ผมตื่นขึ้นมาวันใหม่พร้อมเฝ้าตั้งคำถามว่าจะไหวกับ เซเว่นไปอีกนานไหมนะ อย่างน้อยถ้าผมได้นั่งพักตอนกลางวันบ้างก็ดี แต่คงทำแบบนั้นไม่ได้ ผมได้แต่มองนาฬิกาแล้วถอนหายใจ ผมไม่อยากทำงานอะไรแบบนี้เลย แต่ผมไม่มีทางเลือก ผมได้แต่โทษตัวเองในอดีดว่าทำไมไม่ทำตัวให้มันดีๆ กว่านี้ ถ้ายอมพวกเขาให้มากกว่านี้ ผมคงไม่ต้องมาคล้ำครวญในใจตลอดเวลา ผมได้แต่เฝ้าถาม และภาวนาว่าเมื่อไหร่ ชีวิตแบบนี้จะจบสักที ผมเหนื่อยเหลือเกิน
12:25
วันนี้โชคดีได้นั่งรถสองแถวในความโชคร้ายที่ไม่มีวินเลย ก็ยังดีกว่าไปทำงานสาย แต่งานวันนี้ค่อนข้างหนักอีกวันเพราะเป็วันที่ร้านกำลังถูกประเมินคะแนนประจำเดือน แต่ผมไม่มีสิทธิ์บ่นเลยเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ในร้านตอนนี้กับผมเป็คนกะดึกที่ยังไม่อนุญาตให้พัก เพียงเพราะการประเมินฯ ยังไม่จบ ช่างไม่ยุติธรรม แม้งานจะสำคัญขนาดใหญ่ พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปพรากร่างกายของพวกเขาได้แบบนี้ อย่างนี้มันเรียกทารุน กันหรือปล่าวนะ หรือจริงๆ แล้ว พนักงานแรงงานอย่างเรา ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรอยู่แล้วเลยหรือ? ผมได้แต่เฝ้าคำถามกับความไม่พอใจกับงานที่มากขึ้นตามไปด้วย และผมหวังว่า อะไรๆ ในชีวิตจะดีขึ้นอีก ผมได้แต่นั่งทบทวนชีวิตในห้องน้ำของร้านเพื่อพักหายใจก่อนจะเริ่มทำงานต่ออีกครั้ง
16:12
ผมพึ่งได้เลิกงานโดยเรทเกือบชั่วโมง ทำไมกัน พวกเขาพรากเวลาชีวิตของฉันไปตั้ง 9 ชั่วโมงยังไม่พออีกหรือ? นี้มันก็เกินกฏหมายแรงงานแล้วยังจะให้ทำงานของคนกะบ่ายอีก ผมเหนื่อยจากวันนี้เหลือเกิน แต่ผมไม่มีสิทธิ์บ่นได้เลย จากการทำงานของคนอื่นที่โดนมากกว่าผม ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงไม่ไหวกับงานในร้านแบบนี้ เพราะมันค่อนข้างหนักเลยทีเดียวและต้องทนกับสภาพที่พนักงานก็อยากจะเกี่ยงงานให้กันและกัน เพราะสภาพงานปัจจุบันก็ถูกดูดพลังชีวิตไปเยอะมากๆ จนแทบสิ้นแรงอยู่แล้ว ยังไม่พอที่ต้องมารับรู้ว่าเวลางานของฉันจะต้องถูกเรทอย่างแน่นอนอีกและตอนนี้ผมก็ไม่ไหวที่จะรอรถสองแถวแล้วเช่นกัน ผมจำใจนั่งวินกลับห้องเพื่อนอนพักเอาแรง ก่อนที่จะเริ่มสตีมในคืนนี้ อย่างที่สัญญากับพวกเขาเอาไว้
20:46
อยู่ๆ ผมก็จิตตกกับทุกอย่าง ผมเริ่มรู้สึกแย่กับชีวิตมากขึ้น ผมทิ้ง ไลฟ์สตรีม เพียงเริ่มทำได้แค่ครึ่งชั่วโมง ผมเริ่มคิดมากและใจไม่อยู่กับตัว ผมเริ่มคิดสั้น อยากจะหายไปเสียตรงนี้ไม่อยากดิ้นรนกับชีวิตอีกแล้ว ผมอยากกลับบ้าน กรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่สำหรับผมเลยแม้แต่น้อย ยิ่งผมอยู่คนเดียวมากเท่าไหร่ ผมยิ่งใกล้เป็บ้ามากขึ้น ผมรู้ผมควรดูแลตัวเองได้แล้ว แต่ตอนนี้ผมไม่ไหวกับชีวิตกลางกรุงเทพ ที่ไม่มีใครให้คุยนอกจากคนที่ทำงาน และต้องกลับมาอย่างหมดแรง อยากจะพูดคุยกับใครสักคน แต่กลับโดดเดี่ยวสุดใจ ผมอยากร้องไห้ .....
"เสียงร้องตระโกนคอ
หมดเปลือกไร้พลังอย่างที่สุด
กลับไร้เสียงน้ำตา"
21:25
ผมทานอาหารอาบน้ำและนอน หวังเพื่อจะให้ช่วยอะไรมันดีขึ้น แต่กลับตรงข้าม ผมไล่อ่านงานในสายที่ผมเรียนและ้าที่จะเป็ ผมพบกลุ่มรุ่นพี่จากภาคเหนือ กลุ่มที่ผมเคยสนิทด้วย และตอนนี้ผมถูกเขาตัดห่างปล่อยวัดแล้วเช่นกัน ผมทำพลาดกับพวกเขา เพราะผมเคยโดนไล่ออกจาก มช. เพราะเกรดนั้นไม่ผ่าน ตอนนั้นผมพยายาม ที่จะเรียนให้จบไวขึ้นพร้อมทำงานไปด้วย ผลสุดท้ายกลับกลายเป็ชีวิตที่ล้มเหลว ผมทำให้พวกเขาผิดหวัง เหมือนที่ผมทำไปไม่นานนี้ ยิ่งนึกถึงมันผมยิ่งละอายในตัวเอง ละอายในความล้มของตัวเอง ละอายที่เคยหยิ่งพยอง ละอายที่ทำให้ทุกคนนั้นหมดสิ้นความหวังในตัวผม ยิ่งคิดผมก็ยิ่งอยากจบชีวิตตัวเองลงให้มันจบๆ ไปเสียที กับความล้มเหลวในชีวิตทั้งหมด ผมไม่ควรเกิดมาแต่แรก
23:54
ยิ่งนานเข้าผมก็ยิ่งโทษตัวเองผมเกียจตัวเองมากขึ้นและมัวแต่บอกตัวเองว่าล้มเหลว ไร้ใครจะ้า ผมเกียจงานที่ผมทำ และก็โทษตัวเองว่าตัวเองี้เี แค่นี้ไม่ไหวคนอื่นทำไมทำได้ ผมรู้สึกว่าผมอยากกลับบ้านสุดหัวใจ อย่างไม่เคยเป็มาก่อน ผมไม่อยากรู้สึกแบบนี้ไปมากกว่านี้ ผมเศร้าเสียใจกับตัวเองมาหลายชั่วโมงจนผมเหนือยจนหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้แต่เพียงผมพิมพ์ด้วยความตัดพ้อถึงแม่ ก่อนจะหลับไป
กลางจันทราลอยเด่น
่เงียบสงบของใครหลายคน
รู้ไหมมีเสียงกรีดร้อง