ตอนที่ 20 ใจแกร่งดั่งพยัคฆ์ (5)
ภายในเรือนั้นไม่มีแสงไฟเลยแม้แต่น้อยทุกอย่างจึงค่อนข้างเงียบสงัด แสงสว่างเดียวที่มีอยู่ในเวลานี้ก็คือแสงไฟจากเตาที่อยู่ภายในห้องครัว แต่นั่นก็เพียงแค่ริบหรี่ไม่ได้ช่วยทำให้ทัศนียภาพในการมองเห็นชัดเจนขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เวลานี้ ทั้งโลหิตที่ไหลนอง เสียงร้องคร่ำครวญด้วยด้วยความเ็ปเสียงดิ้นรนขลุกขลักอยู่กับพื้นของโจรทั้งสอง ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่สายลมยังคงพัดผ่านแม่น้ำทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไหว ส่งผลให้เรือลำนั้นโคลงเคลงไปมาจนได้ยินเสียงดังเอี๊ยดๆขึ้นไม่หยุด
เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดขึ้นตามหน้าผากก่อนจะไหลลงสู่ข้างแก้ม และริมฝีปากของหลิวไห่หยาง จนเขาััได้ถึงรสเค็มของมันส่วนเหงื่ออีกหยดก็ไหลเรื่อยลงไปตามสันจมูก ก่อนจะหยดลงพื้นดังติ๋งๆ
หลิวไห่หยางกลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่และเวลานี้ มือที่ถือมีดสั้นคมกริบนั้น ก็กำลังสั่นสะท้าน ราวกับว่ามันหนักมากจนเขาไม่สามารถฝืนรับน้ำหนักของมันได้อีก
หลิวไห่หยางยืนถือมีดสั้นไว้ในมือด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านเพราะความหวาดกลัว!
เวลานี้หลิวไห่หยางอยู่ห่างจากฉีเล่ยไปเพียงแค่สองเมตรเท่านั้นและชายหนุ่มก็ไม่ได้มีอาวุธอยู่ในมืออีกแล้ว เพราะมีดสั้นของเขายังคงปักอยู่บนอกของโจรที่สิ้นใจตายไปก่อนหน้า
เวลานี้ ฉีเล่ยมีเพียงแค่มือเปล่าแต่สีหน้าของหลิวไห่หยางที่จ้องมองมาทางฉีเล่ยนั้น กลับหวาดกลัวประหนึ่งว่าเขามีอาวุธร้ายแรงอยู่ในมือ
“มะ.. ไม่ เป็ไปไม่ได้!”
“หึ! ไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้!”
“นี่แก.. แกคนเดียวจะสามารถฆ่าคนทั้งหมดตายได้ยังไง? แกมันก็แค่ไอ้เศษสวะคนหนึ่งเท่านั้นนี่!”
“แต่แกเองก็ทำให้ฉันประหลาดใจไม่น้อยเหมือนกัน!ฉันคิดไม่ถึงว่า คนเป็หมออย่างแก จะกล้าลักพาตัวภรรยาฉันเพื่อมาข่มขู่กรรโชกฉันแบบนี้ แกทำให้ฉันทึ่งมากจริงๆ!”
ระหว่างที่ฉีเล่ยพูดนั้นเขาก็ได้ยกเท้าขึ้น ก่อนจะเหยียบลงไปบนศรีษะของโจรที่ถูกน้ำร้อนลวกและกำลังดิ้นทุรนทุกรายอยู่ หลังจากนั้นเสียงดังกร๊อบคล้ายกะโหลกศรีษะแตกดังขึ้น..
จากนั้นเท้าข้างเดียวกันของฉีเล่ยก็ได้ยกขึ้นในทันที พร้อมกับตวัดเป็เส้นโค้งอย่างสวยงามปลายเท้าข้างนั้นกระแทกเข้ากับลำคอของโจรที่นั่งคุกเข่า และกำลังร้องครวญครางพร้อมด้วยสองมือที่กุมเป้ากางเกงซึ่งมีเืสีแดงไหลออกมาเต็มไปหมด คอของมันหักในทันที พร้อมกับหมุนเป็ไปด้านหลังดวงตาที่เบิกโพลงทั้งสองข้าง จ้องมองหลิวไห่หยางแน่นิ่ง..
“ฉัน.. ฉันผิดไปแล้ว!ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ! ฉันกลัวแล้ว!”
“โอ้! นี่แกทำฉันผิดหวังมากเลยนะ!ทำไมถึงยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้ล่ะ?รู้มั๊ยว่า ถ้าพวกเราสองคนมาสู้กันตัวต่อตัวผลลัพธ์อาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้!”
ฉีเล่ยค่อยๆย่างกรายเข้าไปหาหลิวไห่หยางทีละก้าว..ทีละก้าว..
“เห็นมั๊ยว่า ตอนนี้แกมีอาวุธแต่ฉันไม่มี!”
"..."
หลิวไห่หยางได้แต่นิ่งเงียบไปเขาหวาดกลัวจนพูดอะไรไม่ออก และั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยรู้สึกกดดันมากมายเหมือนเช่นคืนนี้มาก่อนเลย..
แต่ละก้าวที่อีกฝ่ายย่างกรายเข้ามานั้นหลิวไห่หยางรู้สึกราวกับว่า เทพเ้าแห่งความตายที่มีเคียวเป็อาวุธกำลังย่างกรายเข้ามาเอาชีวิตตนเองอย่างช้าๆ เวลานี้หลิวไห่หยางเริ่มนึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป และเพิ่งสำนึกได้ว่าไม่ควรที่จะไปหาเื่ผู้ชายคนนี้ั้แ่แรก..
แต่มาคิดได้ในเวลานี้ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว!
หลิวไห่หยางค่อยๆก้าวถอยหลังไปอย่างช้าๆ เขารู้ดีว่าการทำเช่นนั้นเพียงแค่ช่วยชะลอเวลาแห่งความตายออกไปได้บ้างเท่านั้นแต่ไม่อาจทำให้ตนเองมีชีวิตรอดไปได้
“ได้.. ได้โปรด.. ปล่อยฉันไปจะได้มั๊ย?”
“ไม่.. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนแล้วแต่เป็ผลจากการกระทำของตัวแกเอง!”
ฉีเล่ยแลบลิ้นเลียริมฝีปากก่อนจะพูดต่อว่า “คนบางคนเปรียบเหมือนสุนัข คนบางคนเปรียบเหมือนแมวสุนัขมีความจำที่ดี หากมันได้รับบทเรียนสักครั้ง มันจะจดจำไปตลอดชีวิตและเมื่อมันได้กลับมาเจอคนที่เคยให้บทเรียนกับมัน มันจะรีบหมอบลงกับพื้นเพื่อร้องขอความเมตตาทันที ตรงข้ามกับแมว.. ใครที่ทำให้มันโกรธมันจะคอยหาโอกาสข่วนกลับคืนทีหลัง!”
“และสำหรับคนอย่างแก ก็ไม่ต่างจากแมวเพราะฉะนั้น ฉันไม่สามารถปล่อยแกไปได้จริง!”
หลิวไห่หยางถอยหลังไป จนเวลานี้แผ่นหลังของเขาพิงอยู่กับประตูบานหนึ่งซึ่งเป็ประตูห้องเก็บของนั่นเอง และเขาเพิ่งจะนึกได้ว่าเฉินอวี้หลัวยังคงอยู่ในห้องนี้
ความหวังพลันสว่างวาบขึ้นมาในใจของเขาทันที!
“ฉีเล่ย! แล้วแกจะต้องเสียใจ!”
“เื่นั้นแกไม่ต้องห่วงเพราะฉันไม่เคยเสียใจให้กับเื่ที่ไร้สาระ!”
“แกอย่าลืมว่าแกฆ่าคนตายไปตั้งมากมายต่อให้แกจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ตำรวจก็จะต้องตามไล่ล่าหาตัวแก!”
“อ่อ! เื่นี้ฉันต้องขอบใจแกต่างหากที่เลือกสถานที่ซ่อนตัวได้มิดชิดขนาดนี้! ตำรวจไม่มีทางหาพบแน่ๆก่อนหน้านี้แกก็เป็คนบอกฉันเองนี่ แกลืมแล้วหรือยังไง?”
หลิวไห่หยางถึงกับนิ่งเงียบไปและหนึ่งในเหตุผลที่เขาตัดสินใจที่จะแก้แค้น ก็เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็สภาพแวดล้อม และความลึกลับของมันล้วนแล้วแต่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะลักพาตัวใครสักคนมาซ่อนไว้โดยที่จะมีโอกาสถูกค้นพบได้ยากมาก
“ได้! ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้แกได้ลิ้มรสของความเสียใจดูบ้าง!”
หลังจากพูดจบ หลิวไห่หยางก็หันหลังกลับและผลักประตูเข้าไปในห้องเก็บของทันทีแม้ว่ามีดในมือของเขาจะไม่สามารถจัดการกับฉีเล่ยได้แต่ก็ไม่ใช่เื่ยากที่เขาจะจัดการกับผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งและหากเขาสามารถจับหญิงสาวเป็ตัวประกันได้เขาก็จะพลิกกลับมาเป็ฝ่ายได้เปรียบทันที
ต่อให้ฉีเล่ยจะรวดเร็วมากเพียงใดก็คงไม่สามารถช่วยหญิงสาวให้พ้นจากคมมีดในมือของเขาได้แน่!
ปัง!
ประตูห้องเก็บของถูกผลักให้เปิดออกอย่างแรง!
ภายในห้องเก็บของมีแต่ความมืดมิดก่อนหน้าที่หลิวไห่หยางจะออกไปนั้น โจรอีกคนที่เขาสั่งให้เฝ้าคนทั้งคู่ได้จุดเทียนให้ภายในห้องสว่างไสว แต่เวลานี้เทียนทั้งหมดถูกฉีเล่ยดับทิ้งก่อนที่เขาจะออกไป
หลังจากที่วิ่งเข้าไปในห้องได้หลิวไห่หยางก็รีบปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืดโดยเร็ว จากนั้น เขาก็หันมองไปรอบๆและสิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือ ร่างไร้ิญญาที่ศรีษะเกือบขาดออกจากกันและเฉินอวี้หลัวที่นั่งยองๆอยู่ข้างกำแพง
หลิวไห่หยางพุ่งเข้าไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วเขาตั้งใจไว้ว่า จะต้องเข้าไปใกล้ร่างของหญิงสาวให้ได้โดยเร็วที่สุดพร้อมกับใช้ปลายมีดในมือจี้เธอไว้เป็ตัวประกัน
สามเมตร..
สองเมตร..
หนึ่งเมตร..
และเหลืออีกเพียงแค่ครึ่งเมตรหลิวไห่หยางก็เกือบจะเข้าถึงตัวเฉินอวี้หลัวแล้ว แต่จู่ๆ เขาก็หยุดชะงักไปเฉยๆ
เวลานี้หลิวไห่หยางรเ็ปที่กะโหลกศรีษะอย่างมาก เขารู้สึกราวกับว่ากำลังถูกใครบางคนจิกเส้นผมด้านหลังของตนเองไว้ พร้อมกับกำมันไว้แน่น จากนั้นเสียงของฉีเล่ยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณหมอ! ไม่ใช่ดาราสักหน่อยแต่กลับไว้ผมยาวแบบนี้ทำไมกัน?”
มือของฉีเล่ยข้างที่กำเส้นผมของหลิวไห่หยางไว้นั้นกระตุกไปด้านหลังอย่างรุนแรง ทำให้หลิวไห่หยางรู้สึกเ็ปอย่างมากจนไม่กล้าที่จะแข็งขืน และต้องถอยหลังตามไปในที่สุด
แต่ในระหว่างนั้นเขาก็ได้ตวัดมีดสั้นในมือของตนเอง แทงเข้าไปด้านหลังทันที!
แต่ฉีเล่ยไม่เปิดโอกาสให้หลิวไห่หยางเล่นงานตนเองได้มืออีกข้างที่เหลือกางออกทันที พร้อมกับคว้าเข้าไปที่ข้อมือของหลิวไห่หยางและออกแรงบีบอย่างสุดกำลัง ทำให้หลิวไห่หยางถึงกับข้อมือชา และเริ่มเ็ปจนต้องปล่อยมีดในมือให้หลุดไป
แต่ฉีเล่ยไม่ปล่อยให้มีดสั้นหล่นกระแทกกับพื้นเขาใช้ปลายเท้าเตะเข้าที่มีดเล่มนั้นให้ลอยขึ้นกลางอากาศทันทีก่อนจะปล่อยข้อมือของหลิวไห่หยาง และยื่นออกไปรับมีดเล่มนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำ
และเวลานี้ มีดเล่มนั้นก็ได้ตกอยู่ในกำมือของเขาแล้ว!
ฉีเล่ยไม่รอช้าเขาจัดการจ้วงมีดเล่มนั้นเข้าไปที่แผ่นหลังของหลิวไห่หยางดังทันที!
ฉึก!
หลังจากที่ปลายแหลมของมีดปักเข้าที่แผ่นหลังของหลิวไห่หยางฉีเล่ยก็ดึงมันออกมา และแทงซ้ำเข้าไปอีกครั้ง
ฉึก!
เขาดึงมีดออกมาและแทงเข้าไปอีกเป็ครั้งที่สาม!
ฉึก!
หลังจากกระหน่ำแทงร่างของหลิวไห่หยางอยู่หลายครั้งจนในที่สุดร่างของเขาก็ทรุดลงไปกองกับพื้น และหายใจกระหืดกระหอบรุนแรง
“แกไม่ต้องห่วงฉันยังไม่ให้แกตายง่ายแน่!”
ฉีเล่ยร้องบอกพร้อมกับใช้ปลายมีดกรีดไปบนร่างกายของหลิวไห่หยาง
“ฉันเองก็พอมีความรู้เื่กายวิภาคในแบบฉบับของหมอแผนปัจจุบันอยู่บ้างเอาล่ะ.. ฉันจะกรีดหน้าท้องออกมาดูอวัยวะภายในของแก แต่แกไม่ต้องห่วงหรอกนะเพราะแกจะยังไม่ตาย แต่จะเ็ปอย่างที่สุดเชียวล่ะซึ่งนั่นเป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้!”
เวลานี้หลิวไห่หยางที่นอนจมกองเือยู่กับพื้น ได้แต่ดิ้นรนไปมาด้วยความเ็ปและไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียว..
ฉีเล่ยไม่สนใจหลิวไห่หยางอีกเขาเดินตรงไปหาเฉินอวี้หลัวและช่วยพยุงร่างของหญิงสาวให้ลุกเดินออกไปจากห้องเก็บของทันที
ห้องที่อยู่ถัดจากห้องเก็บของไปทางขวามือนั้นคือห้องน้ำแม้ภายในเรืองจะไม่มีน้ำประปา แต่ก็มีถังน้ำพลาสติกขนาดใหญ่ตั้งอยู่หลายถังและมีกะละมังสองใบวางอยู่ที่พื้น
ฉีเล่ยเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับจัดแจงถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ออก จากนั้น จึงตักน้ำในอ่างขึ้นมาอาบเพื่อทำความสะอาดคราบเืตามตัวออก
หลังจากล้างคราบเืออกจนหมดแล้ว ฉีเล่ยก็ได้เดินไปที่ห้องนอนของพวกโจรพร้อมกับค้นหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาสวมใส่ และเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้เดินกลับมาหาภรรยา พร้อมกับพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“อวีหลัว พวกเรากลับบ้านกันได้แล้ว!”
“อืมม..”
เฉินอวี้หลัวตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าแม้จะเหนื่อยล้าอ่อนแรงมากเพียงใด หญิงสาวก็พยายามฝืนยิ้มให้กับสามีของเธอพร้อมกับพยักหน้าเล็กหงึกๆ
…..…
ตอนนี้เป็เวลาตีสองพอดีแม้จะเข้าสู่เช้าวันใหม่ แต่ท้องฟ้าในบริเวณนั้นยังคงมืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ที่สาดส่องกระทบผิวน้ำเท่านั้น
แต่ในระหว่างทางที่จะเดินออกจากเรือนั้นฉีเล่ยไปพบถังน้ำมันเข้าพอดี เขาจึงจัดการราดถังน้ำมันไปทั่วทุกห้องบนเรือลำนั้น
แต่เมื่อหลิวไห่หยางที่กำลังนอนหายใจรวยรินเห็นฉีเล่ยทำการเทน้ำมันไปรอบเช่นนี้ เขาก็ถึงกับรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ร้องขอความเมตตาจากฉีเล่ย
“อย่า.. ได้โปรด..ฉันยังพอที่จะมีชีวิตรอดได้ ได้โปรดพาฉันไปโรงพยาบาลที หลังจากนั้นฉันจะยอมติดคุก..”
ฉีเล่ยเอียงคอเล็กน้อยทำสีหน้าท่าทางครุ่นคิดก่อนจะตอบกลับไปว่า..
“ก็จริงนะ! แต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็..”