ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 146 สังหารผู้ศักดิ์สิทธิ์

            ตัวประหลาดหัวม้าร่างมนุษย์ปรากฏขึ้นทำให้ทุกคนในที่นี้หยุดนิ่งอยู่กับที่

            สำหรับคนที่นี่แล้วหม่าเมี่ยนคือเทพของโลกนี้ เป็นเทพที่มิอาจเทียบเคียงได้

            “เจ้าช่างหาเรื่องให้ข้าจริงๆ”

            เสิ่นเสวียนมองหม่าเมี่ยนด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจกว่าจะเรียกได้ครั้งหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

             

            บนท้องฟ้าในอาณาเขตทะเลไร้ชื่อแห่งหนึ่งในทวีปหลิงโซ่วมีคนสวมชุดคลุมสีทองยืนอยู่กลางอากาศ

            ผ้าคลุมขนาดใหญ่ปกคลุมใบหน้าไปกว่าครึ่งมองเห็นแค่ปากของเขาเท่านั้น

            เขาไว้หนวดเป็นทรงจั่วมีไฝเหนือมุมปากซ้าย ไฝเม็ดนี้ไม่ได้ลดความน่าเกรงขามลงในทางกลับกันยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์มากกว่าเดิม

            บนร่างของเขาเปล่งประกายแสงทองออกมาอยู่ตลอดเวลา

            เขากำลังสังเกตลงไปใต้น้ำทะเลเบื้องล่างมีปลาเขี้ยวแหลมสามตัวกำลังไล่ล่าปลาอีกตัวหนึ่งอยู่ผ่านไปไม่นานทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บหนักและตายไปแล้วสองตัว

            นั่นคือปลาเขี้ยวแหลมตัวหนึ่งและปลาที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามตัวนั้น

            กล่าวได้ว่าเป็นการต่อสู้แบบสามต่อหนึ่งและยังสังหารได้สำเร็จอีกด้วย

            หรือกล่าวได้ว่าตัวหนึ่งเข้าท้าทายสามตัวจึงโดนสังหารไป

            แต่ตอนที่กำลังแย่งชิงร่างของปลาตัวนั้นปลาเขี้ยวแหลมสองตัวที่ยังมีชีวิตอยู่เกิดขัดแย้งกัน จึงเข่นฆ่ากันเอง

            “ปลาสามตัวมีเนื้อกินปลาสองตัวไม่มีเนื้อกิน สัจธรรมง่ายๆ แค่นี้ ทำไมข้าถึงไม่เข้าใจนะ!”

            คนสวมชุดคลุมสีทองมองปลาสองตัวที่กำลังบาดเจ็บพลางกล่าวพึมพำ

            เสียงของเขาไพเราะและน่าดึงดูดมากหากในโลกนี้มีการประชันเสียงกัน เขาต้องได้อันดับแรกอย่างแน่นอน

            ในขณะที่เขากำลังมองดูปลาสองตัวนั้นพลันมีคลื่นพลังรุนแรงปะทุมาจากทางทิศตะวันออกของทวีป ดึงดูดความสนใจของเขาไปทันที

            “เอ๋? คนจากยมโลก พวกเจ้ามากฝีมือยิ่งนัก”

            เขามองไปยังทิศตะวันออกอันไกลโพ้นมุมปากที่มีไฝกระตุกยิ้มน้อยๆ จากนั้นเขาก็หันกลับมามองปลาสองตัวในน้ำต่อไป

            สุดท้ายแล้วปลาเขี้ยวแหลมสองตัวนั้นบาดเจ็บหนักทั้งคู่แล้วก็โดนปลาใหญ่อีกตัวหนึ่งกินไป

             

            ณเขตกู่ซวีแห่งหุบเขาสุขาวดี

            หม่าเมี่ยนปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าดุร้ายโหดเหี้ยมทำให้ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงที่อวดดีมาตลอดไร้เรี่ยวแรงไปทันที

            เขามองหม่าเมี่ยนด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม

            “หึๆขอเพียงท่านเซียนเรียกข้าคำเดียวข้าก็ออกมาแล้วเพียงแต่ท่านไม่ได้ใช้มันเสียนานจึงติดขัดเล็กน้อยครั้งหน้าจะดีกว่านี้อย่างแน่นอน”

            หม่าเมี่ยนแสดงท่าทีเคารพต่อเสิ่นเสวียนอยู่ตลอด

            สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยิ่งทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตะลึงงันและตื่นตกใจยิ่งกว่าเดิม

            ตอนนี้มีเพียงราชามารทิศเหนือที่ไม่ได้ตื่นกลัวต่อไอพลังของหม่าเมี่ยนเลยเขายังคงเก็บรวบรวมเศษกระบี่อยู่

            นี่คือสิ่งของเพียงอย่างเดียวที่ลูกชายของเขาทิ้งไว้ให้

            “ท่านเซียนเรียกข้าน้อยมาเพราะเหตุอันใดหรือ”

            อย่าเห็นว่าเขามีรูปร่างสูงใหญ่กว่าเก้าฉื่อตอนที่เขายืนอยู่ตรงหน้าเสิ่นเสวียนยังเหมือนเด็กคนหนึ่งเท่านั้น

            ภายในมิติของเสิ่นเสวียนคลื่นพลังจิตวิญญาณพลันสั่นไหวขึ้นเหนือโลงศพสีแดงจากนั้นเสวียนหลิงเอ่อร์ก็เดินออกมา

            ดวงตากลมโตของนางกำลังมองด้วยความสงสัย

            “แม้แต่หม่าเมี่ยนจากยมโลกยังเรียกออกมาได้ดูเหมือนข้าต้องพิจารณาเจ้าใหม่อีกครั้งแล้ว”

            เสวียนหลิงเอ่อร์ยืนกอดอกใบหน้างามประดับรอยยิ้มน้อยๆ

            “ไม่ได้เจอกันนานอยากเห็นว่าเจ้าฝึกฝนเป็นอย่างไรแล้วบ้าง ช่วยข้าสังหารคนสักหน่อย”

            เสิ่นเสวียนกล่าวเสียงเรียบเขาไม่มีทางบอกหม่าเมี่ยนหรอกว่าตนเองสังหารอีกฝ่ายไม่ได้ให้เขาเป็นผู้ช่วยเลยแล้วกัน!

            “การสังหารคือสิ่งที่ข้าเชี่ยวชาญที่สุดแล้วใช่เขาไหม”

            หม่าเมี่ยนหันกลับไปมองผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงที่กำลังตื่นตกใจพลางกล่าวถามเสิ่นเสวียน

            “อืม”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้า

            “เข้าใจแล้วท่านเซียนไม่อยากลงมือเองให้มือของท่านเปรอะเปื้อน ให้ข้าจัดการเองข้าเหมาะสมยิ่งกว่า”

            หม่าเมี่ยนเข้าใจความคิดของเสิ่นเสวียนในทันทีและยังรักษาเกียรติให้เสิ่นเสวียนอีกด้วย กระทั่งคนเบื้องล่างต่างยังคิดว่าเสิ่นเสวียนคือยอดฝีมือคนหนึ่งที่ไม่อยากสังหารใครเพราะความเกียจคร้านไม่ใช่ว่าสังหารเองไม่ได้

            “เจ้าหนุ่มเจ้าจะลงมือเองหรือจะให้ข้าช่วยเจ้า”

            หม่าเมี่ยนหันไปกล่าวกับผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวง

            ดูคล้ายสหายเก่าที่รู้จักกันมานานกำลังถามความคิดเห็นของอีกฝ่ายอยู่

            “เจ้า! เจ้าเป็นใครมาจากไหนกันแน่”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงรวบรวมความกล้าถามหม่าเมี่ยนออกไปทันที

            ก่อนหน้านี้พลังของเขาสามารถควบคุมพวกเสิ่นเสวียนได้แต่ตอนนี้พลังของหม่าเมี่ยนกลับควบคุมเขาได้

            ผลกรรมตามสนองได้สำเร็จทุกครั้ง

            “ผู้รวบรวมวิญญาณและกุมชะตาชีวิตพอใจหรือยัง เร็วเข้า อย่าทำให้ข้าลำบากใจนักข้าเองก็ไม่อยากทำให้เจ้าลำบากใจเช่นกัน”

            ในสายตาของหม่าเมี่ยนความเป็นความตายสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ แต่เมื่อตายไปแล้วจะไม่เหลืออะไรเลย

            “เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใครข้าคือผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวง เจ้าอย่าอวดดีกับข้าจะดีที่สุด”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงกล่าวชื่อของตนเองออกมาเพื่อข่มขู่หม่าเมี่ยน

            “บอกใครอย่างนั้นหรือ”

            เพียะ!

            หม่าเมี่ยนสะบัดฝ่ามือขนาดใหญ่ของเขาตบเข้าที่ใบหน้าของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงเสียงดังก้อง

            พลังรุนแรงทำให้ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงกลิ้งไปหลายตลบกว่าจะตั้งหลักได้

            กระบวนท่าเดียวสามารถตัดสินแพ้ชนะได้ทันที

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงไม่มีพลังตอบโต้กลับไปแม้แต่น้อย

            “เจ้าหรือคือผู้ศักดิ์สิทธิ์ไม่ถูกต้อง นี่ไม่ใช่ร่างของเจ้า”

            หม่าเมี่ยนสังเกตเห็นได้ทันทีร่างนี้เป็นร่างปลอม อย่างมากก็ไม่ใช่ร่างของอีกฝ่าย

            ร่างปลอมร่างหนึ่งสามารถฝึกฝนจนถึงขั้นเกียรติยศระดับสูงสุดได้หากว่าเป็นเรื่องจริงจะไปถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้คงไม่ใช่เรื่องยากนัก

            “หากร่างจริงของข้ามาที่นี่เจ้าคงต้องวิ่งหนีไปแล้ว”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงโดนตบหน้ากลับไม่ได้โกรธแค้นเขาไม่อยากทิ้งร่างนี้ไปเลยจริงๆ จะดีกว่านี้หากได้ครองร่างนี้ไปก่อนอีกระยะหนึ่งนี่ยังเป็นร่างของผู้ศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งด้วย พลังของเขาจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก เขาไม่มีทางปล่อยให้ร่างนี้ถูกทำลายอย่างเด็ดขาด!

            “เจ้าช่างปากเก่งเหลือเกินรีบเรียกร่างจริงของเจ้าออกมา ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาอีก”

            หม่าเมี่ยนเบื่อหน่ายที่สุดเวลามีคนอื่นมาข่มขู่คนที่ข่มขู่เขาทุกคน ถ้าไม่ใช่คนที่สู้เขาไม่ได้ ก็กลายเป็นวิญญาณภายใต้สามง่ามของเขา

            อย่าว่าแต่บุคคลในขั้นเดียวกับผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงเลยต่อให้แข็งแกร่งกว่านี้ก็แหลกสลายไปได้เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

            “ร่างแยกของเจ้ามากมายเสียจริง”

            เสิ่นเสวียนได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจออกมาเจ้านี่เหมือนกระต่ายเจ้าเล่ห์ที่ชอบซ่อนตัว คิดดูแล้วเขามีถึงสามชีวิตเลยทีเดียว

            ก่อนหน้านี้ในสุสานเขาทำลายไปแล้วหนึ่งชีวิต ตอนนี้ก็ยังไม่ใช่ร่างจริงอีก

            ขั้นศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ชื่อเรียกที่เกินจริงเลยเขาเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งจริงๆ

            “สหายปล่อยข้าไปสักครั้ง ข้ารับรองว่าจากนี้ไปจะไม่กล้ายั่วยุเจ้าอีกแล้ว”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงดูออกว่าเสิ่นเสวียนคือผู้เป็นนายจึงหันไปอ้อนวอนต่อเสิ่นเสวียน

            ความสูงส่งและเย็นชาของผู้ศักดิ์สิทธิ์จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าอยู่ต่อหน้าใคร

            สำหรับคนที่แข็งแกร่งกว่าตนเองแล้วเขาไม่ได้ต่างอะไรกับหลานชายเลย

            “ครั้งหน้า? ยังมีครั้งหน้าอีกหรือ”

            เสิ่นเสวียนยิ้มอย่างร่าเริง

            “ทำลายจิตวิญญาณของเขาข้าต้องการร่างนี้”

            เสิ่นเสวียนออกคำสั่งหม่าเมี่ยนในทันที

            “ขอรับ”

            หม่าเมี่ยนรับคำเสิ่นเสวียนอย่างนอบน้อมจากนั้นร่างของเขาพลันปรากฏขึ้นด้านหลังของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงอย่างน่าประหลาด

            ฝ่ามือใหญ่ของหม่าเมี่ยนจับหัวของอีกฝ่ายไว้ราวกับเป็นลูกไก่ในกำมือ

            “ไม่! อย่า!”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงดิ้นรนสุดแรงพลางกล่าวไม่เป็นภาษา

            ทว่าบนฝ่ามือของหม่าเมี่ยนกลับมีแรงดึงดูดมหาศาลปรากฏขึ้นค่อยๆ กระชากร่างจิตวิญญาณของอีกฝ่ายออกมาทีละน้อย

            เขาตอบสนองรุนแรงขึ้นเรื่อยๆร่างวิญญาณโดนกระชากออกอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ หยุดต่อต้านทั่วทั้งร่างอ่อนแรงลงไปทีละน้อย

            จากนั้นหม่าเมี่ยนดึงฝ่ามือกลับมากลุ่มจิตวิญญาณขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของหม่าเมี่ยน

            นี่ก็คือร่างจิตวิญญาณของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวง

            “นายท่านให้จัดการอย่างไร”

            “ทำลายจิตสำนึกให้ข้าที”

            “ขอรับ”

            หม่าเมี่ยนแสดงพลังเซียนวิญญาณออกมาเสียงร้องโหยหวนของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงดังออกมาเป็นระยะกระทั่งเงียบลงไปในตอนสุดท้าย

            จากนั้นหม่าเมี่ยนก็มอบกลุ่มจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ให้กับเสิ่นเสวียน

            เสิ่นเสวียนมองกลุ่มจิตวิญญาณพลางพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มขณะที่กำลังจะกลืนกินมันเข้าไปกลับมีเสียงของเสวียนหลิงเอ่อร์ดังออกมาจากในมิติ

            “มอบเขาให้ข้าได้หรือไม่”

            เสียงของนางแฝงนัยขอเจรจาเอาไว้ด้วย

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน