ต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 วิญญาณคู่ตื่นรู้ บทที่ 38 กระเรียนเหมันต์นิพพาน


            ตั้งแต่ที่ซีโหลวรั่วเมิ่งแต่งเข้าตระกูลจั๋วนางก็เก็บซ่อนเขี้ยวเล็บถ่อมเนื้อถ่อมตัวมาตลอด แทบจะไร้ตัวตนแต่วันนี้ซีโหลวรั่วเมิ่งปรากฏตัวที่นี่ เหมือนกลายเป็นคนละคน ทำให้คนตระกูลจั๋วรู้สึกรับมือไม่ทัน

            เมื่อเทียบกับพวกจั๋วอวี้หวั่นที่ตกตะลึงจั๋วอวิ๋นเซียนเหมือนไม่ได้ประหลาดใจเท่าใดนัก เพียงแค่มองการแสดงอันอวดดีของซีโหลวรั่วเมิ่งเงียบๆถึงแม้เขาไม่อยากใช้ความคิดลบไปตัดสินคนข้างกายแต่เขาสงสัยเจตนาของตระกูลซีโหลวมาตลอดอยู่แล้ว

            มิตรภาพระหว่างตระกูลเบาบางราวกับกระดาษทุกคนล้วนทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

            จั๋วอวิ๋นเซียนไม่เคยเชื่อว่าผู้นำตระกูลอย่างซีโหลวเหวินอวี่จะไม่สนใจความสุขและอนาคตของบุตรสาวตัวเองเพื่อมิตรภาพและผลประโยชน์อันน้อยนิดของคนรุ่นบิดาถึงขั้นให้บุตรสาวมาแต่งงานกับคนธรรมดาไร้พรสวรรค์

            สำหรับคำสั่งบิดามารดาหมั้นหมายตามคำมั่นสัญญา ยิ่งไร้สาระเข้าไปใหญ่!

            สีเฟยเยียนมาหาเรื่องจั๋วอวิ๋นเซียนครั้งแล้วครั้งเล่าก็เพื่อซีโหลวรั่วเมิ่ง...แสดงว่าซีโหลวรั่วเมิ่งกับคุณหนูใหญ่ตระกูลสีสีเฟยเยียนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ถ้าซีโหลวรั่วเมิ่งไปขอร้องตระกูลสีจริงๆต่อให้เป็นซีโหลวเหวินอวี่ก็มิอาจบังคับให้บุตรสาวแต่งงานกับคนที่ไม่ชอบได้นอกจากเพื่อผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่แล้ว ก็คงมีแต่แผนการชั่วร้าย

            “นี่...เจ้า...” 

            จั๋วอวี้หวั่นโมโหจนตัวสั่นนางชี้ไปที่ซีโหลวรั่วเมิ่งพลางก่นด่าว่า “คนสาระเลวเนรคุณเลี้ยงเสียข้าวสุก! ตั้งแต่เจ้าเข้ามาตระกูลจั๋วของข้า ท่านพ่อไม่เคยเอาเปรียบเจ้าเวลาเจ้าบำเพ็ญเซียน ถึงกับมอบทรัพยากรให้จำนวนมากทำให้ผู้คนในตระกูลต่างไม่พอใจ...แต่เจ้าไม่รู้จักบุญคุณถึงกับสมคบคิดกับคนนอกทำร้ายตระกูลจั๋ว!”

            ในที่สุดจั๋วอวี้หวั่นก็เข้าใจแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ต้องเกี่ยวข้องกับซีโหลวรั่วเมิ่งกับตระกูลซีโหลวแน่ๆ!

            “สมคบคิดหรือ? พี่หญิงอวี้หวั่นอย่าใส่ร้ายน้องสาวสิข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น” 

            ซีโหลวรั่วเมิ่งไม่ได้สนใจจั๋วอวี้หวั่นและเผยรอยยิ้มจางๆออกมา

            “ถุ้ย!” สายตาจั๋วอวี้หวั่นมีแต่ความรังเกียจ “ใครเป็นพี่สาวเจ้ากัน หยุดพูดให้ข้ารู้สึกขยะแขยงเสียที!”

            “ขยะแขยงหรือ? เจ้ารู้หรือว่าขยะแขยงมันเป็นอย่างไร?” 

            ซีโหลวรั่วเมิ่งเอามือทาบอกนางกล่าวด้วยอารมณ์แปรปรวน “น้องชายของเจ้าจั๋วอวิ๋นเซียนต่างหากทำให้ข้ารู้สึกขยะแขยง? ข้ากับเขาอยู่คนละโลกกัน...ไม่สิ เขาไม่ใช่คนด้วยซ้ำเป็นแค่สัตว์เดรัจฉานราวกับวัวกับม้า...เจ้าให้คนคนหนึ่งอยู่กับสัตว์เดรัจฉานจะไม่ให้รู้สึกขยะแขยงได้อย่างไร?” 

            “……”

            ผู้คนรอบด้านเงียบกริบแม้แต่คนนอกอย่างเหลียนเว่ยฉีก็ยังรู้สึกตกใจมาก!

            ยากจะจินตนาการได้ว่าคำพูดที่โหดร้ายเช่นนี้ออกมาจากปากของเด็กสาวที่อ่อนโยนคนหนึ่ง

            มีคนไม่น้อยที่มองไปทางจั๋วอวิ๋นเซียนอยากจะเห็นปฏิกิริยาของเขา...ทว่าจั๋วอวิ๋นเซียนสีหน้าสงบนิ่งสงบนิ่งจนทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวสั่น

            “หุบปากเสีย! เจ้า...เจ้า...ข้าจะตีคนสาระเลวชั่วร้ายอย่างเจ้าให้ตาย” 

            ในที่สุดจั๋วอวี้หวั่นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปนางชักกระบี่พุ่งไปทางซีโหลวรั่วเมิ่ง!

            ถ้าอีกฝ่ายสาปแช่งนางดูถูกนางนางอาจจะไม่สนใจ แต่จั๋วอวิ๋นเซียนคือน้องชายที่นางรักมากที่สุดนางเคยรับปากมารดาที่ตายไปว่าจะดูแลน้องชายให้ดี ไม่ให้น้องชายถูกรังแก

            “ฟิ้วๆ!”

            พลังเหมันต์แหลมเล็กราวกับเข็มหิมะน้ำแข็งกระจายออกมาตามสายลม

            ขณะที่จั๋วอวี้หวั่นกำลังจะแทงซีโหลวรั่วเมิ่งก็มีเงาหนึ่งปรากฏตัวกะทันหัน คนผู้นั้นยกมือขึ้นโจมตีไปที่จุดตายของจั๋วอวี้หวั่น

            “ตูม!”

            คลื่นพลังระเบิดกระจายและสะท้อนขึ้นบนท้องฟ้า 

            จั๋วอวี้หวั่นชักกระบี่กลับมานางหลบการลอบโจมตีของศัตรูได้อย่างหวุดหวิด...แต่การหยุดกระบวนท่ากลางคันทำให้พลังของนางปั่นป่วน

            “เหอะเหอะ พี่หญิงอวี้หวั่นดุดันเพียงนี้ เกือบทำให้น้องตกใจแล้ว” 

            ซีโหลวรั่วเมิ่งหัวเราะอีกครั้งน้ำเสียงแฝงด้วยความเยาะเย้ย และสะใจ เหมือนทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือหมดแล้ว

            “ปล่อยให้คุณหนูตกใจแล้ว” 

            มีเงาหญิงชราผมขาวคนหนึ่งปรากฏตัวข้างกายซีโหลวรั่วเมิ่งนางหลังค่อมและถือไข่มุกสายฟ้าเอาไว้ในมือ สายตาที่ดุร้ายแฝงไปด้วยความอันตราย

            “เจ้าเป็นใคร?” 

            จั๋วอวี้หวั่นไม่ได้สนใจคำเยาะเย้ยของซีโหลวรั่วเมิ่งเพียงแค่จับจ้องหญิงชราอย่างเย็นชา รู้สึกได้ถึงอันตรายเล็กน้อย...การปะทะของพวกนางสองคนก่อนหน้านี้พลังของจั๋วอวี้หวั่นถึงกับถูกกดดันอย่างสิ้นเชิง แสดงว่าพลังของอีกฝ่ายไม่ธรรมดาอย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้บำเพ็ญเซียนระดับรวมพลัง

            “ข้าคือป้าเหลยหลิง เป็นผู้ดูแลของตระกูลซีโหลว” 

            สายฟ้าในมือของหญิงชราสว่างวาบเงาตั๊กแตนสายฟ้าปรากฏด้านหลังของนาง มันก็คือวิญญาณเซียนระดับขุนพลพลังของมันอยู่เหนือกระเรียนเหมันต์

            “ลุงเยี่ยน ช่วยข้าดูแลน้องชายด้วย!”

            จั๋วอวี้หวั่นกล่าวฝากฝังอย่างจริงจังแล้วจึงร่ายรำกระบี่รุกหน้าโจมตี

            ตั๊กแตนสายฟ้าระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรง!

            กระเรียนเหมันต์พุ่งตัวราวกับเข็มทั้งแหลมคมและอันตราย!

            ทั้งสองฝ่ายต่อสู้จนยากจะตัดสินสถานการณ์เคร่งเครียดเป็นอย่างมาก

            ……

            “วิชาลูกศรเหมันต์!”

            จั๋วอวี้หวั่นรวบรวมพลังวิญญาณเอาไว้ที่มือซ้ายจนกลายเป็นลูกศรเหมันต์ความยาวเก้าชุนจากนั้นยิงไปทางป้าเหลยหลิง!

            “เกราะอัสนี!” 

            ป้าเหลยหลิงก็ไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนแอสายฟ้าในมือขวาเปล่งแสงสว่างก่อเกิดเป็นเกราะอัสนีปัดป้องลูกศรเหมันต์เอาไว้ได้

            และในเวลาเดียวกันนี้จั๋วอวี้หวั่นรวมพลังวิญญาณอีกครั้งแสดงวิทยายุทธ์สี่ชนิดซัดไปทางป้าเหลยหลิง!

            “วิชามีดเหมันต์!”

            “วิชาวังวนเหมันต์!”

            “วิชาอสรพิษเหมันต์!”

            “วิชาเหมันต์เยือกแข็ง!”

            “ตูม ตูม ตูม...” 

            เหมันต์เยือกแข็งระเบิดสะเทือนทั่วฟ้าดิน

            ป้าเหลยหลิงถือไข่มุกสายฟ้ายืนนิ่งไม่ขยับ!

            จากนั้นเหมันต์ทั่วท้องฟ้าเมื่อเผชิญหน้ากับพลังสายฟ้าก็สลายกลายเป็นหมอก

            ……

            “เอ๊ะ? คุณหนูใหญ่ตระกูลจั๋วถึงกับหลอมจิตห้ารอบแล้วมีพรสวรรค์ระดับสูง แต่น่าเสียดายที่เกิดในตระกูลจั๋วนางถูกกำหนดให้เป็นคนธรรมดา”

            บนหลังคาเหลียนเว่ยฉีมองการต่อสู้ด้านล่างด้วยความสนใจและเอ่ยคำวิจารณ์เป็นบางครั้งถึงอย่างไรก็ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าใครชนะใครแพ้

            ในเวลานี้มีองครักษ์เกราะทมิฬคนหนึ่งเดินมาด้านหลังเหลียนเว่ยฉีเขาโค้งคำนับพร้อมถามว่า “ใต้เท้าพวกเขาต่อสู้กันเช่นนี้จะดีหรือ? พวกเราต้องหยุดหรือไม่?” 

            “หยุดหรือ? หยุดทำไมกัน?” 

            เหลียนเว่ยฉีหัวเราะอย่างเรียบเฉยเขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “นี่เป็นเรื่องของคนในตระกูลคนนอกอย่างพวกเรามิอาจแทรกแซงได้!”

            องครักษ์เกราะทมิฬกล่าวอย่างลังเล “แต่ท่านแม่ทัพใหญ่ให้พวกเราคุ้มกันซีโหลวรั่วเมิ่งให้ดี” 

            “ซีโหลวรั่วเมิ่งตกอยู่ในอันตรายหรืออย่างไร?” 

            เหลียนเว่ยฉีกล่าวอย่างดูแคลน “ขอแค่ซีโหลวรั่วเมิ่งไม่ตายใครจะสนว่าพวกเขาก่อเรื่องอันใด...ภารกิจของพวกเราก็คือเฝ้าที่นี่เอาไว้ให้ดีสำหรับเรื่องอื่นๆ นั้น ให้คนอื่นไปจัดการ” 

            “ใต้เท้ามองการณ์ไกลยิ่งนัก” 

            องครักษ์เกราะทมิฬคำนับจากนั้นถอยออกไป

            ……

            “ตูม!”

            เกิดเสียงดังสะเทือนแก้วหู

            พวกเขาเห็นป้าเหลยหลิงโยนไข่มุกสายฟ้าขึ้นไปกลางอากาศจากนั้นสายฟ้าผ่าลงมาที่จั๋วอวี้หวั่นราวกับเป็นใบมีดนับพันนับหมื่นฉีกเฉือนร่างของนาง

            “คุณหนูใหญ่!”

            ลุงเยี่ยนจิตใจหนักอึ้งเผยสีหน้ากังวลออกมา

            และในเวลานี้เองเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้น...

            “วิ๊ด!” 

            เสียงกู่ร้องก้องยาวกระเรียนเหมันต์สยายปีกปกป้องจั๋วอวี้หวั่นเอาไว้!

            มันเงยหน้าอย่างหยิ่งทะนงปล่อยให้สายฟ้าผ่าลงมาโดยไม่ก้มหมอบ!

            สิ่งใดที่ทำให้เจ้าไม่ยินยอม?

            สิ่งใดที่ทำให้เจ้ายืนหยัด?

            จั๋วอวี้หวั่นถือกระบี่ยืนขึ้นมองบนฟ้าด้วยสายตายึดมั่น ปณิธานบริสุทธิ์พุ่งทะยานออกมาราวกับเป็นอัญมณีที่บริสุทธิ์ที่สุดในดินแดนหิมะอันหนาวเหน็บ ค่อยๆหลอมรวมเข้ากับวิญญาณเซียน 

            เพียงชั่วพริบตาใต้เท้าของกระเรียนเหมันต์ที่เดิมทีเป็นแสงสีเขียวกลับมีแสงสีฟ้าส่องแสงออกมา

            กระเรียนเหมันต์นิพพานวิญญาณเซียนเกิดการวิวัฒนาการ!

            เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ผู้คนรอบด้านล้วนตกตะลึง!

            ไม่มีใครคาดคิดว่าจั๋วอวี้หวั่นจะใช้พลังสายฟ้าทำให้วิญญาณเซียนวิวัฒนาการภายใต้สถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้!

            ……

                       

             

           

    คล้ายกับเรื่องต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน