หลังจากหลิวชิงหยู่และหงซานจิน มาถึงชางชาน พวกเขาก็มารับประทานอาหารเย็นกับสาวงาม ซูลั่วเสวี่ย หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ หลิวชิงหยู่ก็บอกให้หงซานจินไปพักที่โรงแรมได้เลย ส่วนเขาจะไปที่บ้านของซูลั่วเสวี่ย
เมื่อมาถึงหลิวชิงหกระทืบก็พบ เ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธ ยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าบ้านตระกูลซู เขาก็รู้สึกแปลกประหลาดใจ แต่เขาเคยเห็นภาพทำนองนี้มามากจึงไม่ได้ใอะไร
บ้านตระกูลซู เป็วิลล่าสองชั้น เมื่อเขามาถึงประตูวิลล่า ซูลั่วเสวี่ยก็ควงแขนของเขา และกดกริ่งทันที
ต่อจากนั้นแม่บ้านก็เดินมาเปิดประตูให้ ซูลั่วเสวี่ยก็พาหลิวชิงหยู่เข้าไป
ซูห้าวตง พ่อของซูลั่วเสวี่ยกำลังคุยกับชายหนุ่มอยู่ในห้องนั่งเล่น ทั้งสองดูพูดคุยกันอย่างมีความสุขหัวเราะคิกคักยามคุยกัน
เมื่อซูลั่วเสวี่ยควงแขนหลิวชิงหยู่เข้ามา ซูห้าวตงกับ ชายหนุ่มด้านข้างก็มองมา เพราะสำหรับพวกเขา ซูลั่วเสวี่ยคือตัวเอกในคืนนี้ แต่ไม่มีใครคิดว่าซูลั่วเสวี่ยจะเข้ามาพร้อมกับหนุ่มหล่อร่างสูง
บรรยากาศทั้งห้องจึงกลายเป็อึดอัดทันที
ในความจริงแล้ว ซูลั่วเสวี่ยไม่ได้บอกหลิวชิงหยู่ว่า พ่อของเธอเป็รองนายกเมืองชางชาน และคนที่มาก็คือคนที่พ่อของเธอพามาดูตัว เขาชื่อโจวเหวินเชา เป็ลูกชายของ โจวไห่เผิง รองเลขาธิการพรรคประจำเทศบาลเมือง แม้ซูลั่วเสวี่ยจะไม่รู้ว่าทำไม พ่อของเธออยากให้เธอได้แต่งงานกับโจวเหวินเชา แต่เธอก็เดาได้ว่า พ่อของเธออยากจะสร้างจุดยืนในพรรคประจำเทศบาลเมืองชางชาน จึงต้องหาผู้เข้มแข็งคอยหนุน และคนที่จะทำแบบนั้นได้มีเพียงโจวไห่เผิงเท่านั้น เพราะทั้งสองเคยเป็เพื่อนร่วมชั้นในวัยเรียน แต่สำหรับแวดวงเส้นทางข้าราชการ ความสัมพันธ์แค่นี้ย่อมไม่เพียงพอ ดูๆ แล้ว โจวเหวินเชาเองก็ชอบซูลั่วเสวี่ย เพื่ออนาคตของเขา ซูห้าวตงจึงอยากให้ซูลั่วเสวี่ยแต่งงานกับ โจวเหวินเชา
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองก็ไม่คิดว่า ซูลั่วเสวี่ยจะพาหลิวชิงหยู่กลับมาในวันนัดดูตัวด้วย
ซูห้าวตง และโจวเหวินเชารู้สึกขายหน้า ผสมความโกรธเล็กน้อย
ซูลั่วเสวี่ยหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “พ่อนี่แฟนหนู เขาชื่อหลิวชิงหยู่” หลังจากนั้นซูลั่วเสวี่ยก็มองหลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “พี่หลิว นี่พ่อฉันเอง ส่วนข้างๆ เขาคือโจวเหวินเชา”
หลิวชิงหยู่ รู้ว่าั้แ่เขาก้าวเข้าบ้านมา พ่อของซูลั่วเสวี่ยกับโจวเหวินเชาก็จ้องเขาเขม็ง แม้ซูลั่วเสวี่ยจะพยายามซ่อนมันไว้ แต่มันก็ไม่สามารถรอดพ้นจากสายตาผู้ที่ผ่านสมรภูมิแบบหลิวชิงหยู่ไปได้ อย่างไรก็ตามเขายังเห็นแก่หน้าเธอจึงทำเป็ว่าไม่เห็นแล้วยื่นมือออกไป “สวัสดีครับ คุณลุง ผมหลิวชิงหยู่.”
ซูห้าวตง เพียงเค้นเสียงขานรับ แล้วยื่นมือออกไปจับตอบเล็กน้อย ท่าทีที่เขาแสดงทำให้หลิวชิงหยู่ไม่พอใจแต่เขาก็ทนเอาไว้ เพราะเขามาเพื่อช่วยซูลั่วเสวี่ยเท่านั้น
หลิวชิงหยู่ชักมือกลับมาไม่ได้ยื่นออกไปให้โจวเหวินเชา เพียงพยักหน้าให้เบาๆ ในฐานะลูกชายของรองเลขาธิการ โจวเหวินเชารู้สึกดูถูกหลิวชิงหยู่ เพราะเขาคิดว่าหลิวชิงหยู่เป็คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมากเพียงยกชาขึ้นมาดื่ม
บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งขึ้นมาอีกครั้ง
ในตอนนี้ ซูห้าวตง รู้ว่าบรรยากาศชวนอึดอัด เขาไม่สามารถปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โจวเหวินเชาสนใจในตัวลูกสาวของเขา แต่ลูกสาวของเขาไม่มีใจให้โจวเหวินเชา เขาจะต้องแก้ปัญหาจุดนี้ เพราะหากสูญเสียการสนับสนุนจากโจวไห่เผิงไป แผนการของเขาก็จะพังทลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแย่งชิงตำแหน่งนายกในตอนนี้ หากฝ่ายตรงข้ามของเขาประสบความสำเร็จ ชีวิตของเขาต่อจากนั้นคงต้องลำบาก
เมื่อคิดได้แบบนั้น ซูห้าวตง ก็มองไปยังหลิวชิงหยู่ด้วยสีหน้าเ็า ใบหน้าของเขาหม่นหมอง ในเวลานี้เขาไม่ปลื้มการกระทำของลูกสาวตัวเองอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าลูกสาวจะเกลียดโจวเหวินเชาถึงขั้นที่พาแฟนมา มันทำให้เขาอับอาย แต่เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรต่อหน้าหลิวชิงหยู่กับโจวเหวินเชาได้ เพราะเห็นแก่หน้าลูกสาว เขาจึงพูดขึ้นว่า “ลั่วเสวี่ยไปคุยกับแม่ก่อน พ่ออยากคุยกับเสี่ยวหลิวหน่อย”
ซูลั่วเสวี่ยรู้ว่าพ่อของเธอมักจะทำแบบนี้เป็ประจำ ดังนั้นเธอถึงทำได้เพียงมองไปยังหลิวชิงหยู่แล้วเดินเข้าบ้านไป
หลังจากซูลั่วเสวี่ยเข้าบ้านไป ซูห้าวตงก็มองหลิวชิงหยู่ด้วยสายตาเ็า แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา ส่วนโจวเหวินเชารู้ว่า ซูห้าวตงไว้หน้าตน หลิวชิงหยู่จึงไม่ได้พูดอะไร
ในตอนนี้หลิวชิงหยู่ดูใจเย็นมาก เพราะเขามาเป็ไม้กันหมา และเขาก็ไม่ได้พิศวาส ซูลั่วเสวี่ย เขาจึงไม่ต้องคิดมากอะไร พูดตามตรงต่อให้เขาชอบซูลั่วเสวี่ยเขาก็ไม่ต้องเห็นแก่หน้า ซูห้าวตง
ในตอนนี้ ซูห้าวกระทืบมองไปยังโจวเหวินเชา จากนั้นก็มองไปยังหลิวชิงหยู่ โจวเหวินเชาเห็นแบบนั้นก็ยิ้มขึ้น ในฐานะลูกชายนักการเมืองใหญ่เขามีทักษะการอ่านสถานการณ์ที่ดีเยี่ยม แม้ซูห้าวตงจะไม่พูดอะไร แต่เขาก็เข้าใจ จากนั้นเขาก็มองไปยังหลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “เสี่ยวหลิว นายเป็ใครมาจากไหนหรอ” ในขณะที่พูดเขาก็พยายามปล่อยกลิ่นอายที่สูงส่งออกมา
หลิวชิงหยู่ ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “ผมเป็ข้าราชการในตำบลเล็กๆ ที่พึ่งย้ายมาจากกองทัพน่ะ”
ได้ยินหลิวชิงหยู่กล่าว โจวเหวินเชาก็โอหังยิ่งขึ้น สถานะของเขาสูงกว่าหลิวชิงหยู่อย่างไม่ต้องสงสัย เขาพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจว่า “โอ้เป็ข้าราชการที่ถูกแต่งตั้งจากการเป็ทหาร เสี่ยวหลิว นายรู้ไหมว่าลุงตงเป็ใคร”
หลิวชิงหยู่ส่ายหน้า “ลั่วเสวี่ยไม่เคยบอกผม”
ได้ยินหลิวชิงหยู่พูดแบบ นี้โจวเหวินเชายิ่งได้ใจ เขาพูดด้วยน้ำเสียงดูจริงจัง “เอาล่ะ ผมจะบอกให้นะ ลุงตงเป็รองนายกเทศบาลเมืองชางซานของเรา และเขากำลังจะเข้าร่วมกับทางพรรค เสี่ยวหลิวนี่นายชอบซูลั่วเสวี่ยจริงๆ หรือเปล่า” ในความคิดของโจวเหวินเชา หากเขาเผยสถานะของซูห้าวตงไป หลิวชิงหยู่จะต้องกลัวจนยอมถอยแน่
อย่างไรก็ตาม โจวเหวินเชาก็ต้องแปลกใจเพราะหลิวชิงหยู่ในเวลานั้นดูนิ่งเฉยมาก เขาแค่พยักหน้าเบาๆ โดยไม่พูดอะไรต่อ
เมื่อเห็นแบบนั้นโจวกระทืบวินเชา ก็อึ้งไป เพราะการที่หลิวชิงหยู่สามารถนิ่งเฉยหลังจากรู้ความจริง ในมุมมองของเขา เขาคิดว่าหลิวชิงหยู่ กำลังคิดจะกินเนื้อหงส์ นี่ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจ เขาหันหัวไปหาซูห้าวตงแล้วพูดว่า " ลุงซู ผมคิดว่าลั่วเสวี่ยงดงามและมีสถานะสูงเกินไป เธอเป็ดั่งเทพธิดาจาก์ คนที่งดงามแบบเธอย่อมมีคนหวังเข้าหาเพื่อใช้ประโยชน์ ดังนั้นคุณต้องระวังเื่คางคกกินเนื้อหงส์ให้ดี อีกอย่างผู้ชายแบบนั้นทำให้ลั่วเสวี่ยมีความสุขไม่ได้หรอก”
หลังจากซูห้าวตงได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มขึ้นแล้วพยักหน้ารับ เขาเคาะนิ้วไปที่โต๊ะกาแฟโดยไม่ได้พูดอะไรเป็การไว้หน้าลูกสาว แต่ก็แสดงออกว่าเขาไม่ชอบ หลิวชิงหยู่
เมื่อโจวเหวินเชาเห็นท่าทีของซูห้าวตง เขารู้ว่าซูห้าวตงให้ภาษีเขาเหนือกว่าหลิวชิงหยู่ เขาจึงโจมตี หลิวชิงหยู่ หวังให้อีกฝ่ายหลีกถอย “เสี่ยวหลิวไม่ว่าคุณจะพูดอะไร แต่คุณไม่เหมาะสมกับลั่วเสวี่ย ผมคิดว่าเพื่อความสุขของลั่วเสวี่ยคุณควรจะยอมตัดใจ แม้แต่เทพบุตรอย่างผมก็ยังคิดจะไล่ตามลั่วเสวี่ย หากคุณ้าแข่งกับผม คุณจะต้องผ่านอุปสรรคบททดสอบเสียก่อน ซึ่งคุณไม่ผ่านแม้แต่คุณสมบัติเงื่อนไขแรก”
หลิวชิงหยู่อยากจะกระทืบโจวเหวินเชาซะที่นี่ หมอนี่โอหังเกินไป ถึงกับกล้ายกเื่แบบนี้มาโอ้อวด หลิวชิงหยู่เข้าใจในสถานะตัวเองดี แต่ที่เขามาวันนี้ก็เพื่อช่วยเหลือเธอ ฉะนั้นต้องเห็นแก่หน้าซูลั่วเสวี่ย จึงพูดขึ้นว่า “นี่ไม่ใช่ยุคโบราณแล้ว ทุกคนมีอิสระในการตัดสินใจเื่คู่ครอง ลั่วเสวี่ยสามารถเลือกคนที่เธอรักได้ คุณชายโจว ผมรู้มาว่าคุณเป็เสือผู้หญิงคนถูกขนานนามว่าเป็สี่คุณชายแห่งเมืองชางซาน มีผู้หญิงมากมายอมพลีกายให้คุณ แต่ผมเกรงว่าลั่วเสวี่ยจะไม่ใช่หนึ่งในนั้น”
"เอาล่ะ เสี่ยวหลิวตอนนี้ฉันหมดธุระคุยกับคุณแล้ว ฉันจะคุยเื่งานกับเหวินเชาหน่อย คุณกลับไปก่อนได้เลย” หลังจากพูดจบซูห้าวตงก็เอนหลังพิงโซฟาและหลับตา
โจวเหวินเชายิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “เสี่ยวหลิว ผมขอโทษด้วยนะ รองนายกซูงานยุ่งมากเขาจึงไม่ว่างสนทนากับคุณ เชิญกลับไปเถอะ”
ถึงตรงนั้นหลิวชิงหยู่ก็รู้ได้อย่างชัดเจน แม้จะมีคนพยายามช่วยซูลั่วเสวี่ย แต่ซูห้าวตงก็ยังคิดจะผลักไสให้ซูลั่วเสวี่ยได้แต่งงานกับโจวเหวินเชา
ในเวลานี้ซูลั่วเสวี่ย เดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้าเศร้าสลด เธอได้ยินแม่ของเธอพูดว่า พ่ออยากสร้างจุดยืนที่มั่นคงในพรรคเธอมีแต่ต้องแต่งงานกับโจวเหวินเชาเท่านั้น เพราะโจวเหวินเชาจะเป็คนที่ช่วยพ่อของเธอได้ ต่อให้เธอชอบหลิวชิงหยู่มากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถขัดขืนปฏิเสธคำสั่งได้ ในตอนนี้เธอจึงกังวลมาก หลังจากเห็นหลิวชิงหยู่เดินออกมาเธอก็พูดขึ้นว่า “พี่หลิวให้ ฉันไปส่งนะ”
ในตอนนี้ซูห้าวตงไม่พูดอะไร เพียงมองไปยังโจวเหวินเชา ก่อนจะสลับไปยังซูลั่วเสวี่ยที่เดินไปส่งหลิวชิงหยู่
หลังจากเดินออกมานอกประตู ซูลั่วเสวี่ยก็ดึงหลิวชิงหยู่เข้ามาใกล้แล้วพูดว่า “พี่หลิวฉันขอโทษ ฉันผิดเอง”
หลิวชิงหยู่ ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย”
ซูลั่วเสวี่ย ยิ้มรับฝืนๆ แล้วพูดขึ้นว่า “ในฐานะลูกสาวตระกูลใหญ่ นี่คือโชคชะตาของฉัน แต่ฉันจะไม่ยอมให้โจวเหวินเชาได้สิ่งที่เขาปรารถนาแน่”
หลิวชิงหยู่พยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “หากเธอไม่้าจริงๆ เธอสามารถขอให้ฉันช่วยได้นะ”
ซูลั่วเสวี่ย พยักหน้ารับ
ในตอนนั้น โจวเหวินเชา รู้สึกริษยาเมื่อเห็นหลิวชิงหยู่พูดคุยกับ ซูลั่วเสวี่ย อย่างใกล้ชิด เขาจึงเดินไปหาคนขับรถก่อนจะชี้ไปทางหลิวชิงหยู่แล้วพูดอะไรบางอย่าง จากนั้นคนขับรถของเขาก็มองหลิวชิงหยู่ด้วยสายตาดุร้าย พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที