หลังจากที่ผมทำการถอดหมวกเกมออก ก็ถอนหายใจออกมาทันที ด้วยเพราะระยะเวลาในการออนไลน์ที่นานเกินไปจึงทำให้ผมรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย ขณะที่ข้างๆกันนั้น ซูซีหรานในชุดกระโปรงสั้นที่ให้ความรู้สึกเร่าร้อน นั่งลงบนข้างเตียงและมองมาที่ผมด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนพูดว่า “นายเหนื่อยไหม?”
“พอไหว แค่ปวดหัวนิดหน่อย” ผมพูดขึ้น
เธอลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงกดนิ้วเรียวยาวลงมาบนจุดฝังเข็มของผมอย่างเบามือ กลิ่นหอมจางๆของเธอลอยแตะเข้ามาที่จมูกผม ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผมกลับเป็นยอดเขาสูงที่ห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าสีขาวที่ดูยืดหยุ่นและทำให้เกิดกิเลสตัณหาในใจ ผมที่แทบจะทนไม่ไหวจึงรีบพูดขึ้นมาด้วยท่าทีเขินอาย “โอเค ซีหราน ฉันพักก่อนสักหน่อย เธอเองก็ออนไลน์นานแล้วเหมือนกัน อย่าหักโหมเกินไปล่ะ”
“อื้ม……”
ซูซีหรานที่นั่งลงตรงข้ามผมด้วยท่าทีอ่อนโยนแล้วเอื้อมมือสัมผัสไปยังที่นอนแคมปิ้งแบบพกพา จากนั้นจึงทำหน้ามุ่ยและพูดว่า “ที่นอนแข็งไปหน่อยนะ นอนไม่ค่อยสบายเลย เพราะอย่างนั้นฉันก็เลยตัดสินใจว่าจะซื้อเตียงเดี่ยว 2-3 เตียงมาวางในห้องโถง ตอนที่ทุกคนออนไลน์เกมจะได้รู้สึกสบายหน่อย 2000 หยวนต่อเตียง นายคิดอย่างไร?”
“ก็ดีนะ 2000 หยวน ไม่แพงเท่าไหร่ อีกอย่างตอนนี้เงินในสตูดิโอก็มีอยู่มากพอสมควร”
ผมเหลือบมองไปที่โทรศัพท์เห็นได้ว่าตอนนี้เงินในอาลิเพย์ของผมมีอยู่ประมาณหมื่นหยวน ผมจึงยิ้มและพูดว่า “การขายยาวันนี้ฉันได้รับมาถึง 10000 หยวน”
ดวงตาคู่งามของซูซีหรานก็เบิกกว้างขึ้นทันที “ว้าว... เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่าวันนี้สตูดิโอของเราก็มีกำไรเข้ามามากกว่า 40000 หยวนเลยนะ”
“ทำไมถึงเยอะขนาดนั้นล่ะ?”ผมถามด้วยความตกใจ
“นายลืมเรื่องอุปกรณ์ไปแล้วเหรอ?” เธอยิ้มบางๆ “อุปกรณ์สวมใส่ของคนทีมหวังเฉาป้าเยว่ที่นายดรอปมาได้ไม่ต่ำกว่า 50 ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่นำไปขายได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันหยวน อีกอย่างยังมีจากที่จางเหว่ยไปขุดแร่ แล้วก็หวังจินไห่ที่ตีดาบกับคทาไปขายได้อีก เพราะอย่างนั้นวันนี้รายได้ที่เข้ามาจึงเกินจากที่คาดเอาไว้ไปมากเลยล่ะ”
“ก็ดี......” ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า “เดือนนี้ก็พยายามจ่ายเงินเดือนให้ทุกคนเยอะขึ้นอีกสักนิด เพื่อทุกคนจะได้ตั้งหน้าตั้งตารออย่างมีความหวัง”
“โอเค รับทราบ นายจะไปอาบน้ำก่อนไหม?”
“ไม่ล่ะ”
ผมส่ายหน้าปฏิเสธ และจากนั้นจึงพูดต่อว่า “รอกินกุ้งแดงเสร็จค่อยไปอาบน้ำ คืนนี้ฉันอาจจะใช้เวลาทั้งคืนเพื่อฆ่ามอนฯ ต้องล้างค่าบาปออกให้หมดก่อน จะเก็บชื่อแดงเอาไว้ตลอดไม่ได้ อันตรายเกินไป ”
“ฉันไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ต้องหรอก ถ้าระหว่างเก็บเลเวลเธอถูกพบเข้าจะติดร่างแหไปด้วย ฉันไปตัวคนเดียว จะได้ไปเร็วหน่อย คนที่ทำอะไรฉันได้มีไม่กี่คนหรอก ค่อนข้างปลอดภัย”
“เอาอย่างนั้นก็ได้” เธอเม้มริมฝีปากนั้นและจากนั้นจึงพูดต่อว่า “ถ้างั้นฉันพาจางเหว่ยไปพัฒนาสกิลขุดแร่ต่อล่ะ”
“ตอนนี้ต้าไห่สร้างอาวุธได้ในระดับไหนแล้ว?”
“มีดาบเลเวล 24 แล้วก็มีขวานกับคทาเลเวล 26” ซูซีหรานที่ยืดอกขึ้นจึงพูดอย่างยิ้มๆต่อว่า “สกิลประเมินของหลินเฉอก็มีประโยชน์มากเหมือนกัน มันช่วยเพิ่มโอกาสได้อาวุธคุณภาพสูงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าวิธีการสร้างอาวุธพวกนี้จะยุ่งยาก แต่ว่าตราบใดที่มีพิมพ์เขียวกับค่าวัสดุที่ซื้อมาให้ โดยปกติแล้วอาวุธหนึ่งชิ้นก็ทำกำไรได้ถึง 25% ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว”
“อื้ม เก็บเลเวลการหล่ออาวุธต่อไปเรื่อยๆ การขุดแร่แล้วก็ประเมินด้วย มันจะสามารถทำเงินได้เรื่อยๆ”
“ใช่แล้วล่ะ นี่คือจุดประสงค์หลักของเราที่ว่า ‘ไม่ PK นอนให้น้อย ขยันและมีวินัยให้มาก’ หรอกเหรอ? ถ้าอย่างนั้น ทำไมวันนี้ใครบางคนถึงได้ฆ่าซะจนชื่อตัวเองกลายเป็นสีแดงเข้มขนาดนั้นนะ แถมยังขึ้นเป็นอันดับ 1 ในของรายการจัดอันดับชื่อสีแดงอีกด้วย”
ผมที่หน้าแดงขึ้นด้วยความอาย พูดว่า “ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนี่ อารมณ์เดือดขนาดนั้น ฉันเองก็ทนไม่ไหวเป็นเหมือนกัน”
ซูซีหรานหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปหมด
……
10 นาทีต่อมา กุ้งแดงก็มาถึง
จางเหว่ย หลินเฉอแล้วก็ต้าไห่เดินเข้ามาด้วยกัน กลุ่มคนที่เดินเข้ามาล้อมโต๊ะจึงเริ่มดื่มเบียร์ กินกุ้งแดงและพูดคุยกันอย่างเสียงดังทันที ขณะที่ทั่วทั้งห้องโถงก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมคลุ้งของกุ้งแดง
“ฉันเห็นคนในอินเตอร์เน็ตเรียกเว่ยหนี่เปี้ยนไกวว่าอะไรเฉียงๆนะ มันคืออะไรเหรอ?” ซูซีหรานถามขึ้นในขณะที่กำลังแกะกุ้งแดงไปด้วย
“ปีหวังเฉียงรึเปล่า(บังคับให้เจ้าโลกแข็งแกร่ง)~~~” หลินเฉอยิ้มบาง “พี่ซีหราน พี่เข้าใจเหรอ?”
“ฉัน……ฉันไม่เข้าใจ หรือว่าเขาจะเป็นพวกจดจ่อหรือว่าหมกมุ่นอยู่กับ......กับอะไรนะ?” ท่าทางของซูซีหรานดูสับสน
“จดจ่ออยู่กับอะไร?”
ดูเหมือนว่าหวังจินไห่กำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง เขาถึงได้ไม่วายอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “หัวหน้าทีม พี่คิดทะลึ่งอะไรอยู่หรือเปล่า”
“เอ๊ะ?”
ทันใดนั้นใบหน้าของซูซีหรานก็แดงขึ้นมา “ฉัน... ฉันไม่ได้พูดอะไรนะ!”
หลินเฉอที่กระแอมออกมาเบาๆ จึงพูดว่า “ผมเพิ่งตรวจสอบข้อมูลของหลิวเฉียงกับหวังเฉาป้าเยว่มา เรียกได้ว่าครอบคลุมในทุกด้าน ในสมัยเกมเทียนจ้งหลิวเฉียงค่อนข้างมีชื่อเสียง เขาเก่งมากในการบีบบังคับผู้อื่น เรียกได้ว่าเป็นคนประหลาดหนึ่งเดียวในโลก ผู้คนว่ากันว่าตอนที่หลิวเฉียงอยู่ในเกมจะไม่ออกจากเมืองคนเดียวเด็ดขาด ถ้าหากจะออกจากเมือง เขาต้องใช้ผู้เล่นอย่างน้อยสองคนในการปกป้องเขา เพราะนั่นทำให้เขาดูมีอำนาจขึ้นมา นอกจากนี้ เขายังเสพติดการเสแสร้งบีบบังคับหลายวิธี อย่างมีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่มันฆ่าบอส หลังจากที่ขว้างเปลวเพลิงจากดาบไปที่บอสแล้ว ก็คิดว่าบอสจะต้องตายแน่ๆ ดังนั้นหลังจากที่โจมตีบอสเสร็จมันก็หมุนตัวเดินออกไปด้วยปัดเผ้าผมไม่ให้ยุ่งเหยิง แต่คิดไม่ถึงว่าบอสจะฟื้นฟูเลือดกลับมาได้และเกือบถูกบอสทุบตีเขาจนตาย และนี่ก็คือคนประหลาดที่สามารถสละชีวิตเพื่อการเสแสร้งบีบบังคับ เนื่องด้วยเหตุการณ์นี้ เขาจึงได้ชื่อว่า ‘ปีหวังเฉียง’ มา”
หวังจินไห่ยิ้มและพูด “ฉันยังรู้ด้วยนะว่าปีหวังเฉียงมีคำพูดติดปากอยู่ประโยคหนึ่งนะ — คิดสู้กับฉัน อย่างแกจะเอาอะไรมาสู้กับฉันได้?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูซีหรานก็หัวเราะจนสั่นไปทั้งตัว
ผมกลั้นหัวเราะและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นครั้งนี้ที่มาพบกับทีมเทียนเสวี่ยนของพวกเรา ก็นับว่าปีหวังเฉียงเหยียบตะปูเข้าให้แล้ว”
“ใช่!”
หลินเฉอพยักหน้า และพูดต่อว่า “ผู้เล่นหลักของหวังเฉาป้าเยว่เป็นเพื่อนของปีหวังเฉียงทั้งนั้น ในหมู่พวกเขา ผู้ชายที่ชื่อว่า ‘จ้าวหมิงซิน’ หรือก็คือคนที่ใช้ชื่อไอดีว่า “ป๋าหนี่ฉ่งไคว้” นั่นล่ะ หนึ่งในพาร์ทเนอร์ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่หวังเฉาป้าเยว่ ซึ่งก็เป็นคนจากหมู่บ้านเหมยเช่อ ส่วนกำลังหลักของพวกเขาก็คือนักบวชสาว คนที่ใช้ชื่อไอดีว่า “ตีโถวเหวินหนี่” ที่หน้าตาน่ารักหน่อย เธอมีชื่อว่า ‘หวังซี’ อายุ 22 ปี ชอบไปเล่นเกมที่ร้านเกมก็เลยได้รู้จักกับปีหวังเฉียง ส่วนน้องสาวของหวังซี ชื่อ ‘หวังเชียน’ นางฟ้าพเนจรที่ควบด้วยตำแหน่งแฟนสาวของปีหวังเฉียง นอกจากนี้ก็ยังมี “เถาชี่ปู้ติง” ที่ชื่อจางเหลียง คนที่ทำร้ายต้าไห่คนนั้น หนึ่งในผู้ดูแลร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่หวังเฉาป้าเยว่ ดังนั้นที่พูดมาทั้งหมดคือจะบอกว่าพวกเขาเป็นทีมผู้เล่นเปรียบเสมือนธุรกิจครอบครัว"
“ก็แค่พวกแปลกแยก……” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์
หลินเฉอที่กำลังหัวเราะร่า “ฮ่าฮ่าๆ สำหรับพี่มันก็คือพวกแปลกแยกจริงๆนั่นแหละ~~~”
ซูซีหรานที่ยื่นเนื้อกุ้งแดงที่แกะแล้วขึ้นมาจ่อปากผมจึงพูดว่า “อย่ามัวแต่พูด กินก่อน”
ส่วนผมไม่รอช้าจึงอ้าปากกินกุ้งตามที่เธอบอกทันที
ทันใดนั้นหลินเฉอที่ออกอาการบึ้งตึงจึงพูดขึ้นว่า “พี่ซีหราน ผมก็อยากได้นะ……”
ซูซีหรานที่ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “มีมือมีเท้าก็แกะเองสิ”
หวังจินไห่ที่ยกยิ้มยิงฟันจึงพูดขึ้นบ้างว่า “พวกเราด้วย......”
ผมหัวเราะออกมา “สรุปจะให้ซีหรานเป็นแม่นมดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำจริงๆแล้วใช่ไหม? อย่ามัวแต่ไร้สาระเลย มาดื่มกันดีกว่า!”
ว่าแล้วพวกเราก็ดื่มเบียร์เคล้ากับซุปกุ้งแดงที่มีอยู่มากมายทันที
ซูซีหรานจึงพูดต่ออีกว่า “วันนี้บอสติงฆ่าหลิวเฉียงซะจนเขาขอสงบศึกไปเลย แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พวกเราจะได้มีเวลาเยอะๆไปเก็บเลเวลแล้วก็พัฒนาสกิลอาชีพรองด้วย”
“อื้ม สกิลอาชีพรองก็สำคัญมาก”
ผมพยักหน้า “ในช่วงแรกการเก็บเหรียญทอง ขายเอาเงินก็ยังหาเลี้ยงตัวเองได้อยู่ แต่ว่าตลาดเสมือนจริงของเกมในช่วงกลางและช่วงหลังดูเหมือนว่าจะค่อนข้างเงียบไปสักหน่อย ของดีๆก็ค่อยๆลดน้อยลง ตอนนี้คงทำได้แค่อาศัยอาชีพรองมาทำเงินเท่านั้น พวกเราต้องนำหน้าทุกคนและสร้างรายได้ให้เพียงพอในช่วงแรก”
“ใช่ สู้!”
“สู้!”
ว่าแล้วพวกเราก็ชนกระป๋องเบียร์กันอีกครั้งทันที ทว่าครั้งนี้กลับกระแทกเข้าที่นิ้วของจางเหว่ยจนเขาเหยียดยิ้มด้วยความเจ็บปวด
……
หลังอาหารมื้อเย็น ผมจึงอาบน้ำและกลับมาออนไลน์อีกครั้งเพื่อเริ่มต้นการเดินทางในการปัดเป่าค่าบาปของผมต่อทันที
“แว่บ~~~”
ตัวละครจึงปรากฏตัวขึ้นในดินแดนรกร้างและไม่มีใครอยู่รอบๆ เวลานี้ผมที่ก้มลงจัดระเบียบของในช่องเก็บของจึงหยิบเอาของที่ไม่ได้ใช้โยนทิ้งไป และไม่รอช้าจึงหยิบดาบพิรุณดาราขึ้นมาถือไว้ในมือพร้อมกับควบลาป่าออกไปท่ามกลางความมืดในเวลากลางคืนทันที ถัดไปข้างหน้านั้นคือป่ารกร้างที่มีมอนสเตอร์เลเวล 34 ซึ่งก็เท่ากับผมอยู่ในนั้น ที่นี่ของไม่ค่อยดีเท่าไหร่และผมก็เองก็ไม่อยากเก็บเลเวลอยู่ที่นี่ ดังนั้น จึงมุ่งหน้าต่อไปทันที
หลังจากเดินทางไปได้ไม่นาน ก็พบกับกระทิงในป่า มอนสเตอร์เลเวล 36 ซึ่งนี่ก็ไม่ควรค่าแก่การเสียเวลาด้วยเช่นกัน
และในขณะที่ผมกำลังจะมุ่งหน้าต่อไปนั่นเอง ทันใดนั้นก็มีเสียง “ฟิ้ววว” แหวกผ่านสายลมเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับแสงสีรุ้งที่ตกลงมากลางหน้าอกของผมดัง “ฉึก”ทันที กระทั่งเมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลง ความเจ็บปวดรุนแรงก็ตามมาและเกือบทำให้ผมร่วงตกจากลาป่า เมื่อผมก้มหน้าลงไปก็พบว่ามีลูกศรสีแดงปักอยู่บนหน้าอกของผม ขณะที่บนลูกศรนั้นก็สลักไปด้วยตัวอักษร 6 ตัวว่า “ค่ายเฉินอวี๋เมืองจิ่นโจว” อีกทั้งลูกศรดอกนี้ก็ยังลดเลือดของผมไปกว่า 3600 แต้มแล้วเช่นกัน และถ้าหากลูกศรนี้ติดคริติคอลขึ้นมาผมก็คงตายไปแล้วแน่ๆ เป็นการโจมตีนี้น่ากลัวจริงๆ ว่าแต่……ใครกัน?
ผมที่หันหัวลาป่าโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงควบลาป่าไปยังทิศตะวันตกทันที และทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งจึงปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของผมพร้อมกับธนูที่ถูกสะพายอยู่ด้านหลัง ขณะที่ร่างนั้นวิ่งไล่ล่าอยู่ในป่าเขาก็เหมือนกับลิงเลยจริงๆ ทว่าไม่ใช่……เขาคือ NPC อีกทั้งยังเป็นถึง NPC ชั้นยอดเลเวล 40 เลยทีเดียว ขณะที่เขาวิ่งเข้ามานั้นจึงตะโกนขึ้นอย่างเสียงดังว่า “พลธนูแห่งค่ายเฉินอวี๋เมืองจิ่นโจวอยู่นี่แล้ว มารร้าย อย่าคิดหนีเชียว!”
ผมจึงรีบกลืนยาเม็ดฟื้นโลหิตเข้าไปทันที และหลังจากเลือดฟื้นฟูกลับมา 1200 แต้มแล้วนั้น มันก็ยังอันตรายมาก ผมที่ไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังกลับไปก็ได้แต่พุ่งตัวออกไปข้างหน้าราวกับหมูป่าตัวหนึ่ง ทิ้งระยะห่างออกไป แต่เมื่อหันหน้ากลับไปก็พบว่า NPC คนนั้นยังคงไล่ตามผมไม่เลิก ทั้งยังถือคันธนูและยิงออกไป “ฟิ้วว” ลูกศรสีเลือดเจาะทะลุผ่านต้นไม้และยังห่อหุ้มด้วยพลังงานอันน่าเกรงขาม
ผมเคลื่อนที่หนีอย่างว่องไว ในขณะเดียวกันก็ดึงบังเหียนอย่างกะทันหัน แนวร่างกายเคลื่อนไปตามแนวนอนและหลบลูกธนูได้อย่างฉิวเฉียด เมื่อบนศีรษะของผมปรากฏตัวอักษรคำว่า MISS ขึ้นมาผมก็ตกอกตกใจจนร่างทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ขณะที่ผมมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ วิ่งต่อไปอย่างไม่ลดละ NPCพลธนูคนนั้นก็ยังไล่ตามผมสุดชีวิต ขณะที่ผมเองก็วิ่งหนีสุดชีวิตด้วยเช่นกัน หลังจากวิ่งเกือบสิบห้านาที เมื่อผมก้าวเข้าไปในแผนที่ระดับสูงผืนหนึ่ง พลธนูจากค่ายเฉินอวี๋คนนั้นก็ไม่ได้ตามผมมาอีก ทั้งยังกลับลำวิ่งออกไปทันที
“แม่*มันเถอะ!”
ผมก็ยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าผากออกไป ในขณะที่หัวใจก็แทบจะหยุดเต้นและนี่ก็คือราคาของชื่อสีแดง ในสายตาของ NPC นั้นชื่อสีแดงของผมจะกลายเป็นมารร้ายที่ระบบต้องการตัว!
ไม่ได้การแล้ว สำหรับผมยิ่งอยู่ห่างจาก NPC มากเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น แล้วอีกอย่างผมจะไปสถานที่ที่มี NPC รวมกันมากๆไม่ได้ อย่างเช่น สถานที่ตั้งค่ายต่างๆ หรือป้อมปราการ ฯลฯ ตอนนี้แค่พลธนูแค่คนเดียวก็ทำเอาผมวิ่งหางจุกก้นได้ขนาดนี้ ถ้าถูกกองกำลังทหารม้าเหล็กของเมืองจิ่นโจวไล่ล่า มีหวังคงถูกเหยียบจนกลายเป็นเนื้อบดแน่?
น่ากลัวเกินไป......
หนีเท่านั้น มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือต่อทันที
……
ไม่กี่นาทีต่อมา เบื้องหน้าจึงปรากฏป่าทึบที่มืดมิดแห่งหนึ่งขึ้นมาทันที สองด้านของผืนป่าเป็นภูเขาสูงตระหง่านที่ด้านบนมีลมกรรโชกแรงที่พัดไปมาจนเกิดเป็นเสียงดัง ‘วืดด วืดดดด’ ขณะที่แรงลมนั้นก็แรงจนถึงขนาดที่ต้นไม้สูงเหล่านั้นแกว่งไกวอย่างดุเดือดและใบไม้ถูกพัดจนปลิวว่อน กระทั่งเมื่อผมควบลาป่าก้าวเข้าไปข้างในแผนที่นี้ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเตือนดังในหูของเขา “ติ๊ง! โปรดทราบ คุณกำลังเข้าสู่แผนที่อันตราย 【ป่าวายุ】!”
ภายในป่า สายลมก็ไม่ได้พัดแรงนัก ทว่ากลับมีเงาร่างที่สูงราวครึ่งเมตรเงาหนึ่งเคลื่อนไหวไปมาราวกับสายลมแทน ทว่าเมื่อผมเพ่งมองดีๆแล้ว มันคือกระต่ายตัวหนึ่งที่ทั้งร่างถูกห่อหุ้มไปด้วยวิญญาณชั่วร้าย มันมีใบหูขนาดใหญ่ ขณะที่เมื่อหูตั้งพับขึ้นมาก็จะมีความสูงถึง 1 เมตร รูปร่างของมันอ้วนกลม ดวงตาแดงก่ำ และเห็นได้ชัดว่ามันถูกวิญญาณร้ายของปีศาจเข้าสิงสู่ กระทั่งหลังจากที่มันเห็นผมแล้ว เสียงร้องเรียกอย่างรุนแรงจึงดังตามขึ้นมาทันที