หยางหลีเหว่ยพุ่งเข้าไปในซุ้มประตูพร้อมกับดาบหยกทมิฬ ครั้นมองเห็นเฉาเฟิงกำลังต่อสู้อยู่กับหมิ่นชุนก็วางใจ วรยุทธ์ของกุนซือหนุ่มผู้นี้เป็นรองเขาอยู่ไม่มาก เขาสั่งเอาไว้แล้วว่าให้เฉาเฟิงจับกุมเด็กหนุ่มที่ปล่อยไปครั้งที่แล้วให้ได้
เด็กหนุ่มผู้นี้เก่งกาจกว่าที่คิด เสแสร้งให้ของเขาเฆี่ยนจนบาดเจ็บ ทำตัวหวาดกลัวทั้งๆ ที่กำลังพยายามจดจำทุกสิ่งในคุกใต้ดิน ทำทีสารภาพออกมา
สิ่งที่เด็กหนุ่มผู้นี้เอ่ย เขาเคยสืบมาแล้วทั้งสิ้น อ๋องหยางดูออกว่านี่คือเล่ห์เหลี่ยมที่หลอกให้ตายใจ เขาจึงแสร้งให้ปล่อยเด็กหนุ่มคนนี้ออกไป แล้วส่งองครักษ์ไปสะกดรอย
มิคาดว่า...เด็กหนุ่มผู้นี้จะหลบหนีการสะกดรอยขององครักษ์หยกทมิฬได้ แสดงว่าฝีมือของเขาย่อมไม่ธรรมดา และบัดนี้ก็ยังพาคนย้อนกลับมาชิงตัวนักโทษจากคุกใต้ดิน นับว่าเป็นคนใจกล้าไม่เบา
“บ่าวไพร่เป็นอย่างไรบ้าง” อ๋องหยางเอ่ยถามเมื่อเห็นเจิ้งตู้วิ่งออกมาจากในเรือน
“ทุกคนถูกม่านนิทราทำให้สิ้นสติ ไม่มีคนบาดเจ็บ ข้าให้ปลุกพวกเขาขึ้นมาแล้วขอรับ”
“เจ้าไปช่วยเฉาเฟิงจับเจ้าหนุ่มเสี่ยวชุนให้ได้ ลากมันกลับไปคุกมืด”
“ขอรับ!”
องครักษ์หน่วยหยกทมิฬฆ่าทหารเผ่าหมาป่าที่ติดตามหมิ่นชุนตายลงไปเรื่อยๆ กระทั่งเหลือเพียงหัวหน้าหน่วยสองคนที่ยังประคองตัวอยู่ได้
“คุณชาย ท่านหนีไปก่อน ทางนี้พวกเราจะต้านเอาไว้ให้เอง” หัวหน้าหน่วยทหารแห่งเผ่าหมาป่าฝีมือดียิ่ง แต่ไม่อาจจะต้านการรุมล้อมขององครักษ์หน่วยหยกทมิฬที่มีจำนวนมากกว่าได้ เขาพุ่งเข้าขวางหน้า บังมิให้เฉาเฟิงพุ่งกระบี่เข้าใส่หมิ่นชุนได้
“ได้! ทางนี้ฝากพวกเจ้าด้วย” หมิ่นชุนควักเอาระเบิดม่านนิทราออกมาทำท่าคล้ายจะขว้างลงพื้น
หยางหลีเหว่ยมองเห็นเข้าพอดี จึงได้ร้องตะโกนเตือนคนของตน “หมอบให้หมด ระวังมันใช้ม่านนิทรา”
ฟู่! ฟู่! ฟู่!
ระเบิดม่านนิทราเป็นก้อนกลมขนาดหนึ่งชุ่นถูกขว้างลงพื้น พลันกระจายออกจนเต็มบริเวณ
“อย่าให้พวกมันหนีไปได้!” เฉาเฟิงเห็นท่าไม่ดี เขาร้องบอกคนรอบข้างก่อนจะวิ่งวนไปด้านหลัง
จริงดังที่กุนซือหนุ่มคาด หมิ่นชุนหลบออกไปด้านหลัง กระโจนขึ้นบนกำแพงหมายจะหลบหนี ทว่ากลับถูกเฉาเฟิงตามพัวพัน
ยามนั้นชิวต้าซานกลับมาถึงบ้านเก่าสกุลหยางมองเห็นมือปราบรุมล้อมก็อ้อมไปด้านหลังจึงได้เห็นกุนซือเฉากำลังไล่ตามคนผู้หนึ่งอยู่
องครักษ์หน้ากากขาวรีบดึงเอาแส้ที่ห้อยเอวออกมา ก่อนจะขว้างออกไปตวัดเอวของหมิ่นชุนที่กำลังลอยตัวหมายจะหลบหนีเอาไว้ได้
เฟี้ยว! ฟับ! ตุบ!
เฉาเฟิงเห็นคนที่ตนไล่ล่าถูกแส้รัดเอวกระชากลงไปกองอยู่ที่พื้นก็ตกตะลึง ยามนี้มีแสงทอประกายจากฟากฟ้า ทำให้มองเห็นร่างที่อยู่เบื้องหน้าได้ถนัดชัดเจน
“องครักษ์ชิว” ดวงตาของคนพูดคล้ายเหม่อลอยไปชั่วขณะ
องครักษ์ชิวไม่ได้สนใจเฉาเฟิง นางพุ่งเข้าไปจี้สกัดจุดเด็กหนุ่มที่ตนจับได้เมื่อครู่เอาไว้ จากนั้นจึงหันไปหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ก็ข้าน่ะสิ เกิดอันใดขึ้นหรือท่านกุนซือ”
“มีโจรแหกคุกบุกเข้าไปในบ้านเก่าสกุลหยาง จับกุมคนทั้งหมดเอาไว้ นี่คือหัวหน้าของพวกมัน” ปลายนิ้วของกุนซือหนุ่มชี้ไปยังร่างที่นอนกลิ้ง
“คุณหนูหลี่เป็นอันตรายหรือไม่” ชิวต้าซานตกใจ นางออกไปเพียงคืนเดียวกลับเกิดเหตุร้าย
“นางปลอดภัยดี องครักษ์หน่วยหยกทมิฬอารักขาอยู่ ว่าแต่เจ้าเถิด ไม่ได้อยู่ในเรือนหรอกหรือ” เฉาเฟิงสำรวจร่างกายขององครักษ์ของหลี่หยวนหยวนด้วยความห่วงใย
ชิวต้าซานส่ายหน้า “ข้าขอลางานออกไปธุระหนึ่งคืน ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับคุณหนู”
องครักษ์หลายคนวิ่งตามมา เฉาเฟิงจึงหันไปสั่งการ “มัดคนผู้นี้ให้แน่นแล้วเอามันขึ้นหลังม้า เฝ้าให้ดี”
“ขอรับ!”
“ข้าขอตัวไปดูคุณหนูก่อน ทางนี้ฝากท่านด้วย” ชิวต้าซานร้อนใจ เอ่ยปากบอกเฉาเฟิงแล้วก็จากไป
อ๋องหยางเดินออกจากซุ้มประตูตรงมายังม้าที่หลี่หยวนหยวนนั่งอยู่ “ทุกคนปลอดภัยแล้ว เจ้าเข้าไปดูเถิด”
หญิงสาวเก้ๆ กังๆ พยายามจะลงจากหลังม้า หยางหลีเหว่ยจึงเข้าไปช่วยพยุงนาง ขณะที่นางกำลังโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อจะตวัดขาลงจากหลังม้า พลันเกิดอาการคลื่นไส้ขึ้นมากะทันหันจึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปากทำให้เสียหลักไถลลื่นเข้าไปในอ้อมกอดของอดีตสามี
ชายหนุ่มอุ้มนางเอาไว้ได้ ปลายนิ้วของเขาช้อนใต้ร่างของนางเลยไปแตะที่หน้าท้องที่นูนขึ้นพอสมควรของนาง หลี่หยวนหยวนสะดุ้ง เกรงว่าเขาจะรู้ว่าตนตั้งครรภ์จึงพยายามเบี่ยงหลบทว่ากลับกลายเป็นซุกหน้าเข้าไปแนบที่หน้าอกแกร่ง
“เจ้าเป็นอันใด” อ๋องหยางขมวดคิ้ว
“ปล่อยข้าลง! ข้าจะอาเจียน” นางตอบอู้อี้โดยที่ฝ่ามือยังปิดปากตนเองไว้
เขารีบวางนางให้ยืนบนพื้น หลี่หยวนหยวนโน้มตัวไปข้างหน้า โก่งคออาเจียนออกมาเสียงดัง
“ไปเรียกซุนมามากับสาวใช้ในเรือนออกมาดูคุณหนูเดี๋ยวนี้” อ๋องหยางหันไปสั่งองครักษ์
ซุนมามาที่ฟื้นขึ้นมาได้ก็รีบถามองครักษ์หยกทมิฬถึงคุณหนูของตน เมื่อรู้ว่านางอยู่หน้าซุ้มประตูใหญ่กับอ๋อง หยางก็วิ่งออกมา
“คุณหนู ท่านปลอดภัยหรือไม่เจ้าคะ”
หยางหลีเหว่ยเงยหน้าขึ้นเห็นสาวใช้ของอดีตภรรยาก็รีบกวักมือ “เจ้ามาดูนางเร็ว”
ซุนมามารีบเข้าไปช่วยลูบหลังให้กับหลี่หยวนหยวน นางอาเจียนอยู่ครู่หนึ่งก็ควักเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปาก
“คุณหนู ท่านเป็นอย่างไรบ้าง รีบเข้าไปพักผ่อนก่อนเถิด”
หยางหลีเหว่ยขมวดคิ้ว เขาเกรงว่านางจะล้มป่วยโดยยังมิได้กลับเมืองหลวง “ไปเรียกหมอมาดูคุณหนูหลี่ที”
หลี่หยวนหยวนได้ยินคำสั่งของอ๋องหยางก็หันขวับกลับมา “ท่านอ๋อง ไม่ต้องตามหมอหรอก ข้าก็แค่เพลียเพราะนอนน้อย ยาของท่านหมอคนก่อนที่ให้ไว้ก็ยังเหลือ เดี๋ยวให้สาวใช้ต้มให้ยาดื่มก็พอแล้ว”
“เจ้าป่วยหรือ เหตุใดจึงไม่ให้คนไปแจ้งให้ข้ารู้” น้ำเสียงของเขาฉุนเฉียว
“ก็แค่พักผ่อนน้อย เวียนศีรษะ ไม่จำเป็นต้องรบกวนท่าน ข้าให้หมอมาตรวจร่างกายแล้ว”
หยางหลีเหว่ยเชิดหน้าเล็กน้อย “คุณหนูหลี่ ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในเขตเมืองเฉินม่ายก็เท่ากับยังอยู่ในความคุ้มครองดูแลของข้า หากเจ้าเกิดล้มเจ็บหนักขึ้นมา ก็จะกลายเป็นว่าข้าไม่ได้ดูดำดูดีเจ้า”
หลี่หยวนหยวนยกยิ้มมุมปาก “ชีวิตข้า ข้าจะดูแลเอง ไม่ต้องลำบากท่านอ๋องหรอก”
ชิวต้าซานวิ่งอ้อมมาจากทางเดินเล็กๆ ข้างกำแพงเรือน “คุณหนูหลี่ ท่านปลอดภัยหรือไม่”
ใบหน้าของหลี่หยวนหยวนซีดเซียว องครักษ์ชิวเห็นเช่นนั้นก็กังวล “ท่านเดินไหวหรือ ให้ข้าอุ้มไปดีหรือไม่”
หยางหลีเหว่ยได้ยินก็หูผึ่ง ร่างสูงผึ่งผายรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วช้อนร่างของนางลอยหวืดขึ้น “ชายหญิงแตกต่างกัน ไม่ใช่หน้าที่ขององครักษ์อย่างเจ้า”
หลี่หยวนหยวนตกใจ ที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง แต่ครั้นจะโวยวายก็ไม่สมควร ต่อหน้าธารกำนัล นางไม่ควรทำให้เขาขายหน้า หญิงสาวจึงกระซิบ
“ท่านอ๋อง ปล่อยข้าเถิด ข้าเดินเองได้”
“ไม่ได้! ข้าจะอุ้มเจ้าไปส่งที่ห้องเอง” หางตาของหยางหลีเหว่ยปรายไปยังองครักษ์สวมหน้ากากขาวแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินปาดหน้า เข้าไปยังประตูบ้านสกุลหยาง
**********
