สุดยอดนักฆ่ากลายมาเป็นลูกเขย

    บทที่ 45 แกกล้ามาอวดดีงั้นเหรอ?

    บทที่ 45 แกกล้ามาอวดดีงั้นเหรอ?


    เหล่าลูกน้องของหูเจิ้นเทียนต่างพากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง เพราะพวกเขาทนอยู่ใต้เงาของเสวียนอู่มานานเกินไป บัดนี้ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน*[1]เสียที!


    แต่ในเวลานี้บนใบหน้าของหนิงเย่ากังกลับไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เหอะ! นี่มันน่าตลกสิ้นดี ข้างนอกมีเครื่องบินรบ จอดอยู่ตั้งหลายลำ แถมยังมีคนมากมายมาปิดล้อมพื้นที่แบบนี้ เขาจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ?


    คนที่ควรจะกลัวคือหูเจิ้นเทียนต่างหาก!


    มันคงยังไม่รู้ตัวสินะ ว่ากำลังจะตาย!


    “หูเจิ้นเทียน ถ้าแกยังรู้จักที่ต่ำที่สูงล่ะก็รีบคุกเข่าลงซะ! บางทีแกอาจจะมีชีวิตรอดออกไปได้”


    หนิงเย่ากังเอ่ยปากขึ้นอย่างเย็นชา


    “หนิงเย่ากัง แกรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่? ดูให้ดี ๆ นี่มันถิ่นของพวกฉัน แกยังกล้ามาพูดจาแบบนี้กับฉันอีก แกอยากตายแบบไม่ให้เหลือเป็นแต่ซากแกหรือไง?”


    บนใบหน้าของหูเจิ้นเทียนเต็มไปด้วยสายตาเยาะเย้ย ไม่ได้สนใจคำเตือนของหนิงเย่ากังเลยแม้แต่น้อย


    ส่วนลูกน้องคนอื่น ๆ ก็หัวเราะกันจนตัวงอ


    ในสายตาของพวกเขา หนิงเย่ากังก็เป็นเป็ดที่รอโดนเชือดเท่านั้น!


    โดนจับมาถึงรังแบบนี้ ยังกล้ามาพูดจาอวดดีอีก!


    สมควรตาย!


    “ไอ้หนิงเย่ากัง แกรีบคุกเข่าขอโทษหัวหน้าพวกเราก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!”


    ลูกสมุนคนหนึ่งพูดเยาะเย้ยขึ้นมาทันที


    หูเจิ้นเทียนก็แสยะยิ้มเยาะหยันเช่นกัน “ฮ่า ๆ หนิงเย่ากัง เมื่อก่อนแกเกาะชายเสื้อโจวซุ่ยหนิว ถึงได้ผยองขนาดนั้น! แต่นี่ตอนนี้ใครหน้าไหนก็ช่วยแกไม่ได้แล้ว!”


    ในตอนนั้นเองหลัวเซิงก็พูดขึ้น!


    “หึ! ใครหน้าไหนก็ช่วยเขาไม่ได้งั้นเหรอ? เป็นห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหม! เพราะว่า…”


    สีหน้าของหลัวเซิงเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในทันที “แก…กำลังจะตาย!”


    เมื่อได้ยินคำพูดของหลัวเซิงทุกคนต่างก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า 

    แน่นอนว่าพวกนั้นคิดว่าหลัวเซิงเป็นแค่ลูกกระจ๊อกของหนิงเย่ากังเท่านั้น เป็นแค่ลูกน้องตัวเล็ก ๆ กล้าดียังไงถึงมาพูดจาโอหังแบบนี้!


    “ฮ่า ๆ ๆหนิงเย่ากัง ลูกน้องของแกนี่ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ ฉันชอบแต่ว่ามันยังอ่อนหัดเกินไป แต่เขามันก็แค่ลูกวัวที่ไม่กลัวเสือ แกไม่ได้บอกเขาเหรอว่าคนเราน่ะมันตายได้?”


    บนใบหน้าของหูเจิ้นเทียนเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เขาไม่คิดแม้แต่จะชายตามองหลัวเซิงด้วยซ้ำ


    “ลูกน้อง?”


    ได้ยินคำพูดนี้ หนิงเย่ากังก็หัวเราะออกมาทันที “เขาไม่ใช่ลูกน้องฉันหรอก เขาคือ... บอสหลัว!”


    “ฮ่าๆ ๆ ”


    เสียงหัวเราะดังกระหึ่มไปทั่วทั้งบริเวณอีกครั้ง


    “บอสหลัวงั้นเหรอ? บอสหลัวเนี่ยนะ! ฮ่าๆ ๆ ตลกชะมัด ไม่น่าเป็นถึงบอสหรอกมั้ง! เป็นได้แค่คนรับใช้ซะมากกว่ามั้ง!”


    หูเจิ้นเทียนหัวเราะอย่างชอบใจ เขาไม่เคยหัวเราะอย่างมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย


    ลูกน้องของหูเจิ้นเทียนต่างก็หัวเราะจนน้ำตาเล็ด


    ไม่ว่าวันนี้ใครจะมาที่นี่ ก็ไม่มีประโยชน์! เพราะหนิงเย่ากังต้องตายสถานเดียว!


    เห็นได้ชัดว่าหูเจิ้นเทียนไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปแล้ว เขาโบกมือเรียกลูกน้องข้างกาย ทันใดนั้นชายร่างยักษ์ก็ก้าวออกมา เดินตรงไปหาหนิงเย่ากังที่ยืนอยู่


    ขณะที่เดิน ชายร่างยักษ์ผู้นั้นก็ยืดเส้นยืดสาย เสียงกระดูกดังกรอบแกรบ แต่สีหน้าของหนิงเย่ากังยังคงไม่เปลี่ยนแปลง


    น่าขันสิ้นดี เขาเพิ่งจะเห็นบอสหลัวใช้ก้อนหินไม่กี่ก้อนฆ่าลูกน้องของหูเจิ้นเทียนราวกับสุนัข ตอนนี้แค่ชายร่างยักษ์คนเดียวจะมีอะไรน่ากลัว?


    มองดูชายร่างยักษ์ตรงหน้า หลัวเซิงหัวเราะเยาะอย่างดูถูกเหยียดหยัน “แกเป็นคนแรกที่อาสามาตายสินะ?”


    “บัดซบ! ไอ้เด็กเวร! แกมันอวดดีเกินไปแล้ว! หมั่นไส้แกมานานแล้ว!”


    ได้ยินคำพูดของหลัวเซิง ชายร่างยักษ์ก็โกรธจนตัวสั่น เขารีบพุ่งเข้าใส่หลัวเซิงทันที


    ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขา ประกอบกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ทำให้เขาดูราวกับรถถังที่ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้


    “อย่าเล่นงานมันหนักนะ ฉันยังไม่อยากให้มันตายง่าย ๆ ”


    หูเจิ้นเทียนพูดขึ้นทันที เขาไม่อยากให้ทั้งสองคนนี้ตายอย่างสงบสุข!

    “ฮ่า ๆ ๆ ไม่ต้องห่วง นายใหญ่!” 


    ชายร่างยักษ์ตอบรับอย่างมั่นใจ แต่ทว่าเขายังไม่ทันจะเห็นว่าหลัวเซิงเคลื่อนไหวอย่างไร ร่างของเขาก็เบาหวิว ลอยละลิ่วไปด้านหลัง กระแทกโต๊ะเก้าอี้หักไปหลายตัว ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น 


    เลือดสีแดงสดพุ่งออกจากปากของชายร่างยักษ์ เขากุมหน้าอกตัวเองด้วยความเจ็บปวด ราวกับว่าลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยออกไป 


    ภายในโถงตกอยู่ในความเงียบ

     

    ทุกสายตาจ้องมองไปที่หลัวเซิงอย่างไม่เชื่อสายตา ชายหนุ่มที่ดูธรรมดา ๆ คนหนึ่ง กลับสามารถจัดการกับชายร่างยักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มไปได้อย่างง่ายดาย 


    นี่เขาเป็นมนุษย์จริง ๆ งั้นเหรอ? 


    นี่มันสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ชัด ๆ !


    ผ่านไปครู่หนึ่งทุกคนก็ตั้งสติได้พวกเขารีบวิ่งเข้าไปหาชายร่างยักษ์


    “แกเป็นอะไรรึเปล่า!” 


    ชายร่างยักษ์ถูกพยุงขึ้นจากพื้น เขารู้สึกมึนงงไปหมด สิ่งที่อยู่ในใจตอนนี้มีเพียงความหวาดกลัวเขายังตั้งตัวไม่ติดเลย!


    อวัยวะภายในของเขาราวกับถูกบดขยี้ เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง


    ทำไมเขาถึงบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้!


    “นายใหญ่ จัดการมันให้หนัก!” ชายร่างยักษ์ตะโกนอย่างโกรธแค้น 


    สีหน้าของหูเจิ้นเทียนเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดทันที เขาขบฟันแน่น พูดออกมาด้วยความโกรธ “ไอ้เวร แก! ถึงแกจะมีฝีมือขนาดไหน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ยุคที่ใช้กำลังตัดสินแล้ว ตอนนี้เป็นยุคของเงินและอิทธิพล! แก…จบสิ้นแล้ว!” 


    ถ้าวันนี้เขาไม่ฆ่าไอ้เด็กหนุ่มนี่ให้ตาย หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เขาหูเจิ้นเทียนจะไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกต่อไป! 


    เขาจะต้องเสียหน้าอย่างแน่นอน!


    “เหอะๆ ฉันจบสิ้นงั้นเหรอ? นายต่างหากที่จบ!” 


    ในที่สุดใบหน้าของหลัวเซิงก็เผยความโกรธออกมา รังสีอำนาจของเขาระเบิดออกมาในทันที กระจกรอบ ๆ ห้องสั่นสะเทือน

     

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาผ่านศัตรูมานับไม่ถ้วนหูเจิ้นเทียนเป็นเพียงแค่แมลงตัวเล็ก ๆ เท่านั้น 



    แม้แต่ราชันย์แห่งท้องทะเลอย่างประมุขของเทียนหวังเตี้ยน ยังพ่ายแพ้ต่อหน้าเขา แค่แมลงตัวเล็ก ๆ ยังกล้ามาเห่าหอนใส่เขาอีกเหรอ?


    บรรยากาศในห้องอึดอัด ทุกคนต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว


    แต่ไม่นานนักหูเจิ้นเทียนก็ได้สติ กล่าวคำร้ายกาจออกมาว่า “ดี! เจ้าหนูยังกล้าพูดจาใหญ่! ดีมาก! งั้นฉันจะรอดู ว่าเดี๋ยวเจ้าจะยังอวดดีแบบนี้ออกมาได้อีกรึเปล่า!”


    เหล่าลูกน้องรอบ ๆ ต่างส่งเสียง “ถูกต้อง! แกเป็นคนแรกที่กล้ามาหาเรื่องถึงถิ่นของพวกเรา! เจ้าตายแน่!”


    [1] สำนวนจีนแปลว่าโค่นล้มอำนาจเดิม หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มั่นคง ให้สั่นคลอน