Chapter 12
ให้อภัยกันได้มั้ย?
ผมยอมให้ยิมไปส่งที่คอนโดเพราะว่าตรงนั้นมันค่อนข้างเปลี่ยวและมืด ไม่เห็นจะมีแท็กซี่สักคัน
“ขอบคุณมากนะที่มาส่ง”
“อื้ม ไม่เป็ไร”
“ถ้าไม่ได้ยิมเราคงแย่”
“เื่เล็กน้อยน่า ขึ้นห้องเถอะดึกแล้ว”
“อื้ม ขอบคุณนะไว้พรุ่งนี้เจอกัน”
ผมลงจากรถแล้วหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาเพื่อเตรียมเข้าคอนโด
“อ๊ะ!”
แต่ก็ต้องชะงักเมื่อผมโดนดึงแขนอย่างแรงแล้วดึงเข้าไปในแผงอกกำยำของใครบางคน
“โทรตั้งหลายสายทำไมไม่รับ”
พี่ยอร์ชขมวดคิ้วมุ่นทำหน้าไม่พอใจ
“ไม่อยากรับ”
“เดี๋ยวนี้ดื้อแล้วอ่อ?”
“ไม่ได้ดื้อ แต่ไม่คุยกับคนเลว“
“พี่ขอโทษ”
“คิดว่าหายไหมล่ะ?”
เื่ที่พี่ทำแม่งโคตรเลวระยำ
“ให้พี่ทำไงถึงจะหายโกรธ”
“ไปให้พ้นหน้าผมแล้วอย่ามาเจอกันอีก”
“ถ้าจีน้าแบบนั้นก็ได้”
พูดจบพี่ยอร์ชก็เดินไปที่รถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ของตัวเอง
“วันนี้พี่ให้เวลาจีนได้คิดทบทวนก่อน พรุ่งนี้จะไปหาที่คณะ”
“...”
“จะง้อจนกว่าจีนจะยอมใจอ่อน”
มันยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาใส่แล้วขับมอเตอร์ไซค์ออกไป
ผมยืนมองมันทั้งน้ำตา ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆเหมือนคนโง่เขลา
เช้าวันต่อมา
ห้องเรียน
“ฮ้าวว ง่วงอีกแล้วอ่ะ”
พวกเรานั่งกันอยู่ที่โต๊ะเรียน เอ็มเมอร์นั่งด้านในสุด ติดกับกำแพง ไอ้ดีลนั่งกลาง และผมนั่งริมทางเดินอีกเช่นเคย
“มึงก็ง่วงตลอดไอ้เอ็ม ไม่ได้นอนทั้งคืนมัวไปคั่วกับใครอยู่”
“คั่วเชี่ยอะไรล่ะไอ้ดีล กูก็นอนเล่นเกมของกูนี่แหละเว้ย”
“เฮ้ออออออ”
ผมถอนหายใจออกมาเสียงดัง สิ่งที่สองสิงห์นี้เถียงกันไม่ได้เข้ามาในหัวผมเลย
ตอนนี้ในหัวของผมคิดอยู่แต่เื่ของพี่ยอร์ชกับเพื่อนเพื่อนของเขา
“เป็ไรวะไอ้จีน นั่งถอนหายใจอยู่ได้”
เอ็มเมอร์หันมามอง
“นั่นสิ หน้าตาดูไม่สดใสเลยนะมึงอ่ะ”
ไอ้ดีลเองก็สมทบด้วย
“เปล่า กูก็แค่มีเื่เครียดๆนิดหน่อย”
“เครียดอะไรเล่าให้พวกกูฟังดิ”
ไอ้ดีลดูท่าจะสงสัยหนัก ส่วนไอ้เอ็มก็นั่งหาวเอามือปิดปาก
“กูจะเล่าดีมั้ยอ่ะ”
ผมถามอย่างลังเล กลัวว่าเพื่อนฟังแล้วจะรู้สึกแย่ไปด้วย
ไม่อยากบอกใครหรอกว่าใจง่าย ง่ายที่ไปเชื่อรุ่นพี่ที่รู้จักกันได้แค่ไม่กี่วัน
“มึงเป็อะไรก็รีบๆพูดมา”
ไอ้เอ็มเมอร์ดูจะสงสัยหนัก
“คือ...”
ผมตัดสินใจเล่าเื่ทุกอย่างที่เจอมาั้แ่ต้นจนจบให้ไอ้เอ็มเมอร์กับไอ้ดีลฟัง
ป้าบบ!
“เลวฉิบหาย!”
ไอ้เอ็มเมอร์สบถออกมาเสียงดังพร้อมกับตบโต๊ะดังป้าบ
“พี่ยอร์ชกูเคยเห็นนะ หน้าตาก็ดี ไม่คิดว่าจะทำเื่เลวๆแบบนี้ได้”
ดีลพูดออกมา ส่วนผมพอเล่าเื่ที่เกิดขึ้นจบก็ถึงกับน้ำตาคลอ พูดไม่ออก
“มันเรียนนิเทศใช่มั้ย?”
ไอ้เอ็มเมอร์พยายามสงบสติอารมณ์แล้วพูดถามออกมาอย่างใจเย็น
แต่น้ำเสียงของมันในตอนนี้ดูน่ากลัวมากเลยล่ะ
“อือ เรียนนิเทศ”
“เดี๋ยวมันต้องเจอกู”
คำพูดนิ่งๆแต่ทรงไปด้วยพลังของไอ้เอ็มเมอร์เพื่อนรักทำเอาผมใอยู่นะ
แต่ไอ้เอ็มเมอร์เป็แบบนี้แหละ รักเพื่อนมาก รอบก่อนที่ไอ้ดีลคบกับพี่สมการก็มันนี่แหละคอยตามเป็ห่วง
“มึงใจเย็นไอ้เอ็ม นั่นรุ่นพี่”
ไอ้ดีลหันไปทางเอ็มเมอร์แล้วลูบแขนเพื่อนให้ใจเย็นๆ
“รุ่นพี่ก็รุ่นพี่ดิ มาทำเพื่อนกูแบบนี้ได้ไงวะ”
ตกเย็น
[ ยอร์ช Part ]
“มึงมีอะไร? มาขวางพวกกูทำไม?”
อาเธอร์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหาเื่
ตอนนี้มีรุ่นน้องในชุดช็อปวิศวะมายืนขวางแก๊งเราเอาไว้ด้านหน้า
“มึงใช่มั้ย ที่ชื่อไอ้ยอร์ช?”
ไอ้รุ่นน้องหน้าหล่อจับจ้องมาทางผม
ถ้าจำไม่ผิด...ไอ้เด็กหน้าหล่อนี่น่าจะเป็แก๊งเพื่อนของพวกน้องจีน
“มึงเป็ใคร มาเรียกเพื่อนกูว่าไอ้”
ไอ้ไปร์ทแทรกถามขึ้นอย่างไม่พอใจ
“กูชื่อเอ็มเมอร์ เพื่อนไอ้ตี๋จีน”
“มีอะไรกับพี่เหรอ?”
“มึงเอาเพื่อนกูแล้วจะทิ้งงั้นเหรอ?”
มันถามออกมาตรงๆ ผมรู้ในทันทีว่ามันโกรธเื่อะไร
“เปล่าสักหน่อย ไม่ได้พูดสักคำว่าจะทิ้ง”
คิดเองเออเองทั้งนั้น
“แล้วที่มาหลอกเอามันก็แลกกับเงินเก้าพันนี่คือยังไง?”
“ก็ไม่ได้เอาแล้วไง เงินก็ไม่ได้รับมาจากเพื่อน”
“มึงแม่ง โคตรเลว”
“....”
“เห้ยไอ้เด็กเหี้ยนี่!”
ไอ้ไปร์ทถลาตัวเข้าไปจะต่อยไอ้เด็กหน้าหล่อ แต่ผมยกมือห้ามไว้
ไอ้อาเธอร์กับคอปเปอร์เองก็เข้ามาดึงแขนไอ้ไปร์ทกันไว้คนละข้าง
“ต่อไปนี้ไม่ต้องมาเจอหน้าเพื่อนกูอีก”
“...”
“ถ้ากูเห็นมึงมาตามง้อเพื่อนกู กูจะเอาส้นตีนลูบหน้ามึง!“
พูดจบไอ้เด็กที่ชื่อว่าเอ็มเมอร์ก็เดินจากไป
“ไอ้เด็กเวรนี่... ดูมันพูดเข้า”
ผมถึงกับต้องอุทานขึ้นมา ไม่เคยเจอใครมาตามด่าขนาดนี้มาก่อน
แต่ยิ่งห้าม... ก็เหมือนยิ่งยุ
งั้นกูก็จะยิ่งยุ่งกับเพื่อนมึง :)
บอกเพื่อนมึงเอาไว้แล้วกันให้ใจแข็งๆ
อย่าตกหลุมรักพี่เป็ครั้งที่สองแล้วกัน ... น้องจีน