ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 62 เจ้ามิใช่รึที่อยากขึ้นขี่องค์หญิงผู้นี้ เจตนาสังหารของเซียนกึ่งจักรพรรดิ

                    “หมายความว่า ในตัวเจ้ามีสายเลือดของเผ่าหงส์เพลิงบริสุทธิ์อย่างนั้นรึ”

             

                   ซูฉางเซิงยื่นมือออกไปพยุงองค์หญิงเก้าขึ้น รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าพลางเอ่ยถาม

             

                   “ถูกต้อง ข้ามีสายเลือดของเผ่าหงส์เพลิงบริสุทธิ์อยู่ในกาย และยังมีสังขารเก้าหงส์ศักดิ์สิทธิ์อนาคตยังมีโอกาสที่จะวิวัฒนาการไปสู่สังขารเซียนหงส์อมตะได้อีกด้วย!”

             

                   องค์หญิงเก้าเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

             

                   สังขารเซียนหงส์อมตะ

             

                   หากสำเร็จ นางจะวิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์ แปลงกายเป็นเซียนหงส์อมตะ การบรรลุเซียนในอนาคตจะเป็นเรื่องง่ายดาย

             

                   อย่างไรก็ตาม โอกาสนี้ริบหรี่เกินไป

             

                   แม้แต่บิดาของนาง ผู้เป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉางเซิงก็ยังไม่เชื่อว่าจะสำเร็จได้

             

                   “ดังนั้น ท่านจึงต้องใช้วิชาลับเพื่อเข้าสู่การนิพพาน จากนั้นจึงเกิดใหม่และฟื้นฟูสภาพหรือ”ซูฉางเซิงขมวดคิ้วถาม

             

                   สำหรับเผ่าหงส์เพลิงบริสุทธิ์ เขารู้ไม่มากนัก ทว่าก็รู้ว่านี่คือเผ่าที่น่าเกรงขามยิ่งเรียกว่าเผ่าจักรพรรดิโบราณ

             

                   สมาชิกทุกคนในเผ่าล้วนมีพรสวรรค์น่าเกรงขาม เทียบเท่าระดับร่างกายศักดิ์สิทธิ์

             

                   “มันไม่ง่ายอย่างนั้น การเกิดใหม่ของเผ่าหงส์เพลิงบริสุทธิ์ แม้จะทรงพลังมาก ทว่ามันใช้ได้ก็ต่อเมื่อใกล้ถึงจุดจบแห่งชีวาเท่านั้นอัตราความสำเร็จต่ำมาก ข้ายังไม่ถึงขั้นนั้น!”

             

                   องค์หญิงเก้าส่ายหน้า จากนั้นนางก็เสริมขึ้นอีกประโยค ดวงตาจ้องมองซูฉางเซิง

             

                   “หากบังคับใช้ โอกาสสำเร็จจะยิ่งต่ำลงไปอีก ไม่ถึงหนึ่งในสิบ”

             

                   ซูฉางเซิงตกตะลึงในใจ

             

                   หากมันไม่สำเร็จ แล้วเจ้าพูดถึงวิชาลับแห่งเผ่าหงส์เพลิงบริสุทธิ์ด้วยเหตุใดเล่า

             

                   หรือว่าจะกลายเป็นคนไร้ค่าไปเลยหรือ

             

                   “หึ ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ หากมิได้พบเจ้า ข้าคงเลือกใช้วิชาลับแห่งเผ่าหงส์เพลิงบริสุทธิ์เดิมพันกับโอกาสไม่ถึงหนึ่งในสิบนี้!”

             

                   “ทว่าเมื่อเจ้าปรากฏตัว ข้าเปลี่ยนใจแล้ว พอดีข้าก็ชอบเจ้าอยู่เหมือนกัน!”

             

                   องค์หญิงเก้ายืนเขย่งปลายเท้า ใบหน้าเล็กๆ ที่อ่อนเยาว์และงดงามแนบชิดเข้าหาซูฉางเซิงดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้จะมีความเขินอายแฝงอยู่เล็กน้อย

             

                   ชอบข้าหรือ

             

                   ซูฉางเซิงตกใจเล็กน้อย องค์หญิงเก้าต้องการทำสิ่งใดกัน

             

                   “ซูฉางเซิง มาบำเพ็ญเพียรคู่กับข้าเถิด มิใช่เจ้ารึที่อยากขึ้นขี่ข้ามาโดยตลอด”

             

                   ในขณะที่ซูฉางเซิงยังคงมึนงง องค์หญิงเก้าก็กัดฟันแน่น ใบหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าวเสียงดัง

             

                   “...ท่านรู้ได้อย่างไร”

             

                   ซูฉางเซิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามออกไปโดยไม่รู้ตัว เขาจำไม่ได้ว่าเคยแสดงเจตนาเช่นนั้นออกมา

             

                   แม้ว่าในระหว่างการสนทนาก่อนหน้านี้ องค์หญิงเก้าจะรู้สึกได้อย่างเลือนรางว่าซูฉางเซิงมีใจให้นาง

             

                   ทว่าไม่น่าจะแม่นยำถึงเพียงนี้ไม่ใช่หรือ

             

                   “หึๆ เจ้าคิดว่าข้าเป็นผู้ใด องค์หญิงเก้าแห่งราชวงศ์ วิชาลับคล้ายกับกระแสจิตข้ามีมากเท่าใดก็ได้!”

             

                   เมื่อได้ยินเช่นนี้ องค์หญิงเก้าก็ย่นจมูกเล็กน้อย ส่งเสียงเพลงเบาๆ อย่างพอใจ

             

                   “แม้ว่าข้าจะไม่ได้ยินสิ่งที่เจ้าคิดทั้งหมด ทว่าความคิดที่เจ้าอยากจะขึ้นขี่ข้านั้นข้าก็ยังได้ยินอยู่บ้าง และมันก็เกิดขึ้นหลายครั้งเสียด้วย!”

             

                   “ซูฉางเซิง เจ้าช่างกล้า เซียนในทวีปเจินเซิ่งตัวเล็กๆ อย่างเจ้า กลับคิดที่จะขึ้นขี่ข้า!”

             

                   ดวงตาขององค์หญิงเก้าทอแสงสนุกสนาน

             

                   “...”

             

                   ซูฉางเซิงนิ่งเงียบ

             

                   ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ไม่แปลกใจเลยที่ช่วงเวลานั้น เมื่อองค์หญิงเก้าพูดคุยกับเขาดวงตาของนางจะดูแปลกๆ อยู่เสมอ

             

                   บัดนี้เมื่อมองย้อนกลับไป นั่นน่าจะเป็นเพราะนางรับรู้ความคิดภายในใจของเขา

             

                   “นี่ ซูฉางเซิง เจ้ายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่ กล้าที่จะทำเช่นนี้ได้อย่างไร”

             

                   เมื่อเห็นซูฉางเซิงนิ่งเงียบ คิดว่าเขาคงจะกลัว องค์หญิงเก้าจึงกัดฟันแน่น ใบหน้าเล็กๆแนบชิดเข้าไป พลางกล่าวด้วยความประหม่า

             

                   นางต้องใช้ความกล้าอย่างมากจึงจะเอ่ยคำพูดนี้ออกมาได้

             

                   “แน่นอน ในเมื่อองค์หญิงเก้าเชิญชวนข้าเช่นนี้แล้ว ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร!”

             

                   มุมปากของซูฉางเซิงยกขึ้นเล็กน้อย มองไปยังใบหน้าเล็กๆ ที่ดูข่อนๆ ขององค์หญิงเก้าพลางกล่าวเสียงแผ่ว

             

                   “ว่าแต่ผู้คุ้มครองของท่านเล่า จะทำอย่างไร”

             

                   ทันใดนั้น ซูฉางเซิงเงยหน้าขึ้น มองไปทั่วสวรรค์และพิภพ สุดท้ายสายตาก็จับจ้องไปยังทางเข้าของแดนลับซึ่งมีคลื่นพลังอันน่าสะพรึงแผ่ออกมารางๆ

             

                   แม้จะอยู่คนละมิติ ทว่าก็ยังสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวภายในนั้น

             

                   ดูเหมือนว่าเหล่าราชานักบุญกำลังต่อสู้กันอยู่ภายในนั้น

             

                   “ไม่ต้องกังวล พวกเขาทั้งสามทำกระไรป้าเย่ไม่ได้ หากนางต้องการจะไป พวกเขาก็หยุดนางไม่ได้!”

             

                   องค์หญิงเก้าโน้มตัวลงมาพิงซูฉางเซิง เมื่อได้ยินเช่นนี้ ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

             

                   “หากมิได้ถูกซุ่มโจมตีก่อนหน้านี้ และสูญเสียไพ่ตายไปมากมาย ราชานักบุญทั้งสามคนจะทำกระไรข้าได้”องค์หญิงเก้ากล่าวด้วยทีท่าโมโห

             

                   “ในเมื่อไม่เป็นไร เช่นนั้นเราก็ไปกันเถิด” ซูฉางเซิงไม่ได้ตอบ เพียงกล่าวเบาๆ

             

                   เขาก็กังวลเช่นกัน

             

                   หากราชานักบุญทั้งสามคนภายในนั้นรับรู้ถึงความผิดปกติและออกมาจากที่นั่น เช่นนั้นเรื่องต่างๆก็จะยุ่งยากไม่น้อย

             

                   ควรระมัดระวังเอาไว้ก่อนดีกว่า

             

                   “ได้!”

             

                   องค์หญิงเก้าพยักหน้า จากนั้นก็โอบรอบคอของซูฉางเซิง ใบหน้าเล็กๆ เงยขึ้น พลางกล่าวเสียงเย่อหยิ่งว่า

             

                   “อุ้มข้าไปสิ”

             

                   “...”

             

                   มุมปากของซูฉางเซิงกระตุก

             

                   เหตุใดจึงรู้สึกว่าหลังจากที่นางเปิดเผยความในใจแล้ว ก็เริ่มปลดปล่อยความเป็นตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

             

                   แม้แต่คำพูดที่มั่นอกมั่นใจในตนเองเช่นนี้ก็ยังพูดออกมาได้

             

                   ช่างเถิด ตอนนี้ปล่อยให้นางจองหองพองขนไปก่อน เดี๋ยวก็รู้ว่าผู้ใดแน่กว่ากัน

             

                   ซูฉางเซิงปลงอยู่ในใจ

             

                   ในไม่ช้า เขาก็พาองค์หญิงเก้าไปยังเมืองว่านเซี่ยง

             

                   ส่วนอวี่ซิน เขาได้พานางเข้าไปอยู่ในตำหนักวิเศษปราบมารแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้นางได้รับผลกระทบ

             

                   ตอนนี้นางคงจะยังคงมึนงงอยู่

             

                   ตูม!

             

                   ขณะเดียวกัน ภายในแดนลับ การต่อสู้ที่ดุเดือดก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

             

                   การต่อสู้ของทั้งสี่คน ทำให้แผ่นดินแตกเป็นเสี่ยงๆ และต่อสู้กันไปจนถึงห้วงจักรวาลอันลึกซึ้งทำลายดวงดาวนับไม่ถ้วน ราวกับดอกไม้ไฟที่แตกกระจายและบานสะพรั่ง

             

                   ในห้วงอวกาศ พลังปราณปั่นป่วน แสงศักดิ์สิทธิ์นับพันเปล่งประกาย พลังทำลายล้างต่างๆแผ่กระจายไปทั่ว ราวกับต้องการทำลายทุกสิ่งทุกอย่างและสร้างโลกขึ้นมาใหม่

             

                   ตูม!

             

                   ท่ามกลางการต่อสู้อันดุดัน นางกำนัลเย่ฟาดฝ่ามือออกไป ทำให้ผู้นำปราสาทมารเพลิงโลกันตร์กระอักเลือดร่างกายสูงใหญ่เซถลาเกือบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

             

                   ในใจรู้สึกทั้งโกรธแค้นและตกใจ

             

                   หญิงผู้นี้ช่างวิปริตนัก ต่อสู้กับคนสามคนพร้อมกัน แต่ยังคงแข็งแกร่ง ไม่เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย

             

                   โชคดีที่พวกเขาเพียงต้องยับยั้งนางเอาไว้เท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นปล่อยให้คนอื่นจัดการ

             

                   “อ๊า!”

             

                   ในขณะนั้นเอง เสียงคำรามอันน่าสยดสยองดังขึ้น เปี่ยมไปด้วยความอาดูรอย่างหาที่สุดมิได้

             

                   ผู้นำปราสาทมารเพลิงโลกันตร์มองไปเห็นราชาวิหารสวรรค์คำราม ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

             

                   ดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร

             

                   “ลูกข้า เจ้าตายได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้!” ราชาวิหารสวรรค์คำรามลั่น ในใจเอ่อล้นความโทมนัส

             

                   นั่นคือบุตรที่เขาภาคภูมิใจที่สุด มีสายเลือดเทียบเคียงกับสายเลือดบริสุทธิ์แล้วในอนาคตมีหวังที่จะเป็นราชานักบุญและยืนเคียงข้างเขา จะเป็นเกียรติประวัติอันสูงส่งสักเพียงใด

             

                   เพื่อบ่มเพาะบุตรผู้นี้

             

                   กระทั่งเขามอบหมายภารกิจล่าองค์หญิงเก้าให้กับบุตร หากสำเร็จ ก็สามารถเข้าตาบุคคลผู้นั้นได้และอาจได้รับการเลื่อนขั้น

             

                   ในอนาคตจะก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว กึ่งจักรพรรดิก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

             

                   เดิมทีเขาได้วางแผนทุกอย่างไว้แล้ว ทว่าไม่คาดคิดว่าจะพลาดท่าในขั้นตอนสุดท้าย

             

                   “กระไรนะ”

             

                   เมื่อผู้นำปราสาทมารเพลิงโลกันตร์ได้ยินเช่นนี้ ใจของเขาก็สั่นสะท้าน องค์หญิงเก้านั้นแข็งแกร่งเกินไปจริงหรือในสถานการณ์เช่นนี้ยังสังหารราชานักบุญได้อีกหรือ

             

                   ทว่าในไม่ช้า สีหน้าของผู้นำปราสาทมารเพลิงโลกันตร์ก็เปลี่ยนไปอย่างไม่น่ามอง

             

                   เขารู้สึกถึงสถานการณ์ของชายหนุ่มเขาดำและเหล่าเซียนแห่งปราสาทมาร

             

                   แล้วก็พบว่าพวกเขาทั้งหมดล้วนตายตกไปแล้ว

             

                   การประจักษ์แจ้งต่อสิ่งนี้ทำให้เขามีสีหน้าเคร่งขรึม องค์หญิงเก้าสังหารทุกคนอย่างนั้นหรือ

             

                   องค์หญิงแห่งราชวงศ์แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวรึ

             

                   “บัดซบ!”

             

                   อีกด้านหนึ่ง ผู้ปกครองเทียนกั๋วก็โกรธแค้นเช่นกัน ลูกน้องของเขาล้วนตายไปแล้ว

             

                   “พวกไร้ประโยชน์!”

             

                   เขาคำรามลั่น ไร้ซึ่งความสงบเยือกเย็นอีกต่อไป ดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาสังหารอันน่าประหวั่นพรั่นพรึง

             

                   แผนการล้มเหลวเช่นนั้นหรือ

             

                   “หึ ดูเหมือนว่าแผนการของพวกเจ้าจะล้มเหลวเสียแล้ว ช่างไม่รู้จักขอบเขต ในไม่ช้าพวกเจ้าจะได้ลิ้มรสผลของการกระทำของตนเอง!” เมื่อเห็นเช่นนี้นางกำนัลเย่ก็เย้ยหยัน

             

                   “ข้าไม่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว!”

             

                   กล่าวจบ นางก็สะบัดดาบยาวในมือ กรีดเป็นทางยาวในห้วงอวกาศ จากนั้นร่างกายก็หายวับไปจากแดนลับแห่งนี้

             

                   สำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ ทั้งสามคนเพียงแค่มองดูอย่างไร้ความรู้สึก

             

                   เพราะพวกเขารู้ว่าการสังหารนางกำนัลเย่นั้นเป็นไปไม่ได้ การยืดเยื้อต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ปล่อยให้นางหนีไปก็คงดีกว่า

             

                   สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาให้ได้ว่าองค์หญิงเก้าเป็นอย่างไรบ้าง

             

                   ตายไปแล้วหรือไม่

             

                   หรือว่ากลายเป็นคนไร้ค่าไปแล้ว

             

                   โดยเฉพาะราชาวิหารสวรรค์ หัวใจเต็มไปด้วยความเกลียดชัง อยากจะคำรามก้องสวรรค์เขาไม่เชื่อว่าองค์หญิงเก้าจะสังหารบุตรของเขาได้

             

                   “ต้องมีคนอื่นเข้ามาแทรกแซงแน่ๆ ว่าแต่เป็นผู้ใด ข้าจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ!”

             

                   ราชาวิหารสวรรค์ตะเบ็ง เสียงของเขาฉีกกระชากห้วงอวกาศ ทำให้โลกใบเล็กที่กำลังจะพังทลายนี้สั่นสะเทือนเลือนลั่นใกล้จะแตกสลายในชั่วพริบตา

             

                   “ไปเถิด รอการแจ้งจากท่านผู้นั้น หากแผนการล้มเหลว พวกเราจะต้องถูกลงโทษ!” ผู้นำปราสาทมารเพลิงโลกันตร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

             

                   จากนั้นเขาก็หันหลังกลับ ร่างกายสูงใหญ่หายไปจากแดนลับแห่งห้วงอวกาศ

             

                   ในใจของเขารู้สึกเสียใจและกระสับกระส่ายอยู่ไม่น้อย

             

                   บางทีเขาไม่ควรเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ระหว่างองค์ชายและองค์หญิง

             

                   องค์หญิงเก้าแม้จะมีระดับเพียงอนัตตา ทว่าก็จัดการได้ยากเช่นกัน

             

                   หากผ่านไปอีกหลายร้อยปี บรรลุเซียนแล้ว กระทั่งเป็นราชานักบุญ นางจะน่ากลัวสักเพียงใด

             

                   เฮ้อ!

             

                   เสียงถอนหายใจของผู้นำปราสาทมารเพลิงโลกันตร์ดังก้อง

             

                   เมื่อถึงเวลานั้น บางทีเขาอาจจะไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นคู่ต่อสู้ของนางด้วยซ้ำ

             

                   “...”

             

                   ผู้ปกครองเทียนกั๋วมีสีหน้าเย็นชา ดวงตาสีเลือดกวาดมองราชาวิหารสวรรค์ที่เกือบคลั่งจากนั้นก็หันหลังกลับไป

             

                   “อ๊า!!!”

             

                   ราชาวิหารสวรรค์คำรามลั่น รัศมีอันน่าเกรงขามของราชานักบุญปะทุขึ้น พายุรุนแรงพัดกระหน่ำไปทั่วห้วงอวกาศพลังศักดิ์สิทธิ์อันมหาศาลระเบิดออกมาอย่างไม่มีหยุดยั้งแม้แต่น้อย

             

                   ตูม ตูม ตูม!!

             

                   แรงสั่นสะเทือนปะทุขึ้น โลกใบเล็กสั่นสะเทือนครืนครั่น ในที่สุดก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์

             

                   …

             

                   แดนศักดิ์สิทธิ์ฉางเซิง ใจกลางทวีปสวรรค์

             

                   ภายในตำหนักเซียนอันกว้างใหญ่ไพศาล พลังมังกรปั่นป่วน พลังปราณอันมิอาจหยั่งถึงพลุ่งพล่านรังสีน่ากลัวนับไม่ถ้วนซ่อนเร้นอยู่ เงาร่างอันทรงพลังมากมายเดินผ่านไปมาราวกับแดนแห่งเซียน

             

                   ภายในตำหนักเซียน ตำหนักขององค์ชายใหญ่

             

                   ชายหนุ่มรูปงามในชุดองค์ชายกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหมากรุก ใบหน้าสงบนิ่ง กำลังเล่นหมากรุกกับชายหนุ่มใบหน้าโหดเหี้ยมที่มีเขาคล้ายมังกร

             

                   “องค์ชายใหญ่ เงื่อนไขของท่านมากเกินไปแล้ว!” ชายหนุ่มใบหน้าโหดเหี้ยมมีเขาคล้ายมังกรกล่าว

             

                   “หึๆ ท่านพี่เอ๋าหลิน เงื่อนไขนี้ไม่มากเกินไปหรอก ท่านต้องการขึ้นเป็นผู้นำตำหนักมังกรแห่งทิศบูรพาปกครองดินแดนสามพันเทพแห่งท้องทะเล ราคานี้ถูกมากแล้ว!”

             

                   องค์ชายใหญ่ถือหมากรุกอยู่ในมือ มุมปากยกยิ้ม พลางกล่าวเบาๆ

             

                   ปัก!

             

                   หมากดำถูกวางลง รุกฆาต

             

                   “ยิ่งไปกว่านั้น ตำหนักเทพสมุทรก็เป็นภัยคุกคามร้ายแรงเช่นกัน จักรพรรดินีทะเลศักดิ์สิทธิ์รุ่นนี้ไม่เพียงมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นยังควบคุมอำนาจของทะเลศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย แล้วยังมีธิดามังกรอีกด้วย...”

             

                   “หึๆ ท่านเอ๋าหลิน โอกาสชนะของท่านไม่สูงนัก!” องค์ชายใหญ่หัวเราะเบาๆ

             

                   “...”

             

                   ชายหนุ่มนิ่งเงียบ

             

                   เขาไม่เก่งเรื่องเล่นหมากรุก และไม่สนใจในกลยุทธ์ของจักรพรรดิ

             

                   เหตุผลที่เขาต้องการขึ้นเป็นผู้นำตำหนักมังกรแห่งทิศบูรพา และปกครองดินแดนสามพันเทพแห่งท้องทะเลก็เพื่อรวบรวมทรัพยากรและโชคชะตาอันมหาศาล และปูทางไปสู่การเป็นผู้ยิ่งใหญ่

             

                   “ข้าตกลงตามเงื่อนไขขององค์ชายใหญ่ แต่มีข้อแม้หนึ่งข้อ ต้องช่วยข้ากำจัดตำหนักเทพสมุทรและธิดามังกร นางเป็นภัยคุกคามร้ายแรง!”

             

                   ชายหนุ่มเย็นชากล่าวขึ้น ดวงตาเป็นประกายเย็นเยียบ

             

                   แดนสวรรค์ฉางเซิงกว้างใหญ่ไพศาล มีดินแดนเซียนนับไม่ถ้วน ในบรรดาดินแดนเซียนทั้งหมดมีดินแดนทะเลศักดิ์สิทธิ์เก้าพันแห่ง

             

                   ดินแดนทะเลศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งล้วนกว้างใหญ่ไพศาล ใหญ่กว่าดินแดนเซียนทั่วไปมาก

             

                   และในดินแดนทะเลศักดิ์สิทธิ์เก้าพันแห่งนี้ มีกองกำลังเผ่าพันธุ์ทะเลที่น่าสะพรึงกลัวมากมาย

             

                   โดยมีสี่ตำหนักมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ตำหนักเทพสมุทร ตำหนักราชามหาสมุทรกลืนสวรรค์และฉลามปีศาจเก้าวิญญาณ เป็นมหาอำนาจปกครองดินแดนทะเลศักดิ์สิทธิ์มากมาย

             

                   ส่วนชายหนุ่มเย็นชาผู้นี้คือองค์ชายใหญ่แห่งตำหนักมังกรแห่งทิศบูรพาในยุคปัจจุบันมีความทะเยอทะยานแรงกล้า และปรารถนาที่จะปกครองดินแดนสามพันเทพแห่งท้องทะเล

             

                   “ได้ ข้าจะให้คนช่วยปิดบังโชคชะตาให้เจ้า และส่งเซียนกึ่งจักรพรรดิไปช่วยเจ้าแย่งชิงอำนาจและล่าจักรพรรดินีทะเลศักดิ์สิทธิ์ หากจำเป็น ข้าจะขอความช่วยเหลือจากผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้!”

             

                   “ส่วนธิดามังกรนั่น เจ้าต้องจัดการเอง!” องค์ชายใหญ่หัวเราะเบาๆ

             

                   เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อดึงดูดพันธมิตรและช่วยเขาขึ้นเป็นจักรพรรดิ

             

                   เอ๋าหลิน ในฐานะองค์ชายของตำหนักมังกรแห่งทิศบูรพา หากประสบความสำเร็จในการแย่งชิงอำนาจและปกครองดินแดนสามพันเทพแห่งท้องทะเลในอนาคตแม้จะไม่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับเซียนกึ่งจักรพรรดิขั้นสูงสุด

             

                   ผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้เป็นความช่วยเหลืออย่างยิ่งสำหรับเขา และช่วยให้เขาขึ้นเป็นจักรพรรดิได้

             

                   ‘น้องเก้า ผู้ใดจะทำกระไรเจ้าได้ พรสวรรค์ของเจ้าช่างน่ากลัวนัก เพื่อบัลลังก์จักรพรรดิของข้าข้าคงต้องขอให้เจ้าเสียสละความตายเสียแล้ว’ องค์ชายใหญ่พึมพำในใจ

             

                   บัลลังก์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉางเซิงช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก หากได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิก็จะได้รับโชคชะตาอันไร้ขอบเขตและทรัพยากรมากมาย

             

                   ในอนาคต เขาอาจจะบรรลุเป็นจักรพรรดิ กระทั่งเลียนแบบจักรพรรดิฉางเซิง ขึ้นสู่แดนเซียนก็เป็นได้

             

                   ส่วนองค์หญิงเก้า แม้จะยังเด็กและมีระดับพลังไม่สูง ทว่านางมีศักยภาพที่น่าทึ่งและยังมีภูมิหลังเป็นเผ่าหงส์เพลิงบริสุทธิ์ เขาเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นและคุกคามมาถึงเขา

             

                   ดังนั้นจึงต้องกำจัดนางทิ้งเสียก่อน

             

                   ‘แม้ว่าท่านพ่อจะรักเจ้ามากเพียงใด แต่นี่คือการตัดสินใจร่วมกันของบรรพบุรุษท่านพ่อจะโกรธเพียงใดก็ต้องอดทน!’ องค์ชายใหญ่หลับตาลงพลางคิดในใจ

             

                   ตอนนี้แผนการน่าจะสำเร็จแล้วกระมัง

             

                   เขาจ่ายในราคาสูงเช่นนี้ แล้วยังเชิญผู้นำของวิหารเซียนเต๋ามาช่วยเหลืออีก

             

                   ไม่มีทางล้มเหลวได้อีกแล้ว

             

                   “หืม”

             

                   ขณะนั้นเอง ใบหน้าขององค์ชายใหญ่ก็แข็งทื่อ รอยยิ้มที่มั่นใจพลันหายไปในพริบตา

             

                   ดวงตาเต็มไปด้วยความมืดมนอย่างหาที่สุดมิได้

             

                   ตึ๊ง!

             

                   รัศมีเล็กน้อยแผ่ออกมาในทันที ราวกับภูเขาที่ถล่มทลาย พัดกระหน่ำไปทั่วตำหนักแม้กระทั่งพุ่งไปยังตำหนักเซียนโดยรอบ กระทบกระเทือนไปยังตำหนักเซียนอันกว้างใหญ่ทั้งหมด

             

                   “กระไรนะ”

             

                   ชายหนุ่มผู้เย็นชาตรงข้ามเขาตกตะลึง รู้สึกถึงร่างกายที่สั่นเทิ้ม ใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างหาที่สุดมิได้

             

                   ควรทราบว่าเขาเป็นถึงราชานักบุญขั้นสูงสุด ใกล้จะบรรลุเซียนกึ่งจักรพรรดิแล้ว

             

                   กลับไม่อาจต้านทานรัศมีขององค์ชายใหญ่ได้หรือ

             

                   ไม่แน่ว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับเซียนกึ่งจักรพรรดิแล้วหรือไม่

             

                   “แผนการล้มเหลวรึ”

             

                   องค์ชายใหญ่มีสีหน้าเคร่งขรึม พึมพำในใจ นี่คือข่าวที่ได้รับจากลูกน้อง ความเดือดดาลขั้นสุดพวยพุ่งขึ้นในใจ

             

                   พวกไร้ประโยชน์!

             

                   “ซูฉางเซิง!”

             

                   องค์ชายใหญ่ระงับความโกรธ พลางพึมพำชื่อนั้นออกมา นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความเย็นชาและจิตสังหาร

             

                   “ท่านเอ๋าหลิน ช่วยข้าเรื่องหนึ่ง!” องค์ชายใหญ่หันไปมองชายหนุ่มผู้เย็นชา พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

             

                   แม้ว่าน้ำเสียงจะเหมือนเดิม ทว่าแฝงความกดดันเข้าไป ทำให้ชายหนุ่มผู้เย็นชาสั่นสะท้านไม่กล้าประมาท

             

                   “เชิญองค์ชายใหญ่”

             

                   ชายหนุ่มเย็นชากล่าวด้วยความเคารพ ท่าทีไม่แข็งกร้าวเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว

             

                   “แดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุน ทวีปเจินเซิ่งมีตระกูลหนึ่งชื่อว่าซู ตระกูลนี้มีบรรพบุรุษชื่อซูฉางเซิง!”

             

                   องค์ชายใหญ่กล่าวเบาๆ

             

                   “ข้าต้องการให้เจ้าส่งกองทัพไปทำลายตระกูลนี้ และนำศีรษะของซูฉางเซิงมาให้ข้า!”

             

                   เหตุผลที่เขาไม่ลงมือเอง

             

                   เป็นเพราะองค์หญิงเก้ายังไม่ตาย และอาจไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยซ้ำ

             

                   ครั้นนางกลับมา เขาจะต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรงและแรงกดดันจากเผ่าหงส์เพลิงบริสุทธิ์

             

                   ไม่เพียงเท่านั้น กองกำลังที่น่าครั่นคร้ามในแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนเกลียดชังองค์ชายใหญ่อย่างเขามาก

             

                   หากเขาส่งผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไว้ใจได้ไป เช่นนั้นจะต้องถูกสังหารเป็นแน่

             

                   ด้วยเหตุนี้ จึงต้องขอความช่วยเหลือจากกองกำลังอื่น

             

                   นี่คือเหตุผลว่าเหตุไฉน เขาถึงได้ยุยงราชานักบุญของสามกองกำลัง แทนที่จะส่งผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองไป

             

                   “ราชานักบุญหรือ กองกำลังชั้นนำกระจอกงอกง่อยเช่นนั้นรึ” หลังจากได้รับข้อมูลจากองค์ชายใหญ่ชายหนุ่มเย็นชาก็ตกใจ

             

                   อ่อนแอเช่นนี้เชียวหรือ

             

                   เขาคิดว่าอย่างน้อยต้องเป็นราชานักบุญขั้นสูงสุด

             

                   เอาเถิด พอดีต้องจัดการกับธิดามังกรด้วย เมื่อถึงเวลานั้น ก็ให้กองกำลังเผ่าพันธุ์ทะเลจัดการมันไปเสียเลย!

             

                   ชายหนุ่มผู้เย็นชาคิดในใจ

             

                   ร่างจริงของเขาอยู่ในดินแดนแห่งมรดกของตำหนักมังกร กำลังขึ้นรับมรดกอยู่

             

                   สิ่งที่อยู่ที่นี่เป็นเพียงร่างแยก ไม่มีพลังมากนัก ไม่สามารถลงมือเองได้

             

                   อย่างไรก็ตาม ราชานักบุญตัวเล็กๆ เพียงแค่ส่งกองทัพราชานักบุญไปก็สังหารได้แล้ว

             

                   เขาไม่กังวลแต่อย่างใด

    คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน