เย่เทียนเคยแสดงความแข็งแกร่งของระดับจักรพรรดิ 8 ดารา ในขณะแย่งชิงสิ่งมหัศจรรย์ ทั้งยังขับไล่ระดับจักรพรรดิ 8 ดาราถึงสองคนได้
ดังนั้นจักรพรรดิเพลิงและจักรพรรดิคนอื่นๆ อีกหลายคนย่อมรู้จักเย่เทียน ซึ่งรู้จักเขาในฐานะจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดของโลก
แต่เมื่อสี่ปีที่แล้ว เย่เทียนได้ประกาศว่าเขาจะปิดด่านบ่มเพาะและไม่ได้ปรากฏตัวแย่งชิงสิ่งมหัศจรรย์อีกเลย ดังนั้นกองกำลังจากภายนอกจึงไม่ได้ให้ความสนใจเย่เทียน และเกือบลืมเรื่องเกี่ยวกับเย่เทียนไปแล้ว
แต่ตอนนี้ เย่เทียนไม่เพียงแต่ปรากฏตัวขึ้นเท่านั้น แต่ยังเดินออกจากรอยแยกมิติและสังหารจักรพรรดิ 8 ดาราคนหนึ่งของพวกเขาในทันที
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ คุณช่างกล้าหาญนัก บังอาจสังหารจักรพรรดิแห่งนิกายวายุพิรุณของเรา!” จักรพรรดิ 9 ดาราของนิกายวายุพิรุณคำรามด้วยโทสะ
หากไม่ใช่เพราะเขายังไม่ชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของเย่เทียน เขาคงจะกระโจนออกไปฆ่าเย่เทียนด้วยตัวเองไปแล้ว
ในขณะเดียวกันเผ่ามังกรที่เห็นเย่เทียนปรากฏขึ้นกลับไม่แสดงท่าทีใดๆ เลยแม้แต่น้อย พวกเขาทำเหมือนกำลังชมละครฉากหนึ่งอยู่
ในความเห็นของพวกเขา เย่เทียนเป็นสมาชิกของเผ่าพันธุ์มนุษย์ นี่เป็นเพียงการต่อสู้ภายในของเผ่ามนุษย์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนใจเรื่องนี้
สำหรับเรื่องการเข้าสู่ดินแดนพลังปราณยังมีเวลาอีกมาก ตราบใดที่ไม่ล่าช้าจนเกินไป ผลประโยชน์ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม
วูบ!
เย่เทียนหยิบดาบระดับตะวันออกมา ชี้ปลายดาบออกไปข้างหน้าและกล่าวกับกองกำลังมนุษย์ทั้งสิบสามและเผ่ามังกรทั้งหมด “ดินแดนพลังปราณนี้เป็นของโลกเรา และยังเป็นของฉันด้วยเช่นกัน ฉันให้โอกาสพวกคุณออกไปจากโลกเสีย!”
“บัดซบ นี่คุณต้องการผูกขาดดินแดนพลังปราณไว้คนเดียวอย่างนั้นหรือ!!!” จักรพรรดิเพลิงตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
คำกล่าวของเย่เทียนนั้นอหังการเกินไป เขากล่าวออกมาราวกับคนบ้า นี่เขาคิดจะเผชิญหน้ากับกองกำลังทั้งสิบสามและเผ่ามังกรเพียงลำพังอย่างนั้นหรือ?
“แม้ว่าคุณจะเป็นจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 แต่คุณก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะผูกขาดดินแดนพลังปราณไว้คนเดียว!” จักรพรรดิธาราโลหิตระดับ 9 ดาราแห่งนิกายวายุพิรุณเรียกหอกสีเลือดออกมาพร้อมพุ่งเข้าหาเย่เทียนอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 5 แต่เขาก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวตนในระดับเดียวกัน แม้จะเป็นจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 4 ก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่คิดว่าเย่เทียนจะสามารถก้าวจากจักรพรรดิ 8 ดาราไปสู่จักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี
จักรพรรดิเพลิงและคนอื่นๆ ไม่ได้เอ่ยปากหยุดการกระทำของจักรพรรดิธาราโลหิต แม้ว่าจักรพรรดิธาราโลหิตจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เทียน แต่เขาก็ควรจะสามารถทดสอบความแข็งแกร่งของเย่เทียนได้
เย่เทียนมองไปที่จักรพรรดิ 9 ดาราที่พุ่งเข้ามาพร้อมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเย่เทียนก็โบกมือ บอลมิติพุ่งออกไปห่อหุ้มร่างของจักรพรรดิที่พุ่งเข้ามาในทันที
“ตูม!”
พื้นที่ด้านในของบอลมิติพลันระเบิดออก ส่งผลให้ระดับจักรพรรดิที่อยู่ด้านในแหลกสลายเป็นผุยผงโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้อง
ในชั่วพริบตา มิติที่ระเบิดออกเมื่อครู่ฟื้นฟูกลับเป็นปกติอย่างราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน แต่ร่างของจักรพรรดิ 9 ดาราแห่งนิกายวายุพิรุณได้หายสาบสูญไปโดยสิ้นเชิงภายใต้การโบกมือเพียงครั้งเดียวของเย่เทียนกลับสังหารจักรพรรดิ 9 ดาราได้โดยง่าย
“จักรพรรดิธาราโลหิตถูกฆ่าง่ายดายเช่นนี้?”
ศิษย์ของนิกายวายุพิรุณดวงตาหดแคบลงอย่างรวดเร็ว บนใบหน้าเผยให้เห็นถึงสีหน้าของความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัว
ในเวลาเดียวกัน จักรพรรดิ 8 ดาราหลายคนของนิกายวายุพิรุณจ้องมองที่เย่เทียน แต่พวกเขาไม่กล้าที่จะก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ท้ายที่สุดแม้แต่จักรพรรดิ 9 ดาราก็ยังถูกเย่เทียนสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว หากพวกเขาก้าวออกไปก็เป็นเพียงการรนหาที่ตายเท่านั้น
“ทักษะบอลมิติ!” ความเข้าใจขององค์ชายหลงเทียนหลินนั้นมากกว่าทุกคนในที่แห่งนี้ เขาสามารถระบุที่มาของทักษะเย่เทียนได้ในทันที มันเป็นทักษะของพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอม แต่มีผู้มีพรสวรรค์ด้านมิติน้อยเกินไปที่จะสามารถใช้ทักษะบอลมิติได้
องค์ชายหลงเทียนหลินเพียงแต่เคยได้ยินมันเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมันกับตาตัวเอง
ในเวลานี้ คิ้วของเขาค่อยๆ ขมวดขึ้น เขาพลางคิดว่าหากเปลี่ยนเป็นเขา เขาจะสามารถทนต่อพลังของบอลมิตินี้ได้หรือไม่ แต่เขาก็ไม่สามารถตัดสินพลังของมันได้ ข้อมูลที่เขามีน้อยเกินไป
แต่สิ่งที่เขาชัดเจนที่สุดคือความแข็งแกร่งของเย่เทียนนั้นต้องเหนือกว่าจักรพรรดิ 9 ดารา และไม่ใช่แม้แต่ระดับจักรพรรดิ 9 ดาราทั่วไป
สำหรับความแข็งแกร่งระดับบุตรแห่งสวรรค์เขาไม่ได้คิดถึงมัน เพราะรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้
“ท่านฉีซาน คราวนี้ต้องรบกวนท่านแล้ว ได้โปรดลงมือสังหารจักรพรรดิหมื่นสวรรค์ผู้นี้ด้วย มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถเข้าไปในดินแดนพลังปราณได้!” จักรพรรดิเพลิงเอ่ยปากร้องขอตัวตนระดับกึ่งเทพ
“ตกลง!”
กึ่งเทพฉีซานเอ่ยปาก
อันที่จริงเขาต้องการจะเคลื่อนไหวมานานแล้ว แต่ถึงแม้เขาจะเป็นตัวตนระดับกึ่งเทพ แต่สถานะของเขาก็ยังไม่สูงเท่ากับจักรพรรดิเพลิง ท้ายที่สุดจักรพรรดิเพลิงไม่ได้เป็นเพียงจักรพรรดิ 9 ดาราเท่านั้น เขาสามารถกลายเป็นตัวตนระดับเทพได้อย่างง่ายดายในอนาคต
แต่กึ่งเทพที่กระตุ้นโดยสมบัติและเทคนิคลับเช่นเขาต้องติดอยู่ในขอบเขตกึ่งเทพไปตลอดชีวิต ไม่อาจจะทะลวงระดับต่อไปได้อีก
ดังนั้นสถานะของเขาจึงไม่สูงนัก
ทันทีที่กึ่งเทพฉีซานปรากฏตัวออกมา ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิทั้งหมดก็มองเย่เทียนเหมือนมองคนที่ตายแล้ว
ในสายตาของพวกเขา เย่เทียนย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกึ่งเทพฉีซานเลย และแม้แต่องค์ชายหลงเทียนหลินก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกึ่งเทพฉีซาน
กึ่งเทพฉีซานเป็นกึ่งเทพที่ยกระดับมาจากจักรพรรดิ 8 ดารา ในแง่ของความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ เขาเหนือระดับจักรพรรดิ 9 ดาราและเทียบได้กับความแข็งแกร่งของบุตรแห่งสวรรค์ 1 ดารา
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ ศักยภาพของคุณนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่น่าเสียดายที่คุณไม่ควรกระทำเรื่องโง่ๆ เช่นคิดครอบครองดินแดนพลังปราณ หากคุณขอร้องพวกเรา บางทีพวกเราอาจจะใจดีมอบโควตาให้แก่คุณ แต่ตอนนี้คุณฆ่าจักรพรรดิของพวกเราไปถึง 2 คน นี่เป็นความบาดหมางอย่างรุนแรง บทลงโทษของคุณมีเพียงความตายเท่านั้น!”
กึ่งเทพฉีซานถือค้อนสีม่วงขนาดใหญ่เหวี่ยงออกไปกลางอากาศ
ตูม!
ความว่างเปล่าโดยรอบสั่นสะเทือน จักรพรรดิหลายคนต่างรีบถอยออกไป
“แข็งแกร่งมาก!”
หลายคนอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ แม้แต่จักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 อย่างองค์ชายหลงเทียนหลินก็ยังมองด้วยความหวาดกลัว
กลับกันใบหน้าของเย่เทียนนั้นยังสงบมาก ในสายตาของเขา ต่อให้กึ่งเทพฉีซานจะทะลวงไปถึงระดับเทพทันทีตอนนี้ก็ยังห่างไกลจากการเป็นคู่ต่อสู้ของเขา
เพราะแม้แต่ระดับจักรพรรดิ 9 ดาราทะลวงไปสู่ระดับเทพก็ยังมีความแข็งแกร่งพอๆ กับบุตรแห่งสวรรค์ 6 ดาราเท่านั้น และกึ่งเทพฉีซานนี้ไม่เพียงแต่ยังไม่สามารถเข้าสู่ระดับเทพ แต่เขาก็ยังเป็นผู้ที่ยกระดับมาจากจักรพรรดิ 8 ดารา เช่นนั้นเขาจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เทียนได้อย่างไร
“มดปลวก!”
เย่เทียนขยับดาบในมือของเขา
“ดาบภูตพราย!”
เส้นลำแสงส่องประกายวูบผ่านค้อนสีม่วงขนาดใหญ่ของกึ่งเทพฉีซาน ส่งผลให้ทั้งค้อนขนาดใหญ่และร่างของกึ่งเทพฉีซานถูกตัดออกเป็นสองส่วน พลังชีวิตของเขาหายไปพร้อมๆ กับร่างที่ล้มลงบนพื้น
ในเวลานี้ผู้ชมโดยรอบตกอยู่ในความเงียบสงัด!
กึ่งเทพตายแล้ว!
และนี่ไม่ใช่กึ่งเทพทั่วไป แต่เป็นกึ่งเทพที่ยกระดับมาจากขอบเขตจักรพรรดิ 8 ดารา แต่ตอนนี้กลับถูกเย่เทียนฆ่าอย่างง่ายดาย
นี่มันพลังอะไรกัน?
“บุตรแห่งสวรรค์!!! คุณคือบุตรแห่งสวรรค์!”
องค์ชายหลงเทียนหลินกล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัว
ในเวลานี้ จักรพรรดิคนอื่นๆ ต่างก็ตอบสนอง ศัตรูที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าคือบุตรแห่งสวรรค์
“บุตรแห่งสวรรค์!”
จักรพรรดิเพลิงก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ
ดาราจักรที่กองกำลังของเขาตั้งอยู่นั้นไม่มีบุตรแห่งสวรรค์เลยแม้แต่คนเดียว และสถานะของบุตรแห่งสวรรค์นั้นสูงกว่ายิ่งกว่ามูลค่าของนิกายทั้งหมดรวมกันมาก
กองกำลังหลักสิบสามแห่งร่วมมือกันเพื่อสร้างดินแดนพลังปราณ เป้าหมายของพวกเขาคืออะไร ไม่ใช่เพื่อพยายามฝึกฝนอัจฉริยะให้กลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์หรอกหรือ!
แต่ตอนนี้ บุตรแห่งสวรรค์ตัวจริงยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
“ใช่ ฉันคือบุตรแห่งสวรรค์!”
เย่เทียนเรียกตราประทับซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของบุตรแห่งสวรรค์ออกมา บนหน้าผากของเขาปรากฏเครื่องหมายบุตรแห่งสวรรค์ส่องประกายสีทองระยิบระยับ
ในเวลานี้ ผู้คนทั้งหมดต่างก็มั่นใจแล้วว่าเย่เทียนเป็นบุตรแห่งสวรรค์จริงๆ
“จงกลับไปเสีย ดินแดนพลังปราณนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณสามารถครอบครองได้ ใครก็ตามที่ก้าวออกมาอีกก้าวเดียว ผู้นั้นจะต้องตาย!” เย่เทียนกล่าวอย่างเย็นชา
“กลับไป จะทำอย่างนั้นได้ยังไง!”
ความล้ำค่าของดินแดนพลังปราณนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด เมื่อพวกเขาเข้าสู่ดินแดนพลังปราณ พวกเขาก็มีความหวังว่าจะกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ได้เช่นกัน!
ความหวังที่จะกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์อยู่ตรงหน้า ดังนั้นจึงไม่มีใครคิดที่จะยอมแพ้
หากพวกเขาละทิ้งโอกาสนี้ไป ก็คงเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะแสวงหาโอกาสเช่นนี้ได้อีกในอนาคต
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์ชายหลงเทียนหลิน เขาติดอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 มาหลายร้อยปี เขามองหาโอกาสนี้มาหลายร้อยปีเพื่อใช้มันทะลวงคอขวด ทะลวงเข้าสู่บุตรแห่งสวรรค์
ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว ตราบใดที่เขาเข้าสู่ดินแดนพลังปราณ เป้าหมายของเขาก็จะสำเร็จ แล้วเขาจะยอมแพ้ต่อโอกาสเช่นนี้ง่ายๆ ได้อย่างไร
“บุตรแห่งสวรรค์จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ ฉันยินดีจ่ายในราคาที่คุณต้องการเพื่อแลกกับโควตาเข้าสู่ดินแดนพลังปราณ คุณคิดว่าอย่างไร” องค์ชายหลงเทียนหลินกัดฟันกล่าว
“ขอปฏิเสธ!”
เย่เทียนพูดอย่างเย็นชา “ตอนนี้ระบบสุริยะทั้งหมดเป็นอาณาเขตของฉัน โดยพื้นฐานแล้วโลกใบนี้ย่อมเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉัน โดยพฤติกรรมของพวกคุณในตอนนี้ถือเป็นการบุกรุกอาณาเขตของผู้อื่น ด้วยกฎของกาแล็กซีทางช้างเผือก แม้ฉันจะฆ่าพวกคุณทั้งหมดฉันก็ย่อมไม่มีความผิด!”
“ระบบสุริยะเป็นของคุณ? อย่ากล่าวไร้สาระ ระบบสุริยะแห่งนี้อยู่ในอาณาเขตปกครองของจักรวรรดิสุริยัน เผื่อว่าคุณไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนน่ะนะ” จักรพรรดิเพลิงกล่าวอย่างประชดประชัน
ในตอนนั้นเอง
เย่เทียนโบกมือและภาพร่างของข้อตกลงก็ปรากฏขึ้นในอากาศ
“จักรวรรดิสุริยันได้ลงนามยินยอมแบ่งระบบสุริยะภายใต้ชื่อของฉัน ระบบสุริยะเป็นอาณาเขตของฉันมานานแล้ว ข้อตกลงนี้ได้รับการอนุมัติโดยสมาพันธ์ดาราเคราะห์สีเงิน 1 ใน 9 หลักของกาแล็กซีทางช้างเผือก!”
สิ้นประโยคของเย่เทียน ใบหน้าและการแสดงออกของทุกคนในกองกำลังจากภายนอกทั้ง 13 กองกำลังก็เปลี่ยนไปในทันที