ตอนที่เจ็ด ชั้นจะเป็นพระเจ้าของโลกใหม่
..
แม้ว่าผมที่จะชอบทำตัวเป็น มิซากะ มิโคโตะที่ควบคุมกระแสไฟฟ้าได้หรือ แม็กนีโต้ที่ควบคุมสนามแม่เหล็ก
ปรกติแล้วคนที่มีพลังควบคุมไฟฟ้าแบบนี้หลังจากที่เขาได้พลังมาแล้วจะเอาไปทำอะไรในเรื่องทำนองนี้?
แน่นอนครับ เนิร์ดที่โดนคนแกล้งมาตลอด ก็จะเอาความสามารถควบคุมไฟฟ้านั้นไปแก้แค้นเพื่อนในโรงเรียน และจะโดนโยนเข้าคุกและมีการใบ้ในตอนจบว่าตัวร้ายที่ใช้ความสามารถพิเศษได้นั้น จะโดนไปเข้าโปรแกรมลับของรัฐบาล ที่ฝึกการลอบสังหาร..แม้พล็อตเรื่องนั้นจะไม่ปรากฏในเนื้อเรื่องหลักก็เถอะ
อย่างว่าล่ะ ผมจะกังวลกับมนุษย์ต่างดาวจะครองโลก หรือแอตแลนติสจะยึดครองมนุษย์บนบกทำไม ในเมื่อ ซาตานนั้นเป็นปัญหาที่ร้ายแรงกว่า?
นักฆ่าพลังจิตของรัฐบาล มนุษย์ต่างดาว ชาวแอตแลนติสเก่งแค่ไหน ผมไม่คิดว่าจะเอาชนะซาตานได้
ดังนั้นปัญหาของผมจึงเรียบง่ายกว่านั้นมาก
คำถามว่า
ผมคิดว่าจะเลิกเรียนดีไหม?
นั่นคือความคิดเห็นที่ผมคิดขึ้นมา ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ สไปเดอร์แมนที่เป็นอัจฉริยะ คิดเครื่องยิงใย ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆได้ ควรจะไปสอบ GED –General Education Development ทดสอบความรู้มาตรฐานและข้ามการเรียนชั้นเรียนม.ปลายไปเลย และใช้ความอัจฉริยะของตนเอง กลายเป็นโทนี่ สตาร์กคนต่อไป แทนที่จะทนทรมาน โดนเพื่อนๆแกล้งที่โรงเรียน
แน่นอน ผมไม่แนะนำให้น้องๆหนูๆที่ไม่ได้เก่งพอที่จะสร้างชุดไอร่อนแมนได้ในถ้ำแบบโทนี่ สตาร์ก ลาออกจากโรงเรียน
คำแนะนำในการออกนอกโรงเรียนคือคนที่มองว่า โรงเรียนไม่สามรารถให้ประโยชน์กับเขาได้อีกแล้วในการศึกษาภาคปรกติและมีทิศทางของตนเองแล้ว
คนด่า”วิถีแห่งโนบิตะ” ว่าไม่ดูตนเองคนธรรมดาทำอย่างนั้นไม่ได้
คิดอย่างนั้นถูกแล้ว คนอย่างโนบิตะ ไม่ใช่”คนธรรมดา”
คนที่มีความสามารถการมอง spatial sense การจับระยะวัตถุและการจับภาพเคลื่อนไหวสามมิติที่ดีขนาดโนบิตะนั้น
ไม่ใช่คนธรรมดา
จึงไม่ควรจัดการกับคนที่มีความสามารถเช่นนั้นอย่างคนธรรมดา
หากคุณมีความสามารถอย่างโทนี่ สตาร์ก ที่ประดิษฐ์ชุดไอรอนแมนเองได้ตั้งแต่มัธยม คุณก็ไม่ควรจะถูกจำกัดโดยระบบของโรงเรียน
แต่หากยังทำไม่ได้ มีความสามารถแบบธรรมดา ก็ควรจะเรียนตามระบบไป
หากผมไม่ได้มีสมองอัจฉริยะของเลโอนาร์ด ผมคงไม่คิดเรื่องนี้
ด้วยความอัจฉริยะ สอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียนและของรัฐด้วย
แต่..
“อ๊าก”
เลโอนาร์ดก็โดนพวกหนุ่มนักกีฬาโยนใส่ตู้ล็อกเกอร์ของเขาเอง
มันเป็นเรื่องตลกเมื่อมองมาจากสายตาผู้ชม
แต่พอโดนเข้าเองนั้นมันไม่ตลกเลย
ผมพอเข้าใจนิดๆแล้วว่าทำไมเลโอนาร์ดมีพลังเลยเอามาแก้แค้นเพื่อนในโรงเรียนแทนที่จะเอาไปครองโลก เป็นพระเจ้าของโลกใหม่
พลังสายฟ้าเอาไปใช้ทำอะไร?
โอ้ เอาไปแก้แค้นใช้ไฟฟ้าช็อตเพื่อนที่แกล้งเรา..แทนที่จะเอาไปใช้ข้างนอกรั้วโรงเรียนและขึ้นเป็นพระเจ้าของโลกใหม่อย่าง ยางามิ ไลท์
แต่น่าเสียดายที่นี่คือ แนวอเมริกัน ไฮท์สคูล ไม่ใช่มังงะ
“หยุดนะ อย่าไปแกล้งเขาสิ”
เออขอบใจว่ะแม่คุณที่มองเห็นตั้งนานแล้วแต่พึ่งจะเข้ามาช่วย
ทุกคนมองดูเหมือนกับมันเป็นความเคยชินไปแล้ว
เนิร์ดต้องโดนนักกีฬาแกล้งและ สาววัยรุ่นที่เป็นที่นิยมจะเข้ามาห้าม ทุกอย่างเหมือนกับซี่รี่ย์อเมริกันไฮท์สคูล
นั่นสิ โดนเหมือน ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ สไปเดอร์แมน ทำไมไม่ใช่พระเอกของเรื่อง ผมก็งงเหมือนกัน
อ๊า ไฮท์สคูล วันเวลาที่สดใสของมัธยมปลาย และยุคสมัยที่ห่างไกลจากโซเชี่ยลมีเดียอย่างทุกวันนี้
หลังจากนั้นทุกคนก็ทำตัวเหมือนปรกติ หลังจากที่เธอได้ช่วยผมขึ้นมาจากกองขยะในตู้ล็อกเกอร์ทุกคนได้หัวเราะสนุกกัน มันราวกับพิธีกรรมและวิถีชีวิตประจำวันอย่างหนึ่ง
แน่นอน พอเลโอนาร์ดได้พลังมาก็เอาไปใช้กับพวกจ๊อค Jock นักกีฬาพวกนี้และแสดงว่าการใช้พลังแก้แค้นเป็นสิ่งที่ผิด
ผมถึงไม่คิดจะเล่นในเกมส์ที่ไม่มีทางชนะ และคิดว่าการสอบ GED น่าจะเป็นทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
ผมโดนแกล้งไม่เป็นไร พอเอาพลังไปโยนพวกนักกีฬาใส่ถังขยะบ้าง คนก็มองผมเป็นฝ่ายผิดเอง
นี่ล่ะสังคมล่ะนะ
นักกีฬาที่ทานโปรตีน กับฮอร์โมน สเตียรอยด์ไม่ถือว่าขี้โกงหรือใช้ความสามารถในทางที่ผิด แต่เราที่ใช้เวทมนตร์ดันถือว่าทำผิดกฎของสังคม
อย่างที่แลนซ์ อาร์มสตรองนักปั่นจักรยานระดับโลกว่าเอาไว้ “ทำไมมาจับแต่ผม คนอื่นเขาก็ทำกัน”แต่น่าเสียดาย ที่คณะกรรมการตรวจสอบสารเสพติดสเตียรอยด์ไม่ฟังเหตุผลเช่นว่านั้น สังคมก็เช่นกัน
เรายอมรับได้แต่”พลังโกง” ที่สังคมให้การยอมรับเช่น เงินหรือรูปร่างหน้าตาเท่านั้น
นั่นคือสาเหตุที่ผมมองว่ามันเสียเวลาผมจริงๆที่ต้องมาเล่นทนทรมานในถังขยะอย่างเช่นตอนนี้
“ขอบคุณมากครับลินดา ขอโทษด้วยชีทของเธอเปื้อนในถังขยะไปแล้วนะ”
ลินดา แฮมิลตัน หนึ่งในสาวฮ็อตประจำโรงเรียน เธอจะคอยจังหวะสักพักให้บิฟเล่นสนุกหอมปากหอมคอและพอเลโอนาร์ดงอมได้ที่แล้วก็จะเข้ามาห้าม
บางครั้งผมอยากจะโกรธเธอ แต่ผมคิดว่าผมไม่มีอารมณ์จะโกรธใครแล้วล่ะ
หากแก้แค้นเธอด้วยเวทมนตร์ นางเอกก็คงเข้ามากระทืบผมและให้บทเรียนว่าผมไม่ควรจะล้างแค้นหรืออะไรต่างๆนานา ผมเป็นฝ่ายผิดเองฯลฯ
ผมส่งกระดาษที่ยับยู่ยี่เปียกน้ำขยะให้เธอไป
ความจริงผมจะเลี่ยงไม่ให้เปื้อนก็ได้ แต่ผมลองฝึกทักษะการเคลื่อนไหวของผมเพื่อให้มั่นใจว่าชีทการบ้านที่เธอ “วาน”ให้ช่วยทำนั้น ไม่อยู่ในสภาพที่ดีที่จะส่งอาจารย์ได้
“ขอโทษด้วยผมป้องกันมันไม่ทันน่ะ”
สีหน้าของเธอเมื่อเห็นชีทการบ้านของเธอเองนั้นตลกมาก
ผมพยายามใช้ทฤษฏีผูกติดความยากลำบากของผม เข้ากับการสูญเสียผลประโยชน์ของเธอ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะได้ผลหรือเธอจะเปลี่ยนนิสัยของเธอ
ผมแค่ต้องการตอบมโนธรรมทีมีอยู่น้อยนิดของผมว่า ผมได้พยายามให้โอกาสคนจนถึงที่สุดแล้ว
...