ตอนที่40
จะชดเชยอย่างไร
ความหวาดกลัวไม่ได้หายไปจากใต้จิตสำนึกของเด็กทั้งสองถึงตอนนี้พวกเขาจะรู้สึกสงสารป้าใหญ่ขึ้นมาบ้างทว่าไม่อาจเทียบได้กับความทุกข์ทรมานที่ได้รับมาตลอดสองปีเต็ม
ไม่มีสิ่งใดลบล้างความทุกข์ทรมานเหล่านั้นได้อีกทั้งในยามนี้พี่ใหญ่กำลังทวงคืนความยุติธรรมให้กับพวกเขาอยู่ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องรู้สึกเห็นใจป้าใหญ่สักนิด
เด็กทั้งสองต่างขยับเท้าถอยหลบไปยืนอยู่ด้านหลังพี่สะใภ้ไม่ต้องการให้ป้าใหญ่ใช้ประโยชน์จากพวกเขาให้พี่ใหญ่รู้สึกใจอ่อน
จูเหลี่ยวหมินรับรู้ได้ถึงร่างกายที่สั่นกลัวของเด็กทั้งสองนางยกมือลูบไปบนแผ่นหลังเบาๆ ของพวกเขาเพื่อปลอบโยนจากความหวาดกลัว
"พวกเจ้าไม่ต้องกลัว มีพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้อยู่ด้วยไม่มีใครกล้าทำร้ายพวกเจ้าอย่างแน่นอน"
ชาวบ้านทั้งหมดมองดูท่าทางสั่นกลัวของเด็กทั้งสองด้วยความรู้สึกเวทนาสงสารในบ้านไม่มีผู้ใหญ่ดูแล ทำให้เด็กๆ ไร้ที่พึ่งนางฟู่เซียนเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเด็กๆแต่กลับเป็นฝ่ายทำร้ายพวกเขาเสียเอง
ชาวบ้านที่ยืนอยู่ตรงนี้มีบางคนที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วงเช้าที่ลำธารและอีกหลายคนที่ยังไม่รู้เรื่องราวชาวบ้านเหล่านี้ต่างให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากหมู่บ้านฉินซานอยู่ด้วยความสงบสุขมาตลอดไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้
"อู๋เผิง เจ้าอย่าใจอ่อนให้นางเชียวนะนางทำร้ายน้องสาวกับน้องชายของเจ้าถึงเพียงนี้ ส่งให้กับทางการยังน้อยไปด้วยซ้ำ"
นางเหลียนฟางหานมารดาของซีเยี่ยนกับซีฉือเอ่ยกับเพื่อนของลูกชายนางเดินแหวกชาวบ้านเข้ามายืนข้างอู๋เผิง จ้องมองนางฟู่เซียนด้วยแววตาเกลียดชัง
นอกจากบุตรชายของนางจะเป็นเพื่อนกับอู๋เผิงแล้วนางกับมารดาของอู๋เผิงก็เป็นสหายกันมาก่อน นางเหลียนฟางหานจึงเห็นเด็กทั้งสามคนเป็นเหมือนหลานของตนด้วย
นางเหลียนฟางหานเพิ่งทราบเรื่องจากชาวบ้านเมื่อช่วงสายจึงรีบมาที่บ้านของอู๋เผิงทันที บ้านของนางปลูกอยู่หน้าหมู่บ้านทั้งครอบครัวทำงานรับจ้างอยู่ที่โรงเตี๊ยมในเมืองจินหลิงพวกเขาจะต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกไปทำงาน และกลับบ้านดึกดื่นเป็นประจำหรือบางครั้งก็พักอยู่ในเมืองแทนการเดินทางไปกลับจึงไม่ค่อยได้สนใจเรื่องในหมู่บ้านฉินซานมากนัก
วันนี้เป็นวันหยุดของนางกับสามีจึงได้กลับมาหมู่บ้าน นางถึงได้ทราบเรื่องราวเหล่านี้จากปากเพื่อนบ้านจึงรีบมาช่วยเหลือพวกเขาสามพี่น้อง
ชาวบ้านคนอื่นๆได้ยินนางเหลียนฟางหานกล่าวเช่นนั้น ต่างพยักหน้าเห็นด้วยสีหน้าของนางฟู่เซียนดูย่ำแย่ลง มือทั้งสองกำแน่นเข้าหากันอย่างอดทนพยายามที่จะไม่โวยวายให้เรื่องราวเลวร้ายมากไปกว่านี้
"อู๋เผิง ที่ป้าใหญ่ทำไปทั้งหมดก็เพื่ออบรมสั่งสอนพวกเด็กๆ เพียงเท่านั้นป้าใหญ่ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับพวกเขาเลยนะ เชื่อป้าใหญ่สักครั้งเถิด"
"อู๋เผิง นางยอมรับผิดต่อเจ้าแล้ว อย่าให้เรื่องไปถึงทางการเลย"ฉินฮั่นหยูออกหน้าไกล่เกลี่ย "เจ้าอยากให้นางชดใช้อย่างไรก็ให้บอกมาข้าจะช่วยจัดการให้กับเจ้าเอง"
ฉินฮั่นหยูไม่ต้องการให้เรื่องนี้แพร่กระจายออกไปนอกหมู่บ้านเขาไม่ต้องการให้หมู่บ้านฉินซานเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องนี้ในภายภาคหน้าจะมีบุรุษใดกล้าแต่งงานกับคนในหมู่บ้านฉินซานอีก หากรู้ถึงเรื่องที่นางฟู่เซียนกระทำลงไป
"ชดใช้หรือขอรับ" อู๋เผิงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงค่อนแคะ
"ใช่"
"นอกจากท่านป้าใหญ่จะทุบตีน้องสาวน้องชายของข้าแล้วนางยังยึดเอาข้าวและอาหารที่ข้าซื้อไว้ให้กับพวกเขาไปด้วย"อู๋เผิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น เปิดโปงในสิ่งที่ป้าใหญ่ทำกับเด็กทั้งสองคน"เงินที่ข้ามอบไว้ให้ไฉยี่กับอู๋เต๋อนางยังกล้ายึดเอาไปเป็นของตนเองอีก น้องๆของข้า นอกจากถูกทุบตีแล้ว ยังถูกป้าใหญ่ใช้งานสารพัดเด็กตัวแค่นี้ต้องทำงานหนักไม่ต่างจากผู้ใหญ่ตัวโตท่านปู่ฉินคิดว่าเรื่องนี้ควรที่จะให้ป้าใหญ่ชดเชยอย่างไรดีขอรับ"
นางฟู่เซียนไม่คิดว่าเด็กทั้งสองจะกล้าพูดเรื่องเหล่านี้ออกมาทั้งหมดให้กับอู๋เผิงฟังนางประเมินเด็กทั้งสองต่ำไปจริงๆ สายตาหันมองไปที่เด็กทั้งสองอย่างมาดร้ายที่นางไปตามผู้นำหมู่บ้านมา ก็เพื่อให้มาช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องทุบตีเด็กทั้งสองไหนเลยจะคาดคิดว่าจะมีเรื่องอื่นอีก
นอกจากฉินฮั่นหยูจะนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออกชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ได้รับฟังต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน
"ข้าไม่เคยพบเจอคนที่ชั่วร้ายเช่นนี้มาก่อน"
"ใช่ นางชั่วร้ายจริงๆ"
"นั่นคือหลานแท้ๆ ของนางเลยนะ"
"ดีนะ ที่นางกับข้าไม่ได้เป็นญาติกันไม่เช่นนั้นข้าคงรู้สึกอับอายกับสิ่งที่นางทำจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"
"ต้องขับไล่นางออกจากหมู่บ้านของพวกเรา อย่าให้มีคนเช่นนี้อีก"
"ใช่ ต้องขับไล่นางออกไป"
"ขับไล่นางออกไป
เสียงประณามจากชาวบ้านดังไปทั่วบริเวณชาวบ้านกล่าวเสียงดังจงใจให้นางฟู่เซียนได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันเวลาต่อมาพวกชาวบ้านต่างพร้อมใจกันส่งเสียงขับไล่นางฟู่เซียนออกไปจากหมู่บ้านฉินซาน
คำพูดเหล่านี้ล้วนตอกย้ำความชั่วที่นางฟู่เซียนได้กระทำลงไปตลอดสองปียากที่จะให้อภัยอีกฝ่ายได้
นางฟู่เซียนเห็นว่าเรื่องนี้ยากที่จะจบลงโดยง่ายนางยอมเสียศักดิ์ศรีลงไปคุกเข่ากับพื้นดินก้มหน้าร้องไห้แสดงออกว่าตนเองยอมรับผิดทุกสิ่งที่ทำลงไปนางไม่เคยคิดว่าเรื่องที่ตนเองทำจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขั้นไล่ออกจากหมู่บ้านฉินซานนางเกิดและเติบโตที่นี่ย่อมมีความรู้สึกผูกพันเป็นธรรมดา
"ท่านลุงฉิน อย่าไล่ข้าออกจากหมู่บ้านเลยนะเจ้าคะ"
นางฟู่เซียนกล่าวอ้อนวอนน้ำตานองหน้า แต่กลับไม่ได้รับความเห็นใจจากใครเลย
"ท่านลุงฉินท่านจะต้องให้ความเป็นธรรมกับอู๋เผิงและน้องของเขาด้วยนะเจ้าคะ"นางเหลียนฟางหานกลัวว่าเด็กทั้งสามจะไม่ได้รับความยุติธรรม
"ข้าย่อมให้ความยุติธรรมกับพวกเขาอย่างแน่นอน"ฉินฮั่นหยูมองไปยังอู๋เผิง ก่อนหันไปเอ่ยกับนางฟู่เซียนต่อ "ฟู่เซียนเจ้าทำร้ายเด็กทั้งสอง ข้าจะลงโทษโบยเจ้ายี่สิบไม้"
นางฟู่เซียนเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าตกตะลึงโบยยี่สิบไม้!!! แค่สิบไม้ก็ยากที่จะทนได้แล้ว เมื่อนางหันไปมองดูชาวบ้านที่เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับนางมาก่อนในเวลานี้กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปากช่วยเหลือนางสักคนเดียว
พวกเขาจะใจดำให้นางถูกโบยถึงยี่สิบไม้เลยหรือในตอนนี้สามีกับบุตรชายไม่อยู่ที่บ้าน ไม่มีใครช่วยเหลือนางได้สักคนนางฟู่เซียนคิดว่าตนจะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ เมื่อเช้านี้จึงปล่อยให้สามีกับบุตรชายออกไปทำงาน
ชั่วขณะหนึ่งสายตาพลันเหลือบไปเห็นแววตาคู่นั้นของนางเหลียนฟางหานนางฟู่เซียนยิ่งรู้สึกเกลียดชังอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก
นางเหลียนฟางหานกับนางฟู่เซียนเคยรักบุรุษคนเดียวกันบุรุษคนนั้นก็คือสามีคนปัจจุบันของนางเหลียนฟางหาน จึงทำให้หญิงสาวสองคนไม่ถูกกัน
นางเหลียนฟางหานสบตากับนางฟู่เซียนนางยกยิ้มเยาะอีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบัง
"ส่วนโทษที่เจ้ายึดเอาอาหารและเงินของเด็กทั้งสองไปเจ้าจะต้องจ่ายชดเชยคืนให้กับพวกเขาทั้งหมด"ฉินฮั่นหยูคิดว่าสิ่งที่ตนตัดสินใจถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว จึงหันไปขอความคิดเห็นจากชายหนุ่ม"อู๋เผิง เจ้าจะให้นางชดเชยเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่"
อู๋เผิงนิ่งเงียบไปเหมือนกับกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ
"เงินและค่าอาหารที่ข้าเสียไปนั้นมีจำนวนไม่น้อยหากท่านป้าใหญ่ไม่สามารถจ่ายคืนให้กับข้าได้ครบ ท่านปู่ฉินจะจัดการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไรขอรับ"
อู๋เผิงย่อมทราบดีถึงฐานะทางครอบครัวของป้าใหญ่จึงเป็นกังวลเกรงว่าเงินชดเชยอาจจะไม่ได้ครบตามที่ตกลงกันไว้
"เจ้าลองบอกจำนวนเงินที่ป้าใหญ่ของเจ้าจะต้องจ่ายให้ข้าฟังก่อนข้าจะเป็นคนตัดสินเองว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ"
สองปีที่ผ่านมาเขานำเงินซื้ออาหารและมอบไว้ให้กับไฉยี่กับอู๋เผิงไปจำนวนไม่น้อยเมื่อคำนวณดูคร่าวๆ ก็ดูเหมือนจะมีจำนวนมากจนน่าตกใจตลอดระยะเวลาสองปีที่เงินเหล่านั้นไม่เคยอยู่ในมือของไฉยี่กับอู๋เต๋อเลยพวกเขาจะต้องอยู่อย่างอดอยาก ทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดแสนสาหัส
"ทั้งหมดสามสิบหกตำลึงเงินขอรับ"
ชาวบ้านได้ยินจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายชดเชยต่างพากันสั่นสะท้านเงินจำนวนขนาดนี้ชาวบ้านครอบครัวหนึ่งยังไม่สามารถหาได้ภายในหนึ่งปีเลยด้วยซ้ำครอบครัวของนางฟู่เซียนจะมีเงินจำนวนนี้ชดเชยคืนได้อย่างไร
"นี่...ไม่มากไปหรอกหรือ" ฉินฮั่นหยูกล่าวถามด้วยสีหน้าตกใจ
"จำนวนแค่นี้ ไม่มากไปหรอกขอรับเมื่อเทียบกับสิ่งที่ป้าใหญ่ทำกับน้องของข้า"อู๋เผิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม สองปีที่ผ่านมาอีกฝ่ายใช้เงินของเขาไปอย่างสุขสบาย เขาเรียกร้องจำนวนเงินแค่นี้ยังนับว่าน้อยไปด้วยซ้ำ
"มิน่าล่ะ ครอบครัวของเจ้าถึงได้อยู่อย่างสุขสบายมาตลอดที่แท้ก็เป็นเงินของอู๋เผิงนี่เอง"ชาวบ้านที่มีบ้านติดกันกับนางฟู่เซียนแอบสงสัยมาตลอดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่นางฟู่เซียนนำมาใช้จ่ายในยามนี้จึงเข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน
"เจ้ากินอยู่อย่างสุขสบายบนความทุกข์ของเด็กทั้งสองได้อย่างไร"
"เจ้าไม่ละอายบ้างหรือ"
"หรือว่าตลอดมา เจ้าคิดว่าจะไม่มีใครล่วงรู้ความลับของเจ้ากัน"
ชาวบ้านตะโกนถามนางฟู่เซียนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
นางฟู่เซียนที่เคยปากดีมาตลอดในยามนี้กลับก้มหน้านิ่งเงียบไม่ตอบคำถามของใครทั้งสิ้นทว่าภายในใจกำลังสาปแช่งชาวบ้านเหล่านี้และครอบครัวของอู๋เผิงอยู่เงียบๆ
"ฟู่เซียนเจ้าจะยินยอมจ่ายเงินจำนวนสามสิบหกตำลึงเงินให้กับอู๋เผิงหรือไม่"ฉินฮั่นหยูหันไปย้ำถามกับนางฟู่เซียน
"ข้าไม่มีเงินมากถึงเพียงนั้นเจ้าค่ะ" ถึงมีนางฟู่เซียนก็ไม่คิดที่จะนำออกมาจ่ายคืนแต่อย่างใด
"ในตอนนี้เจ้าคิดว่าจะจ่ายเงินคืนให้กับอู๋เผิงได้จำนวนเท่าไหร่"
"ทั้งครอบครัวข้ามีเงินเพียงห้าตำลึงเงินเจ้าค่ะ"นางฟู่เซียนโป้ปดไปคำโต ครอบครัวของนางมีเงินอยู่ยี่สิบตำลึงเงินนางคิดว่าจะชดเชยให้กับอู๋เผิงแค่ห้าตำลึงเงินเพียงเท่านั้น
เงินห้าตำลึงเงินสำหรับชาวบ้านทั่วไปนับว่าเป็นจำนวนที่มากพวกชาวบ้านไม่คิดว่าครอบครัวของนางฟู่เซียนจะมีเงินเก็บมากถึงเพียงนี้บางคนเผลอจ้องมองนางฟู่เซียนด้วยแววตาอิจฉา