ของวันที่อากาศสดใส... หรืออาจจะไม่สดใสเท่าไหร่เพราะในจวนตระกูลอะไรก็ไม่รู้ที่ฮวาเสี่ยวซีมาอาศัยอยู่นั้นเงียบเชียบยังกับป่าช้าหลังเที่ยงคืน ไม่มีแม้แต่เสียงกระแอมกระไอของบ่าวไพร่หรือเสียงบ่นพึมพำของชายจอมเย็นชา ที่นางจำเขาไม่ได้ฮวาเสี่ยวซีในชุดผ้าเนื้อดีที่ดูยังไงก็ไม่เข้ากับนิสัยซุกซนของนางย่องเท้าเบาราวกับแมวขโมย มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ
"ฮึ่ม... โอกาสทอง!"นางกระซิบกับเจ้าอ้วนน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนเด็กน้อยวัยสิบเอ็ดเดือนผู้นี้มีแก้มยุ้ยราวกับซาลาเปาไส้หมูกำลังดูดนิ้วโป้งอย่างเพลิดเพลินราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าแม่ของตนกำลังวางแผนอะไรอยู่
"ไอ้ตัวเล็กเอ๊ย วันนี้แม่จะพาเจ้ากลับไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่บ้านเราไปให้พวกตาแก่ๆยายแก่ๆที่บ้านเห็นหน้าหลานชายสุดหล่อเสียหน่อย"ฮวาเสี่ยวซีพูดพลางยักคิ้วหลิ่วตาอย่างมีเลศนัย
"ส่วนไอ้สามี...ปล่อยให้เขานั่งเหงาหงอยอยู่ในจวนนี้แหละ โทษฐานที่ไม่เคยชวนเมียไปเที่ยว!"
แล้วปฏิบัติการ "หนีตามลูกกลับบ้าน"ก็เริ่มต้นขึ้น ฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยแนบอกเดินออกจากจวนอย่างรวดเร็วแต่ระมัดระวังราวกับสายลับที่กำลังปฏิบัติภารกิจลับสุดยอด นางโบกมือลาจวนหลังนั้นในใจ “แบบไม่ค่อยอาลัยอาวรณ์เท่าไหร่”แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่นางคุ้นเคยดี... บ้านตระกูลฮวาอันเป็นที่รักยิ่ง!
เมื่อมาถึงหน้าประตูจวนตระกูลฮวาฮวาเสี่ยวซีก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆกลิ่นคุ้นเคยของดอกไม้ในสวนและกลิ่นอาหารที่ลอยมาแตะจมูกทำให้นางรู้สึกเหมือนได้กลับสู่อ้อมกอดของบ้านจริงๆนางอุ้มเจ้าอ้วนน้อยเดินเข้าไปอย่างไม่รีรอ
"ท่านพ่อ ท่านแม่! ลูกกลับมาแล้ว!"
เสียงใสของ ฮวาเสี่ยว ดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วบริเวณจวนตระกูลฮวาอันกว้างขวางบ่าวไพร่ที่กำลังทำงานของตนเองอยู่ บ้างก็รดน้ำต้นไม้ บ้างก็กวาดลานบ้างก็เดินขวักไขว่ ต่างก็ชะงักมือหันมามองคุณหนูสามที่หายหน้าไปนานพร้อมกับเด็กน้อยในอ้อมแขน
ฮวาเสี่ยวอุ้มเจ้าอ้วนน้อยเดินลึกเข้าไปในจวนผ่านเรือนต่างๆ ที่แยกจากกันไปตามหน้าที่และความชอบของแต่ละคนเพราะเธอมาแบบไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ดังนั้นคนในครอบครัวเลยไม่ได้ออกมาต้อนรับ
นางจึงจำเป็นต้องไปหาพวกเขาเอง และแน่นอนว่านางเลือกเดินไปยังเรือนของท่านตาเจ้าอ้วนน้อยก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อสร้างเรื่องเซอร์ไพร์มาถึงหน้าเรือนก็ยังได้ยิน "ธุระสำคัญ"ของท่านตาที่ดังเล็ดลอดออกมาอย่างต่อเนื่อง
“อ่า...ซี๊ด...”เสียงครางกระเส่าดังออกมาอย่างชัดเจนเสียงพูดของบุรุษที่ดังตามมานั้นบรรยายภาพในห้องอย่าง
โจ่งแจ้ง: "ที่รัก...เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน... ผิวขาวผ่องของเจ้าตัดกับรอยแดงระเรื่อบนเรือนร่างยามนี้ช่างยั่วเย้าเสีย
จริง... สะโพกผายผึ่งของเจ้าที่ขยับรับแรงกระแทกของข้าช่างน่าหลงใหลนัก... ข้ามิอาจต้านทานได้เลย... อ่า...
จังหวะนี้... ใช่แล้ว...ข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกดีกว่าที่เคย..."
ฮวาเจิ้นยังคงคร่ำครวญขอหญิงสาวด้วยเสียงกระเส่าความปรารถนาที่พุ่งพล่านทำให้เขาแทบคลั่ง “ที่รัก... ได้โปรด... ข้าต้องการเจ้า...มากกว่าสิ่งใด...” เสียงของเขาพร่าพรึงไปด้วยแรงอารมณ์“ข้าอยากจะจมดิ่งลงไปในตัวเจ้า... ไม่ให้ผละจากไปไหน... ไป๋หลิน... เจ้าทำให้ข้าแทบจะอดทนไม่ไหวแล้ว...”
แล้วเสียงครวญครางของเขาก็เปลี่ยนเป็นความสุขสม“อิ...เจ้าดีจริงๆ อ่า... บีบรัดข้า... เจ้าเห็นไหม... อ่า... ของข้า...มันแข็งขึ้นอีกแล้ว...”
“ท่านพี่... พอแล้ว... อื้อ... ข้า...ข้าไม่ไหวแล้ว...” เสียงหวานปนหอบหายใจของไป๋หลินดังออกมาแผ่วเบา
ฮวาเสี่ยวหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าด้านในทำอะไรกันเธอพึมพำกับตัวเอง
"ไม่คิดเลยว่าบิดาข้าจะกลับมาเป็นหนุ่มน้อยเวลากลางวันก็ยังร้อนแรงเสียจนเสียงดังออกมาข้างนอก"
ทว่าฮวาเสี่ยวกลับไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มกริ่มๆแล้วกระซิบกับบุตรชายตัวน้อยในอ้อมแขน
"เจ้าอ้วนน้อย... ท่าทางท่านตาจะกำลัง 'บริหารร่างกาย' อยู่แน่ ๆเลยนะ"
แล้วนางก็ไม่รอช้า กระแอมไอเสียงดัง สองสามทีราวกับต้องการเคลียร์ลำคอให้โล่งก่อนจะตะโกนเข้าไปในเรือนด้วยเสียงที่ดังชัดเจนและร่าเริงผิดปกติ "ท่านพ่อ! ข้าไปหาท่านแม่นะ พี่ไป๋หลินสู้ๆ!!"
เสียงตะโกนก้องของฮวาเสี่ยวทำให้สาวใช้ที่ยืนก้มหน้าอยู่หน้าเรือนถึงกับสะดุ้งตัวโยนใบหน้าของนางซีดเผือดลงกว่าเดิมราวกับเห็นผีร้าย ส่วนฮวาเสี่ยวนั้นยืนยิ้มแป้นอย่างสบายใจ ไม่มีท่าทีสำนึกผิดแม้แต่น้อย
ฮวาเจิ้น และ ไป๋หลินที่อยู่ด้านในได้ยินเสียงตะโกนนั้นอย่างชัดเจนเสียงของฮวาเสี่ยวที่ดังแทรกเข้ามาทำให้ทั้งคู่ชะงักงันไปชั่วขณะ
ฮวาเจิ้น เบิกตากว้างด้วยความตกใจใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย เขาไม่คิดว่าบุตรสาวจะมาในเวลานี้แถมยังได้ยินทุกอย่างอย่างชัดเจนถึงขนาดตะโกนเข้ามาเช่นนั้นเขาผละออกจากไป๋หลินเล็กน้อย พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ
ไป๋หลิน เองก็หน้าแดงก่ำไม่แพ้กันนางรีบเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มมาคลุมกายอย่างรวดเร็วดวงตาคู่สวยเหลือบมองฮวาเจิ้น อย่างเลิ่กลั่กด้วยความประหลาดใจระคนอับอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องเพียงชั่วครู่ก่อนที่ฮวาเจิ้นจะกระแอมไอเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน “อะแฮ่ม...เสี่ยวเอ๋อร์... เจ้า... เจ้ามาทำอะไรที่นี่...”เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการครวญครางก่อนหน้าซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์น่าอับอายมากขึ้นไปอีก
แต่เมื่อเวลาผ่านไปเล็กน้อยและไม่มีเสียงตอบรับจากด้านนอกฮวาเจิ้นก็ยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาพลางเลิกคิ้วให้ไป๋หลิน
“นางไปแล้ว...มาทำกันต่อเถิด ที่รัก... ข้ายังเสียวอยู่เลยนะ”
สิ้นคำกล่าวกิจการส่วนล่างของฮวาเจิ้นก็ทำงานต่ออย่างกระตือรือร้นราวกับไม่เคยหยุดพักราวกับว่าเสียงตะโกนของฮวาเสี่ยวไม่ได้เป็นสิ่งรบกวนแต่เป็นเพียงแค่การหยุดพักโฆษณาคั่นเล็กๆ น้อยๆก่อนจะกลับมาเข้าสู่ช่วงไคลแม็กซ์ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!
ไป๋หลินหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูระคนขบขันกับท่าทีของเขา “ท่านพี่นี่นะ... ดูเหมือนจะตื่นตัวกว่าเดิมเสียอีกนะคะ” นางพูดพลางขยับกายเข้าหาคล้อยตามจังหวะที่ฮวาเจิ้นเริ่มเร่งเร้าขึ้นมาอีกครั้งเสียงครางกระเส่ากลับมาดังขึ้นภายในห้องอีกครา โดยมีเสียงหัวเราะเล็กๆของไป๋หลินแทรกมาเป็นระยะ
เมื่อฮวาเสี่ยวเดินมาถึงลานหน้าเรือนหลัก ท่านปู่กั๋วกงผู้แก่ชราแต่ยังแข็งแรงก็เดินออกมาจากเรือนด้วยไม้เท้าคู่กายดวงตาเหี่ยวย่นแต่กลับเป็นประกายเมื่อเห็นหลานสาวและเหลนชายท่านปู่กำลังนั่งเล่นกับธิดาของท่านวัยสองขวบพร้อมกับ อนุหลิง ที่กำลังป้อนขนมให้เด็กน้อยอย่างอ่อนโยน
“เสี่ยวเอ๋อร์! เจ้ากลับมาแล้วรึ!”ท่านปู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกว้าง“หายไปนานเลยนะเจ้าตัวเล็ก! มาทวดเร็ว?” ท่านปู่เอื้อมมือออกไปรับเจ้าอ้วนน้อยมาจากฮวาเสี่ยวซีเจ้าตัวเล็กเหมือนรู้ความไม่ขัดขืนหรือร้องไห้แต่ย่างใดให้ท่านปู่อุ้มเขาอย่างสงบ
“ท่านปู่เจ้าคะ! เจ้าอ้วนน้อยคิดถึงท่านเจ้าค่ะ!”ฮวาเสี่ยวหัวเราะคิกคักพลางยื่นเจ้าอ้วนน้อยให้ท่านปู่ดูใกล้ๆเจ้าอ้วนน้อยที่กำลังงัวเงียอยู่ในอ้อมแขนของมารดาหันไปมองท่านปู่ด้วยดวงตากลมโตก่อนจะยิ้มกว้างเห็นฟันซี่เล็กๆ น้อยๆท่านปู่กั๋วกงถึงกับหัวเราะลั่นด้วยความเอ็นดู รีบรับเหลนชายมาอุ้มทันที
อนุหลิงที่นั่งอยู่ข้างๆก็ยิ้มทักทายฮวาเสี่ยวด้วยความอบอุ่น “คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วหรือเจ้าคะเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” นางเอ่ยถามด้วยความห่วงใยดวงตาของนางยังคงจับจ้องไปที่เจ้าอ้วนน้อยด้วยความสนใจอย่างเห็นได้ชัด
ฮวาเสี่ยวซีตอบยิ้มๆ “สบายดีอนุหลิงก็สบายดีเช่นกันนะเจ้าค่ะ”
หญิงสาวตอบกลับ “เจ้าค่ะข้าสบายดีเจ้าค่ะ”
นางพูดคุยได้สักระยะก็อุ้มเจ้าอ้วนน้อยขอตัวไปหามารดาที่เรือนอีกหลัง
ฮวาเสี่ยวเดินไปยังเรือนของมารดา หลิวฮูหยิน ดีใจยิ่งนักที่บุตรสาวกลับมานางพานางนั่งลงข้างกายพลางซักถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใย
"เป็นอย่างไรบ้างเสี่ยวเอ๋อร์ลูกสบายดีหรือไม่ ผอมลงไปมากเลยนะเจ้าตัวเล็ก" มารดาเอ่ยอย่างอบอุ่นฮวาเสี่ยวตอบคำถามมารดาด้วยรอยยิ้ม "ลูกสบายดีเจ้าค่ะท่านแม่ท่านแม่ต่างหากที่ดูสดใสขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ" เธอแกล้งแซว
หลิวฮูหยินหัวเราะคิกคัก "ปากหวานนักนะเจ้านี่คงเป็นเพราะท่านพ่อเจ้ากระมัง" เธอพูดพลางยิ้มอย่างมีความสุขแล้วจึงหันมาคุยเรื่องของท่านพ่อกับไป๋หลิน
"ท่านแม่เจ้าคะ ท่านพ่อกับพี่ไป๋หลิน....ท่านแม่เป็นอย่างไรเจ้าค่ะ"ฮวาเสี่ยวเอ่ยถามรู้สึกเห็นใจมารดา
หลิวฮูหยินยิ้มอ่อนโยนพลางเอื้อมมือมาลูบผมบุตรสาว "ซีเอ๋อร์... ต้องเรียกว่า ภรรยารอง ของท่านพ่อเจ้าถึงจะถูก”
เสียงนางยังอ่อนโยนเช่นเคย แต่แววตากลับพร่าเลือนไปครู่หนึ่ง“แม่ไม่คิดสิ่งใดแล้วเรื่องนี้...”นางเว้นวรรคอย่างเงียบงันก่อนแย้มยิ้มจาง ๆ ยิ่งกว่าแสงแดดฤดูเหมันต์“เพราะแม่...เพียงหวังให้ท่านพ่อเจ้าพิษสงบลงได้บ้าง...”ประโยคนั้นจบลงอย่างไม่สมบูรณ์นักแต่ในน้ำเสียงกลับแฝงด้วยความเข้าใจอันเจ็บปวดหลิวฮูหยินรู้ดีว่าผู้เป็นสามีกำลังข่มพิษราคะในกายด้วยวิธีของบุรุษ แม้มันจะทิ่มแทงหัวใจของภรรยาหลวงจนแทบสิ้นแรงก็ตาม
ทั้งสองแม่ลูกพูดคุยกันอยู่ครู่ใหญ่บรรยากาศภายในเรือนอบอวลด้วยความอาทรที่ไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำใดให้มากความไม่นานฮวาหยางกับฮวาเหลียนพี่ชายทั้งสองของฮวาเสี่ยวก็พากันมาพร้อมกับพี่สะใภ้ทั้งสองด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อเห็นน้องหญิงกับเจ้าอ้วนน้อย ต่างก็กรูกันเข้ามาด้วยความคิดถึง
“เสี่ยวซีเอ๋อร์! คิดถึงเจ้านัก!”ฮวาหยางเอ่ยขึ้นพลางยีศีรษะน้องสาอย่างเอ็นดู“เจ้าอ้วนน้อยโตขึ้นมากเลยนะ” ฮวาเหลียนกล่าวเสริมพลางอุ้มเด็กน้อยขึ้นมากอดแน่นพี่สะใภ้รองหัวเราะเบา ๆ ก่อนชวนอย่างใจดีว่า“ไว้ว่าง ๆ เราไปเที่ยวด้วยกันนะน้องหญิง”พี่สะใภ้ใหญ่เพียงยิ้มหวานให้อย่างอบอุ่นมิได้พูดมาก แต่แววตากลับเปี่ยมด้วยเมตตา
บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและคำถามไถ่ถึงเรื่องราวสารทุกข์สุกดิบจากทั้งสองฝ่ายทว่าเมื่อได้เวลา ฮวาเสี่ยวก็ขอตัวเพื่อไปหาท่านย่าเป็นลำดับถัดไป
ก่อนนางจะลุกออกจากเรือน ฮวาหยางก้าวเข้ามาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“น้องหญิง หากมีเวลาเจ้าจงมาส่งข้ากับพี่สะใภ้ที่ประตูเมืองเถิดเราจะออกเดินทางไปชายแดนในอีกสองสามวันนี้แล้ว”
ฮวาเสี่ยวพยักหน้ารับคำทันที“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะไปส่งพี่ใหญ่อย่างแน่นอน”
นางประคองเจ้าอ้วนน้อยไว้ในอ้อมแขนกล่าวลาทุกคนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะออกเดินจากเรือนมารดามุ่งไปยังเรือนท่านย่าเพื่อเตรียมตัวกลับจวนของ...ใครบางคนที่ยังมิอาจเรียกว่า “บ้าน”
พูดคุยกันเพียงไม่นานสีหน้าของท่านย่าก็เริ่มซีดเซียวลงเล็กน้อย แม้จะยังฝืนยิ้มอยู่แต่แววตากลับแฝงความเหนื่อยล้า ฮวาเสี่ยวย่อกายลงกระซิบข้างหูเบา ๆ
“ท่านย่า...ท่านพักเถิดนะเจ้าคะไว้วันหน้าเสี่ยวเอ๋อร์จะมาหาท่านใหม่”
หญิงชราพยักหน้าน้อย ๆมือเหี่ยวย่นเอื้อมมากุมมือหลานสาวไว้อย่างแผ่วเบา ราวกับไม่อยากปล่อย
เมื่อลากลับออกจากเรือนท่านย่าแสงแดดยามสายส่องลอดเงาไม้ลงบนลานดิน ฮวาเสี่ยวสูดลมหายใจลึกราวต้องการปลดปล่อยบางสิ่งในใจออกไป นางก้มลงมองเจ้าอ้วนน้อยในอ้อมแขนเห็นดวงตากลมโตยังมองนางอย่างใสซื่อ
"เราไปเที่ยวตลาดกันดีหรือไม่?"นางเอ่ยเสียงแผ่ว พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
ลมเย็นเฉื่อยพัดผ่านกลีบบุปผาใกล้รั้วไม้กลิ่นดอกไม้ป่าจาง ๆ ลอยมาปะปนกับกลิ่นขนมร้อน ๆ ที่ลอยมาตามลมจากทิศตะวันออก
บรรยากาศวันนี้เหมาะจะพาใจให้หลุดพ้นจากเรื่องวุ่นวายทั้งมวล…