เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ตอนที่ 693 สมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์ (2)

    ตอนที่ 693 สมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์(2)

     

    “ว่าไงเจ้าหนูมาที่สมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์ต้องการอะไรอย่างนั้นเหรอ?หรือว่าเจ้ามาตามหาบิกาของเจ้ากัน? ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ในขณะที่เจิ้งฟู่เจิ้งฟู่กำลังเดินผ่านผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งไปนั้น เสียงกล่าวหยอกล้อเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ชอบใจ......

     

    “ข้าต้องการที่จะว่าจ้างผู้คุ้มกันไม่ทราบว่าพี่ชายพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าข้าต้องไปติดต่อกับใครตรงไหน?”เจิ้งฟู่ไม่ได้โมโหหรือไม่พอใจกับคำพูดของชายวัยกลางคนเมื่อครู่นี้เขาเพียงหันกลับไปยิ้มให้และถามชายวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงที่สุภาพว่าเขาต้องไปติดต่อใครตรงไหนหากว่าเขาต้องการที่จะจ้างผู้คุ้มกัน.......

     

    “เจ้าจะจ้างผู้คุ้มกันอย่างนั้นเหรอ? อ่า!เจ้าหนู ราคาผู้คุ้มกันนั้นสูงมากเลยนะถึงแม้จะเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับสวรรค์ก่อเกิดขึ้นต้นก็มีราคามากถึงสองร้อยถึงสามร้อนผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำต่อหนึ่งเดือนแล้วว่าแต่เจ้ามีเงินมากพอไหมละ? หากเจ้ามีเงินไม่ ถึงข้าแนะนำให้เจ้าไปจ้างไอ้พวกอันธพาลที่เขตนอกจะดีกว่าพวกมันมีค่าจ้างไม่สูง แต่...............”

     

    “พอแค่นั้นแหละคุณฟงถู คุณไม่ควรที่จะแนะนำเด็กให้ไปยังสถานที่แบบนั้นนะที่แบบนั้นมันป่าเถื่อนและไร้คุณธรรมมากหากเด็กคนนี้ไปข้าคิดว่าเขาคงถูกพวกมันจัดการก่อนที่จะได้จ้าง!” ก่อนชายวัยกลางคนจะได้พูดจบ เสียงของชายวัยกลางคนอีกคนก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนที่พูดแทรกเมื่อครู่นี้เดินเข้ามาหาเจิ้งฟู่......

     

    “ชิ! ข้าก็แค่หวังดีกับเจ้าเด็กนี้ก็เท่านั้นเองไม่สนุกเลย กินเหล่าต่อดีกว่า!!” ชายวัยกลางคนฟงถูถึงกับแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาแต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เพราะชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆกับเจิ้งฟู่นั้นแข็งแกร่งกว่าตัวมันมากมากขนาดที่ฝ่ามือเดียวมันก็แพ้แล้ว........

     

    “สวัสดีเจ้าหนู! ข้ามีนามว่า “หงเสี่ยวไป๋” เป็นเจ้าหน้าที่ต้อนรับลูกค้าที่บาร์ต้อนรับตรงนั้นว่าแต่เจ้าต้องการที่จะว่าจ้างผู้คุ้มกันอย่างนั้นรึ?” ชายวัยกลางคนคนนี้มีนามว่าหงเสี่ยวไป๋ใบหน้าของเขาดูเหมือนอายุแค่ยี่สิบต้นๆ แต่จริงๆแล้วอายุของเขามากกว่าสี่สิบปีเสียอีก.......

     

    “คาราวะท่านผู้อาวุโสหงเสี่ยวไป๋!ถูกต้องแล้วขอรับ ข้าน้องต้องการที่จะว่าจ้างผู้คุ้มกันสักสองสามคนไม่ทราบท่านผู้อาวุโสพอจะบอกลายละเอียดการว่าจ้างให้ข้าฟังได้หรือไม่?” เจิ้งฟู่ประสานมือของเขาขึ้นมาพร้อมกับกล่าวทักทายชายวัยกลางตรงหน้าเขาพร้อมกับบอกว่าเขาต้องการจ้างผู้คุ้มกันและต้องการที่จะรู้ลายละเอียดในการว่าจ้างด้วย......

     

    “ได้แน่นอน! แต่ก่อนอื่นพวกเราไปคุยกันที่บาร์ต้อนรับดีกว่ายืนคุยตรงนี้มันจะเมื่อยเอา! ชายวัยกลางพยักหน้าและยิ้มตอบให้เจิ้งฟู่ก่อนจะชวนเขาไปนั่งที่บาร์ต้อนรับเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้.......

     

    ตุบ ตุบ!!

     

    “การว่าจ้างผู้ฝึกตนในสมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์นั้นไม่ได้มีกฎเหล็กอะไรมากเพียงแค่ลูกค้าทุกคนต้องมีที่มาและที่ไปที่แน่ชัด รวมถึงต้องระบุเหตุผลในการว่าจ้างให้ชัดเจนด้วยส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของเจ้าว่ามีมากน้อยเพียงใดซึ่งอัตราค่าจ้างนั้นจะสูงต่ำไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระดับของผู้ตนคนนั้นยิ่งมีระดับที่สูงมากเท่าไหร่ราคาจ้างก็สูงขึ้นเท่านั้นทว่ายิ่งผู้ฝึกตนระดับสูงมากเท่าไหร่ พวกเขามีสิทธิ์ในการเลือกรับหรือไม่รับงานก็ได้!”

     

    หงเสี่ยวไป๋กล่าวอธิบายอย่างช้าๆและชัดๆอย่างไม่ขาดตกเรื่องใดซึ่งขั้นตอนในการว่าจ้างนั้นก็ไม่ได้ยากหรือมากพิธีเพียงแค่เจิ้งฟู่มีเงินมากพอเขาก็สามารถจ้างผู้คุ้มกันได้แล้วยกเว้นพวกที่อยู่ในระดับสูงมากจริงๆพวกเขาจะมีสิทธิ์เลือกที่จะรับงานหรือมไม่รับงานของเขาก็ได้ต่อให้เขามีเงินมากแค่ไหนหากผู้ฝึกตนเหล่านั้นไม่ยอมรับงานก็ทำอะไรไม่ได้.......

     

    “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสสำหรับรายละเอียดว่าแค่ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์มีอัตราค่าจ้างเท่าไหร่?”เจิ้งฟู่พยักและยิ้มให้ชายวัยกลางคนอย่างพอใจกับคำอธิบายอย่างชัดเจนของชายวัยกลางและเมื่อรู้กฎและขั้นตอนในการว่าจ้างแล้วเจิ้งฟู่ก็ถามเข้าประเด็นหลักที่เขามาที่นี้ในวันนี้ทันที......

     

    หือ?

     

    “ผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์อย่างนั้นเหรอ?เอิ่ม!ถ้าเป็นขั้นต้นของระดับแก่นแท้สวรรค์อัตราค่าจ้างของพวกเขาจะอยู่ที่หนึ่งพันห้าร้อยผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำต่อเดือนส่วนขั้นกลางก็สองพันผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำ ส่วนขั้นสูงนั้นพวกเขารับแต่ผลึกสวรรค์ม่วงระดับกลางห้าก้อน!”ชายวัยกลางหงเสี่ยวไป๋ทำท่านึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายบอกให้เจิ้งฟู่ฟังว่าผู้ฝึกตนในระดับแก่นแท้สวรรค์แต่ละช่วงชั้นนั้นมีอัตราค่าจ้างเท่าไหร่บ้าง.......

     

    “อ่า!  แล้วผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงสามารถปฏิเสธงานได้หรือไม่?”เจิ้งฟู่เห็นว่าอัตราค่าจ้างของผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงนั้นไม่สูงเท่าไหร่เขาจึงเกิดความสนในและถามว่าตัวตนระดับมีสิทธ์ที่จะปฏิเสธงานหรือไม่.......

     

    “ปกติแล้วพวกเขามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้แต่พวกเขาต้องทำงานไปก่อนสามเดือนถึงจะขอถอนตัวออกจากงานที่ทำอยู่ได้ว่าแต่เจ้าสนใจที่จะจ้างผู้คุ้มกันระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงเหรอ?เจาถึงได้ถามข้าอย่างละเอียดแบบนี้?”หงเสี่ยวไป๋เห็นว่าเจิ้งฟู่ดูสนใจเกี่ยวกับผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้ขั้นสูงเป็นพิเศษเขาจึงได้ถามเจิ้งฟู่กลับมาว่าเขาต้องการจ้างผู้คุ้มกันระดับนี้......

     

    “ใช่แล้วขอรับท่านผู้อาวุโส ข้าต้องการว่าจ้างผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงสักสิบคนส่วนงานที่ที่ข้าจะให้พวกเขาทำนั้นก็แต่เป็นผู้คุ้มกันร้านอาหารที่ย่านคนจนเท่านั้นเพราะในตอนนี้ข้ากำลังลงทุนร้านอาหารแถวนั้นอยู่และช่วงนี้ก็มีพวกอันธพาลจำนวนหนึ่งมาก่อกวนที่ร้านของข้าข้าเลยจำเป็นต้องหาผู้คุ้มกันมาป้องกันร้านอาหารของข้า!”

     

    เจิ้งฟู่พยักหน้าตอบชายวัยกลางหงเสี่ยวไป๋พร้อมกับระบุงานที่เขาต้องการจะว่าจ้างผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงทั้งสิบคนอย่างชัดเจน......

     

    “จ้างไปเพื่อคุ้มกันร้านอาหารในย่านคนจน?นี่เจ้าเอาจริงอย่างนั้นเหรอ?อาหารในย่านนั้นเพียงแค่ผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงหนึ่งคนก็น่าจะพอแล้วนิเหตุใดเจ้าถึง.........”

     

    “หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไรขอรับท่านผู้อาวุโสข้าเพียงแค่บอกความต้องการของข้าไปแล้ว!” เจิ้งฟู่ไม่ต้องการที่จะอธิบายไปมากกว่านี้เพราะถึงเขาพูดไปมันก็ไม่เกิดผลอะไรเขาจึงกล่าวตัดจบโดยการบอกชายวัยกลางคนออกไปว่าเขาต้องการจริงๆหากไม่ได้เขาจะได้ออกไป.....

     

    “อันที่จริงมันก็ได้อยู่หรอกนะ!ข้าเพียงแค่แนะนำเจ้าเท่านั้น เอาละ! ก่อนอื่นเลยเจ้าต้องแสดงตัวตนของเจ้าก่อนว่าเป็นใครมาจากไหนกรุณานำป้ายประจำตัวของเจ้าออกมายืนยันสถานะของตัวเจ้าเองด้วยเจ้าคงรู้จักป้ายประจำตัวของตนเองนะ?!” คราวนี้ชายวัยกลางคนเปลี่ยนสีหน้าของเขามาเป็นจริงจังขึ้นเมื่อกล่าวถึงการยืนยันตัวตนของผู้จ้าง......

     

    “นี่คือป้ายประจำตัวของข้า!”ทว่าเจิ้งฟู่กลับไม่ได้หวาดกลัวหรือตื่นตระหนกต่อสายตาและสีหน้าที่จริงจังของชายวัยกลางคนเลยแม้แต่น้อยเขาหยิบป้ายประจำตัวของตัวเองออกมาและยื่นส่งมันให้กับชายวัยกลางคนหงเสี่ยวไป๋ด้วยใบหน้านิ่งๆ......

     

    หือ?

     

    “นี่เจ้าเป็นศิษย์ของนิกายบัญชาสวรรค์สาขาหลักอย่างนั้นรึ?อ่า!เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาใดๆแล้วเรื่องการว่าจ้าง เอาละ! เดี๋ยวข้าจะนำศิลารายชื่อผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงมาให้ในนั้นจะบอกรูปร่างหน้าตาและรายละเอียดทั้งหมดของแต่ละคนเอาไว้ เจ้าสามารถเลือกคนที่เหมาะสมและตรงกับมาตรฐานได้ตามที่เจ้าต้องการ!”

     

    เมื่อชายวัยกลางคนเห็นว่าเจิ้งฟู่เป็นศิษย์ของนิกายบัญชาสวรรค์สาขาหลักชายวัยกลางคนก็เปลี่ยนสีหน้ากลับมายิ้มแย้มเช่นเดิมก่อนจะหยิบเอาศิลาขนาดเท่ากับไห่สุราออกมาตั้งบนบาร์ต้านรับ ตุบ!!ซึ่งศิลานี้มีความคล้ายคลึงกับศิลารายการที่อยู่ที่ตำหนักศาลาแสนศาสตราเลย......

     

    “ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่อยู่ในนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงทั้งนั้นซึ่งมีมากกว่าสองหมื่นคนทีเดียวที่มาลงทะเบียนรับงานกับทางสมาคมทหารรับจ้างของเราเอาละ!เชิญเจ้าเลือกได้ตามสบายเลยนะ และก็! เลือกให้ดีๆละ!”ชายวัยกลางคนหงเสี่ยวไป๋อธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยก่อนจะกล่าวเตือนเจิ้งฟู่ให้เลือกผู้คุ้มกันดีๆ......

     

    “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่แนะนำข้าจะเลือกคนที่เหมาะสมที่สุด!”เจิ้งฟู่ประสานมือขึ้นมาเพื่อกล่าวขอบคุณชายวัยกลางคน ก่อนจะเริ่มทำการกระตุ้นศิลารายชื่อที่อยู่เบื้องหน้าของเขา......

     

    วืดดดดดดดดด!!

     

    ฟุ่บ!!!

     

    ภายในศิลารายชื่อนี้มีรายชื่อผู้ฝึกตนมากกว่าสองหมื่นคนตามที่ชายวัยกลางคนบอกเลยเพียงแค่หน้าแรกก็มีรายชื่อมากกว่าร้อยคนให้เจิ้งฟู่เลือกแล้ว ซึ่งทุกคนล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงทั้งนั้นซึ่งภายใต้รูปภาพของผู้ฝึกตนเหล่านี้จะมีข้อมูลจำเพราะบางเรื่องเขียนเอาไว้อย่างเช่นความถนัดและความสามารถพิเศษเป็นต้น.......

     

    “เจ้าดูเด็กคนนั้นสิ!ใช่คนที่เจ้าแซวมันไปก่อนหน้านี้หรือป่าว?” ในขณะที่เจิ้งฟู่กำลังเลือกผู้คุ้มกันทั้งสิบคนอยู่นั้นชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็พูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เจิ้งฟู่เพื่อบอกให้ชายวัยกลางคนที่เคยพูดหยอกล้อแซวเจิ้งฟู่ในตอนที่เขาเข้ามา.......

     

    อ้า!

     

    “เป็นไอ้หนูนั่นจริงๆด้วย!นี่มันมีเงินพอที่จะจ้างผู้ฝึกตนจริงๆเหรอเนี่ย?”ชายวัยกลางคนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อมันไม่คิดว่าเจิ้งฟู่จะสามารถใช้บริการได้จริงๆ.......

     

    “อย่างมากก็คงจ้างไอ้พวกระดับรากสวรรค์ขั้นต่ำไม่ก็ขั้นกลางสักคนสองคนละมั้งเด็กน้อยที่แต่งตัวธรรมดาแบบนั้นมีหรือจะมีเงินพอจ้างคนที่ระดับสูงกว่านี้!”ชายวัยกลางคนที่พูดขึ้นในตอนแรกพูดขึ้นพร้อมกับแสดงสีหน้าดูถูกออกมา......

     

    “มันก็จริงอย่างที่เจ้าว่าละ?ว่าแต่เมื่อไหร่จะมีคนจ้างพวกเราเนี่ย! นี่ข้ารองานมาสามเดือนแล้วนะยังไม่มีใครคิดที่จะจ้างข้าเลย!”

     

    ไม่เพียงแค่ผู้ฝึกตนทั้งสองคนที่หันไปสนใจเจิ้งฟู่ผู้ฝึกตนหลายๆคนในโถงสมาคอมทหารรับจ้างก็พากันหันไปมองที่เจิ้งฟู่เช่นกันโดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้กับบาร์ต้อนรับมากที่สุดพวกเขาล้วนได้ยินบทสนทนาของเจิ้งฟู่กับหงเสี่ยวไป๋ได้อย่างชัดเจนและเพราะแบบนั้นเองพวกเขาจึงได้จ้องมองไปที่เจ้งฟู่อย่างไม่กระพริบตาด้วยความไม่อยากเชื่อ........

     

    “อื้ม! ทุกคนล้วนเป็นคนเก่งมีความสามารถและมากประสบการณ์ทั้งนั้นเลยแต่ก็มีพวกที่พึ่งจบการศึกษาใหม่อยู่ด้วยจากรายชื่อสองพันคนแรกไม่มีใครเข้าตาเราสักคนเลยแหะ!”เจิ้งฟู่รู้สึกว่าผู้ฝึกตนทั้งสองพันคนที่เขาเปิดผ่านไปก่อนหน้านี้นั้นเก่งและมากความสามารถแต่ทว่ายังไม่มีใครสักคนเดียวที่เข้าตาเขาเลย ดังนั้นเจิ้งฟู่จึงได้เปิดดูหน้าต่อไปเรื่อยๆ......

     

    พรึบ! พรึบ!พรึบ!

     

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไป.......

     

    ในตอนนี้เจิ้งฟู่เปิดดูรายชื่อผู้ฝึกตนในศิลารายชื่อไปแล้วมากกว่าสามในสี่ส่วนซึ่งในสามส่วนสี่ของผู้ฝึกตนทั้งหมดนั้นเจิ้งฟู่ได้พบกับผู้ฝึกตนที่เหมาะสมเพียงหกคนเท่านั้นซึ่งทั้งหกคนนี้ล้วนมีความชอบในด้านอาหารและการทำอาหารทั้งนั้นดังนั้นเจิ้งฟู่จึงเลือกพวกเขามา แต่ทว่ายังเหลืออีกสี่คนที่เขาต้องการจะจ้างกับอีกส่วนหนึ่งของรายชื่อทั้งหมด.......

     

    “หวังว่าอีกห้าพันคนนี้จะมีคนที่เหมาะสมอีกสี่คนนะ?!”ถึงแม้จำนวนผู้ฝึกตนที่เหลือจะมากแต่ก็ใช้ว่าทุกคนจะเหมาะสมตามที่ต้องการเจิ้งฟู่ได้แต่คิดว่าจะมีคนที่เหมาะสมอีกสี่คนให้เขาเลือก........

     

    พรึบ! พรึบ!พรึบ!

     

    ซึ่งห่างออกไปจากบาร้อนรับที่เจิ้งฟู่มีชายชราคนหนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เจิ้งฟู่โดยที่เขาไม่รู้ตัวซึ่งชายชราคนนี้ระดับพลังที่สูงมาก มากจนทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในโถงแห่งนี้ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี้แม้แต่ชายวัยกลางหงเสี่ยวไป๋เองก็ยังไม่รู้........

     

    ‘ช่างเป็นเด็กที่มากไปด้วยความสามารถจริงๆเหมือนที่ตาเฒ่าทั้งห้าพูดเอาไว้เลยแหะ!’

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์) ที่คุณอ่าน