บทที่ 50 ได้กระบี่พิฆาตมังกร
เวินฉิงมองเซียวอวิ๋นด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “เป็นกระบี่พิฆาตมังกรจริง ๆ หรือ?”
“แน่นอนสิ ข้าจะหลอกศิษย์พี่ได้ยังไง” เซียวอวิ๋นพูดพลางยื่นกระบี่พิฆาตมังกรให้
ในขณะที่เวินฉิงกำลังจะเอื้อมมือไปรับกระบี่มาดู กระบี่พิฆาตมังกรก็พลันปล่อยปราณกระบี่ไร้รูปร่างออกมา แทงเข้าที่กลางฝ่ามือของเวินฉิง
เวินฉิงรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ฝ่ามือจนทนไม่ได้ รีบชักมือกลับทันที
เซียวอวิ๋นเห็นท่าทีที่ผิดปกติของเวินฉิง ก็รีบถามว่า “ศิษย์พี่ ท่านเป็นอะไรไป?”
เวินฉิงขมวดคิ้วกุมมือที่บาดเจ็บแล้วพูดว่า “เมื่อกี้เหมือนมีปราณกระบี่แทงที่ฝ่ามือของข้า ดีที่ข้าใช้พลังสลายไปทัน มิฉะนั้นคงบาดเจ็บแล้ว!”
เซียวอวิ๋นขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “กระบี่พิฆาตมังกร เจ้าเป็นคนทำงั้นหรือ?”
กระบี่พิฆาตมังกรในทะเลแห่งจิตของเขาก็ส่งเสียงเด็กน้อยออกมาว่า “แค่เด็กน้อยพลังขอบเขตจินตาน ยังกล้าที่จะมาแตะต้องข้า หากมีครั้งหน้า ข้าจะแทงฝ่ามือของนางให้ทะลุ!”
เจ้าโง่! เจ้าเป็นใครกันถึงมาทำตัวเป็นเจ้านาย!
“นี่คือศิษย์พี่เวินฉิง หลังจากนี้เจอศิษย์พี่เวินฉิงก็เหมือนเจอข้า นางก็ถือว่าเป็นนายของเจ้าคนหนึ่ง ได้ยินหรือไม่?” เซียวอวิ๋นพูดเสียงดัง
กระบี่พิฆาตมังกรแค่นเสียงแล้วพูดว่า “คนเราเกิดมาในโลก หากไม่สามารถทำในสิ่งที่ตนตั้งใจได้ ก็ไม่นับว่าเป็นวีรบุรุษ ข้ากระบี่พิฆาตมังกรผู้ยิ่งใหญ่ จะมีนายสองคนได้อย่างไรกัน?”
"เยี่ยมยิ่งนัก! งั้นข้าจะดูด!"
เซียวอวิ๋นรีบใช้วิชาวิถีกระบี่ พลังธาตุทองบริสุทธิ์ที่อยู่ในกระบี่พิฆาตมังกรถูกเซียวอวิ๋นดูดออกมาอย่างรวดเร็ว
“อ๊า! อย่าดูด อย่าดูดอีกเลย ข้าผิดไปแล้ว” กระบี่พิฆาตมังกรร้องออกมา พลางใช้เสียงเด็กน้อยขอร้อง
เซียวอวิ๋นหยุดใช้วิถีกระบี่ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “อย่างนี้สิ ถึงจะถูก คนที่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาถึงจะเป็นวีรบุรุษ รีบไปทำความรู้จักกับศิษย์พี่เวินฉิงสิ”
กระบี่พิฆาตมังกรพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า “เจ้ากล้าทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน...ใครให้ความกล้าเจ้า!”
"อ้าว ยังจะดื้ออีกงั้นหรือ ข้าจะดูด!" เซียวอวิ๋นทำหน้าดุ
กระบี่พิฆาตมังกรพลันยอมแพ้ “น...นายท่าน! อย่าดูดเลย ข้าผิดไปแล้ว ข้าแค่รู้สึกเสียหน้า อยากจะแสดงอำนาจสักหน่อยเท่านั้นเอง”
เซียวอวิ๋นเย้ยหยันเสียงเย็น "ต่อไปนี้ถ้าเจ้าอยากจะอวดเก่งกับคนอื่นย่อมได้ แต่ถ้ามาทำกับข้า ระวังข้าจะดูดเจ้าให้แห้ง!"
“ได้...ได้ครับ นายท่าน!” กระบี่พิฆาตมังกรตอบอย่างรีบร้อน
เวินฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินเซียวอวิ๋นพึมพำกับตัวเองจึงรู้สึกสงสัย "ศิษย์น้อง เจ้ากำลังพูดกับผู้ใดอยู่หรือ"
เซียวอวิ๋นรีบตอบว่า “อ้อ เป็นวิญญาณกระบี่ของกระบี่พิฆาตมังกรเอง เขาเพิ่งทำร้ายศิษย์พี่เมื่อครู่ ที่จริงมันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติของมัน ศิษย์พี่อย่าถือโทษเลย”
"บัดนี้เรียบร้อยแล้ว เขาจะไม่ต่อต้านศิษย์พี่อีก ศิษย์พี่ลองดูกระบี่พิฆาตมังกรนี้สิว่าเป็นอย่างไร!"
เวินฉิงมองเซียวอวิ๋นด้วยความสงสัย ศิษย์น้องได้กระบี่พิฆาตมังกรจริง ๆ หรือ?
กระบี่ยาวสีขาวฟ้าที่อยู่ในมือของเขา คือกระบี่พิฆาตมังกร สมบัติประจำยอดเขากระบี่ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ หรือ? ไม่น่าเป็นไปได้
เวินฉิงยื่นมือไปรับกระบี่ฟ้าจากเซียวอวิ๋นคราวนี้ไม่ถูกปราณกระบี่โจมตีแต่อย่างใด
เวินฉิงจับกระบี่ฟ้าไว้ในมือ แล้วมองดูอย่างสนใจใคร่รู้
ถึงแม้ว่ากระบี่เล่มนี้จะดูเบาบาง แต่เมื่อถือไว้ในมือกลับรู้สึกว่ามีน้ำหนักมาก
เวินฉิงใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามกระบี่และฝักกระบี่ แล้วดึงออกมาเบา ๆ
กระบี่พิฆาตมังกรถูกชักออกจากฝัก
แสงสีขาวเจิดจ้าส่องประกายบนตัวกระบี่ คมกระบี่ก็ปล่อยกลิ่นอายสังหารที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
เวินฉิงอดอุทานไม่ได้ว่า “นี่มันกระบี่พิหาตมังกรจริง ๆ หรือ? ศิษย์น้อง เจ้าได้มาอย่างไร?”
เซียวอวิ๋นหัวเราะกล่าว "ก็เพียงเดินไปหยิบขึ้นมาง่าย ๆ เท่านั้นเอง"
เวินฉิงยิ้มอย่างเบิกบาน "ศิษย์น้อง เจ้าช่างมีบุญวาสนาอย่างยิ่ง สามารถได้กระบี่พิฆาตมังกรมาได้ ไม่รู้ว่าจะทำให้ผู้อื่นอิจฉาสักเพียงใด!”
“ไปเถอะ ศิษย์น้อง วันนี้ศิษย์พี่ดีใจมาก อีกทั้งยังเป็นการฉลองที่เจ้าได้อาวุธวิเศษด้วย วันนี้ศิษย์พี่เลี้ยงเอง พวกเราไปกินอะไรอร่อย ๆ กัน!”
เมื่อเห็นศิษย์พี่หญิงมีความสุข เซียวอวิ๋นก็รู้สึกดีขึ้นมาก
เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในสุสานกระบี่ หากบอกว่าไม่โกรธเลย นั่นเป็นเรื่องไม่จริงแน่
เซียวอวิ๋นก็ไม่ได้คิดจะบอกเรื่องที่ไม่น่ายินดีนี้กับเวินฉิง
เมื่อได้ยินเวินฉิงบอกว่าจะเลี้ยงข้าว เซียวอวิ๋นก็รีบถามว่า “ศิษย์พี่จะพาข้าลงเขาหรือ?”
“เปล่า จะพาไปชิมฝีมือของศิษย์พี่ฉวีถิงแห่งยอดเขาธาราจันทราต่างหาก!” เวินฉิงยิ้มแล้วพูด
“ศิษย์พี่ฉวีถิงแห่งยอดเขาสุยเยว่? นางเป็นสหายคนสนิทของศิษย์พี่หรือ? นางทำอาหารอร่อยมากหรือ?” เซียวอวิ๋นรีบถาม
"ก็ไม่ถึงกับเป็นมิตรสหาย ศิษย์ฉวีถิงเป็นผู้มีฝีมือในการปรุงอาหาร จนได้เปิดร้านครัวส่วนตัวที่ยอดเขาธาราจันทราและถือเป็นสถานที่ที่มีรสชาติอาหารดีที่สุดในสำนัก แม้แต่ข้าเองก็ได้ไปลิ้มรสเพียงปีละครั้งในวันคล้ายวันเกิด ข้าต้องรอท่านอาจารย์พาไป"
“วันนี้ศิษย์น้องได้กระบี่พิฆาตมังกร ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง วันนี้ศิษย์พี่ดีใจ ก็เลยจะพาเจ้าไปลองลิ้มรสเป็นกรณีพิเศษ”
เมื่อเซียวอวิ๋นได้ยินแบบนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าร้านอาหารส่วนตัวของศิษย์พี่ฉวีถิงแห่งยอดเขาธาราจันทราก็คงจะต้องเสียหินวิญญาณแน่นอน
แต่เมื่อเห็นว่าเวินฉิงมีความสุขมากขนาดนี้ เซียวอวิ๋นก็ไม่อยากทำให้ศิษย์พี่เสียความตั้งใจ จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณศิษย์พี่ด้วย!”
“จะมาเกรงใจศิษย์พี่ทำไม เจ้าสร้างชื่อเสียงให้กับยอดเขาไผ่รำพันของเรา นั่นก็คือการตอบแทนศิษย์พี่ที่ดีที่สุดแล้ว ไปกันเถอะ พวกเราไปยอดเขาธาราจันทรากัน”
เวินฉิงส่งกระบี่พิฆาตมังกรให้เซียวอวิ๋น
แล้วเรียกกระบี่ไม้ไผ่เขียวของตนออกมา
เซียวอวิ๋นรีบห้ามเวินฉิงแล้วพูดว่า “ศิษย์พี่ อยากลองใช้กระบี่พิฆาตมังกรบินไปหรือไม่?”
“ถ้าได้ลองใช้กระบี่พิฆาตมังกร สมบัติประจำยอดเขากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์พี่ย่อมยินดีอยู่แล้ว แต่ว่ากระบี่พิฆาตมังกรมีวิญญาณ เกรงว่าคงไม่ง่ายที่จะให้ข้าควบคุมได้” เวินฉิงพูดด้วยความกังวล
เซียวอวิ๋นยิ้มแล้วพูดว่า “ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวล ข้าได้สั่งวิญญาณกระบี่ของกระบี่สังหารมังกรแล้ว ศิษย์พี่ก็คือนายคนที่สองของมัน!”
“จริงหรือ?” ดวงตาของเวินฉิงเป็นประกาย ชื่อเสียงของกระบี่พิฆาตมังกรนั้นเวินฉิงได้ยินจนเบื่อแล้ว ถ้าได้ลองใช้กระบี่พิฆาตมังกรด้วยตัวเอง นางจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร
“แน่นอน ถ้าศิษย์พี่ไม่เชื่อ ลองดูสิ” เซียวอวิ๋นรีบยื่นกระบี่พิฆาตสังหารมังกรให้
เวินฉิงลังเลเล็กน้อย แล้วเอื้อมมือไปรับ พลางใช้เคล็ดวิชาควบคุมกระบี่ กระบี่พิฆาตมังกรก็ส่งเสียงก้องกังวานเหมือนเสียงมังกรคำราม แล้วก็ลอยออกมาจากฝัก
หยุดอยู่ตรงหน้าเวินฉิงอย่างมั่นคง
บนใบหน้าของเวินฉิงปรากฏความตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด รีบกระโดดขึ้นไปบนกระบี่พิฆาตมังกร
เซียวอวิ๋นก็รีบตามขึ้นไป
เมื่อเซียวอวิ๋นทรงตัวได้แล้ว เวินฉิงก็พูดว่า “ศิษย์น้องทรงตัวดี ๆ นะ ศิษย์พี่จะออกเดินทางแล้ว”
เซียวอวิ๋นเอื้อมมือไปประคองเอวของเวินฉิงเบา ๆ แล้วพูดว่า “ข้าตามศิษย์พี่เหาะเหินเดินอากาศมาตั้งกี่ครั้งแล้ว ไม่เห็นต้องให้ศิษย์พี่เตือน ข้าทรงตัวได้นานแล้ว”
พอเซียวอวิ๋นพูดจบ กระบี่พิฆาตมังกรก็เร่งความเร็วทันที กลายเป็นแสงสว่างพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ร่างของเซียวอวิ๋นโคลงเคลง เกือบจะหล่นจากกระบี่
เวินฉิงดูเหมือนเตรียมพร้อมมาก่อน รีบคว้าเซียวอวิ๋นไว้ทันที จึงทำให้เขาทรงตัวได้
เวรเอ้ย! ทำไมมันถึงเร็วได้ขนาดนี้! กระบี่พิฆาตมังกรนี่มันจงใจแกล้งข้างั้นหรือ?
แต่เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นของศิษย์พี่ เซียวอวิ๋นก็เข้าใจแล้ว
นี่ต่างหากคือวิธีการบินด้วยกระบี่อย่างถูกต้อง
ก่อนหน้านี้ กระบี่ไม้ไผ่เขียวที่เวินฉิงใช้เป็นแค่ไม้ไผ่เขียวธรรมดาที่เหลามาจากยอดเขาไผ่รำพัน
จะว่าไปแล้วไม่ต้องพูดถึงอาวุธวิเศษ แม้แต่อาวุธธรรมดายังเรียกไม่ได้เลย
ความเร็วในการบินด้วยไม่ไผ่มรกตก็ราวกับการขี่จักรยาน
กระบี่พิฆาตมังกรนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่ของกระจอกเหมือนไม่ไผ่มรกต
ความเร็วมากกว่ากระบี่ไม้ไผ่มรกตนับร้อยเท่า!
กระบี่พิฆาตมังกรดั่งสายฟ้าสีขาว พุ่งแหวกอากาศจากยอดเขากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ไปยังยอดเขาธาราจันทรา
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็มาถึงเชิงเขายอดเขาธาราจันทราแล้ว
เวินฉิงรู้สึกยังไม่อิ่มเท่าไรนัก แต่ก็ต้องเก็บกระบี่พิฆาตมังกรส่งคืนเซียวอวิ๋น
"ช่างน่าทึ่งนัก! กระบี่พิฆาตมังกรแน่นอนว่าไม่เหมือนกับอาวุธธรรมดาทั่วไป"
เเซียวอวิ๋นดูออกว่าศิษย์พี่ยังเล่นไม่จุใจ ก็เลยยิ้มแล้วกล่าวว่า "หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ศิษย์พี่จะพาข้าไปเที่ยวรอบ ๆ สำนักกระบี่วิญญาณด้วยกระบี่พิฆาตมังกรได้หรือไม่ เพื่อให้ข้าได้เห็นทัศนียภาพทั้งหมดของสำนัก"
ข้อเสนอของเซียวอวิ๋นตรงกับใจของเวินฉิงพอดี นางรีบตอบว่า “ตกลง ถ้ามีกระบี่พิฆาตมังกร ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็สามารถเดินชมทั่วสำนักกระบี่วิญญาณได้เลย!”
เซียวอวิ๋นและเวินฉิงสองคนพูดคุยกันไปพร้อมกับเดินไปยังร้านอาหารส่วนตัวของยอดเขาธาราจันทรา
ระหว่างทางเซียวอวิ๋นรู้สึกว่าตนเองเหมือนจะลืมอะไรบางอย่าง…
ช่างมันเถอะ กินข้าวก่อนแล้วกัน
บนยอดเขาไผ่รำพัน จงเทียนเหยียนกำลังเหงื่อไหลไคลย้อยกำลังวาดวงแหวนอักขระ
ในขณะเดียวกันก็จินตนาการว่า “ไม่รู้ว่าวันนี้ ศิษย์น้องเวินฉิงจะทำอะไรอร่อย ๆ ให้ข้ากิน”
“ถ้าได้ลิ้มรสฝีมือของศิษย์น้องเวินฉิง วันนี้ถึงข้าจะต้องตายอยู่ที่นี่ก็ยังคุ้มค่า!”
“แค่คิดว่าได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับศิษย์น้องเวินฉิง ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว!”
จงเทียนเหยียนวาดวงแหวนอักขระด้วยความฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น!