คอม ออมโบ -
อียิปต์ -
กันยายน 1945
ยามอรุณรุ่งของวันที่อุมโมนาหวาดกลัวอย่างที่สุดได้มาถึงแล้ว...
นางทุรนทุรายอยู่กับความหวาดหวั่นขณะรอเวลาที่คนพวกนั้นจะมาจัดการกับลูกสาวคนเดียวของนางอาทิตย์ยังไม่ลอยดวงขึ้นเหนือเนินทรวงเขาทรายสีแดงซึ่งอยู่ทางด้านขวาของแม่น้ำแต่อากาศเริ่มร้อนหนาหนักด้วยความชื้นแม้แต่หมู่มวลนกก็ยังอ่อนเพลียเกินกว่าจะเปล่งเสียงร้องออกมา
เมื่อคืนที่ผ่านมาอุมโมนาแม่ของโมนาไม่ได้หลับตาลงเลย นางเฝ้าแต่จับตามองดูสิ่งที่จะเป็ลางบอกเหตุว่าทุกสิ่งจะเป็ไปด้วยดีหรือเลวร้าย แต่ไม่เห็นแมลงป่องที่เดินถอยหลังไม่มีเปลวไฟแลบเลียขึ้นจากก้อนเส้าที่เย็นเยือกไม่มีวี่แววของปีศาจร้ายจากแม่น้ำเดินผ่านประตูหน้าบ้านไป
ดวงตาคู่สีดําราวกับน้ำมันดินเหลือบแลไปรอบๆตัวแต่ดูเหมือนนางมองไม่เห็นอะไรเลยทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งตัวนางล้วนแต่เป็สีดําหรือไม่ก็สีน้ำตาลทั้งสิ้นเสื้อที่สวมเป็สีดำ ผิวพรรณบนเนื้อตัวที่อวบอ้วนเป็สีน้ำตาลเหมือนสีโคลนเกือบเป็สีเดียวกับพื้นกระท่อมที่รองรับเท้าเปล่าสีน้ำตาลสกปรกไว้ทั้งฝาผนังของตัวบ้าน และลานเล็กๆ ด้านหน้าล้วนแต่เป็ดินสีน้ำตาลลูกกรงปิดกั้นภายในตัวบ้านไว้จากถนนซอยเก่าคร่ำคร่าจนเป็สีเดียวกับดินโคลนตรงมุมห้องมีไม้กวาดสั้นทําจากใบปาล์มแห้งสีน้ำตาลใกล้กันคือหม้อเหล็กใช้ในการหุงต้มอาหารวางอยู่บนยกพื้นที่ควันไฟจับเขม่าเป็สีน้ำตาลดําและใต้ก้อนเส้าเถ้าถ่านก็ยังเป็สีดําอีกด้วย
อุมโมนากะพริบตาเมื่อแมลงสีดําตัวใหญ่บินมาเกาะเปลือกตา นางยกมือขึ้นปัดไล่พร้อมกับถอนหายใจออกมา เมื่อแมลงเริ่มออกหากินย่อมหมายความว่าผู้คนในหมู่บ้านเริ่มตื่นกันแล้วนางโน้มตัวลงไปยังก้อนเส้า เขี่ยขี้เถ้าให้บางลงแล้วเริ่มติดไฟขึ้นเกือบถึงเวลาปลุกสามีกับลูกให้ตื่นขึ้นแล้ว
แข้งขาดูสั่นเทาเนื่องจากนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิเป็เวลานานหยาดเหงื่อที่ลามไหลลงมาไม่ขาดสายทําให้เสื้อผ้าที่สวมอยู่เปียกชื้นติดแน่นอยู่กับผิวกายมาเลช...นางบอกกับตัวเอง...ไม่เป็ไร...ในชีวิตนี้ดูเหมือนต้องพานพบแต่คําว่า “ไม่เป็ไร” อยู่ตลอดเวลาแม้สํานึกในใจจะบอกนางว่าจริงๆ แล้วมัน “เป็” ก็ตาม นางดึงกางเกงแพนตาลูนสีแดงให้หลุดพ้นจากต้นขาอวบใหญ่อย่างหงุดหงิดถอดเสื้อผ้าฝ้ายสีม่วงที่ปิดบังพวงถันหย่อนยานออกด้วยบอกกับตัวเองว่านางจะต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดทั้งที่มันเป็วันเลวร้ายที่สุดสําหรับความรู้สึกของนางก็ตาม
บางที...นางครุ่นคิดขณะเดินเข้าไปข้างใน...บางทีอาจจะยังไม่สายเกินไปก็ได้บางทีอาจจะยังมีเวลาเหลือพอจะเกลี้ยกล่อมให้สามีของนางเปลี่ยนใจได้
อุมโมนามองฮัสซันผู้นอนกรนอยู่บนเสื่อด้วยสายตาเหยียดหยามผู้หญิงบางคนอาจอิจฉาที่นางมีสามีหน้าตาดีรูปร่างสูงใหญ่เช่นเขา แต่อุมโมนาเท่านั้นที่รู้ดีว่า ฮัสซันเป็คนอ่อนแอและไม่ได้มีความเป็ชายชาตรีแต่อย่างใดแต่กระนั้นเขาก็ยังเป็พ่อที่ดีของลูกและเนื่องจากเขาเป็นูเบียนดังนั้นจึงจําเป็ต้อง“ขลิบ” ให้โมนาตามความเชื่อดั้งเดิมของคนในเผ่าอุม โมนาอยากจะถีบฮัสซันแรงๆ แต่จริงๆ แล้วนางเพียงแต่ใช้ปลายเท้าเขี่ยปลุกเขาขึ้นไม่ว่าพอใจหรือไม่ก็ตามนางจําเป็ต้องขอความช่วยเหลือจากเขาในวันนี้ฮัสซันขยับกายแต่ยังไม่ยอมตื่น นางจึงเอ็ดตะโรเข้าให้
“ฮัสซันตื่นเสียทีสิฮัสซัน” นางจ้องมองดูเปลือกตาที่ค่อยๆเผยอปรือขึ้นนับแต่คืนแต่งงานมาแล้วที่นางเกือบจะบังคับให้เขาทําได้ในทุกสิ่งทุกอย่างเพียงแต่จ้องตาเขาเท่านั้น“ฮันซัน...” เมื่อเห็นเขากระพริบตาถี่ๆนางก็เอ็ดให้อีก “ลุกขึ้น” เขาจ้องตานางเป๋งแต่แล้วก็ส่ายหน้าอยู่ไปมา“ฮัสซัน เดี๋ยวพวกเขาจะมากันแล้ว ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะ”
“มาเลช” เขาพึมพำออกมา...ไม่เป็ไรหรอก เขาพลิกกายตะแคงไปข้างหนึ่ง
อุมโมนาก้มลงจิกไหล่เขาเต็มแรง พยายามบังคับเสียงให้เบาไว้เพื่อโมนาจะได้ไม่ใตื่นขึ้น “ข้ายอมให้เขาทํากับลูกอย่างนี้ไม่ได้หรอกนะข้าไม่ยอม...พวกเขาจะทําอย่างนั้นไม่ได้”
เขาปรือตาขึ้นมองหน้านางรู้ดีว่าอุม โมนาหมายถึงการ “ขลิบ” ถ้ามันไม่ใช่เื่หนึ่งมันก็ต้องเป็อีกเื่หนึ่งเขาขอบคุณอัลเลาะห์ที่ส่วนใหญ่แล้วทุกยามเช้าเขาไม่ต้องประสานสายตาอยู่กับนางเช่นนี้เพราะทุกเช้าเขาจะต้องออกไปจากหมู่บ้านพายเรือเล็กขึ้นล่องอยู่กับแม่น้ำแต่การที่เขาต้องอยู่บ้านในวันนี้ก็เพราะแม่ผู้ดูเหมือนมีงานยุ่งยิ่งกว่าเมียของเขาจะมาเพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อให้กับโมนา
“สิ่งที่เ้าควรทำคือขอบคุณอัลเลาะห์ที่เ้ามีเมียที่เอาใจใส่ดูแลลูกอย่างดีเช่นข้า”
คราวนี้ดวงตาที่ดูเหมือนมีแต่สีขาวมากกว่าสีดำเบิกโพลงขึ้นนางคอยบอกเขาอยู่ตลอดเวลาว่านางสามารถอ่านใจเขาออก
“อัลเลาะห์ฮูอะกี”...พระเ้าผู้ยิ่งใหญ่...พระเ้าผู้ทรงไว้ซึ่งอํานาจยิ่งกว่าเมียของเขาแต่ในยามนี้ความคิดของเขาวนเวียนอยู่แต่เื่ของเนื้อหนังมังสาไม่แน่ใจว่ายังมีเวลาเหลือพอให้เขาถลกเสื้อผ้าของนางขึ้นแล้ว...
“ข้าพูดอยู่กับเ้าเดี๋ยวนี้ว่าเราไม่ควรทําอย่างที่สุด”
ฮัสซันถอนหายใจเห็นได้ชัดว่าเวลาไม่ได้เหมาะสมเอาเสียเลยและถึงแม้เหมาะนางก็คงไม่ยอมแน่
“ว่าไงฮัสซัน?”
ใจหนึ่งเขาอยากให้เป็เช่นที่นางพูดเสียเหลือเกินเพื่อนางจะได้ปล่อยให้เขานอนต่ออย่างเป็สุข เขาเองก็ไม่อยากเห็นโมนาได้รับความเ็ปจากพิธีกรรมดังกล่าวเช่นกันแต่ช่วยไม่ได้เสียแล้วเพราะเวลานี้เขาจ่ายเงินให้กับหมอตําแยไปแล้วแม่กับพี่สาวน้องสาวของเขากําลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ข้าวปลาอาหารจัดเตรียมกันไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย
“ไม่ได้หรอกข้าบอกเ้าั้แ่เมื่อคืนนี้แล้วว่า เราต้องทํากันวันนี้” เมื่อกล่าวคําพูดประโยคนั้นออกไปฮัสซันอดคิดในใจไม่ได้ว่าจะมีผู้ชายคนไหนในหมู่บ้านแห่งนี้บ้างที่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกับเมียเหมือนเขากว่านางจะยอมทําตามคําสั่งบ้างอุม โมนาเป็ผู้หญิงที่มีอํานาจมากดังนั้นเขาจึงต้องใช้วาจาเกลี้ยกล่อมต่อไป
“ทําไมต้องทําแบบนั้น?”
“โมนาเป็เด็กผู้หญิงและนี่เป็ประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาเพื่อทําให้แกสะอาด มันเป็เพียงแค่ “ตาฮาร่า”...การทําให้สะอาดเท่านั้น” ดูเหมือนนั่นเป็เหตุผลเดียวที่เขาพอจะให้กับนางได้ในยามที่นางจ้องตาเขาอยู่อย่างนี้แต่นั่นเป็สิ่งที่เขาจะต้องอดทนต่อไป “เ้าคงไม่อยากเห็นลูกของเราเป็ผู้หญิงเสเพลในวันข้างหน้าหรอกนะถ้าเป็อย่างนั้นละก้อเราคงเสียชื่อกันแย่เลยสักวันมันยังจะต้องขอบใจเราเสียด้วยซ้ำอีกอย่างแม้แต่เ้าเองก็เคยทําตาฮาร่ามาแล้วถึงแม้เ้าอยู่ในเมืองคาร์นัคเ้าก็ยังต้องยอมรับพิธีกรรมนี้”
“แต่ที่หมู่บ้านของข้าเจริญกว่าที่นี่ตั้งเยอะ”สายตาของนางเต็มไปด้วยความเหยียดหยันแต่แล้วก็อ่อนแสงลง เมื่ออุมโมนากล่าวต่อ “แต่การทําอย่างนี้ที่นี่ลูกเราจะเจ็บมากเพราะที่นี่ขลิบออกมากเกินไปลูกเราอาจจะตกเืถึงตายได้นะ ข้าเคยได้ยินว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง...”
“เคฟฟาย่า” ฮัสซันร้องออกมา...พอแล้ว
“แต่ฮัสซัน-โมนายังเล็กมากนะมันเพิ่งอายุสี่ขวบครึ่งเท่านั้น” อุม โมนาพยายามอ้อนวอนสามี“เรารอให้มันโตกว่านี้อีกสักหน่อยก็ได้นี่นาเอาไว้ค่อยทําปีหน้าก็แล้วกัน”
“เราจะทำกันวันนี้แหละ”ฮัสซันตอบอย่างเด็ดขาด น้ำหนักของความเชื่อกว่าเจ็ดพันปีโถมทับอยู่ในคําตอบนั้นชนเผ่านูเบียนทําความสะอาดให้กับเด็กหญิงด้วยวิธีการเช่นนี้มาั้แ่สมัยพระเ้ามาจนถึงอาระเบียพวกเขาก็ยังปฏิบัติเช่นนี้กับเด็กหญิงที่เป็มุสลิมและคริสเตียนหรือแม้แต่พวกนอกศาสนาทั้งนี้เพราะยึดมั่นอยู่กับความเชื่อที่ว่าสิ่งใดเคยทํามาก็ควรทํากันต่อไปเมื่อตอบออกไปแล้วฮัสซันแสร้งทําเป็หลับต่อ
อุมโมนาเม้มริมฝีปากแน่น-ให้สัตย์สาบานกับตัวเองว่าฮัสซันต้องชดใช้ในเื่นี้นางจะทําให้เขากราบกรานนางให้ได้ในสักวันหนึ่งเมื่อใดก็ตามที่มีเพียงนางกับเขานอนอยู่ด้วยกันบนเสื่อนางจะทําให้ได้ผู้ชายตัวดําใจดําคนนี้ร้องไห้ออกมาให้ได้ชายเสื้อคลุมสีดําของนางตวัดฝุ่นใส่หน้าเขาเต็มที่เมื่ออุมโมนาลุกขึ้นกระทืบตีนเดินปัดๆ ออกไปจากที่นั้น
และแล้วความโกรธของนางพลันเปลี่ยนเป็ความเวทนาเมื่อมองดูลูกสาวผู้กําลังนอนหลับร่างน้อยบอบบางไม่อาจช่วยตัวเองได้นอนขดตัวกลมมีหัวแม่มือซุกอยู่ในปากเทียนขี้ผึ้งละลายเป็ก้อนอยู่ข้างตัว เมื่อคืนอุม โมนาไม่มีแก่ใจจะดับมันลงโมนากลัวแม้แต่ความมืด
ขณะมองดูลูกคนเดียวของนางอุม โมนารู้สึกไม่อยากให้ลูกเกิดมาเลยถ้านางรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้