สองวันผ่านไปการประลองรุ่นเยาว์ก็จบลงด้วยชัยชนะของเหลียงเฮาตามที่เจียงเฉินได้คาดการณ์เอาไว้ เพราะรุ่นเยาว์ภายในเมืองที่อายุต่ำกว่า 18ปีไม่มีใครเลยที่ระดับการบ่มเพาะสูงไปกว่า ปราณแรกเริ่มขั้นที่ 9 และในช่วงเวลาสองสามที่ผ่านมานั้นเจียงเฉินศึกษาเทคนิคการจารึกอาคมระดับต่ำจนเชี่ยวชาญ เขาสามารถวาดรูปแบบอาคมโบราณได้มากกว่า 10 แบบแต่ถึงอย่างงั้นเมื่อเจียงเฉินพยายามจะศึกษารูปแบบอาคมระดับสูง หรือระดับลึกล้ำ เจียงเฉินก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจรูปแบบของมันได้
เพราะความรู้เรื่องภาษาโบราณของเจียงเฉินจะอ่อนแอเกินไปทำให้มีอักษรบางตัวที่เจียงเฉินไม่เข้าใจ ทำให้เขานั้นต้องหมกตัวศึกษาภาษาและตัวอักษรโบราณอยู่ในหอตำราค้ำฟ้ากว่า 1 ปีแต่ความก้าวหน้าก็มีเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
เจียงเฉินนั่งเกาหัวพร้อมกับแสดงสีหน้าหงุดหงิดอยู่บนพื้นห้องของหอตำราค้ำฟ้า เหตุผลที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้เพราะการศึกษาภาษาโบราณของเขาก้าวหน้าไปเพียงเล็กน้อยจากเมื่อ 1 ปีก่อนเท่านั้น
''ข้าไม่คิดว่าเลยว่าภาษาโบราณจะลึกล้ำถึงเพียงนี้ แม้ตัวอักษรพวกนี้จะมีเพียงไม่กี่พันตัวแต่ตัวอักษรแต่ละตัวมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและสามารถจะเปลี่ยนแปลงความหมายของมันได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับการที่เราจะเลือกใช้ จากที่ข้าคาดเดาตัวอักษรหนึ่งตัวสามารถเปลี่ยนเป็นคำในภาษาปัจจุบันได้นับร้อยแล้วนี่มันมีการผสมตัวอักษรเข้าไปอีก''
เจียงเฉินบ่นกับตัวเองพร้อมกับวางหนังสือลงก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
''เฮ้อ... แม้ข้าจะยกย่องผู้ที่คิดค้นตัวอักษรพวกนี้ก็ตาม แต่ในใจลึก ๆ ข้ากลับดีใจที่มันหายสาปสูญไปไม่งั้นคนในสมัยนี้คงเรียนหนังสือกันทั้งชีวิต''
เจียงเฉินบ่นจบก็หยิบหนังสือเล่มเดิมขึ้นมาอ่านอีกครั้งและยิ่งอ่านไปมากเท่าไหร่คำถามก็ยิ่งมีมากขึ้น แม้เจียงเฉินจะเป็นคนที่มีความอดทนสูงก็ตามแต่การที่จะมานั่งอ่านอะไรที่ตัวเองไม่เข้าใจเป็นเวลานั้นก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาหงุดหงิดและโห่ร้องออกมา
''อ๊าาาา... สักวันข้าคงต้องตายใต้กองหนังสือพวกนี้เป็นแน่''
หลังจากโวยวายเสร็จเจียงเฉินก็ออกจากดินแดนพฤกษาอมตะด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น เมื่อเจียงเฉินออกมาจากห้องของตัวเองเขาก็พบว่าแม่ของเขากลับมาแล้วเจียงเฉินจึงเข้าไปทักทายและถามไถ่ถึงเรื่องราวการเดินทางไปต่างเมือง ทั้งคู่คุยกันอยู่สักพักจากนั้นแม่ของเขาก็พูดถึงสิ่งหนึ่งที่ทำให้อารมณ์ของเจียงเฉินเปลี่ยนไป
''เจียงเฉินท่านพ่อบอกว่าเจ้าต้องการหญ้าโลหิตสินะ''
''ใช่แล้วท่านแม่ ข้าต้องการนำมันไปฝึกปรุงยาแต่น่าเสียดายที่ภายในเมืองนี้กลับมีน้อยยิ่งนักทำให้การฝึกของข้าต้องหยุดชะงักลงกลางคัน''
เมื่อแม่ของเจียงเฉินได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้น
''เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ระหว่างทางข้าได้รับข้อความจากท่านพ่อแล้วว่าเจ้าต้องการมันระหว่างทางกลับข้าเลยกว้านซื้อมันมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาให้เจ้าแล้ว''
ทันทีที่พูดจบแม่ของเจียงเฉินก็ให้คนรับใช้หอบถุงใบใหญ่ใบหนึ่งมาวางไว้ เมื่อเจียงเฉินเห็นมันเขาก็ตกตะลึงทันทีถึงแม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่าเม็ดยาของเขานั้นสามารถขายได้ราคาสูงแต่เขาไม่คิดว่าเงินที่ได้จากการขายเม็ดยาจะสามารถซื้อหญ้าโลหิตมาได้มากมายขนาดนี้แม้มันจะราคาเพียงไม่กี่พันเหรียญทองก็ตามแต่การที่มีมากมายเป็นถุงแบบนี้เจียงเฉินเดาว่าแม่ของเขาต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าหลายแสนเหรียญทองซื้อมันมาเป็นแน่
เจียงเฉินขอบคุณแม่ของเขาและถามบางอย่าง
''ท่านแม่ข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่าเม็ดยาของข้านั้นขายได้ทั้งหมดเท่าไหร่กัน''
เมื่อแม่ของเจียงเฉินได้ยินคำถามของเขาเธอก็ยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น
''เม็ดยาของเจ้านั้นขายได้ในราคาที่สูงมากถึงเม็ดละ 3000เหรียญทองเลยทีเดียวนั่นทำให้แม่สามารถหาเงินได้เยอะเลยแหละ''
เมื่อได้ยินคำตอบของผู้เป็นแม่เจียงเฉินก็ตกใจเป็นอย่างมากเขาไม่คิดว่าเม็ดยาของเขาจะมีมูลค่าขนาดนี้ งั้นก็แปลว่าในอนาคตถ้าเจียงเฉินเชี่ยวชาญการหลอมเม็ดยาที่มีระดับสูงกว่านี้เม็ดยาของเขาจะต้องกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วทั้ง 9ทวีปต่างแย่งชิงกันแน่นอน
เจียงเฉินพูดคุยกับแม่ของเขาเล็กน้อยก่อนจะแบ่งเงินที่เหลือจากการขายเม็ดยาออกมาเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งให้แม่ของเขาเอาไว้ใช้จ่ายอีกส่วนหนึ่งให้แม่ของเขาเป็นธุระในการซื้อกระดูกและแก่นอสูรให้กับเขาเพื่อฝึกฝนทักษะการจารึกส่วน ๆ สุดท้ายเจียงเฉินนั้นเก็บไว้ใช้เอง
เจียงเฉินกลับเข้ามาในดินแดนพฤกษาอมตะและเริ่มคิดจะหลอมเม็ดยาโลหิตนภาอีกครั้งหนึ่ง ในตอนนี้เจียงเฉินมีวัตถุดิบเพียงพอแล้วเจียงเฉินไม่รอช้าเดินมาที่ห้องปรุงยาโดยทันทีพร้อมกับจัดเรียงสมุนไพรเป็นชุด ๆ รวมกันได้ทั้งหมด 30 ชุด
'หวังว่า 30 ชุดนี้จะทำให้ความหวังของข้าเป็นจริงนะ'
เจียงเฉินจัดเรียงสมุนไพรลงหม้อปรุงยาอย่างช้า ๆ ก่อนจะจุดไฟและเริ่มกระบวนการการหลอมเม็ดยาทีละขั้นตอนอย่างช้า ๆ ตอนนี้เจียงเฉินผ่านขั้นตอนการหลอมโอสถสมุนไพรอย่างไปได้อย่างไม่ยากเย็นเพราะจาก 10 ชุดที่ผ่านมาครั้งก่อนเจียงเฉินจดจำความแตกต่างของสมุนไพรแต่ละชนิดได้แล้วทำให้เจียงเฉินไม่เสียเวลาไปกับขั้นตอนนี้มากมายเท่าครั้งก่อน
หลังจากทำให้สมุนไพรทั้งหมดกลายเป็นหยดโอสถ เจียงเฉินก็ควบคุมมันให้รวมกันกลายเป็นหยาดโอสถโลหิตนภา ขั้นตอนนี้เจียงเฉินจะต้องทำมันอย่างรวดเร็วเพราะหยดโอสถบางชนิดยิ่งปล่อยไว้นานตัวของหยดโอสถก็ยิ่งสูญเสียคุณสมบัติของมันไปช้า ๆ
* เปลี่ยนจากโอสถสมุนไพรเป็น หยดโอสถแทนนะครับเดียวขั้นตอนที่ถูกต้องจะอธิบายอย่างง่ายในท้ายตอนนะครับ *
เจียงเฉินควบคุมโอสถสมุนไพรทั้ง 14 หยดและหลอมรวมกันจนกลายเป็นสิ่งที่นักปรุงยาเรียกกันว่าหยาดโอสถเจียงเฉินควบแน่นหยาดโอสถให้กลายเป็นก้อนกลมจากนั้นก็ค่อย ๆ หลอมมันอย่างช้า ๆ จนกลายเป็นเม็ดขั้นตอนสุดท้ายนี้เจียงเฉินใช้ความพยายามอย่างมากเพราะเขาต้องบีบอัดปราณจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นเม็ดและยังต้องควบคุมไม่ให้ปราณเหล่านั้นเล็ดลอดหลุดออกไปอีกด้วยไม่งั้นเม็ดยาจะสูญเสียคุณสมบัติไป
เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาที่หน้าผากของเขาแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เจียงเฉินกำลังใช้สมาธิอย่างมากแม้เจียงเฉินจะสามารถปรุงเม็ดยาระดับทั่วไปได้อย่างง่ายดายแต่กลับเม็ดยาระดับลึกล้ำนั้นแตกต่างกัน
ทันทีใดนั้นภายในหม้อปรุงยาของเจียงเฉินก็ส่องแสงสีแดงออกมาสว่างไสวไปทั่วห้องปรุงยานั่นคือสัญญาณว่าเจียงเฉินหลอมเม็ดยาสำเร็จไปได้ด้วยดีเมื่อเจียงเฉินรู้ว่าเขาทำมันสำเร็จเขาก็โห่ร้องออกมาอย่างยินดี
หลังจากที่เจียงเฉินแสดงความยินดีให้กับตัวเองเสร็จแล้วเขาก็เปิดฝาของหม้อปรุงยาออกควันและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผสมกลิ่นเลือดเล็กน้อยปะทะเข้ากับจมูกของเจียงเฉินในทันทีที่เขาเปิดฝาหม้อเจียงเฉินรู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เขากลับชอบกลิ่นของมัน เจียงเฉินชะโงกหน้าไปดูด้านในก็พบกับเม็ดยาสีแดงสดสี่เม็ดกำลังเรียงกันอย่างเป็นระเบียบภายในหม้อ
เจียงเฉินหยิบมันออกมาพร้อมกับจ้องมองมันเล็กน้อยก่อนจะบ่นออกมาเบา ๆ
''อืม... นี่เหรอเม็ดยาโลหิตนภา ? ระดับสูงงั้นเหรอ ? ถือว่าไม่เลวเลยในความสำเร็จครั้งแรก''
เจียงเฉินหยิบเม็ดยาอีกสองเม็ดใส่ไว้ในกล่องไม้เพื่อเก็บไว้สำหรับแม่และปู่ของเขาเม็ดยาโลหิตนภานั้น เม็ดยาโลหิตนภาระดับสูงถือว่าเป็นสิ่งล้ำค้ามากสำหรับผู้ฝึกยุทธิ์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับปราณสวรรค์เพราะคนคนหนึ่งสามารถทานมันได้เพียงแค่ 2 เม็ดเท่านั้นถ้าหากกินมากกว่านั้นจะไม่มีผล
เจียงเฉินไม่รอช้าโยนมันเข้าปากไปหนึ่งเม็ดทันทีพร้อมกับนั่งโคจรเคล็ดดาราจักรสวรรค์ ทันทีที่เม็ดยาออกฤกธิ์เจียงเฉินก็รู้สึกถึงปราณจำนวนมหาศาลกำลังไหลผ่านไปทั่วร้างกายของเขาพร้อมกับชำระล้างกระดูกและเลือดของเจียงเฉินอีกด้วย
ในขณะที่เจียงเฉินกำลังด่ำดิ่งอยู๋ในห้วงสมาธิ ทันใดนั้นร่างของเจียงเฉินก็เรืองแสงสีเขียวสดใดออกมาจนสว่างไสวไปทั่วทั้งคฤหาสน์พฤกษา
--------------------------------------------------------------------------------------
* อธิบายขั้นตอนการหลอมเม็ดยาอย่างง่าย จะได้ไม่สับสนทั้งตัวผมเองและคนอ่าน[ สมุนไพร > กลายเป็นหยดโอสถหรือหยดโอสถสมุนไพร > หยาดโอสถ > หลอมและควบแน่นจนกลายเป็นทรงกลม > บีบอัดและหลอมจนกลายเป็นเม็ดยา ]
- การสอบจบลงแล้วหลังจากนี้ผมก็คงจะมาลงบ่อย ๆ แต่งานจะออกมาช้าหน่อยเพราะผมเขียนคนเดียวเกลาคนเดียวมันเลยดูจะช้านิดนึง
- ตอนที่เก็บเป็นราคากำลังใจจะมีออกมาเป็นช่วง ๆ ขอให้ช่วยกันสนับสนุนด้วยนะครับ กระผมจะได้มีกำลังใจเขียนผลงานต่อ