บทที่ 40 เล่นตลกกับกลุ่มผู้ยิ่งใหญ่
“ท่านผู้อาวุโสหลิวเพียงแค่พูดไปตามอารมณ์เท่านั้น มิใช่ผลจากการปรึกษาหารือร่วมกันของพวกข้า” เสิ่นฉือเจี๋ยคิดในใจว่า รอจนกว่าจะได้ข้อมูลภายในแดนต้องห้ามเทียนหยวนมาครอบครองเสียก่อน ค่อยหักหน้าเอายามนั้นก็ไม่สายเกินไป ตอนนี้การไม่เปิดศึกจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ถึงอย่างไร หากมีทรัพยากรมากมายแต่ไร้ชีวิต ทุกอย่างก็ย่อมไร้ประโยชน์ และที่สำคัญที่สุดคือหากเกิดจิตใจอยากฆ่าขึ้นมาจริง ๆ เสิ่นฉือเจี๋ยไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถออกจากสำนักเสวียนชิงได้อย่างปลอดภัย
“หากพูดเช่นนี้ เช่นนั้นก็แสดงว่าท่านทั้งหลายยินดีจ่ายค่าเสียหายทางจิตใจให้ข้าสินะ!” เฉินชิงหยวนเปลี่ยนสีหน้าในพริบตา จากเย็นชาไร้ความรู้สึกเมื่อครู่ กลายเป็นกระตือรือร้น ยิ้มแย้มสดใส
“ใช่!” เสิ่นฉือเจี๋ยกัดริมฝีปากแห้งผากของตน พยักหน้าหงึกหงัดก่อนจะกล่าว
“เจ้าต้องการเท่าไหร่?”
“อืม… ขอดูความจริงใจของท่านทั้งหลายก่อนแล้วกัน” เฉินชิงหยวนต้องกุมอำนาจไว้ในมือตนเอง ไม่เปิดเผยเส้นตายในใจ
ครู่ต่อมา ผู้ทรงพลังแต่ละสำนักก็ส่งเสียงพูดคุยกัน รวบรวมหินวิญญาณชั้นบนได้ทั้งหมดสองหมื่นก้อน
“แค่นี้เองหรือ?” เฉินชิงหยวนมองกองหินวิญญาณจำนวนมากที่อยู่ตรงหน้า ท่าทีไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ “พวกท่านล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนฝูหลิวซิง ไฉนจึงตระหนี่ถี่เหนียวเช่นนี้เล่า?”
“เช่นนั้นเจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?” เสิ่นฉือเจี๋ยอดทน กดเสียงต่ำ ขณะที่เฉินชิงหยวนแสร้งทำท่าครุ่นคิดและพูดอย่างจริงจังว่า
“อย่างน้อยต้องเพิ่มอีกสิบเท่า ไม่อย่างนั้นก็มิต้องมาคุยกัน”
‘ให้หินวิญญาณไปขนาดนี้แล้ว เพิ่มอีกนิดก็ไม่เป็นไร’ เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนจึงรวบรวมกันอีกเล็กน้อย รวมทั้งหมดเป็น 220,000 หินวิญญาณชั้นบน วางไว้ตรงหน้าเฉินชิงหยวนทั้งหมด
เฉินชิงหยวนหยิบถุงเก็บสรรพสิ่งขนาดใหญ่ออกมาซึ่งใส่ได้เพียงหนึ่งในสิบของทั้งหมดเท่านั้น
“ศิษย์พี่ ข้อขอยืมถุงเก็บสรรพสิ่งของท่านหน่อยได้หรือไม่?” เฉินชิงหยวน หันไปมองศิษย์พี่คนหนึ่งที่อายุมากกว่า
“เอาไปทั้งหมดเลย!” ศิษย์พี่โยนถุงเก็บสรรพสิ่งทั้งหมดออกมาโดยมิรีรอ
“ศิษย์น้องเล็ก ใช้ของข้าเถิด”
“ของข้าด้วย”
“ศิษย์น้องเล็ก พวกข้าให้เจ้ายืมถุงเก็บสรรพสิ่ง แต่มีดอกเบี้ยนะ! ภายภาคหน้าอย่าได้โกงหนี้ล่ะ”
มีหินวิญญาณมากมายขนาดนี้ ศิษย์พี่อู๋และคนอื่นๆต่างตกตะลึงแย่งกันหยิบเครื่องมือเก็บของออกมา และเริ่มทำธุรกิจกับเฉินชิงหยวนกันอย่างออกหน้าออกตา
หลินฉางเซิงผู้เป็นประมุขของสำนัก มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย ทนพวกเด็กพวกนี้ไม่ไหวจริง ๆ ทุกคนช่างไม่มีระเบียบเลย นี่มันเหตุการณ์บ้าบออะไรกัน เหตุใดจึงได้โลภมากขนาดนี้ ดูเหมือนพวกที่ไม่เคยเห็นเงินเห็นทองมาก่อน
แต่ถ้าพูดกลับกันหลินฉางเซิงก็ค่อนข้างใจหวั่นไหวเล็กน้อย หินวิญญาณ มากมายขนาดนี้ เพียงพอที่จะซื้อกองกำลังชั้นสองได้หลายที่แล้ว
ถ้าขุดเส้นชีพจรวิญญาณทั้งหมด ถึงจะเต็มที่แค่ไหนก็ได้แค่หนึ่งแสนก้อนเท่านั้น
ที่นี่มีปริมาณเทียบเท่ากับเหมืองหินวิญญาณชั้นบนสองที่รวมกันเสียอีก จำนวนมากมายน่าตกใจยิ่งนัก ใครเล่าจะมิหวั่นไหว?
หลังจากที่เฉินชิงหยวนโกยหินวิญญาณเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยัดใส่ตัวเองด้วย ยัดเสียจนเสื้อผ้าพองออกมา
“ตอนนี้เราค้นวิญญาณของท่านได้หรือยังเล่า?!” ใบหน้าของเสิ่นฉือเจี๋ย เคร่งเครียด ความอดทนถึงขีดจำกัดแล้ว
ฉากสำคัญมาถึงแล้ว!
ผู้คนจากสำนักเสวียนชิงตื่นตัวขึ้นมาทันที เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้อย่างเลือดสาด
หลินฉางเซิงหัวเราะขื่นในใจ ถึงแม้เฉินชิงหยวนจะหลอกล่อทรัพยากรมามากมาย แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ ไม่ว่าจะมีทรัพยากรมากแค่ไหน หากไม่มีชีวิตก็ไร้ประโยชน์
ในตอนแรกเฉินชิงหยวนจงใจสร้างกลลวง ทำให้ผู้แข็งแกร่งจากแต่ละสำนักเกิดความคิดที่ว่าสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยมิต้องต่อสู้
จากนั้น เฉินชิงหยวนก็เริ่มตกปลาอย่างช้า ๆ ตกหินวิญญาณออกมาจากกระเป๋าของพวกเขา ฝ่ายหนึ่งเต็มใจต่อสู้ อีกฝ่ายเต็มใจรับมือ ท้ายที่สุดแล้วกำลังโดยรวมของสำนักเสวียนชิงก็อยู่ตรงนี้ด้วยท่าทีแข็งกร้าว จึงไม่มีใครอยากเสี่ยงชีวิต
มาถึงขั้นตอนนี้ เฉินชิงหยวนควรจะทำอย่างไรดี?
เฉินชิงหยวนดูเหมือนจะเตรียมวิธีรับมือไว้แล้ว ชายหนุ่มกระแอมเบา ๆ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกไว้จริง ๆ ว่าเรื่องค้นวิญญาณสามารถคุยกันได้ มีอะไรให้เจรจากัน”
“ขอเพียงผู้อาวุโสเฉินรักษาสัญญาก็ดีแล้ว ไม่เช่นนั้นผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งนัก” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นฉือเจี๋ยและคนอื่นๆ คิดว่าเฉินชิงหยวนตกลงจึงพอใจมาก
ส่วนใจของหลินฉางเซิงและคนอื่น ๆ ก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา จะยอมให้ศิษย์น้องเล็กถูกค้นวิญญาณจริงๆ หรือ?
‘พวกข้าเคยสัญญากับท่านอาจารย์อาวุโสว่าจะดูแลศิษย์น้องเล็กอย่างดี จะผลักศิษย์น้องเล็กลงหลุมไฟได้อย่างไร?’
แม้ว่าการค้นวิญญาณจะไม่ทำร้ายชีวิตของผู้อื่น แต่ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าจะไม่ถูกผู้ที่มีเจตนาร้ายลอบใช้วิธีการนี้มุ่งร้ายต่อเฉินชิงหยวน นอกจากนี้ เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเฉินชิงหยวนเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของสำนักเสวียนชิงอีกด้วย
หากปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไป หลินฉางเซิงรู้สึกว่าตนเองคงมิอาจเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษได้หลังจากตายไปแล้ว และคงไม่มีสิทธิ์ถูกฝังในสุสานของสำนักด้วย
หลินฉางเซิงและตงเหวินจวินสบตากัน ตัดสินใจที่จะลงมือและต้องปกป้องเฉินชิงหยวนให้ได้ในทันที
“หลังจากที่ข้าได้พิจารณาแล้ว ข้าตัดสินใจที่จะปฏิเสธการค้นหาวิญญาณ” เฉินชิงหยวนกล่าวอย่างจริงจังท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดของทั้งสองฝ่าย
‘ตูม!’
ปราณวิยญาณที่น่ากลัวระเบิดออกมาจากร่างของเสิ่นฉือเจี๋ย และคนอื่น ๆ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำ
“เฉินชิงหยวน เจ้ากำลังเล่นตลกกับพวกข้าอยู่หรือ?”
ในเวลาเดียวกัน ตงเหวินจวินก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเฉินชิงหยวน ขวางแรงกดดันที่น่ากลัวนี้ไว้
“ไม่ใช่อย่างนั้น” เฉินชิงหยวนไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ
“ตั้งแต่ต้นจนจบ ข้าไม่เคยสัญญาว่าจะยอมให้พวกท่านค้นวิญญาณ เพียงแต่บอกว่ามีเรื่องต้องหารือเท่านั้น ผ่านค่าเสียหายทางจิตใจที่พวกท่านให้มา ข้ารู้สึกว่ายังน้อยเกินไป ดังนั้นหลังจากใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงตัดสินใจปฏิเสธคำขอที่ไม่สุภาพของพวกท่าน”
“ไม่เคยมีใครกล้าเล่นตลกกับข้า เฉินชิงหยวน! เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าพวกข้าไม่กล้าลงมือ!!”
เสิ่นฉือเจี๋ยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันของขอบเขตหลุดพ้นกวาดไปทั่วทุกมุมของสำนักเสวียนชิง เสียงของเขาดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนฟ้าร้องที่ทำให้โลกตกใจ
“เจ้าเด็กน้อย! ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก แต่จะทำให้เจ้าอยากตาย คนเช่นเจ้าจะต้องเสียใจภายหลังเป็นแน่!!”
หลิวรั่วอียืนเคียงข้างเสิ่นฉือเจี๋ยความอดทนของนางก็ถึงขีดจำกัดแล้ว สีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่เฉินชิงหยวน
คนที่เหลือต่างก็แผ่ปราณวิญญาณ เตรียมพร้อมจะต่อสู้
ในขณะนั้นเอง เฉินชิงหยวนได้รับการสื่อสาร ก่อนจะถอนหายใจยาว ในที่สุดก็ถึงเวลานี้แล้ว
“เหล่าหาน! อยู่นี่” เฉิงชิงหยวนหันหน้าไปทางนอกตำหนักพลางตะโกนเสียงดัง
ไม่นานมานี้ เมื่อทราบข่าวว่าแต่ละสำนักจะส่งผู้แข็งแกร่งมา สำนักเสวียนชิงก็กักตัวเฉิงชิงหยวนทันทีเพื่อปกป้องเขา
เฉิงชิงหยวนใช้หินสื่อสารสองหล้าอันล้ำค่าทันที เพื่อให้หานซานที่อยู่ไกลถึงดินแดนอวิ๋นไห่ซิง ไปตามผู้เยียวยา
และเพื่อให้หานซานระมัดระวัง เฉิงชิงหยวนอธิบายความสำคัญของเรื่องนี้อย่างดี และสัญญาว่าได้หาคู่ให้หานซานเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น หานซานจึงใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อเดินทางไปยังที่ที่ผู้เยียวยาอยู่
หานซานไม่รู้ว่าท่านผู้เยียวยาจะช่วยหรือไม่ จึงได้แต่บอกชื่อของเฉิงชิงหยวนไปและด้วยประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของเฉิงชิงหยวน และความสัมพันธ์กับท่านเซียนกระบี่ฉางเกิง เขาเชื่อว่าท่านผู้เยียวยาต้องช่วยแน่นอน
ดังนั้น ทุกอย่างที่เฉิงชิงหยวนทำเมื่อครู่ ส่วนใหญ่ก็เพื่อถ่วงเวลาทั้งนั้น ทั้งยังได้เงินใช้ด้วย อย่างไรก็เป็นศัตรูกันอยู่แล้ว ไอ้ที่ควรหลอกก็หลอกไป ไม่จำเป็นต้องใจอ่อน
“ใครน่ะ?”
ตอนนี้ทุกคนมองไปที่ภายนอกตำหนัก มีเงาคนสองร่างกำลังรีบมาด้วยความเร็วสูงสุด