่อมองดูท่าทางที่งงงวยของฉู่อวิ๋นมู่หรงซินก็รู้สึกว่านางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกเจ้าอันธพาลตัวเหม็นคนนี้ไม่รู้จักรับน้ำใจคนเลยจริงๆ!

            “คำก็คุณหนู สองคำก็คุณหนูเจ้าไม่ใช่คนรับใช้ของข้า โปรดเรียกข้าด้วยชื่ออื่นด้วย!” มู่หรงซินพูดอย่างโกรธๆโดยเอามือเท้าเอว ใบหน้าเล็กๆ ของนางก็อมลมพองขึ้น

            "เอ่อ...ได้"

            ฉู่อวิ๋นพูดไม่ออกมู่หรงซินคนนี้ไม่มีเหตุผลจริงๆ

            แต่ในเมื่ออีกฝ่ายพูดเช่นนั้นฉู่อวิ๋นจึงไม่อาจหลบเลี่ยงได้ ดังนั้นเขาจึงต้องคิดสักครู่แล้วพูดว่า"ถ้าเช่นนั้น...ข้าจะเรียกเจ้าว่าพี่หญิงใหญ่มู่หรง!"

            หลังจากพูดจบ ฉู่อวิ๋นก็แอบพยักหน้ารู้สึกว่าตนเองทำได้ดีทีเดียว!

            มู่หรงซินที่มักไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และในหัวมีแต่การประชันขันแข่งนางต้องการชื่อเรียกที่มีอำนาจเหนือกว่าและทรงพลังแน่นางต้องชอบชื่อนี้อย่างแน่นอน

            “เป็นอย่างไรบ้าง?” ฉู่อวิ๋นพูดด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ และมองไปที่มู่หรงซินแต่เมื่อเขามองดูนาง กลับมองเห็นคิ้วของนางกระตุกยิกๆ ลมหายใจเร็วรี่และดูเหมือนนางจะโกรธมาก

            หรือเขาจะตั้งชื่อใหม่ได้ไม่ดี?

            “เจ้าอันธพาลตัวเหม็นเจ้าคนโง่เขลา!!!” มู่หรงซินกระทืบเท้าด้วยความโกรธอยากจะเดินเข้าไปหยิกแขนของฉู่อวิ๋น แต่ทันทีที่ยื่นมือออกไป นางก็หยุดชะงักหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง สงบสติอารมณ์อีกครั้ง และพูดเบาๆ "เจ้า...เรียกข้าว่าซินเอ๋อร์ได้หรือไม่?"

            “ซินเอ๋อร์?”

            ฉู่อวิ๋นนิ่งอึ้งแต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่เปลี่ยนชื่อเรียกเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

            “ได้จากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าซินเอ๋อร์” ฉู่อวิ๋นพูดเบาๆ

            แต่สองคำที่ธรรมดานี้กลับทำให้มู่หรงซินมีความสุขมากนางยกยิ้มงดงามและพูดว่า "ได้ คำไหนคำนั้น"

            จากนั้นมู่หรงซินก็มองไปที่ฉู่อวิ๋นอีกครั้ง แล้วหันกลับมาพูดกับกรรมการผู้เฒ่าเฟิง "ผู้เฒ่าเฟิง คุณหนูเช่นข้าขอสละสิทธิ์เจ้าค่ะ"

            เสียงนี้ดังมากพอที่ผู้คนในลานประลองจะได้ยินจึงทำให้เกิดความโกลาหลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            “มีอะไรผิดไปหรือเปล่า? เจ้าฉู่อวิ๋นนี่ชนะสองรอบติดต่อกันโดยไม่ต้องต่อสู้เลยนะ!เขาเป็นเพียงแค่นักรบระดับห้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณเท่านั้นเองเปลี่ยนข้าไปแทนก็ได้!”

            “ข้าเข้าใจแล้วฉู่อวิ๋นคนนี้คงจะมีความสัมพันธ์กับมู่หรงซินไม่น้อยราชาสัตว์ปีศาจตัวนั้นก็อาจจะเป็นมู่หรงซินที่ช่วยเขาชนะมาก็ได้! เชอะช่างไร้ยางอายจริงๆ ถึงกับต้องพึ่งผู้หญิงเพื่อไต่อันดับ!”

            เมื่อมู่หรงซินก้าวลงจากเวทีประลองคำพูดที่ไม่พึงประสงค์และหยาบคายก็ดังไปทั่วสารทิศแน่นอนว่าคำพูดทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่ฉู่อวิ๋น

            เมื่อครู่ทุกคนไม่ได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่พูดบนเวทีประลองแต่เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของมู่หรงซินแล้วพวกเขาก็มั่นใจมากขึ้นว่าในคำพูดของฉู่อวิ๋นต้องเกี่ยวกับการล่อลวงหญิงสาวแน่นอน

            ในเวลานี้ใบหน้าของมู่หรงเจี๋ยซีดเซียว เขาเอนหลังบนเก้าอี้อย่างไม่อาจสงบใจ โดยคิดว่า"บุตรสาวเติบโตแล้วไม่อาจเก็บไว้ได้[3]จริงๆ ฉู่อวิ๋นนั่นมีอะไรดีกัน? ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับปานกลางทั้งยังปลุกวิญญาณยุทธ์พิการขึ้นมาอีก เฮ้อ ตระกูลมู่หรงเราไร้ทายาทแล้ว"

            มู่หรงเจี๋ยรู้จักมู่หรงซินดีเขาสังเกตเห็นได้ว่านางมีความประทับใจที่ดีต่อฉู่อวิ๋น

            แต่ในการประลองเซี่ยหยางในครั้งนี้ตระกูลมู่หรงอยู่ในสิบหกอันดับแรกเท่านั้น

            ไม่นานการประลองรอบที่สามก็เริ่มขึ้น นี่คือการต่อสู้เพื่อแย่งชิงแปดอันดับแรก

            ในบรรดานักรบแปดอันดับแรกทุกคนมีการแสดงออกที่แตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างคล้ายกันคือในบรรดาแปดคน ยกเว้นฉู่อวิ๋นและฉู่เฟยทุกคนต่างก็เป็นนักรบระดับหกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณ

            การประลองยุทธ์เซี่ยหยางในครั้งนี้เต็มไปด้วยผู้ที่แข็งแกร่งและมากความสามารถต้องรู้ว่า ครั้งสุดท้ายที่มีการจัดการประลองเซี่ยหยาง มีนักรบเพียงสามคนเท่านั้นที่อยู่ในระดับหกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแต่ตอนนี้กลับมีถึงหก จำนวนเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า

            ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาแปดอันดับแรกยังมีฉู่เฟย หญิงสาวผู้เป็นที่ภาคภูมิใจแห่งสวรรค์ซึ่งโดดเด่นเหนือใครๆ

            แน่นอนว่าเกือบทุกคนคิดว่าฉู่อวิ๋นซึ่งอยู่ในระดับห้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณไม่ควรจะอยู่ในกลุ่มนักรบนี้

            ซือหม่าเค่อก็เข้าสู่แปดอันดับแรกเช่นกันยามนี้ เขาจ้องมองไปที่ฉู่อวิ๋น ดวงตาของเขาพลุ่งพล่านด้วยความโกรธและดุร้ายและพูดกับตัวเองว่า "ไอ้สารเลวนี่เมื่อครู่นี้ถึงกับสนิทชิดเชื้อกับเสี่ยวซินมากขนาดนั้น!ช่าง...ช่างไม่สมควรจริงๆ!"

            จากนั้นซือหม่าเค่อก็ถือง้าวไว้ในมือแล้วทิ่มมันลงไปที่พื้น ทันใดนั้นก็เกิดสายฟ้าแลบวาบแสงไปรอบๆ พื้นดินแตกกระจายแถมสิ่งนี้ยังทำให้ฉู่อวิ๋นงุนงงอีกด้วย

            “เจ้าหนุ่มนี่ป่วยหรือเปล่า? เขาออกแรงโจมตีพื้นโดยไม่มีเหตุผลเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนดีอะไร สมควรต้องระวังเขาไว้ด้วย” ฉู่อวิ๋นคิดในใจและมองไปที่ซือหม่าเค่ออย่างดูถูก

            แต่ท่าทางที่ไร้พิษภัยนี้กลับถูกซือหม่าเค่อจดจำเอาไว้แล้วเขากัดฟัน ในใจต้องการทำลายฉู่อวิ๋นให้สิ้นซาก แต่ตอนนี้ทั้งลานต่างเงียบสงบ ทุกคนกำลังเฝ้ารอให้การแข่งขันเริ่มต้นเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากระงับความโกรธลงและเศร้าโศกอยู่คนเดียวจนใบหน้าครึ้มม่วง

            "ตึง!"

            เสียงตีกลองดังสนั่นทำให้นักรบแปดอันดับแรกบางคนวิตกกังวล

            “การประลองแปดอันดับแรกได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับคู่แรก ตระกูลหลี่ หลี่เจ๋อ และตระกูลฉู่ ฉู่อวิ๋นเชิญขึ้นเวทีประลองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประลอง”

            “หืม? ข้าเป็นคนแรกในรอบนี้เลยหรือ? ดีเลย” ฉู่อวิ๋นกระโดดขึ้นไปบนเวทีประลองอย่างกระปรี้กระเปร่า

            นักรบอีกคนหนึ่งที่ชื่อหลี่เจ๋อก็ปรากฏตัวบนเวทีประลองแล้วทำให้ฝูงชนรู้สึกตื่นเต้น

            “หลี่เจ๋อคนนี้เป็นนักรบระดับหกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณและเขาได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับสี่ เสือดาวเหล็กเงินขึ้น ทรงพลังไม่อาจดูแคลน!”

            “ฮิฮิฉู่อวิ๋นคนนี้คงอาศัยไมตรีที่มีกับตระกูลมู่หรงเพื่อเข้ามาถึงแปดอันดับแรกแต่ตอนนี้เขาเจอกับคนที่แข็งแกร่งตัวจริงเกรงว่าต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเสียแล้ว”

            คำพูดเยาะเย้ยที่มาจากทุกสารทิศดังเข้าหูของฉู่อวิ๋นแต่เขาเพิกเฉยต่อคำพูดเหล่านั้นและยืนตระหง่านอย่างภาคภูมิใจที่มุมๆหนึ่งของลานประลอง

            “พี่ฉู่อีกสักครู่ข้าไม่อาจยั้งมือได้ ท่านต้องระวังหน่อยนะ”หลี่เจ๋อประสานมือคำนับและเตือนเขา

            “โอ้? เอ่อ ได้สิ” ฉู่อวิ๋นสะดุ้งเขาแค่ไม่คิดว่าคู่ต่อสู้คนนี้จะค่อนข้างสุภาพ

            เมื่อมองดูท่าทางไม่ใส่ใจอะไรของฉู่อวิ๋นแล้วหลี่เจ๋อก็ส่ายหัวและคิดในใจ "ดูเหมือนเมื่อครู่นี้ข้าจะคิดผิดไป"

            อันที่จริงตอนที่ฉู่อวิ๋นและฉู่เฟยกำลังจะต่อสู้กันหลี่เจ๋อที่เป็นผู้ฝึกกระบี่ก็ยืนมองดูจากด้านข้างอยู่ตลอด ในเวลานั้นหลี่เจ๋อเห็นฉู่อวิ๋นชักกระบี่ของเขาออกมาในระยะใกล้ความรู้สึกที่ว่าเขาควรจะเป็นปรมาจารย์กระบี่ก็พุ่งขึ้นมา

            แต่ตอนนี้หลี่เจ๋อกลับไม่สามารถรับรู้ถึงรัศมีที่ไม่มีใครเทียบได้ครั้งนั้นของฉู่อวิ๋นอีกแล้ว

            "เคร๊ง!"

            การต่อสู้เพื่อชิงสี่อันดับแรกเริ่มขึ้นแล้ว!

            ทันใดนั้นหลี่เจ๋อก็ดึงกระบี่ยาวที่ทำจากเหล็กชั้นดีออกมา กระบี่นั้นถูกล้อมรอบด้วยลายสลักเงาเสือดาวแสงเย็นเฉียบกระทบสายตาผู้คน แวววาวคมกริบยากจะทำลาย

            ทันทีที่เขาลงมือเขาก็ใช้วิญญาณยุทธ์ด้วยทันที

            “ข้าไม่ชอบลากโคลนมาล้างน้ำ[4] มาออกกระบวนท่าด้วยกันเถอะ!” ดวงตาของหลี่เจ๋อเฉียบคมพลังปราณของเขาพลุ่งพล่าน การเคลื่อนไหวว่องไวราวสายฟ้ากระบี่เหล็กชั้นดีนั้นราวกับท่าสังหารเสือดาว พลังช่างน่าอัศจรรย์เหมือนมีใบมีดเหล็กจำนวนนับไม่ถ้วนหมุนเวียนอยู่

            “ควั่บ ควั่บ ควั่บ ควั่บ!”

            กระบี่พุ่งตรงออกไปแสงวูบวาบทอประกายอย่างดุเดือด ปราณกระบี่เงาเสือดาวพุ่งเข้าหาฉู่อวิ๋นฉายแสงเย็นเยียบจนเสียดกระดูก

            --------------------

            [1] อุปมาถึงความรักและการปฏิบัติต่อผู้หญิงอย่างดี

            [2] ยิ้มสวยราวกับดอกไม้ แปลว่า พรรณนาถึงบุคคลที่สวยงามและยิ้มแย้มงดงามราวกับดอกไม้

            [3] หลังจากที่ผู้หญิงโตขึ้น เมื่อถึงวัยที่แต่งงานได้ ก็ควรแต่งงานไม่ควรเก็บตัวอยู่ที่บ้าน

            [4] ทำอะไรชักช้า อืดอาด ยืดยาด

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179