ฉินอวี้ซีที่ได้ยินเสียงหลงกล่าวก็ไม่ได้แปลกใจนางไม่ได้บังคับหลิงหยวนฝึกฝนอีกและปล่อยให้หลิงหยวนทำตามใจของตัวเองถึงอย่างไรหากเกิดเรื่องก็มีนางและพวกเสี่ยวหลงคอยจัดการให้อยู่
“นั่นมันอะไร”
“นั่นคือศิษย์พี่หลิงหยวนนี่”
“ศิษย์สายตรงของเจ้ายอดเขาเมฆานั่นนะเหรอ”
“ไม่ผิดแน่เหมือนในข่าวลือมากหล่อเหลาสุดๆไปเลย”
“ว่าแต่ศิษย์พี่กำลังทำอะไรทำไมถึงบินบนท้องฟ้าได้หรือว่าบรรลุขอบเขตหลอมแก่นปราณแล้ว”
“ไม่น่าใช่ด้านหลังของศิษย์พี่มีปีกอยู่น่าจะเป็นสมบัติชิ้นหนึ่ง”
“หากเป็นสมบัติน่าจะแผ่กลิ่นอายของสมบัติมาแล้วแต่นี่เหมือนจะไม่ใช่นะ”เหล่าศิษย์สายนอกและสายในที่เห็นหลิงหยวนบินวนไปทั่วสำนักก็พากันกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“นั่นมันเขากำลังทำอะไร”เหล่าผู้อาวุโสเองก็พากันแปลกใจ
“เหมือนจะกำลังทดสอบอะไรบางอย่างปีกนั่นคือสมบัติงั้นเหรอ” เหล่าผู้อาวุโสมองหน้ากัน
“นั่นคือสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่ากลไกไม่คิดว่าจนถึงตอนนี้จะยังมีคนสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาอีก” บรรพชนอวี้ฮวากล่าวขึ้นขณะยืนมองหลิงหยวนที่บินไปมาแววตากลายเป็นล้ำลึกอย่างถึงที่สุด
“ท่านบรรพชนกลไกที่ว่าใช่วิชากลไกที่จักรพรรดิมนุษย์ได้รับจากเทพธิดาคนหนึ่งใช่หรือไม่ตำนานเล่าว่าก่อนที่มนุษย์จะสร้างวิชาฝึกฝนขึ้นมาพวกเราใช้สิ่งประดิษฐ์กลไกในการต่อสู้กับเผ่ามารและปีศาจ”ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว
“ไม่ผิดเป็นวิชากลไกนี่แหละ พวกเจ้าก็ไปทำงานของตัวเองเถอะข้ามีเรื่องจะต้องไปทำ” บรรพชนอวี้ฮซากล่าวก่อนจะเดินตรงไปยังยอดเขาเมฆา
หลิงหยวนทดสอบปีกเมฆาของตนแล้วก็ลงจอดด้วยสีหน้าพึงพอใจความรู้สึกที่ได้บินด้วยปีกที่ตัวเองสร้าง
“ศิษย์พี่รองเป็นอย่างไรบ้างสนุกหรือไม่” เหยาอวิ้นมองปีกของหลิงหยวนด้วยแววตาเป็นประกาย
“อยากลองงั้นเหรอ”หลิงหยวนกล่าว
“ข้าลองได้งั้นเหรอมันควบคุมยากหรือไม่” เหยาอวิ้นกล่าว
“ก็ไม่ได้ยากอะไรเจ้าแค่ต้องเข้าใจการเคลื่อนไหวของร่างกายตอนบินให้ได้เท่านั้นข้าจะสอนเจ้าเอง” หลิงหยวนกล่าวขณะที่เริ่มสอนเหยาอวิ้นในการควบคุมปีกเมฆา
“เจ้าไม่สนใจงั้นเหรอ”ฉินอวี้ซีมองหนานเว่ย
“หากข้าอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานก็คงต้องสนใจแน่ๆ”หนานเว่ยกล่าว
“ก็จริงแต่ว่านะหากเทียบกันแล้วปีกของหยวนเอ๋อดีกว่าการบินของขอบเขตหลอมแก่นปราณมากข้อแรกความเร็วไม่ต่างจากขอบเขตหลอมแก่นปราณข้อสองใช้พลังปราณน้อยกว่า หากเป็นเจ้าเจ้าคิดว่าตัวเองจะสามารถบินทั้งวันได้หรือไม่” ฉินอวี้ซีกล่าว
“แน่นอนว่าไม่การบินของขอบเขตหลอมแก่นปราณถึงอย่างไรก็ใช้พลังปราณมากอย่าว่าแต่หนึ่งวันเลยแค่ครึ่งวันข้าก็ไม่ไหวแล้ว”หนานเว่ยส่ายหน้า
“เพราะงั้นสิ่งที่หยวนเอ๋อสร้างขึ้นมาถึงมีค่าอย่างมาก” ฉินอวี้ซีกล่าว
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ไม่คิดว่ายอดเขาเมฆาตอนนี้จะมีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นแล้ว” บรรพชนอวี้ฮวาหัวเราะขณะเดินขึ้นเขามา
“ท่านปู่สวี่”หลิงหยวนกุมมือทักทายอีกฝ่าย
“ไม่เจอกันนานเลยหลานชายหลิงข้าเห็นเจ้าบินอยู่บนท้องฟ้าก็เลยตกใจอย่างมากจึงแวะมาดูสิ่งนั้นคือสิ่งประดิษฐ์จากยุคโบราณใช่หรือไม่” บรรพชนอวี้ฮวากล่าว
“ใช่แล้วข้าสนใจวิชากลไกอย่างมากเลยลองสร้างมันขึ้นมาดู” หลิงหยวนยิ้ม
“ดีดี วิชากลไลแทบจะหายสาบสูญไปนานแล้วบันทึกที่หลงเหลืออยู่ก็น้อยเกินไปแต่บังเอิญจริงๆว่าบนตัวข้ามีบันทึกเล่มหนึ่งที่ได้มาโดยบังเอิญพอดี” บรรพชนอวี้ฮวามอบตำราเล่มหนึ่งออกมาให้หลิงหยวน
“นี่มัน”หลิงหยวนรับบันทึกมาก่อนจะเปิดไปหน้าแรกสีหน้าของหลิงหยวนก็เปลี่ยนไปเพราะตำราเล่มนี้ไม่เหมือนกับตำราที่หลิงหยวนได้มากจากหอตำรามนุษย์ตำราเล่มนี้บันทึกถึงการสร้างอาวุธในยุคโบราณไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ทั่วๆไปแต่เป็นอาวุธที่ใช้ในสงครามสมัยก่อน
“สิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์กับข้าเพราะข้าไม่มีแรงไปตีเหล็กสร้างของเหล่านี้แล้วแต่กับเจ้าอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต”บรรพชนอวี้ฮวากล่าว
“ขอบคุณท่านปู่สวี่”หลิงหยวนยิ้ม
“ขึ้นมาคุยกันเถอะหยวนเอ๋อเจ้าก็สอนอวิ้นเอ๋อควบคุมปีกเมฆาไปก่อน” ฉินอวี้ซีกล่าว
“บังเอิญงั้นเหรอไม่ใช่ นี่เรียกว่าโชคชะตานำพาชัดๆทันทีที่นายท่านสร้างปีกเมฆาขึ้นมาสำเร็จและเริ่มวางแผนจะสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาแต่ติดตรงที่สิ่งนั้นไม่สมบูรณ์และขาดการป้องกันทำให้นายท่านค่อนข้างกังวลแต่ตอนนี้สิ่งที่นายท่านต้องการกลับถูกส่งมาถึงมือง่ายๆ”เสี่ยวหวงกล่าว
“นายท่านคือผู้ถูกโชคชะตาหนุนหลังเพียงแค่คิดสิ่งใดสิ่งนั้นก็จะมาหาทันที”เสี่ยวไป๋พยักหน้า
“พวกเจ้าพูดถึงเรื่องอะไร”เสี่ยวหลงกล่าว
“ผู้อาวุโสมันเป็นอย่างงี้”จิ้งจอกน้อยเล่าถึงสิ่งที่หลิงหยวนอยากจะทำให้อีกฝ่ายฟังเสี่ยวหลงก็เบิกตากว้างเขาไม่คิดว่านายท่านของตนคิดจะทำการใหญ่เช่นนี้
“ว่ามาเถอะมาหาข้ามีธุระอะไรหรือว่าการต่อสู้ที่แนวป้องกันจะเกิดเรื่อง”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ไม่เชิงแต่ข้าพึ่งได้รับการติดต่อมาอีกไม่นานแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามจะจัดงานประชันร้อยสำนักขึ้นและดูเหมือนว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีจะต้องการเล่นงานพวกเรา”บรรพชนอวี้ฮวากล่าว
“หมายความว่ายังไง”ฉินอวี้ซีหรี่ตาลง
“ทางนั้นแจ้งมาว่าหากครั้งนี้สำนักใดที่ทำผลงานได้ไม่เป็นที่น่าพอใจจะต้องส่งคนไปแนวป้องกันเพิ่มและสำหรับสำนักที่มีอัจฉริยะชั้นยอดปรากฏทางแดนศักดิ์สิทธิ์ก็จะมอบทรัพยากรจำนวนมากให้กับสำนักนั้น”บรรพชนอวี้ฮซากล่าว
“คงไม่ใช่แค่นี้หรอกนะหรือว่าหลายสำนักกำลังเล็งมาที่พวกเรา” ฉินอวี้ซีกล่าว
“ไม่ผิดสายของข้ารายงานว่าทูตคนนั้นเป็นผู้ดูแลการประชัดร้อยสำนักเองและมีหลายสำนักที่รู้ว่าเราและนางไม่ถูกกันทำให้พวกเราตอนนี้ตกเป็นเป้าหมายของสำนักต่างๆแม้ตอนนี้สำนักเราจะมียอดเขากระบี่และยอดเขาเจ้าสำนักที่พอจะมีคนมีฝีมืออยู่บ้างแต่หลายคนส่วนใหญ่ทะลวงขั้นหลอมแก่นปราณไปแล้วไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการประลอง”บรรพชนอวี้ฮวากล่าว
“ก็จริงตอนนี้คนที่พอจะมีฝีมืออยู่บ้างมีแค่ไป๋ซวีของยอดเขากระบี่เท่านั้นเสียดายที่พวกรุ่นเดียวกับเว่ยเอ๋อทะลวงขั้นกันหมดแล้วกลายเป็นผู้อาวุโสกันแล้ว”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ดังนั้นครั้งนี้หากพวกเราไม่อาจสร้างยอดคนขึ้นมาได้เกรงว่า”บรรพชนอวี้ฮวาถอนหายใจ
“ไม่ถูกผู้หญิงคนนั้นจงใจสร้างความลำบากให้พวกเราจริงแต่เป้าหมายของนางไม่ใช่พวกเรานางต้องการบีบให้พวกเราแสดงพลังทั้งหมดออกมาโดยผ่านรุ่นเยาว์ที่ลงแข่งขันเป้าหมายเห็นได้ชัดว่าเป็นอัจฉริยะของพวกเรา......แบบนี้นี่เองนางสัมผัสได้ถึงหยวนเอ๋อในตอนนั้นไม่ผิดแน่นางเห็นว่าหยวนเอ๋อสามารถใช้พลังมิติได้เลยหมายตาหยวนเอ๋อ” แววตาของฉินอวี้ซีกลายเป็นเย็นชาทันที
“หานี่ ทำไมถึงเป็นหยวนเอ๋อได้ละ เขาไปเข้าตานางตอนไหนหรือว่าในวันนั้น” บรรพชนอวี้ฮวาเบิกตากว้าง
“ไม่ผิดนางเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้วดังนั้นตอนที่หยวนเอ๋อใช้พลังมิติออกมาจากแดนลับนางจะต้องสังเกตเห็นแน่บวกกับหน้าตาหยวนเอ๋อเป็นอย่างงั้นนางจะไม่สนใจได้อย่างไรนางสารเลวนี่ข้าจะฉีกนางให้เป็นชิ้นๆ” ฉินอวี้ซีกล่าวด้วยความโกรธแค้น
“แล้วจะทำอย่างไรพวกเราไม่สามารถส่งหยวนเอ๋อเข้าร่วมประลองได้แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่มีใครแล้วที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ของสำนักหากสำนักตกต่ำกว่าเดิมเกรงว่าสภาพจิตใจของศิษย์ในสำนักคง”บรรพชนอวี้ฮวาถอนหายใจ
“ไม่เป็นไรในเมื่อนางอยากจะเห็นเช่นนั้นก็ให้นางเห็นไปเลย ข้าจะให้หยวนเอ๋อเข้าร่วมการประลอง”ฉินอวี้ซีเผยแววตาเย็นชา
‘ท่านคิดจะทำอะไร”บรรพชนอวี้ฮวาเห็นแววตาของฉินอวี้ซีก็เกิดใจคอไม่ดีทันที
“สั่งสอนแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีมีสิทธิ์อะไรมาหมายตาศิษย์ของข้าไม่ต้องกังวลนอกจากข้าแล้วยังมีคนอื่นอีกที่ไม่ยอมอยู่เฉย” ฉินอวี้ซีกล่าว
“เช่นนั้นข้าก็ขอขอบคุณพวกท่านมากหากสำนักผ่านเรื่องนี้ไปได้พวกเราก็จะมีเวลาพักหายใจอีกนานเพียงพอให้สร้างอัจฉริยะขึ้นมาได้”บรรพชนอวี้ฮวากล่าว
ทั้งสองคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนบรรพชนอวี้ฮวาจะเดินลงจากเขามองไปยังเหยาอวิ้นที่บินบนท้องฟ้าด้วยความสนุกสานบรรพชนอวี้ฮวาก็เกิดความคิดบางอย่าง
“หากหยวนเอ๋อสร้างอาวุธเหล่านั้นขึ้นมาได้จริงต่อให้เป็นศิษย์ขอบเขตกลั่นปราณก็สังหารขอบเขตหลอมแก่นปราณได้ถึงตอนนั้นโลกจะเปลี่ยนไปผู้ฝึกตนจะไม่ได้กล้าหยิ่งยโสต่อหน้าคนธรรมดาอีก” บรรพชนอวี้ฮวากล่าวและเผยความคาดหวัง
ฉินอวี้ซีเรียกประชุมด่วนพวกเสี่ยวไป๋ที่ถูกเรียกมารวมตัวกันต่างหรี่ตาลงตอนนี้พวกนางไม่อาจปกปิดฉินอวี้ซีได้แล้วถึงอย่างไรเสี่ยวหลงก็เผยตัวออกไปหมดแล้ว
“ว่ามาเถอะเจ้าต้องการจะให้พวกข้าทำอะไร”เสี่ยวหวงกล่าว
“สั่งสอนคนอีกไม่นานจะมีงานประชัดร้อยสำนักซึ่งแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีเป็นผู้นำในการจัดขึ้นและคนที่ดูแลก็คือทูตคนนั้น” ฉินอวี้ซีกล่าว
“นางมีเป้าหมายอะไรหรือว่าเป็นนายท่าน”เสี่ยวไป๋กล่าว
“ไม่ผิดหากข้าเดาไม่ผิดนางสนใจในพลังของหยวนเอ๋อและต้องการพาตัวกลับไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์แต่เจ้ารู้ไหมว่าแดนศักดิ์สิทธ์ไท่อีมีแต่พวกสวะไม่รู้ว่าเมื่อหยวนเอ๋อถูกพาตัวไปที่นั่นจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง”ฉินอวี้ซีกล่าว
“สารเลวกล้าดีอย่างไรมาหมายตานายท่านเช่นนั้นพวกเราไปทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีอะไรนั่นให้พินาศเลยเถอะ” เสี่ยวไป๋กล่าว
“ข้าก็อยากจะทำเช่นนั้นแต่ว่าหากทำแบบนั้นแดนเซียนจะต้องส่งคนลงมาตรวจสอบถึงตอนนั้นก็ยุ่งยากแล้วตัวตนของพวกเราคง”ฉินอวี้ซีกล่าว
“นางพูดถูกแล้วทางที่ดีอย่าได้ทำให้ตัวตนของพวกเราเปิดเผยเพราะมันจะเดือดร้อนไปถึงนายท่านพวกเราต้องลงมืออย่างเงียบๆก็พอ”เสี่ยวหลงกล่าว
“ชิหากเป็นเมื่อก่อนข้าคงทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่นได้ง่ายๆไปแล้วใยต้องกังวลนู่นกังวลนี่อีก”เสี่ยวหวงกล่าว
“แล้วเจ้ามีแผนอย่างไร” เสี่ยวหลงกล่าว
“ในงานประชัดร้อยสำนักหยวนเอ๋อจะต้องเป็นตัวแทนแน่แล้วหลังจากนั้นพวกเราจะหลอกล่อให้พวกมันลงมือหากพวกมันหมายตาและคิดจะชิงตัวหยวนเอ๋อไปพวกเราก็สามารถใช้ข้ออ้างนี้เล่นงานพวกมันได้ถึงตอนนั้นต่อให้เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ทำอะไรไม่ได้แต่ข้าไม่อาจออกหน้าได้เพราะข้ากำลังถูกแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีตามล่าอยู่ดังนั้นจึงต้องหวังพึ่งพวกเจ้า”ฉินอวี้ซีกล่าว
“เจ้าต้องการจะหลอกให้อีกฝ่ายลงมือเพื่อหาข้ออ้างสินะก็ดีถึงตอนนั้นก็ให้ข้าลงมือเถอะ” เสี่ยวไป๋ฝนเล็บแยกเขี้ยวทันที
“ขอแค่พวกเราไม่ลงมือหนักจนเกินไปพวกนั้นก็จะไม่มีสิทธิ์เอาความพวกเราอีกอย่างข้ามีแดนศักดิ์สิทธ์เหยาฉือหนุนหลังน่าจะสามารถทำให้พวกนั้นไม่กล้าเคลื่อนไหวง่ายๆได้”ฉินอวี้ซีกล่าว