เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 38 หนีเพื่อตั้งหลัก

    "นี่มันพิษ!..เกิดอันไดขึ้นที่นี้" เจ้าสำนักกระบี่ใช้พลังปราณแห่งน้ำช่วยชำระล้างพิษไปด้วยขณะที่ตั้งคำถามเกี่ยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าตอนนี้. หลังจากที่พิษในร่างถูกปราณธาตุน้ำอยู่ครู่ใหญ่ๆแล้วนั้นในที่สุด พวกของเจ้าสำนักจันทรเสี่ยวก็เริ่มที่จะขยับได้เป็นปกติ
    "ไอ้เด็กนั้นมันเป็นผู้ใช้พิษ มันใช้พิษใส่พวกเราแล้วก็ทำร้ายฟางหลงจนแขนซ้ายขาด แต่ยังดีที่พวกข้าช่วยกันโจมตีจนมันได้รับบาทเจ็บก่อนที่มันจะหนี้ไป" เจ้าสำนักจันทรเสี้ยวบอกคำโป้ปดออกไปแน่นนอนว่ามันไม่ต้องการบอกความจริง .ให้ผู้อื่นทราบแน่นนอนว่ามันร่วมมือกันแล้วก็ยังไม่สามารถจัดการกับเทียนอี้ได้
    และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เมื่อมันเห็นว่าเทียนอี้ยังสามมารถทนรับการโจมตีทั้งหมดของพวกมันได้. โดยที่ยังไม่ตายนั้นเทียนอี้ต้องฝึกฝนวิชากายาที่ร้ายกาจมาอย่างแน่นนอน. ดังนั้นตอนนี้มันจะไม่ให้ใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน. ขณะเดียวกันความคิดนี้ก็เกิดขึ้นกับฟางหลงและพวกเช่นเดียวกัน.
    "พวกเราต้องตามหาไอ้เด็กปีศาจนั้นแล้วจับมันมาเป็นๆ เพื่อเค้นเอาวิชากายาที่มันฝึกมาให้ได้ก่อนค่อยฆ่ามันทิ้งก็ยังไม่สาย" เจ้าสำนักจันทรเสี้ยวกระซิบกับฟางหลงเสียงเบาเพราะกลัวผู้อื่นได้ยิน ก่อนที่ฟางหลงจะพยักหน้าเป็นคำตอบขณะที่นัยตาของมันตอนนี้เต็มไปด้วยความโลภ
    หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นเสร็จอย่างรวดเร็วแล้วเจ้าสำนักจันทรเสี้ยว และฟางหลงต่างก็รีบขอตัวกลับทันทีเพื่อออกตามล่าตัวของเทียนอี้ หลังจากทีพวกของเจ้าสำนักจันทรเสี้ยวกลับไปแล้วนั้น ข่าวเรื่องการปะทะกันของขอบเขตราชันที่ห้องประชุมก็ได้กระจายออกไปทั่วสำนักกระบี่ฟ้า
    ฝั่งเทียนอี้ตอนนี้เนื่องจากต้องรับการโจมตีจากผู้ที่อยู่ในขอบเขตราชันขั้นต้นนับ 10 คน ทำให้ที่มุมปากปรากฏรอยเลือดเล็กน้อย การโจมตีของของเขตราชันนั้นไม่สามารถดูแคลนได้ เนื่องจาก ในพลังปราณแฝงไปด้วยพลังธาตุ ที่ช่วยเสริมพลังในการโจมตีและป้องกัน ทำให้เทียนอี้ถึงจะไม่ตายแต่ก็ได้รับบาดเจ็บภายในเช่นกัน
    แต่ด้วยกายาเทพมังกร และลมหายใจมังกรที่พ่นออกมาด้วยพิษอัมพาตนั้นทำให้หนีออกมาได้ และที่ใช้เพียงพิษอัมพาตนั้นเพราะว่าพิษที่เทียนอี้มีตินนี้นั้นยังน้อยเกินไปที่จะใช้สังหารผู้ฝึกตนขอบเขตราชันนับสิบคนได้ เพราะพิษต้องใช้เวลาในการสะสมนานเพื่อให้มมประสิทธิภาพ
    เทียนอี้ในสภาพเสื้อผ้าทั้งร่างขาดรุ่งริ่ง วิ่งเข้าไปในหอการค้าหมื่นธาราสาขาเมืองฟ้าคํารณเพื่อเพื่อแจ้งแก่ผู้ดูแลหอ เมื่อเห็นสภาพของเทียนอี้ ผู้ดูแลหอรู้สึกเดือดดาลเป็นอย่างมากแทบจะไปจัดการสำนักจันทรเสี้ยว และตระกูลฟางทันทีที่บังอาจกล้ามาปองร้ายนายน้อยของตนเช่นนี้
    แต่เทียนอี้ได้ปรามไว้ก่อนเทียนอี้นั้นต้องการที่จะจัดการบุญคุณและความแค้นด้วยตัวเอง ซึ่งความคิดของเทียนอี้นั้นทำให้ผู้ดูแลหอชื่นชมในความคิดของเทียนอี้เป็นอย่างมาก บุญคุณความแค้นผู้ไดที่เป็นคนก่อผู้นั้นสมควรเป็นคนแก้ไข. นี้สมควารเป็นความคิดของลูกผู้ชายอย่าแท้จริง
    หลังจากจัดการแจ้งเรื่องต่างๆและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว. เทียนอี้ก็เตรียมแผนสำหรับการแก้แค้นทันทีเขาได้หยิบยืมของหลายอย่างไปจากหอการค้าและได้บอกว่าตัวเองจะไปเก็บตัวฝึกสักพักก่อนจะกลับมาไม่ต้องเป็นห่วง. ก่อนจะออกจากหอการค้าไปทางทิศใต้เพื่อไปอย่างผาไร้ก้น
    ที่เลือกผาไร้ก้นนั้นเพราะเทียนอี้ต้องการสถานที่ในการฝึกฝน และด้วยความรู้สึกที่มีต่อผาไร้ก้นและความคุ้นเคยนั้น เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะลงไปสำรวจเพราะคิดว่าใต้ผาไร้ก้นนั้นจะต้องมีบางอย่างที่คอยเรียกหาตนเองอยู่อย่างแน่นอน
    ริมผาหอไร้ก้นตอนนี้เทียนอี้ยืนตรงริมหน้าผาก่อนจะตัดสินใจใช้เครื่องมือในการปีนหน้าผา ที่หยิบยืมมาจากหอการค้าค่อยๆปีนลงไปข้างล่าง ผาไร้ก้นนี้อันตรายเป็นอย่างมากเพราะด้านล่างมีแต่โขดหินแหลมคม ทั้งยังลื่นมากยากมากที่จะทำการปีนป่าย
    เทียนอี้ใต่ลงมาเป็นเวลา 2 เค่อแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของพื้นด้านล่างเลย แต่บริเวณนี้กลับเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณที่ขึ้นตามหน้าผามากมายหลายชนิดมาก และยังมีพลังปราณธรรมชาติอยู่หนาแน่กว่าบนพื้นลายเท่า ยิ่งลงไปลึกเท่าไรความรู้สึกของเทียนอี้ที่มีต่อด้านล่างยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น
    ปีนลงมาอีก 2 เค่อแสงจากด้านบนเ่ิมที่จะส่องลงมาไม่ถึงด้านล่าง. การปีนป่ายก็ยากยิ่งขึ้นเพราะ ตะไคร่น้ำที่เกาะตามหน้าผา และที่สำคัญมากกว่านั้นในตอนนี้เทียนอี้เริ่มรู้สึกถึงพิษเข้มข้นที่ลอยปนอยู่ในอากาศ เป็นหมอกพิษที่เข้มข้นจนน่ากลัว
    ไม่แปลกใจเลยที่ผู้ที่ปีนลงมาไม่เคยมีใครกลับขึ้นไปได้เลย ถ้าตกลงมาด้วยความสูงขนาดนี้ยังไงก็ไม่รอดและถึงต่อให้รอดจากการตกก็ต้องมาตายเพราะหมอกพิษด้านล่างนี้อี้เช่นเดิม บริเวณนี้จะพบกับสมุนไพรที่เป็นพิษจำนวนมากเช่นกัน เทียนอี้รู้ได้เลยว่าพิษนี้พวกนี้ต้องอยู่มานานมากแล้วอย่างแน่นอน
    เพราะสมุนไพรหลายต้นบริเวณนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 500 ปี สมุนไพรพิษพวกนี้นั้นอาศัยการดูดซับสารพิษเหล่านี้เพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้นหมอกพิษเหล่านี้ต้องอยู่ที่นี่มาไม่ต่ำกว่า 500 ปีเป็นอย่างน้อยเทียนอี้ปีนหน้าผา อยู่นานมากจนไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปเท่าไหร่แล้ว
    ตอนนี้นั้นบริเวณรอบข้างของเทียนอี้ มืดสนิทและ เต็มไปด้วยหมอกผิดอันเข้มข้น ยิ่งพิษเข้มข้นมากเท่าไหร่มีผลดีต่อเทียนอี้มากเท่านั้น เทียนอี้สามารถดูดซับพิษเหล่านี้ เพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นพิษของตัวเองได้ ทำให้ร่างกายของเทียนอี้ยิ่งมีความต้านทานพิษมากขึ้นเท่านั้น
    แต่แล้วจังหวะนั้นเอง ก้อนหินที่กำลังทำอยู่ได้แตกออก เทียนอี้พยายามจะคว้าก้อนหินที่อยู่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จทำให้เทียนอี้ตกลงไปจากหน้าผาในที่สุด ตอนนี้เทียนอี้ไม่สามารถคว้าจับสิ่งได้ได้เลย และไม่รู้ว่าตนต้องตกลงไปอีกนานเท่าได
    เทียนอี้จึงต้องหาวิธีเอาชีวิตรอดจากสถานกาณ์ในตอนนี้ให้ได้ เขาจึงใช้เพียงร่างกายอันแข็งแกร่งของตนกระแทกไปตามหน้าผาเพื่อลดความเร็วในการตกลงไป แต่ถึงอย่างนี้ ด้วยความเร็วในการตกจากหน้าผาในตอนนี้ ทำให้เทียนอี้
    กระแทกเข้ากับโขดหินไปมาหลายครั้ง จนทำให้อวัยวะภายในได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนกระอักเลือดออกมาอย่างมากมาย และในที่สุดเทียนอี้ก็ไม่สามารถทนกับความเจ็บปวดได้อีกต่อไป และก่อนที่เทียนอี้จะหมดสติไปนั้นเองเขาก็ได้ตกลงมาจนถึงด้านล่างในที่สุด
    ตูม!! ซ่า!! เสียงร่างของเทียนอี้ตกกระแทกลงบนผิวน้ำอย่างแรงและตามมาด้วยเสียงของน้ำแตกกระจายก่อนที่เทียนอี้จะหมดสติไปในที่สุด......