ในท้องพระโรง
บรรยากาศในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ฮ่องเต้ ประทับอยู่บนบัลลังก์ทอง พระพักตร์ขรึมขลังขณะรับรายงานจากขันทีเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองทัพแคว้นอัน
“แคว้นอันกำลังระดมพลชายแดน หากเราไม่เตรียมการให้พร้อม อาจเกิดการรุกรานได้ทุกเมื่อ” เสียงขันทีดังขึ้นในความเงียบ ฮ่องเต้ทอดถอนพระทัย ก่อนจะตรัสถามเหล่าขุนนางและองค์ชายที่ประทับร่วมประชุม
“มีใครเต็มใจจะอาสานำทัพไปปกป้องชายแดนในครั้งนี้หรือไม่?”
บรรยากาศเงียบงัน ทุกคนต่างหลีกเลี่ยงที่จะสบตาฮ่องเต้ การนำทัพออกศึกคือหน้าที่ที่เสี่ยงอันตราย ไม่มีใครอยากเสนอตัวโดยง่าย
องค์ชายสาม หลี่หยางเหอ ลุกขึ้นจากที่นั่ง ใบหน้าของเขาฉายแววมั่นใจ แต่ดวงตาแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“ฝ่าา หม่อมฉันขอเสนอให้ องค์รัชทายาท เป็ผู้นำทัพในครั้งนี้พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาททรงมีความสามารถและความเฉลียวฉลาดยิ่งนัก หากองค์รัชทายาทเป็ผู้นำ ศึกนี้ย่อมสำเร็จลุล่วงโดยเร็ว” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในท้องพระโรง เหล่าขุนนางบางส่วนพยักหน้าเห็นด้วย
หลี่หย่งเทียน ลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาจ้องมองหลี่หยางเหอนิ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “หากฝ่าาทรงเห็นชอบ ข้ายินดีรับหน้าที่นี้พ่ะย่ะค่ะ”
ฝ่าาพยักหน้าเบาๆ แม้พระพักตร์ยังคงเคร่งขรึม “ข้าหวังว่าเ้าจะทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุด เพื่อปกป้องแผ่นดินและประชาชน”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่หย่งเทียนตอบ
หลังการประชุมสิ้นสุด หลี่หยางเหอกลับมาที่ตำหนักของตนพร้อมกับที่ปรึกษาส่วนตัว
“การให้องค์รัชทายาทออกรบครั้งนี้จะเป็โอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเรา” หลี่หยางเหอกล่าว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
ที่ปรึกษาถามเสียงเบา “องค์ชายมีแผนการเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“ข้าจะส่งคนของเราแฝงตัวเข้าไปในกองทัพ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม…พวกมันจะจัดการหลี่หย่งเทียน และเมื่อข่าวการตายของเขามาถึงเมืองหลวง ข้าก็จะเสนอชื่อตนเองขึ้นเป็รัชทายาท”
เมื่อข่าวการเดินทัพขององค์รัชทายาทมาถึง ไป๋อวี้หลัน ไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัว นางกลับยิ้มบางๆ และออกคำสั่งให้นางกำนัลเตรียมการเดินทาง
“พระชายา… พระองค์จะไปด้วยจริงๆ หรือเพคะ?” นางกำนัลถามด้วยความกังวล
“แน่นอน” อวี้หลันตอบ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ในฐานะพระชายา ข้าควรออกเดินทางเพื่อปลอบขวัญชาวบ้านและทหาร สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขามีกำลังใจ”
นางกำนัลยังคงลังเล “แต่การเดินทางครั้งนี้เสี่ยงอันตราย…”
“ข้ารู้” อวี้หลันกล่าวเสียงเรียบ “แต่ในาครั้งนี้…ข้าจะไม่ยอมให้โอกาสใดหลุดมือไป”
เมื่อหลี่หย่งเทียนทราบว่าพระชายาจะเดินทางไปกับกองทัพ องค์รัชทายาทประทับนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสขึ้น “เ้ารู้หรือไม่ว่าการเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตราย?”
อวี้หลันยิ้มบาง “ข้ารู้เพคะ แต่ในฐานะพระชายา ข้าควรอยู่เคียงข้างท่าน และประชาชนควรเห็นว่าพระชายาเช่นข้าเองก็พร้อมเสียสละเพื่อพวกเขา”
หลี่หย่งเทียนมองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ถ้าเช่นนั้น เ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม แต่จำไว้…อย่าให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย”
ในความคิดของไป๋อวี้หลัน
“หลี่หย่งเทียน… เ้าจะปกป้องข้าหรือไม่ ข้าไม่สน แต่ในศึกครั้งนี้ ข้าจะทำให้ทุกคนจดจำข้าในฐานะพระชายาและข้าจะไม่ยอมให้ใครแย่งตำแหน่งที่ข้าสมควรได้รับไปได้!”
ที่ตำหนักหยกขาว
ยามค่ำคืน หลินเหม่ยซิน นั่งอยู่ในตำหนักหยกขาว น้ำตาคลอเบ้าขณะที่องค์รัชทายาท หลี่หย่งเทียน ยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อกล่าวลาต่อการเดินทางไปชายแดน
“องค์รัชทายาท… หม่อมฉันไม่อยากให้ท่านไปเลย” เหม่ยซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือข้างหนึ่งลูบท้องเบาๆ “หม่อมฉันอยากติดตามไปดูแลท่าน แต่ในเวลานี้…”
หลี่หย่งเทียนจับมือของนางอย่างอ่อนโยน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย “เ้ายังตั้งครรภ์อ่อนๆ การเดินทางไกลอาจเป็อันตรายต่อเ้าและลูกของเรา ข้าจะไม่เสี่ยงให้เกิดเื่ร้ายใดๆ”
เหม่ยซินหลุบตาลง แม้ภายนอกจะดูเหมือนยอมรับ แต่ลึกๆ ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “แต่พระชายา… เหตุใดพระองค์ถึงอนุญาตให้นางไป?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความน้อยใจ
หลี่หย่งเทียนถอนหายใจ “อวี้หลันยืนยันว่าการไปครั้งนี้จะช่วยปลอบขวัญประชาชน ข้าจึงปล่อยให้นางไป”
คำพูดนั้นเหมือนเข็มแหลมที่ทิ่มแทงใจของเหม่ยซิน นางฝืนยิ้มเล็กน้อย “หม่อมฉันเข้าใจเพคะ…ถ้าท่านทรงเห็นเช่นนั้น”
หลี่หย่งเทียนบีบมือของนางเบาๆ “ข้าสัญญา ว่าจะกลับมาหาเ้าและลูกของเราอย่างปลอดภัย”
ในใจของหลินเหม่ยซิน
หลังจากองค์รัชทายาทเสด็จกลับ เหม่ยซินนั่งลงอย่างเหนื่อยล้า ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอิจฉาและโกรธเคือง “พระชายา… นางได้สิทธิ์ทุกอย่าง แม้กระทั่งการตามท่านไปยังสนามรบ แต่ข้า…กลับต้องอยู่ในตำหนักเช่นนี้”
นางกำมือแน่น ก่อนจะเรียกนางกำนัลคนสนิทเข้ามาใกล้
“นำข่าวนี้ไปบอกพ่อของข้า บอกท่านว่า…ในระหว่างการเดินทางของพระชายา จงทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางหายไปจากเส้นทางนี้” นางกำนัลรีบคุกเข่ารับคำสั่ง “เพคะ พระสนม”
ในจวนของตระกูลหลิน
เมื่อบิดาของเหม่ยซิน เสนาบดีหลิน ได้รับข่าว เขายิ้มเย็น ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความทะเยอทะยาน “นี่เป็โอกาสดีที่เราจะกำจัดไป๋อวี้หลัน…หากนางหายไปจากเส้นทางนี้ ตระกูลหลินจะไม่มีใครมาขวางทางอีก”
เขาเรียกที่ปรึกษาของตนเข้ามา พร้อมออกคำสั่งทันที
“ส่งคนของเราแทรกซึมเข้าไปในกองทัพ และหาทางกำจัดพระชายาในระหว่างการเดินทาง…อย่าให้เหลือหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงมาถึงข้า”
“ขอรับ” ที่ปรึกษาขานรับ ก่อนจะเร่งดำเนินการตามคำสั่ง
ที่ตำหนักพระชายาเอก
ขณะเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง ไป๋อวี้หลันยืนมองกระจกเงา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้จะรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้เสี่ยงอันตราย แต่สำหรับนาง การเดินทางครั้งนี้เป็โอกาสสำคัญ
“ในสนามรบนี้…ข้าจะไม่เพียงแค่ปลอบขวัญประชาชน แต่ข้าจะทำให้หลี่หย่งเทียนเห็นว่า ข้าคือผู้หญิงที่คู่ควรกับเขา…และตำแหน่งที่ข้าถืออยู่”
ยามค่ำคืนที่ตำหนักพระชายาเอก
ลมหนาวพัดผ่านตำหนักอย่างเงียบงัน แต่ในความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน ไป๋อวี้หลัน ยืนอยู่หน้าต่าง มองออกไปยังความมืดของวังหลวง พลางครุ่นคิดถึงการเดินทางที่กำลังจะมาถึง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบาๆ ที่ด้านหลัง นางหันกลับไปช้าๆ ก็พบว่าเป็ องค์ชายสาม หลี่หยางเหอ ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“องค์ชายสาม…” อวี้หลันเอ่ยเสียงเบา ดวงตาของนางฉายแววระมัดระวัง “เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ในยามวิกาล?”
หลี่หยางเหอหัวเราะเบาๆ ขณะเดินเข้าใกล้ “พี่สะใภ้…ข้ามาที่นี่เพื่อเตือนท่านถึงแผนการของเรา”
อวี้หลันยังคงยืนนิ่ง แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสงสัยและระแวง “แผนการใด? ท่านหมายถึงเื่การเดินทางครั้งนี้หรือ?”
“แน่นอน” หลี่หยางเหอกล่าว ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยเจตนาที่นางจับต้องไม่ได้ “ท่านไม่ลืมใช่หรือไม่ ว่าข้าจะส่งคนไปติดตามขบวนของท่าน… เพื่อช่วยให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น”
“ติดตามขบวน?” อวี้หลันเลิกคิ้ว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า “แผนของท่าน…ดูเหมือนจะมีรายละเอียดมากกว่าที่ข้าคาดคิดไว้”
“พี่สะใภ้…” หลี่หยางเหอเอ่ย พลางมองนางด้วยสายตาจับจ้อง “ข้าเพียง้าให้มั่นใจว่า การเดินทางครั้งนี้จะเป็ประโยชน์สูงสุดต่อเรา ทั้งต่อท่าน…และข้า”
อวี้หลันพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มของนางยังคงเหมือนเดิม แต่ดวงตากลับเยือกเย็น “ท่าน้าให้ข้าทำสิ่งใดเป็พิเศษหรือไม่?”
หลี่หยางเหอยิ้ม “เพียงแต่…ช่วยดูแลคนของข้าด้วย หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น พวกเขาจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น”
อวี้หลันมองเขานิ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเบา “ท่านวางใจเถิด หากข้าได้รับการสนับสนุนจากท่าน ข้าก็จะช่วยให้แผนของท่านสำเร็จ”
หลี่หยางเหอยิ้มพอใจ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “พี่สะใภ้…เมื่อถึงเวลานั้น ข้ากับท่านจะเป็พันธมิตรที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้”
เมื่อหลี่หยางเหอจากไป อวี้หลันกลับมานั่งที่โต๊ะ พลางจิบชาช้าๆ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเ็า
“หลี่หยางเหอ…เ้าอาจคิดว่าข้าจะเป็เพียงหมากในเกมของเ้า แต่ข้าจะทำให้เ้าเห็นว่า ข้าต่างหากที่จะเดินเกมนี้ด้วยตัวข้าเอง”
ขณะที่เดินกลับไปยังตำหนักของตน หลี่หยางเหอยิ้มบาง “ไป๋อวี้หลัน…เ้าฉลาด แต่ข้าฉลาดกว่า เ้าจะต้องช่วยข้ากำจัดหลี่หย่งเทียน และเมื่อทุกอย่างสิ้นสุด ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เ้าอยู่ในที่สูงไปกว่าข้าได้”
“ถึงตอนนั้นข้าจะกำจัดเ้าไปด้วย “ องค์ชายสามกล่าวออกมาอย่างเ็า
..................................................................................................
ฝากติดตามนางปากกาคนนี้ด้วยนะคะ อีกอย่างอย่าลืมกดใจและเพิ่มลงชั้นหนังสือกันด้วยน้า
เวลาไรท์อัปเดตจะได้แจ้งเตือนค่ะ ขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุน
หากมีเนื้อหาใดผิดพลาดไปหรือเขียนไม่ถูกต้องสามารถเม้นแจ้งไรท์ได้เลยค่ะ
พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่น้าาา