หลังจากลู่หลินนั่งโยกไปแล้วก็โยกมาแถมบางเวลายังเด้งขึ้นเด้งลงจวบจนซาลาเปาที่กินถูกเขย่าอัดลงไปจ่อรอระบายเป็อันเรียบร้อยแล้ว เกวียนวัวของพี่ซือหมินก็ผ่านจุดที่ทหารยืนตรวจคนเข้าเมือง ซึ้งก็ตามระเบียบต้องจ่ายค่าผ่านทางคนละ 1 เหมา เื่นี้ลู่หลินลืมเสียสนิท เลยต้องมาคิดรวมรายจ่ายประจำวันเพิ่ม
เมื่อเกวียนวัวหยุดในที่รับฝาก ทุกคนก็ต่างแยกย้ายไปทำธุระเพื่อให้กลับมาทันเวลากลับหมู่บ้าน แม้แต่ลู่หลินยังตรงไปร้านขายสมุนไพรเ้าประจำของพ่อ ครั้งนึงท่านเคยพาเธอมาด้วย
"สวัสดีครับไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามาซื้อหรือนำของมาขายหรือครับ"
"พี่ชายไม่ทราบว่าเถ้าแก่ตงอยู่ไหมคะ พอดีฉันมีของมาขายนะคะ" ลูกจ้างร้านนี้ดีแหะ ไม่มองเหยียดลูกค้า เห็นในนิยายชอบบรรยายไว้ถึงลูกจ้างผู้ยิ่งใหญ่
"เชิญทางนี้เลยครับ เถ้าแก่อยู่หลังร้านเดี๋ยวผมพาคุณไปพบ"
"ขอบคุณพี่ชาย" ลู่หลินจำไม่ได้แล้วว่าเคยเห็นพนักงานคนนี้มาก่อนหรือเปล่า เพราะเธอไม่คุ้นหน้าเลย ในความทรงจำของเ้าของร่างบอกเพียงว่าร้านนี้คือร้านที่พ่อมาประจำและให้ราคายุติธรรม พอทั้งสองเดินมาถึงก็เห็นเถ้าแก่ตงนั่งเอนหลังอ่านหนังสือ อยู่บนเก้าอี้โยก
"เถ้าแก่ เธอคนนี้้านำของมาให้ดูครับ" เถ้าแก่ตงเพียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่จะมองตามคนงานที่เดินออกไปจนรับตา ถึงได้หันมาคุยกับลู่หลิน
"นั่งสิเธอมีอะไรมาให้ฉันดู" เถ้าแก่ตงลุกเดินออกมานั่งที่โต๊ะน้ำชาพร้อมกับลู่หลิน ทั้งยังรินน้ำชาให้เธออย่างไม่ถือตัวแม้แต่น้อย
"ขอบคุณค่ะ พอดีฉันมีสมุนไพรตัวนี้ไม่รู้ว่าเถ้าแก่รับซื้อไหมคะ" ลู่หลินวางเห็ดหลินจือที่เธอนำผ้ามาห่อเอาไว้ภายในมีเห็ดหลินจืออยู่เพียงสองดอกเท่านั้นเพราะเธออยากทราบราคาก่อน
"ฉันเหมาหมดมีเท่าไหร่ก็รับ นี่มันเห็ดหลินจือแดงเชียวนะไม่รับก็บ้าแล้วถึงจะเป็เห็ดหลินจืออายุแค่ห้าสิบปีก็ใช่ว่าจะหาง่าย อายุสิบปียังไม่ค่อยจะมีเลย" ภายในใจลู่หลินถามออกไปแล้วว่าเหมาหมดจะไหวหรอ ของมันไม่หมดง่ายๆนะ
"เห็ดหลินจือแดงของเธอฉันให้ดอกละแปดสิบหยวน ถ้าแบบสดปกติให้ราคาตามอายุห้าสิบปีก็ห้าสิบหยวนแต่ของเธอตากแห้งมาอย่างดีฉันให้ราคานี้เธอพอใจไหมสำหรับดอกละแปดสิบหยวน" สำหรับเถ้าแก่ตงเขาถือว่าให้ราคางามที่สุดแล้ว ถ้าเป็ร้านอื่นไม่น่าจะเกินเจ็ดสิบหยวน
"ฉันพอใจค่ะ ฉันยังมีอีกสองดอกขายให้เถ้าแก่หมดเลย ขอบคุณเถ้าแก่มาก ที่กรุณาให้ราคาที่ดีกับฉัน" เถ้าแก่ตงแทบจะฟังอะไรไม่เข้าหูนอกจากเห็ดหลินจือสี่ดอกที่ ลู่หลินเห็นว่าเถ้าแก่กำลังค่อยๆวางเรียงลงกล่องไม้ซึ่งไม่รู้ไปเอามาตอนไหน หลังจากนั้นลู่หลินก็ออกมายืนงงอยู่หน้าร้านพร้อมเงินสามร้อยยี่สิบหยวนพอดี
หนึ่งชีวิตที่ผ่านมาลู่หลินอายุสามสิบแปด นอกจากเรียนทำงาน เธอมาย้อนคิดดูแล้ว เธอแทบจะไม่มีแสงสีเสียงในชีวิตเลย ดูที่นี่สิไม่ว่าจะเป็บ้านเรือนผู้คนล้วนแปลกตาไปหมด รู้แบบนี้เธอไปเที่ยวจีนบ้างก็ดีหรอกเสียแรงมีเชื้อสายจีนตั้งครึ่งนึง ว่าแต่ถนนเส้นนี้ทำไมทหารแดงเดินตรวจไปมาตลอดเลยล่ะ
"อ้าว..คุณผู้หญิงลืมอะไรหรือเปล่าครับผมนึกว่าคุณกลับไปแล้วเลยไม่ได้ออกมาส่งเสียมารยาทแล้วครับ" เสียงพี่ชายคนงานที่เคยพาลู่หลินเข้าไปหาเถ้าแก่ตงร้องทัก
"พี่ชายอย่าได้คิดมากเป็ฉันที่เดินย้อนกลับมา คือฉันสงสัยเื่ทหารแดงนะคะ พี่ชายพอจะรู้อะไรดีๆมาเล่าสู่กันฟังไหมคะ" ลู่หลินส่งยิ้มตาใสแจ๋วเป็ทัพหน้า ว่าฉันคือเด็กผู้หญิงที่อยากรู้อยากเห็นผู้นึงเพียงเท่านั้น อย่าได้คิดมากไป
"อ้อ..เื่นี้เองหรอกหรือ ทหารแดงก็แค่สงสัยแต่ยังไม่มีหลักฐานที่จะจับใคร เลยต้องเดินไปมาอย่าสนใจเลยครับ"
"พี่ชายทำไมพูดแบบนี้..ฉันก็ยิ่งอยากรู้แย่นะสิ บอกฉันหน่อยจะได้ไหมพี่ชาย" เอาสิดูสิว่าจะทนสายตาอ้อนแบบเด็กผู้น่าสงสารอย่างเธอได้
"จะดีหรือ" พี่ชายเสี่ยวชุนที่เธอพึ่งรู้ซื่อ ดูเหมือนจะไม่อยากพูด หรือมันจะมีอะไรในกอไผ่
"ดี..ดีมากๆเลย" ลู่หลินยิ้มกว้างมากกว่าเดิม ยังมีการกระพริบตาปริบๆ เธอน่าจะลืมว่าสภาพของเธอตอนนี้ไม่ได้ดีกว่าขอทานเลย เสื้อผ้าปะชุนหลากสีเต็มไปหมด ซ้ำร่างกายก็ผอมแห้งผมขาดชี้ฟูหน้าตาหมองคล้ำ ใบหน้าด่างดำ จากที่ทำงานกลางแดด
"รู้แล้วอย่าเข้าไปล่ะมันอันตราย เห็นซอยข้างโรงเตี๊ยมใหญ่ๆนั่นไหม หน้าทางเข้าจะมีคนเฝ้าคอยฟังรหัสลับ รหัสจะมีการเปลี่ยนตลอดถ้าใครตอบถูกก็เข้าไปได้คนที่นี่เรียกข้างในนั่นว่าตลาดมืด" ลู่หลินเดินจากมาพร้อมรหัสลับอันคุ้นเคย
"รับส่งไม่รับกลับ" ลู่หลินบอกรหัสลับด้วยความคุ้นเคยเหมือนพึ่งเคยได้ยินใครพูดคำนี้กับเธอ
"คุ้นๆแฮะ อย่าให้รู้นะว่าใครคิดรหัสผ่าน จะขอซื้อไปทิ้งซะเลย ฉันรวยมากบอกเลย" ลู่หลินเดินบ่นพึมพำ โดยไม่รู้เลยว่าเธอตกเป็เป้าสายตาของใครบางคน เพราะคนที่มาตลาดมืดทุกคนถ้ามองดีๆจะเห็นมีแต่คนโพกผ้าคลุมหัวคลุมหน้ากันทุกคนยกเว้นเธอที่พึ่งเข้ามา
อย่าพากันคิดว่าเธอไม่รู้นะ รู้นะรู้ว่าเราควรปิดบังตัวเองไว้หน่อย แต่ใบหน้าเธอในตอนนี้ทั้งดำทั้งด่าง จะว่าเหมือนขอทานก็ไม่ผิด ยังจะมีส่วนไหนอยากปิดบัง เอาไว้อีกหน่อยเธอบำรุงผิวให้ดีเกิดสวยขึ้นมาใครก็คงจำใบหน้าดำๆนี้ไม่ได้แล้วล่ะ
ลู่หลินมัวแต่คิดเื่ความสวยความงาม เธอคงไม่รู้ว่าบนตึกสำนักงานมีคนที่ยืนมองอะไรไปเรื่อยเปื่อยไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นสิ่งที่น่าสนใจโดยเฉพาะอะไรที่ไม่เข้าพวกแบบนี้ คนมองเพียงเพราะเห็นแปลก ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่ก็แปลกอีกนั้นแหละที่เขาจำทุกอย่างที่เป็เธอได้ อย่างน้อยการมาตรวจบัญชีวันนี้ก็ไม่ได้น่าเบื่อเกินไป
ลู่หลินเดินเข้าซอยนั้นซอยนี้ก่อนที่จะมาเจอเข้ากับท้ายซอยที่ไม่เป็ที่น่าสนใจเข้า ชายชราที่กำลังนั่งมองกำไลอะไรสักอย่างในมือ กับท่าทีคิดไม่ตก อีกทั้งยังมีใบหน้าที่เศร้าหมอง ทำให้เธออดที่จะเดินเข้าไปหาไม่ได้เลยจริงๆ
"คุณตามานั่งทำอะไรมืดๆตรงนี้คะ ฉันพอจะช่วยคุณตาได้บ้างไหม" ส่วนคนที่ถูกทัก ก็ได้หลุดจากภวังค์ความคิด เฒ่าหม่า กำลังชั่งใจว่าจะนำของต้องห้ามพวกนี้ไปเดินขายดีหรือไม่ดีทั้งที่รู้ว่ามันอันตราย แต่ตัวเขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะหลานชายที่ป่วยไข้ไม่มีเงินรักษา ทุกวันนี้ค่าหมอค่ายาไม่ถูกเลย
เฒ่าหม่าเห็นคนที่เสนอตัวอยากช่วยเหลือตนแต่สายตาแก่ๆของเขาคู่นี้กลับมองนางหนูตรงหน้าเป็พวกเดียวกันกับตนซะแล้วนะสิ ดูการแต่งกายของเธอก็คงลำบากไม่ต่างจากเขานักหรอก โธ่เอ้ยยังมีใจอยากช่วยช่างมีเมตตาเสียจริง เฒ่าหม่าเห็นจากความตั้งใจของแม่หนูน้อยตรงหน้า ก็ได้พูดถึงสิ่งที่เขากำลังเผชิญและคิดจะทำ อย่างน้อยก็ได้ระบายสิ่งที่มันอัดอั้นในอกให้บางเบาไปได้บ้างก็ยังดี
****