ตอนที่ 35 : รอยร้าวแห่งสวรรค์ และราคาที่ต้องจ่าย
ฝ่ามือสีเงินยวงที่พลิกคว่ำลงมาประดุจทัณฑ์สวรรค์ ได้ลบเลือนความวิจิตรตระการตาของลานประลองหินอ่อนให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของสำนักเมฆาคล้อยในพริบตาเดียว
กึ่งกลางหุบเขาประลองยุทธ์บัดนี้เหลือเพียงหลุมยุบขนาดมหึมาที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ฝุ่นควันและเศษศิลาปลิวว่อนบดบังแสงตะวัน กลิ่นอายมารอันชั่วร้ายของเจ้าสำนักเซี่ยคงหมิงที่เคยแผ่ซ่านกดทับสรรพสิ่ง ถูกพลังอันเก่าแก่และสูงส่งบดขยี้จนแตกสลายกลายเป็นเพียงเศษละอองธุลี
ทว่าเมื่อแสงสีเงินยวงที่อาบไล้ร่างของอวิ๋นเซียวค่อยๆ หรี่แสงและจางหายไปกลับคืนสู่ก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ร่างของชายหนุ่มก็ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศราวกับว่าวที่สายป่านขาดสะบั้น
"อั่ก...!"
อวิ๋นเซียวกระแทกพื้นอย่างแรง โลหิตสีคล้ำทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ร่างกายของเขาในยามนี้พังพินาศจนแทบไม่อาจคงรูปมนุษย์ไว้ได้ การให้จิตวิญญาณระดับบรรพกาลของอาจารย์เซวียนหยวนหมิงเยว่เข้ามาสิงสู่และยืมใช้พลังผ่านร่างเนื้อระดับก่อกำเนิดขั้นต้น เป็นการฝืนกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่รุนแรงเกินไป เส้นลมปราณทั่วร่างฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระดูกทุกซี่ส่งเสียงลั่นร้าวราวกับจะแหลกสลาย สติสัมปชัญญะของเขาดิ่งวูบลงสู่ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์
ทว่า ท่ามกลางซากปรักหักพังและกลุ่มควันอันสับสนวุ่นวายนั้นเอง ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า แม้เงาดำของจอมมารจะถูกทำลายล้าง ทว่าวิญญาณของเซี่ยคงหมิงหาได้แหลกสลายไปโดยสมบูรณ์ไม่!
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณอันเคียดแค้นและบ้าคลั่งของอดีตเจ้าสำนัก ได้แปรสภาพเป็น 'ไอหมอกปริศนา' สีดำสนิทเส้นเล็กๆ มันเลื้อยลัดเลาะไปตามรอยแตกของผืนดินอย่างเงียบเชียบ ประดุจอสรพิษร้ายที่กำลังมองหาที่หลบซ่อน
และเป้าหมายของมัน คือร่างของนายน้อยตระกูลหลักที่กำลังนอนกระอักเลือดอยู่ไม่ไกล... อวิ๋นหง!
อวิ๋นหงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากคลื่นกระแทกเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นไอหมอกสีดำพุ่งทะยานเข้าหาตน มันอ้าปากจะร้องขอความช่วยเหลือ ทว่าไอหมอกนั้นกลับพุ่งมุดเข้าไปทางช่องปากและทวารต่างๆ อย่างรวดเร็ว ร่างของอวิ๋นหงกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เส้นเลือดดำปูดโปนลามเลียไปทั่วลำคอและใบหน้า
เพียงครู่เดียว การดิ้นรนก็หยุดลง นัยน์ตาที่เคยหยิ่งยโสของอวิ๋นหงเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไร้ซึ่งตาขาว มีเพียงความมืดมิดสีดำสนิทที่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตแค้นอันลึกล้ำ ร่างของนายน้อยตระกูลหลักบัดนี้ได้กลายเป็น 'ภาชนะ' ตัวใหม่ที่รองรับจิตวิญญาณของจอมมารอย่างสมบูรณ์ และมันจะเป็นภาชนะที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม!
"หลีกไป!!"
เสียงตวาดก้องพร้อมกับคลื่นมหาปราณน้ำแข็งกวาดล้างฝุ่นควันจนเปิดทาง ลั่วปิงเยว่ในสภาพชุดขาวเปื้อนเลือดพุ่งทะยานเข้ามาท่ามกลางความโกลาหล ศิษย์สำนักเมฆาคล้อยที่เหลือรอดต่างกำลังคลุ้มคลั่งและเข่นฆ่ากันเองจากผลกระทบของวิชามาร นางไม่สนใจสิ่งใด รวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ตวัดแขนคว้าร่างอันไร้สติของอวิ๋นเซียวและพันซานขึ้นพาดบ่า
นางกัดฟันกรอด ใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงสุดเหยียบย่ำไปบนยอดไม้ พุ่งทะยานหนีออกจากเขตสำนักอย่างไม่คิดชีวิต เพราะนางสัมผัสได้ว่า รังสีปราณระดับวิถีแก่นแท้ของ 'ผู้อาวุโสคุมกฎ' และยอดฝีมือที่หลงเหลืออยู่ กำลังพุ่งตรงมาจากยอดเขาหลักเพื่อปิดล้อมพื้นที่ หากชักช้าแม้เพียงครึ่งก้านธูป พวกเขาทั้งสามจะต้องถูกสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นอย่างแน่นอน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ อวิ๋นเซียวค่อยๆ ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอับชื้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสประดุจถูกเข็มนับแสนเล่มทิ่มแทงแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูวิญญาณ เขานอนอยู่บนเตียงหินเย็นเยียบ ภายในถ้ำเร้นลับแห่งหนึ่งที่ผนังถูกสลักด้วยอักขระพรางตาระดับสูง
"ศิษย์พี่... เจ้าฟื้นแล้ว!" พันซานที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมีน้ำตาคลอเบ้า ร่างกายที่เคยอวบอ้วนซูบผอมลงไปถนัดตา
อวิ๋นเซียวพยายามจะพยุงตัวขึ้น ทว่าเพียงแค่ขยับปลายนิ้ว เขาก็ต้องกระอักเลือดสีคล้ำออกมา ชายหนุ่มรีบกำหนดจิตตรวจสอบสภาพภายในร่างกายของตนเอง ก่อนที่หัวใจจะร่วงหล่นลงสู่ก้นเหว
ณ ศูนย์กลางห้วงวิญญาณ 'เจดีย์หมื่นวิถี' อันศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ บัดนี้ไม่ได้หมุนวนอย่างสง่างามเช่นเคย ทว่าบนพื้นผิวของเจดีย์ชั้นแรก กลับปรากฏ รอยร้าว เป็นเส้นสายเล็กๆ ลากยาวลงมา! แสงสีทองแดงที่เคยสว่างไสวหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
นี่คือ 'ราคา' ของการยืมพลังที่เกินขอบเขต! รอยร้าวนี้เป็นสัญญาณเตือนอันโหดร้ายว่า เขาจะไม่อาจพึ่งพา หรือเรียกใช้พลังของอาจารย์เซวียนหยวนหมิงเยว่ได้อีกเลยในระยะเวลาอันใกล้นี้ หากเขาฝืนใช้เจดีย์หมื่นวิถีเกินกำลังอีกเพียงครั้งเดียว จิตวิญญาณของเขาและเจดีย์อาจแหลกสลายไปพร้อมกัน ไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา... ถูกผนึกเสียแล้ว!
ทว่าความสิ้นหวังยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น
อวิ๋นเซียวสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่ปะทุอยู่บริเวณหน้าอกซ้าย เขาก้มลงมองและต้องเบิกตากว้างด้วยความสะพรึงกลัว
บน 'ตราทัณฑ์สวรรค์' ที่เป็นรอยแผลเป็นรูปอสนีบาต บัดนี้กลับมีกลุ่มก้อนสีดำข้นหนืดฝังตัวเกาะติดอยู่ มันคือ 'แก่นพลังงานมาร' ที่แตกกระจายมาจากเงาดำของเซี่ยคงหมิงในช่วงวินาทีแห่งการทำลายล้าง และมันได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาโดยไม่รู้ตัว!
แก่นพลังงานมารกำลังดิ้นรนและกลืนกินพลังชีวิตของเขา ในขณะที่ตราทัณฑ์สวรรค์ก็พยายามจะปล่อยอสนีบาตออกมาทำลายล้างความชั่วร้ายนั้น ทว่าการต่อสู้ของพลังขั้วตรงข้ามทั้งสอง กลับใช้เส้นลมปราณและหัวใจของเขาเป็น 'สมรภูมิรบ'!
อวิ๋นเซียวกัดฟันจนเลือดซิบ ความเจ็บปวดจากการถูกสองพลังบดขยี้จากภายในนั้นเหนือล้ำยิ่งกว่าความตาย เขาตระหนักได้ในทันทีว่า ปราณหลอมภพในสภาพร่างกายที่พังพินาศเช่นนี้ ไม่อาจดูดกลืนหรือขจัดมันออกไปได้
ทางรอดเพียงทางเดียวที่เหลืออยู่ คือความบ้าคลั่งที่แม้แต่ตัวเขาเองยังต้องหนาวสั่น!
เขามองเห็นคัมภีร์หยกสีดำสนิทที่ร่วงหล่นมาจากร่างของศิษย์สายในระหว่างการหลบหนี มันคือบันทึกเคล็ดวิชาพื้นฐานของ นิกายเงากลืนดารา
หากไม่อาจทำลาย... ก็ต้องเป็นผู้ควบคุมมัน!
อวิ๋นเซียวกำคัมภีร์หยกในมือแน่น นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยวท่ามกลางความสิ้นหวัง บัดนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องหันไปฝึกฝนและเรียนรู้ 'วิชามาร' ของศัตรู เพื่อใช้มันควบคุมแก่นมารในอก และนำพลังนั้นมาคานอำนาจ 'สะกด' ตราทัณฑ์สวรรค์ไม่ให้สังหารเขาตายจากภายใน! การก้าวเดินบนเส้นทางมรรคาที่เหยียบย่ำอยู่บนขอบเหวแห่งความตายและเส้นทางของมารร้าย... ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว!