เช้าวันถัดมาเถาฮวาเหลยออกเดินทางั้แ่เช้า หลังจากที่ตื่นขึ้นทำอาหารให้สามี และให้อาหารหมูเธอไม่ได้อยู่รอสามีกินข้าวเช้าเสร็จ เพราะต้องเร่งทำเวลาระยะเวลาในการเดินเข้าไปในเมืองใช้เวลาประมาณ 30-40นาที ซึ่งถือว่าไม่ไกลมากเท่าไหร่นัก
เมื่อเข้าในเมืองได้เธอก็ตรงไปยังสถานที่ที่เคยมาก่อนหน้านั้นแล้ว ไม่ลืมที่จะเอาสินค้ามาให้ลูกค้าชิมและแน่นอนว่าใครชิมต่างก็ติดใจไปตามๆกัน เนื่องจากว่าขั้นตอนการทำเป็แบบสมัยใหม่ในยุคนี้น่าจะมีแค่หน่อไม้ดองเปรี้ยวกับเค็มเท่านั้น ยังไม่ค่อยมีการประยุกต์สักเท่าไหร่
“อร่อยมากเลยค่ะ รสชาติกลมกล่อมมากฉันไม่เคยกินหน่อไม้รสชาติแบบนี้มาก่อนเลย” หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นดูจากการแต่งตัวแล้วเธอน่าจะเป็ภรรยาของเศรษฐีมีเงินคนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอน
“สูตรนี้เป็สูตรลับเฉพาะของตระกูลฉันเท่านั้นค่ะ หากว่าไม่เข้าตนจนจริงๆ ก็คงไม่เอามาทำขายอยากจะให้เป็ความลับแค่ในตระกูลเท่านั้น” เถาฮวาเหลยเริ่มแต่เื่ทุกเื่ราวมีราคาในตัวเองเสมอ
“ไม่บอกก็น่าจะพอเดาได้ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณขายอย่างไรหรือคะ?” พี่สาวคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ บ่งบอกถึงชาติตระกูลได้เป็อย่างดี
“หน่อไม้พวกนี้ขายชั่งละ 5 เหมาค่ะ” เถาฮวาเหลยทำห่อละ1 ชั่งซึ่งแต่ละห่อมีหน่อไม้อยู่ราว 3-4 หน่อซึ่งถือว่าราคาสมน้ำสมเนื้อมากๆ
“ราคาดีมากเลยค่ะ รบกวนน้องสาวเอามาให้พี่สัก 10 ชั่งก็แล้วกันว่าแต่เธอมาที่นี่บ่อยไหม พี่จะได้มาซื้อบ่อยๆ” พี่สาวคนเดิมกระซิบถาม
“ไม่ปิดบังพี่สาว บ้านฉันอยู่ค่อนข้างไกล เดือนหนึ่งถึงจะมีโอกาสเข้ามาในเมืองสักครั้งหนึ่งค่ะ”เถาฮวาเหลยไม่มั่นใจเื่ระยะเวลา เพราะดูเหมือนว่าสามีจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ เื่ที่เธอเข้ามาในเมืองคนเดียวครั้นจะให้เขาพามา ก็ทำอะไรไม่สะดวก ซ้ำยังเสี่ยงถูกจับได้อีกต่างหาก
“ถ้าอย่างนั้นเอามาให้พี่ 20 ชั่งเลยก็แล้วกันที่บ้านของพี่เป็ครอบครัวใหญ่กินแค่ 3-4 วันก็น่าจะหมดแล้วล่ะ”เถาฮวาเหลยตาโต แม้จะรู้ว่าราคาไม่ได้แพงมากมายเท่าไหร่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีใครซื้อหน่อไม้ดองไปครั้งละมากๆแบบนี้มาก่อน
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนพี่สาวรอสักครู่นะคะ ฉันขอไปเอาของก่อน” เถาฮวาเหลยพูดจบก็เดินเข้าตรอกซอยหนึ่งไปหันซ้ายแลขวาไม่มีใครจึงดึงเอาหน่อไม้ดองในน้ำซุปมาทั้งหมด 20 ถุง เธอใส่ไว้ในถุงผ้าที่เตรียมมาจากนั้นก็หิ้วถุงผ้าไปยังเป้าหมาย
“ต้องขอโทษพี่สาวด้วยที่ปล่อยให้รอนาน นี่คือหน่อไม้ดองทั้งหมด 20 ถุงค่ะ” เถาฮวาเหลยยื่นถุงผ้าให้กับพี่สาวใจดีคนนั้น
“นี่เงิน 10 หยวน ค่าของจ้ะ ขอบใจน้องสาวมากนะ พี่ขอตัวก่อน”พูดจบพี่สาวใจดีก็เดินจากไป
เถาฮวาเหลยใช้เวลาอีกราว2 ชั่วโมง ในการเดินขายบางคนก็สนใจ บางคนก็หยุดเพื่อกินฟรีเท่านั้น แม้ว่าหน่อไม้จะอร่อยและแปลกใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะหยุดซื้อเพราะหน่อไม้ไม่ได้เป็สินค้าหายากอะไรเท่าไหร่สิ่งที่หายากคงหนีไม่พ้นพวกเนื้อสัตว์ หรือไม่ก็เครื่องนุ่งห่ม
วันนี้เธอใช้เวลาไปทั้งหมด3 ชั่วโมง ในการเดินขายหน่อไม้ดองที่ตลาดมืดแห่งนี้ได้เงินมาทั้งหมด 50 หยวนซึ่งถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวกับการขายของครั้งแรก แม้ว่าจะทุลักทุเลไปบ้างขากลับเถาฮวาเหลย ซื้อกระเทียมมาด้วยใช้เงินไปทั้งหมด 10 หยวนตั้งใจว่าจะมาทำกระเทียมดองเขียวขาย เนื่องจากว่าทำง่าย และใช้เวลาไม่นานเธอลงทุนกับหน่อไม้ดองไปทั้งหมด 3 หยวนในการซื้อถุงที่เหลืออีก 47 หยวนจึงเป็กำไร การหาเงินในยุคนี้ง่ายกว่ายุคที่เธอจากมาเสียอีก
เมื่อเห็นเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองตลอดทั้งเดือนแม้ว่าจะเป็เพียงเงินเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่เธอก็รู้สึกภูมิใจเป็อย่างมากหากขายได้เงินดีแบบนี้ไปตลอด เชื่อว่าอีกไม่กี่เดือน เธอต้องมีเงินสำหรับสร้างบ้านอย่างแน่นอน
กลับถึงบ้านก็เป็เวลาประมาณ12.30 น.เถาฮวาเหลยรีบตรงไปยังเล้าหมู เพื่อที่จะให้อาหารหมูและทำความสะอาดเล้าหมู ่ 1เดือนที่ผ่่านมาต้องบอกว่าพี่สะใภ้รองทำตัวดีขึ้นมาก ดีขึ้นในที่นี้ก็คือไม่มาหาเื่ให้ปวดหัวหรือชวนทะเลาะเธอเงียบแบบแปลกๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครถ้าจะให้เดาคงรอเวลาที่พี่รองกลับมาพักผ่อนประจำปี แล้วเธออาจจะคิดต้นคิดดอกใน่นั้น
หลังจากที่ความสะอาดเล้าหมูเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็มาเตรียมแป้งสำหรับทำเฝอเนื้อตุ๋น ฉลองให้กับความโชคดีของวันนี้ ที่เธอทำงานหาเงินได้เยอะจะว่าไปแล้วก็เกือบเป็เงินเดือนทั้งปีของสามีเธอเสียด้วยซ้ำยังพอมีเวลาเหลืออีกหน่อย เถาฮวาเหลยจึงพักสายตาสักงีบหากจะบอกว่าไม่เหนื่อยเลยก็คงเป็ไปไม่ได้ ตลอดเวลา 3 ชั่วโมงที่ขายของในตลาดมืดเธอแทบจะไม่ได้นั่งพักเลยเนื่องจากว่าต้องเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้าที่เดินไปเดินมาบางครั้งก็เจอกับพ่อค้าแม่ค้าด้วยกันเอง
แกร๊ก
“ผมทำคุณตื่นหรือเปล่าครับ”กู่เซียวจ้านเปิดประตูเข้ามาในเวลาเดียวกับที่ภรรยากำลังลุกจากเตียงนอนพอดี
“ไม่หรอกค่ะฉันตื่นพอดี” เถาฮวาเหลยปฏิเสธ แม้ว่าความจริงแล้วเธอจะตื่นเพราะเสียงเปิดประตูของสามีเองก็ตาม
“ไม่สบายหรือเปล่าครับ ทำไมถึงนอนตอนเย็น จะปวดหัวเอาได้นะครับ”กู่เซียวจ้านใช้หลังมืออังหน้าผากของภรรยาด้วยความเป็ห่วง ปกติแล้วเขามักจะพบว่าเธออยู่บริเวณเล้าหมูหรือไม่ก็กำลังอุ่นอาหารสำหรับมื้อเย็นของพวกเขาอยู่
“เพลียนิดหน่อยน่ะค่ะ น่าจะเป็เพราะเดินตากแดดกลับบ้าน”เถาฮวาเหลยยิ้มบางให้กับสามี
“ถ้างั้นก็นอนพักอีกหน่อยก็ได้ครับ ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”กู่เซียวจ้านรู้ว่าร่างกายภรรยาไม่ค่อยแข็งแรงจึ งอยากจะให้เธอนอนพักนานๆ
“นอนพอแล้วล่ะค่ะ คุณไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเถอะค่ะฉันเคี่ยวน้ำซุปเนื้อตุ๋นเอาไว้รอสักพักแล้ว” เถาฮวาเหลยส่ายหน้าปฏิเสธ ซ้ำยังไล่สามีให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่อีกด้วย
ตอนนี้เธอและสามีไม่ได้มีเสื้อผ้าเก่าๆใส่อีกต่อไปแล้วเนื่องจากว่าเถาฮวาเหลยตัดเย็บชุดให้สามีใหม่ นอกจากนั้นเธอยังทำเสื้อกันหนาว เอาไว้สำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้อีกด้วยกู่เซียวจ้านไม่ได้เซ้าซี้ รีบไปยังหลังบ้าน เพื่ออาบน้ำในลำธารอย่างสบายอารมณ์ไม่ลืมที่จะใช้สบู่ที่ภรรยาให้มา เพื่อทำความสะอาดร่างกายเพราะสบู่ก้อนนี้ทำให้เขาไม่มีกลิ่นเหม็นติดตัว
“อะไรหรือคะ?” เถาฮวาเหลยเอ่ยถามสามี หลังจากที่เขายื่นถุงผ้าให้กับเธอซึงมองยังไงก็น่าจะเป็กระเป๋าผ้าใส่เงินมากกว่าสิ่งอื่น
“เงินเดือนของเดือนนี้ครับ” กู่เซียวจ้านไขข้อข้องใจให้กับภรรยา
เถาฮวาเหลยรับมาด้วยความเต็มใจเมื่อเปิดออกดูพบว่าในนั้นมีเงินอยู่ 7หยวน นี่เขาให้เธอเก็บเอาไว้จนหมดเลยหรือ? แล้วไม่ต้องเก็บไว้ใช้ส่วนตัวหรืออย่างไรกัน
“ให้ฉันหมดเลยหรือคะ?” เถาฮวาเหลยถามซ้ำ
“ผมไม่มีความจำเป็ต้องใช้มันหรอกครับ ให้คุณเก็บเอาไว้ใช้จ่ายในครอบครัวของเราดีกว่า”กู่เซียวจ้านส่ายหน้า จากนั้นก็ตอบคำถามภรรยาด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเขาเป็ผู้ชายที่อบอุ่นมากสำหรับเถาฮวาเหลยในตอนนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าคนจิตใจดี และหน้าตาดีจะมาลงเอยชีวิตเพียงแค่เป็ชนชั้นแรงงานเท่านั้นเขาน่ะไปเป็ดาราได้อย่างสบายๆเลยล่ะ
“คุณไม่ว่าฉันหรือคะที่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย” เถาฮวาเหลยถามสามี
“ทุกอย่างที่คุณจ่าย ล้วนแต่เป็สิ่งจำเป็ ผมจะคุณได้อย่างไรล่ะครับแล้วคุณไม่ตำหนิผมหรือครับ ที่มีปัญญาหาเงินมาให้คุณได้เท่านี้”กู่เซียวจ้านเป็ฝ่ายถามภรรยากลับคืนไปบ้าง สำหรับคนในครอบครัวไม่ควรมีคำว่าเกรงใจหากแต่เป็การเชื่อใจและไว้ใจกันมากกว่่าถึงจะถูก
“ฉันจะไปว่าคุณได้ไงล่ะค่ะ ที่คุณทำทุกวันนี้มันก็ดีมากๆ แล้วล่ะค่ะ”เถาฮวาเหลยรีบส่ายหน้า พร้อมทั้งโบกไม้โบกมือเป็พัลวัน ด้วยเกรงว่าสามีจะเข้าใจเธอผิด
“ผมก็คิดเหมือนที่คุณคิดแหละครับ ภรรยาผมดีที่สุดแล้วครับ”กู่เซียวจ้านพูดพร้อมทั้งมองหน้าภรรยาสายตาหวานซึ้ง นับวันเธอยิ่งดูสวยน่าหลงใหลมากขึ้นทุกวันจนเขาชักจะอดใจรอปรึกษาหมอไม่ไหวแล้วเฝ้ารอวันที่จะได้ไปพบกับหมอประจำตัวภรรยาไม่ไหวแล้ว
“ค่ะ” เถาฮวาเหลยพูดเท่านั้นก็ก้มหน้าเพื่อหลบสายตาเธอรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่จ้องตากับสามี ไม่อาจทนต่อสายตาดุดันนั้นได้คล้ายว่ามันจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปกับดวงตาที่พราวระยับคู่นั้น
“พรุ่งนี้เป็วันหยุด ผมว่าจะพาคุณไปตรวจสุขภาพน่ะครับ”กู่เซียวจ้านพูดขึ้นทำลายความเงียบ รู้ว่าภรรยาหลบสายตาเพราะเขินอาย แต่ก็ยังอยากจะแกล้งสบตาเธออยู่อย่างนั้นไม่ยอมหันหน้าหนีไปไหน
“ตรวจทำไมคะ?” เถาฮวาเหลยอดที่จะเงยหน้าขึ้นมาถามสามีไม่ได้หรือว่าเธอเป็โรคร้ายแรงถึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
“แค่อยากจะมั่นใจน่ะครับ ว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรผิดพลาดอีก”กู่เซียวจ้านพูดขึ้น แม้จะเห็นด้วยเื่ที่ว่าควรเตรียมพร้อมก่อนที่จะมีลูกแต่เขาคงไม่สามารถอดทนเื่อย่างว่าได้เป็เวลานานๆ แน่นอนจะหาว่าเขาหมกมุ่นก็ไม่คิดจะปฏิเสธ เพราะภรรยาในตอนนี้ช่างน่าขย้ำเสียเหลือเกิน
“ตกลงค่ะ” เถาฮวาเหลยตอบตกลงไปให้หมอตรวจก็ดีเหมือนกันเพื่อความสบายใจของสามี
เช้าวันถัดมาสองสามีออกจากบ้านั้แ่เช้าตอนนี้แม้ว่าจะอยู่ภายใต้หลังคาบ้านเดียวกันแต่ทั้งสองคนใช้ชีวิตเหมือนว่ามีแค่พวกเขาเท่านั้นส่วนเื่ส่งอาหารเถาฮวาเหลยยังคงทำเหมือนเดิม แม้ว่าที่ผ่านมาจะถูกกลั่นแกล้งสารพัดแต่คนเรายังคงต้องมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ถึงแม้ว่าแม่สามีจะไม่ชอบขี้หน้าเธอ ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะเกลียดลูกชายของท่านไปด้วยออกจะรักลูกชายคนเล็กมากกว่าทุกคนเสียด้วยซ้ำ เพราะรักมากท่านจึงหวงมากเป็เื่ธรรมดา
“หยุดพักก่อนดีหรือเปล่าครับ”กู่เซียวจ้านเกรงว่าภรรยาจะเหนื่อยเลยชวนเธอหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะสบายมาก” เถาฮวาเหลยปฏิเสธสามีเธออยากจะไปให้ถึงในเมืองเร็วๆ ก่อนที่จะร้อนตอนนี้กำลังเย็นสบายเนื่องจากว่ายังเช้าอยู่
“ตามใจแล้วกันครับ”
สองสามีภรรยาไปถึงโรงพยาบาลในเวลา 07.00น. จากนั้นก็เข้าคิวเพื่อรอพบหมอ ซึ่งผลตรวจร่างกายออกมาใน่ 11.00น.พบว่าร่างกายของเถาฮวาเหลยแข็งแรงจากเมื่อ่เดือนก่อนเป็อย่างมาก ค่าเื รวมไปถึงเกลือแร่ต่่างๆในร่างกาย พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติดี
“เอ่อคุณหมอครับ แล้วอย่างนี้เื่ที่คุณหมอสั่งงด”กู่เซียวจ้านใช้มือทั้งสองข้างถูขาไปมาด้วยความเขินอายแต่หากไม่ถามเขาก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรภรรยา ได้แต่นอนกอดอ้อยหวานอยู่อย่างนี้อยู่ร่ำไป
“ตามสบายเลยครับ แต่อาจจะต้องเบามือหน่อย เพราะเธอเพิ่งจะแข็งแรง” คุณหมอกระซิบประโยคหลังให้ได้ยินกันแค่สองคนรู้ดีว่าหมาป่าเวลาที่มันหิวมากๆ มักจะตะกละตะกรามกินไม่เลือกเป็ห่วงก็แต่คนไข้ร่างบาง จะทนแรงของหมาป่าผู้หิวโหยนี้ได้มากน้อยสักแค่ไหน
“เมื่อตอนอยู่ในห้อง คุณคุยอะไรกับคุณหมอหรือคะ?” หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลเถาฮวาเหลยก็เอ่ยถามสามี เธอไม่อยากเสียมารยาทระหว่างที่สามีคุยกับหมอแต่ก็อดไม่ได้ที่จะถาม หากว่าเื่ที่คุยเกี่ยวกับสุขภาพของเธอ
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” กู่เซียวจ้านไม่กล้าบอกภรรยากลัวเธอจะหาว่าเขาหมกมุ่นมากเกินไป แต่นี่ก็นานมากแล้ว ที่ทั้งสองคนห่างหายจากเื่นั้นกันไป
“เดี๋ยวนี้คุณหัดมีความลับกับฉันแล้วหรือคะ?” เถาฮวาเหลยแอบใช้คำพูดที่เพื่อนร่วมห้องมักจะพูดกับคนรักของเธออยู่บ่อยๆซึ่งมันมักจะได้ผลอยู่เสมอและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน
“เปล่านะครับ ผมก็แค่…ถามคุณหมอเื่ที่เราจะทำลูกกันน่ะครับ”กู่เซียวจ้านปฏิเสธทันควัน รู้สึกไม่สบายใจที่ภรรยาคิดกับเขาแบบนั้นชายหนุ่มจึงสารภาพออกไปเสียงอ่อย
“ลามก” เถาฮวาเหลยได้ยินแบบนั้นก็อายหน้าแดงพร้อมทั้งเดินนำเขาออกไปยังร้านค้าต่างๆ ในเมือง
ทั้งสองคนไม่ได้อะไรติดมือมาเนื่องจากว่าไม่มีคูปองสำหรับซื้อของ กู่เซียวจ้านสงสารภรรยามากทั้งๆ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาในเมืองแล้วแท้ๆแต่กลับซื้ออะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
“คุณอยากได้อะไรเป็พิเศษหรือเปล่าคะ?” เถาฮวาเหลยถามสามีออกไปหลังจากที่สังเกตเห็นว่าเขาดูเงียบไปผิดปกติ
“….”กู่เซียวจ้านทำเพียงส่ายหน้าเท่านั้นในหัวก็ครุ่นคิดเื่คูปองว่าจะพอมีทางไหนบ้าง ที่สามารถหาคูปองซื้อของต่างๆ จากทางการ
“เป็อะไรไปหรือคะ? หรือว่าไม่สบายใจเื่ที่ฉันว่าคุณไปจริงๆแล้วก็แค่ล้อเล่นน่ะค่ะ” เถาฮวาเหลยกลัวว่าสามีจะคิดมาก จึงบอกความจริงกับเขาออกไปเื่พวกนั้นเธอมองว่่าเป็เื่ปกติที่คนเป็สามีภรรยากันจะต้องทำเธอแค่ยังไม่ชินก็เท่านั้น
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่เสียใจที่ไม่มีคูปองให้คุณซื้อของสวยๆพวกนั้น”กู่เซียวจ้านพูดพร้อมทั้งยิ้มบางๆ ให้ภรรยาที่เธออุตส่าห์เป็ห่วงความรู้สึกของเขา
“ฉันไม่ได้อยากได้ของแพงๆ พวกนั้นสักหน่อย ที่มีอยู่ทุกวันนี้มันก็ดีมากๆ แล้วล่ะค่ะ”เถาฮวาเหลยพูดเสียงหนักแน่น เธอไม่ได้แค่พูดเพื่อให้สามีรู้สึกสบายใจแต่ทั้งหมดที่พูดนั้นออกมาจากความรู้สึกของเธอจริงๆ
“หึ…ไปเถอะครับผมจะพาคุณไปหาของอร่อยกินเย็นนี้” กู่เซียวจ้านปัดอารมณ์เศร้าหมองออกจากหัวจากนั้นก็พอภรรยามุ่งหน้ากลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านกู่เซียวจ้านก็รีบเปลี่ยนชุด เป็ชุดที่เขาออกไปทำงานที่ทุ่งนาในทุกๆ วันจากนั้นก็ง่วนอยู่กับการเตรียมเครื่องมือ สร้างความแปลกใจกับเถาฮวาเหลยไม่น้อย
“คุณจะพาฉันไปไหนหรือคะ?” เถาฮวาเหลยเอ่ยถามสามีหลังจากที่กลับมาถึงบ้านใน่บ่ายสามีก็ให้เธอเปลี่ยนชุดเป็ชุดเก่าที่เคยมีในตู้
“จะพาคุณไปจับตะพาบน่ะครับ” กู่เซียวจ้านพูดพร้อมทั้งเตรียมไม้ยาวๆ สำหรับหาตะพาบน้ำในทุ่งนาด้วย
“มีด้วยหรือคะ?” เถาฮวาเหลยตาโตไม่คิดว่าของพวกนี้จะมีในทุ่งนาด้วยไม่ใช่ว่าอยู่ในทะเลหรอกหรือ?
“เดี๋ยวก็รู้ครับ ไปกันเถอะ” กู่เซียวจ้านไม่ได้อธิบายอะไรอีก
ทั้งสองคนกลับเข้าบ้านมาเพียงไม่นานจากนั้นก็ออกจากบ้านไป ท่านแม่กู่กำลังจะอ้าปากทักทายลูกชาย กลับกลายเป็ว่าลูกชายจูงมือภรรยาออกจากบ้านไปไม่สนใจแม่แก่ๆเลยแม้แต่น้อย
“จะรีบไปไหนของเขากันนะ” ท่านแม่กู่บ่นตามหลังลูกชายคนเล็ก กะว่าจะถามสารทุกข์สุกดิบลูกชายและลูกสะใภ้เพราะได้ข่าวว่าเมื่อเช้าพวกเขาไปตรวจสุขภาพกันมา
“แต่งตัวแบบนั้นก็น่าจะออกไปหาของป่ากันล่ะ” ท่านพ่อกู่พูดขึ้นให้หายสงสัยตอนนี้สองเฒ่ากำลังนั่งจิบชาให้หายร้อนกันในวันหยุดประจำเดือน
“แต่ก็น่าจะทักทายพ่อแม่บ้าง” ท่านแม่กู่อดน้อยใจลูกชายไม่ได้แม้จะอยู่บ้านเดียวกัน แต่ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับลูกชายน้อยมากยิ่งเขาเป็คนไม่ค่อยพูด เวลาทำงานก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ยอมพูดจากับใครสักเท่าไหร่ กลับมาบ้านก็ไม่ได้ร่วมโต๊ะกินข้าวกันอีก ท่านจึงรู้สึกคิดถึงลูกชายคนเล็กเป็อย่างมาก
“ช่างเถอะๆคุณอย่าเอาเื่ไร้สาระพวกนี้เก็บมาคิดเลย ลูกก็ไม่ได้หายไปไหนเอาอาหารอร่อยๆ มาแสดงความกตัญญูตลอดจะว่าไปแล้วสะใภ้สี่ดีกว่าบรรดาลูกสะใภ้ทั้งหลายของคุณเป็ไหนๆ” ท่านพ่อกู่ไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ที่ภรรยาเอาแต่จงเกลียดจงชังลูกสะใภ้สี่แต่ก็ไม่อยากให้ไปก้าวก่ายเื่ภายในบ้านมากนักเพราะยกให้ภรรยาเป็ใหญ่สำหรับเื่พวกนั้นไปแล้ว
“ฉันก็รักลูกๆเท่ากันหมดแหละค่ะเพียงแต่ว่าไม่ชอบที่หล่อนทำตัวอ่อนแอให้ลูกของเราปกป้องจนเกินงามเท่านั้น” ท่านแม่กู่แก้ตัวกับสามี
“ให้มันจริงเถอะ ผมจะออกไปเล่นหมากล้อมกับลุงจางสักหน่อย” พูดจบท่านพ่อกู่ก็เดินออกจากบ้านไปบ้านที่เต็มไปด้วยไฟริษยาท่านจึงไม่ค่อยอยากจะอยู่ติดบ้านสักเท่าไหร่
“เซียวจ้านคะ แน่ใจหรือคะว่าจะมีน่ะ”เถาฮวาเหลยเดินตามหลังสามีพร้อมทั้งถามไล่หลัง
ตอนนี้กู่เซียวจ้านกำลังพาภรรยาลงไปในทุ่งนาจากนั้นก็ใช้ไม้แหลมๆทิ่มลงไปในดิน เพื่อหาตะพาบน้ำตามที่เขาบอกเถาฮวาเหลยก็เป็ไปกับสามีด้วย แม้ว่าเธอจะไม่เชื่อว่ามันมีสิ่งนั้นอยู่เลยก็ตาม
“ถ้าทิ่มลงไปแล้วเจออะไรแข็งๆ ให้รีบบอกผมเลยนะครับ”กู่เซียวจ้านไม่ได้ตอบคำถามภรรยาแต่ทว่ากลับบอกเธอหากว่่าเจอวัตถุแข็งให้รีบะโบอกเถาฮวาเหลยได้แต่พยักหน้าหงึกหงักสองมือยังคงทิ่มไม้ไปตามทุ่งนาตามที่สามีได้บอกเอาไว้ก่อนหน้า
กึก
“เซียวจ้านคะ ฉันว่าฉันเจอแล้วล่ะค่ะแข็งๆ ที่คุณว่า”เถาฮวาเหลยเรียกสามีเสียงเบา ด้วยกลัวว่าเ้าที่อยู่ในน้ำจะลอยหายไปตามโคลน
“ขอผมดูหน่อยครับ” กู่เซียวจ้านใช้ไม้ทิ่มไปบริเวณเดียวกับที่ไม้ของภรรยากำลังปักอยู่จากนั้นก็ยิ้มบางๆ ขึ้นมา พร้อมทั้งยื่นไม้ให้กับภรรยาส่วนเขานั้นกำลังก้มลงไปงมสิ่งแข็งๆที่อยู่ใต้น้ำขึ้นมา
ฉ่า
“ได้แล้วครับ ฮ่าๆ ใช่จริงด้วย" กู่เซียวจ้านหัวเราะด้วยความดีใจไม่คิดว่าจะมีจริงๆ เนื่องจากว่าเมื่อหลายวันก่อน ในขณะที่กำลังดำนามีคนพบกับตะพาบน้ำเข้าเขาจึงคิดว่ามันน่าจะมีอีกอย่างแน่นอน
“ใช่ จริงๆ ด้วยค่ะ” เถาฮวาเหลยยิ้มออกมา ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ
“เย็นนี้ผมจะทำมื้อเย็นให้คุณกินเองครับ” กู่เซียวจ้านพูดขึ้น
จากนั้นก็พาภรรยาไปล้างเนื้อล้างตัวที่บริเวณลำธารเขาชวนภรรยาว่ายน้ำเล่น ซึ่งเถาฮวาเหลยก็ไม่คิดปฏิเสธเนื่องจากว่าอากาศใน่หน้าร้อนนี้ช่างแผดเผาทุกสรรพสิ่งจริงๆออกมาที่ทุ่งนาเพียงไม่นานเธอยังรู้สึกแสบผิว ไม่อยากจะคิดถึง คนที่ทำงานตากแดดทุกวันเช่นสามีเขาทนได้อย่างไรกัน แม้ว่าเธอจะทำงานแบบไม่หยุดพัก แต่ก็เปนการทำงานในห้องแอร์ไม่ใช่ทำงานตากแดดเหมือนในยุคนี้
เวลาที่อารมณ์ไม่ดีกู่เซียวจ้านมักจะมาว่ายน้ำที่ลำธารแห่งนี้ เถาฮวาเหลยเล่นน้ำจนเหนื่อย จึงเข้ามานั่งพักรอสามีเพราะตอนนี้เขาว่ายน้ำไปกลับแบบไม่หยุดพักคล้ายว่ากำลังสวมิญญาเป็นักว่ายน้ำทีมชาติก็ไม่ปาน
“คุณคะ กลับกันเถอะค่ะ” เถาฮวาเหลยะโบอกสามีตอนนี้เขาอยู่อีกฝั่งของลำธาร และเธอรู้สึกหนาว เนื่องจากว่าตอนนี้ก็ใกล้จะได้เวลามื้อเย็นแล้ว
ซ่า ชายหนุ่มว่ายน้ำมาใกล้ภรรยาจากนั้นก็ขึ้นมานั่งบนฝั่งข้างๆกับเธอ
“ขอโทษทีครับว่าน้ำเพลินไปหน่อย” กู่เซียวจ้านเอ่ยขอโทษภรรยาตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกับว่าเื่ทุกอย่างถูกสายน้ำพัดผ่านเอาไปจนหมดแล้ว
“ยังไม่สบายใจเกี่ยวกับเื่นั้นอีกหรือคะ?” เถาฮวาเหลยตัดสินใจเปิดอกคุยกับสามี
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะครับ เวลาที่ผมไม่สบายใจก็มักจะมาว่ายน้ำที่นี่บ่อยๆ”กู่เซียวจ้านสังเกตเห็นว่าภรรยากำลังนั่งตัวสั่นเขาจึงหยิบเสื้อที่ถอดก่อนเล่นน้ำมาคลุมเพื่อให้เธอหายหนาว
“ขอบคุณค่ะ จริงๆ แล้วฉันมีที่ๆ หนึ่งสถานที่แห่งนั้นไม่จำเป็ต้องมีคูปองขอแค่มีเงิน หรือถ้าหากว่าอยากจะได้คูปอง พวกเขาก็มีขายด้วยนะคะ”เถาฮวาเหลยตัดสินใจเล่าให้สามีฟัง เพื่อที่ต่อไปเขาจะได้เลิกคิดมากเื่ที่ไม่มีคูปองเ้าปัญหานั่นเสียที
“ที่ไหนหรือครับ?” กู่เซียวจ้านขมวดคิ้วสงสัยสถานที่แบบนั้นมันมีด้วยหรือ? เขาทำงานอยู่แต่ในทุ่งนาจึงไม่แปลกหากจะไม่รู้จักตลาดมืดหรือตลาดต้องห้ามที่ใครหลายๆคนพูดถึงกัน
“เอาไว้วันหยุดครั้งหน้าฉันจะพาคุณไปค่ะต่อไปคุณก็เลิกโทษตัวเองได้แล้วนะคะ เื่ที่ไม่มีคูปองมาให้ฉันเพราะฉันไม่จำเป็ต้องใช้มันค่ะ”
“ครับ” กู่เซียวจานมองภรรยาอย่างขอบคุณคำพูดของเธอในวันนี้เหมือนเขาถูกยกูเาออกจากอกการเป็หัวหน้าครอบครัวไม่ใช่เื่ง่ายเลยสักนิดในหัวคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไร เพื่อที่จะให้ครอบครัวอยู่อย่างสบายมากที่สุด
“รีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ ฉันอยากจะลองกินฝีมือคุณจะแย่แล้ว” เถาฮวาเหลยลุกขึ้นพร้อมทั้งยื่นมือออกไปให้สามี จากนั้นก็ดึงคนตัวโตขึ้นมานี่เป็ครั้งแรกที่เธอถึงเนื้อถึงตัวกับเขา
ตลอดสองข้างทางทั้งสองคนเดินจับมือกันเนื่องจากว่าคนตัวโตไม่ยอมปล่อย และเถาฮวาเหลยเองก็ไม่คิดที่จะดึงมือกลับมาจับมือเขาเอาไว้แบบนี้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ ยิ่งกว่าได้สวมเสื้อของเขาเสียอีก
“เอ่อ เซียวจ้านคะใกล้จะเข้าหมู่บ้านแล้ว ปล่อยมือฉันก่อนค่ะ”เถาฮวาเหลยกระตุกมือ เพื่อส่งสัญญาณบอกกับสามี แม้ว่าจะไม่อยากปล่อย แต่หากเดินจับมือกันกลับบ้านอีกทั้งสามียังไม่ได้ใส่เสื้อคงจะดูไม่ดีเป็แน่
“หึ” กู่เซียวจ้านหัวเราะในลำคอเนื่องจากว่าเ้าของมือเล็กๆ นี้หน้าแดงเป็ลูกมะเขือเทศไปแล้ว คนผิวขาวๆ แบบเธอเวลาเขินแล้วตัวมักจะแดงกว่าคนทั่วไป
“ใส่เสื้อด้วยค่ะ เดี๋ยวคุณแม่จะหาว่าฉันเอาเปรียบคุณ”เถาฮวาเหลยอดที่จะพูดถึงแม่สามีไม่ได้ เพราะท่านชอบคิดว่าเธอเอาเปรียบลูกชาย ทั้งๆที่ความเป็จริงแล้ว เขาเป็คนเสียสละเองต่างหาก
“คุณใส่เถอะครับผมไม่หนาวหรอก” กู่เซียวจ้านปฏิเสธอากาศกำลังดีไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป
“ไม่ได้ค่ะ” เถาฮวาเหลยพูดเสียงแข็งจะให้เขาเดินโชว์หน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแบบนี้ไม่ได้ผู้ชายยุคนี้ทำไมถึงไม่มีคนอ้วนเลยนะ หุ่นดีแบบคนรักษาสุขภาพกันแทบทุกคนเลยเห็นหุ่นของสามีแล้วไม่ดีต่อหัวใจของเธอเลยจริงๆ
“ก็ได้ครับ” กู่เซียวจ้านรู้สึกใเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ภรรยาก็พูดเสียงแข็งขึ้นมาทั้งๆ ที่ตัวเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลยแต่ตอนนี้ทำไมน้ำเสียงดูเหมือนว่าเธอกำลังไม่พอใจเขาอยู่ล่ะ
เมื่อกลับถึงบ้านชายหนุ่มก็ไล่ภรรยาให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเนื่องจากว่าทั้งสองคนเล่นน้ำเป็เวลานานพอสมควรอีกทั้งวันนี้เธอยังเจอทั้งแดดและน้ำ เกรงว่าร่างกายจะปรับตัวไม่ทันทำให้ไม่สบายเอาได้ แต่สำหรับเขานั้นเื่แค่นี้สบายมากอยู่แล้ว
เถาฮวาเหลยก็ไม่ได้ขัดสามีเนื่องจากว่าตอนนี้เธอเองก็รู้สึกหนาวมากเหมือนกันจึงเข้าไปอาบน้ำพร้อมทั้งซักเสื้อผ้า หญิงสาวมักจะซักเสื้อผ้าในทุกวันอยู่แล้วเนื่องจากว่าอุปกรณ์ในการซักผ้ายังไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไหร่เกรงว่าปล่อยไว้หลายๆวันแล้วมาซักผ้าอาจจะไม่หอมได้