ในพระราชวัง
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของฝ่าา ไป๋อวี้หลัน จัดงานพระศพอย่างสมพระเกียรติ ความยิ่งใหญ่ของพิธีสะท้อนถึงอำนาจที่นาง ขุนนางทั้งวังต่างเข้าร่วมโดยไม่มีใครกล้ากล่าวหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่ในใจของทุกคนกลับเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ โดยเฉพาะกลุ่มขุนนางที่ยังจงรักภักดีต่อ องค์รัชทายาท หลี่หย่งเทียน
วันรุ่งขึ้น ไป๋อวี้หลัน ปรากฏตัวในท้องพระโรง สวมชุดอาภรณ์สีแดงเพลิงประดับด้วยทองคำงดงามราวกับเปลวไฟ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสง่างามและมั่นใจ
ขุนนางฝ่ายตระกูลไป๋ต่างก้มศีรษะแสดงความยินดี “ขอถวายพระพร จักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นฉิน!” แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มขุนนางที่สนับสนุนองค์รัชทายาทยังคงยืนนิ่ง ไม่มีเสียงแสดงความยินดีแม้แต่น้อย
ไป๋อวี้หลันก้าวขึ้นไปยืนบนบัลลังก์ั ดวงตาของนางกวาดมองขุนนางทุกคนด้วยความเด็ดขาด
“วันนี้…ข้าขอประกาศต่อหน้าทุกคน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน “ในฐานะผู้สำเร็จราชการและผู้ที่ได้ร่วมต่อสู้เพื่อแคว้นฉิน ข้าขอแต่งตั้งตัวเองเป็ จักรพรรดินีหญิง คนแรกของแคว้น!”
เสียงฮือฮาดังก้องทั่วท้องพระโรง ขุนนางฝ่ายตระกูลไป๋ต่างแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้ม แต่ขุนนางฝ่ายองค์รัชทายาทต่างแสดงสีหน้าไม่พอใจ หนึ่งในขุนนางที่ภักดีต่อองค์รัชทายาทยืนขึ้นอย่างกล้าหาญ
“จักรพรรดินีหญิง? โปรดทรงระลึกว่าแคว้นฉินนี้เคยมีเพียงจักรพรรดิที่เป็บุรุษเท่านั้น การกระทำเช่นนี้อาจนำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนและแคว้นอื่น!”
ไป๋อวี้หลันหันไปมองขุนนางผู้นั้นด้วยสายตาเยือกเย็น นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ในแคว้นฉินนี้ ผู้ที่เหมาะสมกับบัลลังก์ไม่ใช่เื่ของเพศ แต่เป็เื่ของความสามารถ”
นางหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “และหากผู้ใดไม่พึงพอใจกับการตัดสินใจของข้า ก็จงออกจากราชสำนักไปเสียั้แ่วันนี้!” คำพูดนั้นทำให้ขุนนางหลายคนก้มหน้าเงียบ ไม่กล้าโต้แย้ง
ข้าเดินมาถึงจุดนี้แล้ว ไม่มีอะไรหรือใครที่จะหยุดข้าได้อีก นางคิดในใจ พร้อมกับเงยหน้ามองไปยังบัลลังก์ที่ยิ่งใหญ่เื้ั
“ในราชสำนักแห่งนี้ จะมีเพียงเสียงของข้าเท่านั้นที่ดังก้อง”
ในคุกใต้ดิน
ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด องค์รัชทายาท หลี่หย่งเทียน ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน ร่างกายที่เคยสง่างามเต็มไปด้วยาแและความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของพระองค์ยังคงเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบ ก่อนที่ทหารคนหนึ่งจะปรากฏตัวขึ้น ทหารคนนั้นคุกเข่าลงต่อหน้าองค์รัชทายาท
“องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ ข้าคือคนของแม่ทัพหลี่” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแ่เบา “แผนการของเราพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่หย่งเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “แผนการใด?” ทหารคนนั้นก้มหน้าต่ำและกล่าวต่อ “แม่ทัพหลี่ได้รวบรวมกำลังพลที่ภักดีต่อพระองค์ รวมถึงเหล่าขุนนางที่ไม่พอใจกับการกระทำของไป๋อวี้หลันและตระกูลไป๋”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พรุ่งนี้…เราจะทำการกวาดล้างราชสำนักและยึดบัลลังก์คืนให้พระองค์”
ดวงตาของหลี่หย่งเทียนแสดงออกถึงความตกตะลึง แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่น “เ้ามั่นใจหรือว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว?”
“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารตอบ “แม่ทัพหลี่วางแผนไว้อย่างรอบคอบ ทหารที่ภักดีต่อฝ่าาถูกส่งเข้าไปในพระราชวังแล้ว พวกเขาจะเคลื่อนไหวทันทีที่ได้รับสัญญาณ”
หลี่หย่งเทียนพยักหน้าเล็กน้อย “ดีมาก เ้าจงกลับไปแจ้งแก่แม่ทัพหลี่ว่าข้าจะนำพาชื่อเสียงของราชวงศ์กลับคืนมา”
เขาหยุดก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “แต่จำไว้…จงอย่าให้ประชาชนต้องเดือดร้อน เราจะล้างวังหลวงจากความชั่วร้าย แต่จะไม่สร้างความวุ่นวายให้แผ่นดิน”
ทหารคนนั้นพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท” ก่อนจะรีบลุกขึ้นและเดินออกจากคุกใต้ดิน เมื่ออยู่เพียงลำพัง หลี่หย่งเทียนหลับตาลง ดวงตาของพระองค์ฉายแววเ็ปและความโกรธ
“ไป๋อวี้หลัน…เ้าใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกอย่างเพื่อขึ้นสู่อำนาจ แต่ข้าจะทำให้เ้าเห็นว่าความยุติธรรมยังคงมีอยู่ในแผ่นดินนี้” พระองค์กำหมัดแน่น ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยความมุ่งมั่น
“พรุ่งนี้…แผ่นดินฉินจะต้องถูกชำระล้าง และความยุติธรรมจะกลับมาอีกครั้ง”