บทที่ 9 เธอมีสิทธิ์อะไร
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนการจุดไฟเผาป่า
ชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์อยู่ด้านนอกมองครอบครัวของหนิงชิงเฟิ่งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทันที
เด็กๆ ทะเลาะกันเล็กน้อยก็พอเข้าใจได้ แต่การผลักคนตกเขาแล้วยังไม่สนใจใยดี แม้แต่จะกลับมาตามผู้ใหญ่ไปช่วยก็ไม่ทำ นี่มันร้ายแรงเกินไปแล้ว ใครจะกล้าให้ลูกตัวเองเล่นกับลูกๆ ของหนิงชิงเฟิ่งอีก?
"หุบปาก! ไอ้แก่! พวกแกพูดจาไร้สาระอะไร!"
ถึงแม้ว่าจางเสี้ยวเทียนจะไม่ชอบหน้าพี่สาวตัวเอง แต่เขาก็ยังเด็กและใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองมาก
ทันทีที่หนิงเฉิงฮุยพูดจบ จางเสี้ยวเทียนก็ััได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของชาวบ้าน เขาโกรธจัดจนตะคอกใส่หนิงเฉิงฮุยและสวี่อวี้จู
แต่ทันทีที่พูดจบ เขาก็เห็นเงาดำๆ พุ่งเข้ามาหาก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัวก็รู้สึกเจ็บที่หน้าผาก มีของเหลวอุ่นๆ ไหลออกมา
เขายังคงยืนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่หนิงชิงเฟิ่งที่อยู่ข้างๆ มีสายตาไว เห็นลูกชายถูกทำร้ายก่อนใคร ศีรษะมีเืไหลออกมาด้วย!
เธอใร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปประคองจางเสี้ยวเทียนที่ยืนเซ
"เสี้ยวเทียนลูกแม่! เป็อะไรไปลูก?!"
น่าสงสารจางเสี้ยวเทียน นี่เป็ครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีที่เขาเืออก
เขาเอามือที่สั่นเทาป้ายที่ศีรษะ ก่อนจะเอามาดู เห็นเป็สีแดงฉานเต็มไปหมด ใจนเป็ลมไปทันที
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จางเสี้ยวเทียนเป็ดั่งลมหายใจของหนิงชิงเฟิ่ง เมื่อเขาเป็ลมไป หนิงชิงเฟิงก็ใสุดขีด
เธอรีบพยายามอุ้มเขาขึ้นเพื่อพาไปสถานีอนามัยในหมู่บ้าน
แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หนิงชิงเฟิ่งตามใจจางเสี้ยวเทียนจนเสียคน เธอให้เขากินแต่อาหารอร่อยๆ
แถมยังมักจะแอบทำของอร่อยให้จางเสี้ยวเทียนกินบ่อยๆ ทำให้แม้จางเสี้ยวเทียนจะอายุแค่ 11 ปี แต้น้ำหนักก็ปาเข้าไป 50 กิโลกรัมแล้ว
เธอหันไปมองอย่างตื่นตระหนก เห็นลูกสาวยืนนิ่งมองอยู่ ก็โกรธจนะโด่าออกมา
"มัวยืนเอ๋ออยู่ทำไม! ต้องรอให้แม่มาเชิญเหรอไง! ไม่เห็นหรือไงว่าน้องชายเธอเป็ลมไปแล้ว ยังไม่รีบมาช่วยอีก!
อุตส่าห์เลี้ยงดูอย่างดีให้กินอิ่มหนำสำราญจะมีประโยชน์อะไรกัน!
ไร้ประโยชน์จริงๆ!"
แม้ในแแถบชนบทความคิดชายเป็ใหญ่จะยังฝังหัว แต่ในครอบครัวของหนิงชิงเฟิ่ง ถึงเธอจะไม่ได้รักลูกสาวคนนี้มาก แต่ก็ไม่เคยพูดจารุนแรงกับจางหลิงหลานมาก่อน
ตอนนี้พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ออกมา จางหลิงหลานรู้สึกน้อยใจจนแทบร้องไห้ เธอกัดฟันแน่น ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยอย่างไม่เต็มใจ
ตอนนี้มันคงจะดีกว่าถ้าจางเสี้ยวเทียนไม่ฟื้นขึ้นมาอีก! ตายไปเลยยิ่งดี! แต่จางหลิงหลานไม่กล้าพูดออกมา เธอรู้ดีว่าถ้าหนิงชิงเฟิ่งรู้เข้า คงจะตีเธอตายแน่ๆ
ไม่ใช่แค่จางหลิงหลานเท่านั้น แม้แต่ชาวบ้านที่มุงดู รวมถึงหนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูก็ตกตะลึงเช่นกัน
พวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจางเสี้ยวเทียนที่อยู่ดีๆ ถึงมีเืไหลออกมา
เื่นี้เป็ฝีมือของหนิงหราน
เธอแอบเปิดประตูไว้นานแล้ว และยืนพิงกรอบประตู มองท่าทางอ้วนท้วนของจางเสี้ยวเทียนที่ยังกล้าะโใส่ตากับยาย ทำให้หนิงหรานรู้สึกรังเกียจ มองแล้วขัดหูขัดตา
ในขณะที่ทุกคนไม่ได้สนใจเธอ หนิงหรานก็ลงมืออย่างเงียบๆ
โชคดีที่เธอยังมีความแม่นยำไม่เลว
หนิงหรานสังเกตเห็นความไม่พอใจและความเคียดแค้นในดวงตาของจางหลิงหลานได้อย่างชัดเจน
เธอเหลือบมองท่าทางกระวนกระวายของหนิงชิงเฟิ่ง ก่อนจะยกมุมปากยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส
"น้าเล็กดูอารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะคะ"
เสียงของเธอใสกังวาน ไพเราะดุจเสียงหยกกระทบกัน ท่ามกลางความเงียบของฝูงชน คำพูดของเธอดึงดูดความสนใจอย่างน่าประหลาด จนหนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูต้องชะงักไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นเธอ ความรู้สึกผิดก็ผุดขึ้นในใจของทั้งสองอีกครั้ง พวกเขารีบเข้าไปถามด้วยความเป็ห่วง
"หรานหราน ทำไมถึงออกมาล่ะลูก?"
"ใช่ ขาของหนูยังไม่หาย ไม่ควรเดินออกมานะ"
พวกเขาได้วางแผนไว้แล้วว่า หลังจากหนิงชิงเฟิ่งและคนอื่นๆ กลับไป จะหาคนจ้างรถเกวียนพาหรานหรานไปโรงพยาบาลในเมืองอย่างเงียบๆ
อาการาเ็ที่ขาเป็เื่ใหญ่ ไม่อาจละเลยได้ แม้จะไม่มีเงิน พวกเขาก็ต้องพาหรานหรานไปให้ได้ ถึงต้องยอมเสียหน้าไปขอยืมเงินคนอื่นก็ตาม!
จางหลิงหลานที่แต่เดิมก็ไม่เต็มใจจะส่งจางเสี้ยวเทียนอยู่แล้ว พอได้ยินเสียงของหนิงหราน ก็รีบหันไปตามเสียงนั้นทันที เห็นหรานหรานยืนพิงประตูพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
ั้แ่เมื่อคืนที่สวีอวี้จูได้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้หนิงหรานอย่างพิถีพิถัน ทำความสะอาดจนหมดจด
ในสายตาของจางหลิงหลานหนิงหรานจึงดูสดใสไปทั้งตัว ผิวขาวผ่องขึ้นอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่ความซีดเซียวเหมือนก่อน แต่เป็ความขาวที่เปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา
หนิงหรานมีหน้าตาดีอยู่แล้ว เพียงแต่เพราะขาดสารอาหารมานาน ร่างกายจึงผอมแห้ง อีกทั้งนิสัยขี้อายไม่กล้าสบตาใคร ความงามจึงถูกบดบัง
แต่ตอนนี้เธอยืนพิงกรอบประตู มองทุกคนอย่างมั่นใจ บุคลิกทั้งตัวสงบนิ่งผ่อนคลาย กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างไป
ใบหน้าเล็กๆ มีรอยยิ้มบางๆ แม้แต่จางหลิงหลานเองก็อดไม่ได้ที่จะมองหลายครั้ง
นี่ช่างต่างจากหนิงหรานที่เคยเห็นโดยสิ้นเชิง
จางหลิงหลานรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที ทำไมหนิงหรานถึงโชคดีไม่ตายอยู่บนูเา กลับมาแล้วยังสวยขึ้นอีก?!
มันยุติธรรมตรงไหนกัน?
เธอกลอกตาไปมา แล้วชี้นิ้วใส่หนิงหราน พลางะโเสียงดัง
"เป็เธอนี่เอง! ต้องเป็เธอแน่ๆ นังคนต่ำช้า! เธอเป็คนทำร้ายน้องชายฉันใช่ไหม?"
หนิงชิงเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นจ้องหนิงหรานอย่างดุดัน
สวีอวี้จูฟังแล้วโกรธจัด "หลิงหลาน เธอพูดแบบนี้ได้ยังไง? ใครเห็นว่าหรานหรานลงมือ ทำไมถึงใส่ร้ายคนได้? หรานหรานยังาเ็อยู่ ร่างกายอ่อนแอขนาดนี้ จะทำร้ายใครได้?"
ไม่เพียงแค่สวีอวี้จู แม้แต่หนิงเฉิงฮุยก็โกรธมากที่หลิงหลานกล้าพูดจาแบบนั้น