ตอนที่ 367 โชคชะตาต้องกัน
พิกัดที่นกพิราบชี้ให้ดูในแผนที่กลับไม่ใช่จุดที่ไกลอย่างที่นิทานคาดไว้ มันเป็นจุดที่อยู่เลยชายฝั่งทางตะวันตกของขุนเขาและพฤกษา ลึกเข้าไปในอ่าวใต้บาดาลไม่มากนัก ชายหาดสำหรับออกทะเลเองก็ไม่ได้ไกลจากเมืองท่าของบาราทรัมหรือเอเทอรัมมากแต่อย่างใด
ไม่ได้ไกลอย่างที่คิดแฮะ ไม่สิ ถ้าจากตอนนี้ก็ไกลพอตัว นิทานลอบบ่นในใจทันทีเมื่อเห็นสถานที่ตั้งของวิหารแท่นแม่เหล็กบรรพกาล จุดที่วิหารอยู่นั้นหากออกเดินทางจากบาราทรัมจะใกล้ที่สุด จะออกเดินทางจากไฟกัลป์เองก็ไม่ไกลเท่าไหร่นัก
ปัจจุบันนี้พวกเขาอยู่ที่นครโอคานอส เข้าใกล้ใจกลางของอ่าวใต้บาดาล ลึกลงไปทางใต้ ดังนั้นหากจะให้ไปตรงจุดนั้นจากที่นี่พวกเขาจะต้องข้ามทะเลเป็นระยะทางค่อนข้างไกล
“วิหารค้ำสมุทรนั้นไม่มีหลักการสำหรับการวางผังเลยครับ หรือถ้ามีก็ยังไม่มีใครค้นพบ พวกมันจึงกระจัดกระจายไปทั่วอ่าวใต้บาดาล บางวิหารก็ใกล้เขตน้ำตื้นมากจนสามารถมองเห็นจากบนผิวน้ำได้” นกพิราบอธิบายต่อ
“วิหารที่ 27 นี้ถือว่าจัดอยู่ในประเภทน้ำลึก แต่ถึงจะจัดอยู่ในระดับนี้ก็ไม่ได้ลึกอะไรมากมายหรอกครับ ยังเป็นระดับที่เรือโดยสารส่วนใหญ่ไปถึงได้ ตื้นกว่าที่นี่อีก”
“ที่ลึกจริง ๆ จะอยู่ในระดับหมื่นเมตร จุดที่มืดสนิทจนรอบตัวไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความมืด มีเพียงเสียงของสัตว์อสูรเจ้าถิ่นที่ทำให้ยังรู้ว่าเวลายังยังคงเดินหน้า ถ้าเป็นวิหารพวกนั้นละก็ราคาของข้อมูลจะสูงขึ้นไปอีกสิบเท่าได้เลย” นกพิราบหัวเราะ
วิหารที่อยู่ลึกและยากจะตามหาเช่นนั้น หากต้องการพิกัดที่แม่นยำนั่นหมายความว่าสายข่าวของนกพิราบต้องเคยไปเยือนมาก่อน และความยากในการไปถึงนั่นจะทำให้ราคาของข้อมูลสูงขึ้นมาก
แปลว่าวิหารนี้ไปไม่ยากมากสินะ โชคดีแฮะ นิทานถอนหายใจโล่งอก ลอบขอบคุณลาคีซอยู่ในใจ หากวิหารที่เขาต้องไปอยู่ลึกลงไปขนาดนั้นนั่นจะเป็นปัญหาที่ใหญ่ยิ่งกว่าขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้า
“ไหน ๆ นี่ก็เป็นครั้งแรกที่คุณเรนเดลซื้อข้อมูลจากผม ผมจะแถมให้สักเล็กน้อยแล้วกัน บริเวณนั้นเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์อสูรระดับนักสลักไตร กระต่ายเงือก สัตว์อสูรที่อาศัยได้ทั้งบนบกและในน้ำ พวกมันอาศัยอยู่ที่ดงโขดหินที่โผล่พ้นเหนือน้ำแถมยังห่างจากวิหารไปแค่ไม่กี่กิโลเมตร พวกกระต่ายเงือกเลยมักจะว่ายมาล่าเหยื่อจนถึงพื้นที่ของวิหาร”
“พวกกระต่ายเงือกที่ว่ายมาถึงได้จะมีแค่ระดับอริยะเท่านั้นครับ ข้อมูลล่าสุดเมื่อ 49วันก่อน กระต่ายเงือกระดับอริยะในพื้นที่แถบนั้นยังมีแค่ 2ตัวเช่นเดิม เป็นนักสลักไตรทั้งคู่ครับ นี่ก็เป็นที่มาของชื่อ ดงโขดหินกระต่ายแฝด ด้วย”
“อีกส่วนที่ต้องใส่ใจคือเลยออกไปจากวิหารประมาณ 500เมตรจะเป็นพื้นที่ของภูเขาไฟใต้สมุทร พื้นที่แถบนั้นอุณหภูมิน้ำจะสูงกว่าปกติทำให้สมบัติหายใจระดับต่ำเกินไปไม่สามารถใช้งานได้ครับ หากใช้เรือดำน้ำที่ระดับต่ำเกินไปจะเป็นอันตรายได้”
“นอกเหนือจากนั้นก็ไม่น่ามีเรื่องต้องห่วงแล้วล่ะครับ ตัววิหารนั้นถูกสร้างด้วยศิลาแบบพิเศษที่สัตว์อสูรส่วนมากไม่ชอบกลิ่น ดังนั้นในวิหารจึงค่อนข้างจะปลอดภัย ถ้ามีคุณโฟเรลไปด้วย แค่ระดับนักสลักไตรพวกคุณน่าจะหลบเลี่ยงได้ไม่ยาก”
ข้อมูลของนกพิราบนั้นละเอียดจนน่าตกใจ คำว่าจรรยาบรรณของเขานั้นไม่ใช่เพียงลมปาก ข้อมูลที่เขาขายออกไปนั้นต้องคุ้มค่ากับราคาและถูกต้องสมบูรณ์ นี่คือเหตุผลที่เขาเป็นนายหน้าข่าวอันดับต้น ๆ ของมหาทวีป
“ไอ้หมอนี่ถึงจะสันดานเสียแต่การข่าวของเขาผมรับรองได้ครับ” โฟเรลช่วยกล่าวเสริม เขาพึ่งพาการข่าวของนกพิราบมาหลายปีแล้ว และไม่มีครั้งไหนที่การข่าวของอีกฝ่ายผิดพลาด
นกพิราบยืดอกอย่างงภาคภูมิใจ เมินคำว่าสันดานเสียไปโดยสิ้นเชิง สำหรับนายหน้าข่าวเช่นเขาขอเพียงข้อมูลถูกต้องและคุ้มค่ากับราคาก็มากเกินพอแล้ว นั่นคือจรรยาบรรณและวิถีของเขา
เรนเดลเมื่อจดจำข้อมูลที่เธอซื้อมาได้อย่างครบถ้วนแล้วก็ก้มหัวลงขอบคุณ แม้ในสายตาของเธอจะยังคงไว้ซึ่งความหวาดระแวงแต่นั่นก็เหมาะสมแล้วกับสถานะนักบวชธุดงค์ผู้ศรัทธาในปฐมมันตรา
‘ขอองค์เดรฟัสคุ้มครองคุณนกพิราบค่ะ’ เรนเดลคำนับอวยพรอย่างตั้งใจให้เข้ากับสถานะ เธอยังตั้งใจจะเผยแผ่มันตราเป็นการขอบคุณและอวยพรอีกชั้นหนึ่งจนกระทั่งเธอจำได้ว่าโฟเรลบอกว่าการเผยแผ่มันตราที่นี่เป็นเรื่องไม่สมควร
“ไม่มีปัญหาครับคุณนักบวช ผมมั่นใจว่าเราต้องได้เจอกันอีกแน่” นกพิราบฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มของเขาทำให้เรนเดลขมวดคิ้วไม่น้อย รูปร่างเด็กหญิงตัวเล็กพอฉีกยิ้มเช่นนั้นแล้วมันดูขัดตาเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเนื้อหาของคำพูด มันมีได้หลายความหมายและดูไม่น่าไว้ใจเป็นอย่างยิ่ง เรนเดนคือหน่ออ่อนแห่งศาสนจักร เธอย่อมมีอนาคตที่กว้างไกล คำพูดเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า เขาจะต้องสืบค้นข่าวของเธออย่างแน่นอน
'องค์เดรฟัสอำนวยพร หากเราโชคชะตาต้องกันคงได้พบกันอีกค่ะ' เธอพยักหน้ารับอย่างแผ่วเบา
“องค์เดรฟัสย่อมอำนวยพรครับ” นกพิราบกล่าวย้ำด้วยรอยยิ้มชวนขนลุก “วิธีการตามหาตัวผม ถึงผมจะพยายามขายก็คงไร้ค่าเพราะคุณโฟเรลคงจะขัดอีกแน่”
“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือเป็นของขวัญก่อนจากลาแล้วกันนะครับ” นกพิราบคำนับน้อย ๆ
“ตัวผมนั้นไม่มีที่อาศัยเป็นหลักเป็นแหล่ง แต่มีสถานที่สำหรับติดต่อผมตัวผมได้มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือสถานที่แห่งนี้ เขตทุ่งปะการังที่นครโอคานอส ส่วนสถานที่อื่น หากคุณมีวาสนาก็คงจะพบได้เอง” เก้าอี้ขี้เถ้าของเขาสลายหายไปกับสายน้ำพร้อมกับตัวตนของเด็กหญิงที่เริ่มจางหายไป
ร่างแยก? การคาดการณ์ของนิทานนั้นไม่ผิด ร่างเด็กหญิงนี้สมควรเป็นเพียงหนึ่งในหลายร่างแยกของอีกฝ่าย นั่นอธิบายถึงความรู้สึกไร้พลังของอีกฝ่าย ความสงสัยเกี่ยวกับระดับพลังที่แท้จริงของอีกฝ่ายเริ่มปรากฏขึ้นในหัว
อย่างน้อยที่สุดต้องเป็นอริยะ
“สถานที่เหล่านั้นจะเต็มไปด้วยคนมากมายครับ การจะหาตัวผมนั้นไม่ยากเลยครับ แค่จับจุดสังเกตสองอย่างได้ก็พอ” นกพิราบขยิบตาพร้อมกับที่ร่างของเขาหายไปกับสายน้ำ
ขณะนี้คนอื่น ๆ ที่เคยหายไปเริ่มกลับมาแล้ว ในครั้งนี้ยังคงเต็มไปด้วยคนแก่และเด็กอีกมากมาย พวกเขาเดินกลับมาด้วยท่าทีเป็นปกติยิ่ง ไม่มีใครมีท่าทีผิดปกติหรือน่าสงสัยแต่อย่างใด
ราวกับที่พวกเขาทุกคนพร้อมใจกันทีเรื่องที่ต้องไปจัดการ จึงเดินออกจากพื้นที่โดยรอบนี้ไปเองโดยสมัครใจ
ด้วยความที่ตัวนกพิราบนั้นหายไปแล้ว จุดสังเกตสองอย่างที่ว่านั่นจึงไม่มีคำตอบ ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เรนเดลขบคิดด้วยตนเอง ราวกับเป็นการทดสอบประการหนึ่ง
โฟเรลที่อยู่ข้าง ๆ คิดอยู่ครู่หนึ่งว่าตนควรจะเผยจุดสังเกตออกไปหรือไม่ หากท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่อยากผิดใจกับนกพิราบมากเกินไปนัก จึงพูดเพียงแนะนำวิธีการปกติ “ถ้าคุณเรนเดลนึกไม่ออก ราคาของข้อมูลการพบตัวนกพิราบคือหนึ่งล้านไกอาครับ ถ้าคุณตกลง เขาจะโผล่มาอีกครั้งเอง”
โฟเรลกวาดสายตามองไปโดยรอบ ตัวนกพิราบย่อมยังอยู่แถวนี้ หากแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้อยู่ในร่างเด็กหญิงคนนั้นอีกต่อไป
“ผมแนะนำว่าคุณเรนเดลยอมจ่ายเถอะครับ การมีวิธีพบตัวนกพิราบนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับตัวคุณในอนาคต” โฟเรลกล่าวเสริม เขาเองในอดีตก็ยินยอมจ่าย 1ล้านไกอาเพื่อซื้อข้อมูลวิธีพบตัวเช่นกัน
เรนเดลส่ายหน้าน้อย ๆ โฟเรลเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร เงินของเธอ เธอย่อมเป็นผู้ตัดสินใจ แม้ในใจของเขาจะเสียดายแทนเธอก็ตาม การข่าวของนกพิราบจะช่วยเธอได้มาก ขอเพียงเธอมีเงินจ่าย
‘ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ตั้ง 1ล้านไกอาเลยนะ’ เรนเดลส่งสัญญาณตอบ โฟเรลเพียงพยักหน้ารับอย่างเงียบเชียบ
‘เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องเสียเงินเลยค่ะ’
สิ้นเสียง ร่างของเซเรนเซ่ก็หายวับไปปรากฏตัวหลังปลาขนาดเท่าเอวมนุษย์ตัวหนึ่ง ปลาตัวนี้มีนัยน์ตาสีขาว ตัวครีบมีขนาดยาวกว่าปกติทั่วไป กลางท้องคือลายพาดสีเหลือง
หากโฟเรลจำไม่ผิด ปลาสายพันธุ์นี้ชื่อว่าปลาลายเหลือง เป็นสัตว์ป่าธรรมดาทั่วไปที่เผ่าใต้บาดาลนิยมกิน
เซเรนเซ่สะบัดขาถีบร่างของปลาตัวนั้นให้กระเด็นมาทางเรนเดลอย่างว่องไว คนรอบข้างที่ตกใจกับการกระทำที่ไร้ตัวตั้งตัวตีของม้าแผงคอแดงต่างผงะไป ปลาตัวนั้นแม้จะโดนแรงเตะของเซเรนเซ่แต่กลับยังไม่เสียชีวิต
มันกลับเบิกตากว้างอย่างตื่นตกใจ ตะเกียกตะกายเตรียมจะว่ายหนี เมื่อมันพลิกตัวได้สำเร็จจึงได้เห็นว่าบริเวณกลางท้องของมันมีเศษและกิ่งของใบมะกอกติดอยู่ที่ใต้ท้อง
ร่างของเซเรนเซ่ตามติดมาถีบปลาตัวนั้นอีกครั้งหนึ่ง หากในครั้งนี้ปลาตัวนั้นกลับสลายตัวไปเป็นขี้เถ้า โฟเรลที่มองอยู่เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ตัวเขาเองยังไม่ทันสังเกตว่าปลาตัวนั้นแท้จริงแล้วคืออะไร
ก่อนที่ขี้เถ้าจะเริ่มสลายไปกับสายน้ำ พลังดึงสายหนึ่งกลับดึงมวลน้ำในบริเวณนั้นมาทางเรนเดลอย่างเชี่ยวชาญ กักขี้เถ้าทั้งหลายไว้ในมวลน้ำนั้นโดยไม่ทันให้มันได้สลายหายไป
พลังกดทับอีกสายหนึ่งบีบอัดปลาตัวนั้นลงกับพื้นอย่างว่องไว มันเบิกตากว้างมองดูเรนเดลด้วยสายตาเหลือเชื่อ อีกฝั่งกลับเผยพลังออกมาต่อหน้าเขาโดยไม่คิดปิดบัง
คำแห่งพลังสองคำที่เขาลอบจดจำบนร่างของทั้งสอง แรงดึงดูดศูนย์กลาง และ ไล่ตามเป้าหมาย แสดงพลังของพวกมันออกมาอย่างแข็งแกร่ง แม้พลังของพวกมันจะดูเหนือล้ำกว่าระดับนักสลักเอกทั่วไป หากสิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าคือการที่อีกฝ่ายกลับเลือกจะเผยพลังต่อหน้าเขา
เรนเดลและเซเรนเซ่ย่อมไม่คิดมากเรื่องนี้ ในเมื่ออีกฝ่ายยังไงก็รู้อยู่แล้วว่าคำแห่งพลังของพวกเขาคืออะไร เช่นนั้นก็ให้อีกฝ่ายได้รู้ไปเลยเสียแล้วกันว่าพวกมันทำสิ่งใดได้
‘องค์เดรฟัสอำนวยพรค่ะ’ เธอยิ้มกว้าง มองปลาตัวนั้นที่แปรเปลี่ยนรูปร่างของตนกลับเป็นเด็กหญิงหน้าตาคุ้นเคย เขาเพียงสะบัดมือครั้งหนึ่ง พลังกดทับทั้งหมดบนร่างก็หายไปอย่างง่ายดาย
นัยน์ตาของเขาส่องประกายตื่นเต้น ความกระหายในข้อมูลของอีกฝ่ายฉายชัดเต็มใบหน้า หลังจากนี้ไปเขาจะต้องจดจำเธอคนนี้ได้เป็นอย่างดีแน่นอน โดยเฉพาะระดับพลังที่ดูไปแล้วแทบไม่ด้อยกว่าโฟเรล
“โชคชะตาต้องกันจริง ๆ ด้วยสินะครับ” นกพิราบยิ้มกว้าง