สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 202 ฆ่า...ทั้งหมด!

        พอเห็นผู้รุกรานที่หมดหนทางยังคงหยิ่งจองหอง คนของแซมบอร์ดก็เริ่มโกรธมากขึ้น ดร็อกบาเป็นคนแรกที่ออกมาตอแยกับอัศวินหน้าย่น “บัดซบเอ๊ย เจ้าบ้านี่มาจากไหนกัน? เคยส่องดูใบหน้าอันน่าขยะแขยงของตัวเองบ้างไหม? มารดาเจ้าคลอดออกมาก็เป็นแบบนี้หรือไงวะ?”

         

        ผมขาวเพียร์ซไม่ยอมล้าหลังคู่หูของตัวเอง เขาจ้องอัศวินหน้าย่นเหมือนมองไอ้โง่ตัวหนึ่งและพูดว่า “ข้าเข้าใจถูกไหม? ถึงแม้จะเป็นกลางวันแสกๆ แต่ด้วยใบหน้าแบบนี้ สัตว์อสูรก็ยังกลัว การรุกรานเมืองของเราโดยไม่เจตนาก็เป็นความผิดร้ายแรง แถมยังแสร้งปลอมตัวเป็นอัศวินแห่งราชอาณาจักรเราอีก ข้าหัวเราะจนตูดจะแหกอยู่แล้ว! ทำไมเจ้าไม่บอกว่าตัวเองจักรพรรดิยาซินเสียเลยเล่า?”

         

        วิธีที่สองคนนี้เย้ยหยันอัศวินหน้าย่นรุนแรงพอที่จะฆ่าคนได้

         

        อย่างไรก็ตาม การที่จะกร่างได้ขึ้นอยู่กับการไร้ความกลัว การด่าทอดูหมิ่นอัศวินแห่งราชอาณาจักรจะเป็นความผิดร้ายแรงหรือเล็กน้อยขึ้นอยู่กับว่ามองเรื่องนี้เป็นอย่างไร ดูจากวิธีที่คนทั้งสองปฏิบัติกับอัศวินราชอาณาจักรแล้ว ดูเหมือนจะได้อิทธิพลจากราชาอันธพาลของพวกมัน

         

        “หาที่ตาย!”

         

        อัศวินหน้าย่นกลายเป็นหงุดหงิดสุดๆ คลื่นพลังทั่วร่างลุกโชนขึ้นมา ก่อนจะขยับดาบฟัน คลื่นดาบสองสายปรากฏขึ้นและลอยตรงไปที่คอหอยของเพียร์ซกับดร็อกบาราวกับดาวหางที่ดุร้าย ในช่วงเวลาต่อไป หัวพวกมันก็จะหลุดออกจากคอ

         

        ตูม!

         

        ทันใดนั้นก็เกิดประกายแสงขึ้น

         

        แลมพาร์ดที่เงียบอยู่ก็โผล่ออกมาและต่อยไปหมัดหนึ่ง ลำแสงขนาดเท่ากับเอวปะทะกับคลื่นดาบ เมื่อพลังงานทั้งสองเจอกันก็ระเบิดออกมา พื้นที่รอบๆ สั่นสะเทือน คนที่อยู่ด้านข้างถูกพัดกระเด็น กระทั่งพวกที่มีฝีมือในการป้องกันอยู่บ้างก็ยังถูกพัดไป จากมุมมองของพวกมันแล้ว รู้สึกเหมือนกับพายุทอร์นาโดหมุนอยู่ตรงหน้า บังคับให้พวกมันต้องถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว

         

        และช่วงเวลานี้เองที่บรู๊คเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้น

         

        คำด่าทอเสียดสีของ 'สองอสุรกาย' ได้จุดประกายความคิดอันเหลวไหลและโง่งมให้สว่างวาบอยู่ในหัวของบรู๊ค

         

        เขาเดินหน้าไปหนึ่งก้าวและเตะใส่ไปหนึ่งที ราวกับไม่ได้ตั้งใจ ต่อหน้าต่อตาที่ตกตะลึงจนพูดไม่ออกของคนรอบข้าง เขาเตะตราของอัศวินราชอาณาจักรนั่นลอยไปตกในพุ่มไม้ที่อยู่ห่างไปไกล หลังจากนั้นบรู๊คก็พูดด้วยรอยยิ้มฉลาดแกมโกงบนใบหน้า “เจ้าบอกว่าตัวเองเป็นอัศวินของราชอาณาจักรงั้นหรือ? มีอะไรมาพิสูจน์ได้ไหม? ขอเดาว่าไม่มีล่ะสิ? เฮอะ ช่างไม่กลัวเกรงเอาเสียเลย แสร้งทำเป็นอัศวินแห่งราชอาณาจักร ไม่รู้จักที่ตายจริงๆ ทุกคนอัดมันให้น่วมด้วยทุกอย่างที่ตัวเองมีเลย!"

         

        เห็นได้ชัดว่าเขากำลังโกหก แต่ไม่มีทางที่เขาจะยอมรับแน่!

         

        “ไร้ยางอายนัก...” ดร็อกบาถอนใจ รู้สึกอายแทนบรู๊ค

         

        “ใช่แล้ว ความไร้ยางอายของเขาก็เหมือนกับเจ้าเมื่อก่อนหน้านี้เช่นกัน” เพียร์ซลูบคลำคางตัวเอง

         

        “เจ้า...” หัวหน้าอัศวินหน้าย่นชี้นิ้วไปมาที่พวกเขาอย่างไม่อยากเชื่อ การกระทำที่ไร้ยางอายเช่นนี้ทำให้เขาพูดไม่ออกและใกล้จะคลั่งขึ้นมาแล้ว

         

        ชาวนาไร้ค่าพวกนี้ กล้าทำแบบนี้ได้อย่างไร?

         

        แม้แต่ในความฝันของมันก็ไม่อาจนึกภาพว่า หลังจากแสดงตราของราชอาณาจักรไปแล้วพวกมันไม่เพียงไม่ร้องขอชีวิต กระทั่งรวบรวมความกล้ากัดมันกลับด้วย บอกว่ามันเป็นตัวปลอม ศักดิ์ศรีของผู้นำถูกท้าทายโดยเหล่าชาวนาผู้โง่เขลา จนหลงลืมความโกรธไปชั่วขณะ มันขบกัดฟันทองของตัวเองจนแทบจะแตกได้ทุกเวลา

         

        ช่างสมกับเป็นกลุ่มโจรผู้ร้ายจริงๆ!

         

        แต่ในตอนนี้ ไม่ใช่เวลาที่มันจะมาอวดความภาคภูมิใจ 'อัศวินแห่งราชอาณาจักร' ของมัน

         

        เพราะนักรบของแซมบอร์ดล้วนพุ่งเข้าใส่ และล้อมมันไว้ตรงกลาง

         

        เอเลน่าลงมือเป็นคนแรก ด้วยนิ้วผอมเรียวที่มีเสน่ห์ของเธอ ลูกธนูเวทมนตร์สายฟ้าถูกปล่อยออกไปยังจุดสำคัญของหัวหน้าอัศวินหน้าย่น ในขณะเดียวกันกระแสไฟฟ้าที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่บนร่างของแลมพาร์ดก็ระเบิดออกมาพร้อมจะปล่อยหมัดออกไปอย่างรุนแรง โดยมีกระแสไฟฟ้าแล่นเปรี๊ยะๆ อยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ ดร็อกบากับเพียร์ซที่สวมชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ทอรัสกับแคปปริคอนก็เริ่มปล่อยท่าไม้ตายของตัวเองบ้างแล้ว

         

        แรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

         

        “เจ้าพวกชาวนา ฝากไว้ก่อนเถอะ อีกไม่นาน ข้าจะมาเอาคืนในสิ่งที่พวกเจ้าทำในวันนี้!” อัศวินหน้าย่นรู้ว่ามันไม่อาจจัดการทั้งหมดนี้ได้ จึงกระทืบเท้าลอยออกไป ทิ้งพื้นที่่พังทลายไว้เบื้องหลัง

         

        มันทำได้แค่หนี

         

        แม้ว่าอารมณ์ของมันจะเต็มไปด้วยความโกรธ ต้องการสังหารกลุ่มคนตรงหน้าให้เป็นเนื้อสับ ทว่าแม้จะตกอยู่ในห้วงอารมณ์โกรธเกรี้ยวแต่เขาก็ยังรักษาสติปัญญาไว้ได้เขาตระหนักได้ว่าถ้าพวกชาวนาไม่กลัวตราอัศวินแห่งราชอาณาจักรนี่แล้ว การอยู่ที่นี่ต่อไปแม้เพียงนิดเดียวก็อาจเป็นการแส่หาความตายจริงๆ ฝ่ายตรงข้ามเป็นกลุ่มนักธนูที่มีฝีมือราวกับพระเจ้า ทั้งนักรบระดับสี่ดาวหรือสองดาวต่างก็มีทักษะข่มขู่พวกมัน แทนที่จะยืนหยัดต่อสู้ จะเป็นการดีกว่าถ้ามันหนีไปก่อน และนำกำลังเสริมกลับมาทำลายเมืองเล็กๆนี่ทีหลัง

         

        “เร็วเข้า อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!” บรู๊คหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่คิดว่าหัวหน้าอัศวินหน้าย่นจะนิ่งขนาดนี้และตัดสินใจหนีไป

         

        ตูม ตูม ตูม ตูม!

         

        ลูกธนูน้ำแข็งชะลอความเร็วหลายดอกเชื่อมโยงกันหัวจรดปลายเหมือนกับเส้นใย ลอยตรงไปหาหัวหน้าอัศวินหน้าบากที่อยู่บนฟ้า ความรวดเร็วในการยิงธนูของเอเลน่าสร้างความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้น เร็วเกินกว่าตาเปล่าจะจับภาพทัน

         

        “หมัด...สาย...ฟ้า!”

         

        แลมพาร์ดแผดเสียง ลำแสงสีเงินหลายสายระเบิดออกมาจากหมัดของเขากระแสไฟฟ้าหลายเส้นทำลายคลื่นพลังป้องกันสำหรับอัศวินที่อยู่บนฟ้า เสียงเต็มฟ้าราวกับสิ้นโลก จนผู้เฝ้ามองตื่นตระหนก

         

        ยอดฝีมือทั้งสองของแซมบอร์ดก็มีการตอบสนองอย่างรวดเร็วเช่นกัน

         

        ทั้งสองปล่อยไม้ตายของตัวเองในเวลาเดียวกัน เพื่อบังคับให้อัศวินหน้าย่นรั้งอยู่แทนที่จะหลบหนีไป

         

        หัวหน้าอัศวินหน้าย่นหัวเราะกับความพยายามอันเล็กน้อยของคนพวกนี้ และสวนกลับด้วยคลื่นดาบที่เปล่งประกายในอากาศ ทำลายลูกธนูและลำแสงของหมัดสายฟ้าซึ่งอยู่ห่างจากมันเกินหนึ่งเมตร

         

        ความแข็งแกร่งของเขาสูงมากประกอบกับประสบการณ์ต่อสู้ที่ล้นปรี่เพราะฉะนั้น การจะหยุดเขาคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

         

        ภายในไม่กี่ก้าว มันก็ห่างออกไปสองเมตรแล้ว

         

        “ฮ่าๆ ครั้งหน้าข้าจะกลับมาที่นี่ พวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย...” เสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายของอัศวินหน้าย่นดังขึ้นจากเส้นขอบฟ้า เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ไกลเกินไปที่จะไล่ตาม

         

        “โชคร้ายจริงๆที่พวกเราปล่อยให้มันหนีไปได้...” บรู๊คถอนใจ เพิ่งจะวางแผนแก้ไขปัญหาเรื่องนี้แท้ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ต้องการสร้างความวุ่นวายใดๆให้กับซุนเฟยที่ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง

         

        “มันจะไม่มีครั้งต่อไปหรอกนะ” จู่ๆ ก็เสียงเรียบๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งโผล่ขึ้นมา

         

        เมื่อเสียงพูดจบลง ทันใดนั้นก็มีประกายแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นมาพร้อมกับอากาศที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าถูกฉีกออกกว้าง กลายเป็นประตูมิติสีฟ้าที่สูงกว่าสองเมตรปรากฏออกมา วินาทีถัดมาก็มีเงาแสงสีแดงทะยานออกมาจากประตูมิติสีฟ้าอย่างรวดเร็วที่น่าตกใจก็คือ เงาร่างที่กำลังทะยานอยู่ในอากาศว่องไวมากเสียจนยากจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ประหนึ่งเงาภูติผีพราย ร่างนั้นไม่ได้ระเบิดคลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวหรือแม้แต่ท่วงท่าที่สวยงามตระการตาแต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหัวหน้าอัศวินหน้าย่นจากนั้นก็มีเงาร่างที่เหมือนกับขอนไม้ร่วงตกลงพื้น จากนั้นก็แน่นิ่งไป

         

        และเงาสีแดงก็ลอยกลับเข้าประตูมิติเสียงวิ้งๆ ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ประตูมิติสีฟ้าจะหายไป

         

        เรื่องทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นในชั่วพริบตา

         

        รวดเร็วจนไม่มีใครตอบสนองได้ทัน

         

        มีเพียงไม่กี่คนที่ได้เห็นสตรีปริศนา

         

        เอเลน่า แลมพาร์ดสองอัศวินโกลด์เซนต์ บรู๊คและคนอื่นๆ ต่างพากันตกตะลึงพวกเขาจำได้ว่าหญิงนางนี้เป็นคนที่ปรากฏตัวขึ้นมาใน 'เมืองวีรบุรุษ' ที่เขาวงกตใต้ดินในฐานะอาจารย์ผู้สอนวิชาการต่อสู้ที่เก็บตัวเป็นอย่างมากนางสอนวิชาพื้นฐานสุดๆ ไม่มีใครเชื่อว่าฝีมือแท้จริงของนางจะสูงมากขนาดนี้ แม้แต่ยอดฝีมือสี่ดาวระดับสูงสุดยังไม่อาจรอดจากการลงมือเพียงครั้งเดียวของนาง เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าพวกเขาละเลยวิชาเรียนของนางแล้ว ดร็อกบากับเพียร์ซก็มองหน้ากัน ตัวสั่นเทาและเหงื่อเย็นเยียบก็ไหลออกมา

         

        หลังจากเงียบงันไปชั่วเวลาหนึ่ง แลมพาร์ดก็ทะยานออกไป ผ่านไปไม่กี่ช่วงลมหายใจเขาก็ลากตัวอัศวินหน้าย่นกลับมาแล้วโยนลงบนพื้นต่อหน้าทุกคน

         

        “มันยังไม่ตาย” แลมพาร์ดพูด

         

        หัวหน้าอัศวินหน้าย่นหวาดกลัวมาก

         

        ร่างลึกลับปรากฏขึ้นจากไหนไม่รู้ ไม่เพียงแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่การเคลื่อนไหวก็ยังไม่อาจอธิบายได้เช่นกัน ด้วยความแข็งแกร่งของเขา ยังไม่อาจตอบสนองการโจมตีครั้งเดียวของผู้หญิงลึกลับนั้นได้ และถูกปิดผนึกพลังกับจำกัดการเคลื่อนไหว นอกเหนือจากการคุยด้วยปากแล้ว มันไม่อาจขยับสักนิ้วได้เลย

         

        “พวกเราจะจัดการกับมันอย่างไรดี?” แลมพาร์ดเอ่ย

         

        บรู๊ครำพึงกับฝูงชน นี่เป็นคำถามที่ค่อนข้างยาก

         

        เขารู้ดีว่าอัศวินหน้าย่นนี่น่าจะเป็นอัศวินของราชอาณาจักรจริงๆ เพราะทั้งราชอาณาจักรเซนิท มีเพียงไม่กี่คนที่มีอำนาจมากพอที่จะสั่งการนักรบระดับสี่ดาวให้ทำงานได้ แต่อัศวินพวกนี้กลับติดตามราชาของแบล็คสโตน ชื่อสุ่ยกับเธรซมาโจมตีเมืองแซมบอร์ด แสดงว่าทางราชอาณาจักรต้องการที่จะทำลายเมืองแซมบอร์ดงั้นหรือ? แต่หลังจากครุ่นคิดอย่างจริงจังแล้วก็ดูไม่เข้าทีเอาเสียเลย ถ้าอยากทำลายเมืองแซมบอร์ดจริงๆอัศวินแห่งราชอาณาจักรทั้งหมดก็ควรมาปรากฏตัวที่หน้าเมืองแซมบอร์ด คงไม่ใช่แค่ส่งทหารม้าเกราะดำที่นำโดยสามราชาพวกนี้ มันต้องมีสาเหตุพิเศษอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อย่างแน่นอน

         

        เขาไม่สนใจหัวหน้าอัศวินหน้าบาก หันส่งสายตาให้กับ 'สองอสุรกาย' ดร็อกบากับเพียร์ซ

         

        ดร็อกบากับเพียร์ซเข้าใจในเจตนาของเขา

         

        เสียงหักนิ้วดังลั่นพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเจตนาร้าย พวกเขากระชากตัวราชาของเธรซแบล็คสโตน และซื่อซุยอย่างรุนแรงโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องของพวกนั้น แล้วลากเหมือนกับกำลังลากหมูตายไปยังทุ่งหญ้าด้านหลังเนินเขา

         

        ไม่ช้า เสียงกรีดร้องของเหล่าราชาก็เงียบหายไป

         

        ต่อมาก็มีเสียงชกผสมกับเสียงตบเป็นพายุ จากนั้นก็เป็นเสียงกรีดร้องอ้อนวอนจากสามราชา ผสมกับเสียงหัวเราะและแผดเสียงที่น่าขนลุกดังออกมาจากทุ่งหญ้าหลังเนินเขานั่น ลอยเข้ามาในหูของทุกคน

         

        หลังจากนั้นสักพัก 'สองอสุรกาย' ก็ลากสามราชาที่จมูกหักฟันร่วงลงมาจากยอดเขา

         

        ดร็อกบากระซิบที่หูของบรู๊ค บอกเขาทุกอย่างที่ได้จากการทรมานสามคนนั้นอย่างละเอียด

         

        บรู๊คพยักหน้า ความหนักอึ้งในใจสุดท้ายก็ผ่อนคลายลง

         

        เหมือนกับที่เขาคิดไว้แต่แรก สี่อัศวินนั่นไม่ได้มาเพราะคำสั่งของราชอาณาจักรกลับกัน พวกเขาถูกสั่งการโดยหนึ่งในสิบอัศวินผู้ตัดสินแห่งราชอาณาจักร พวกมันเป็นผู้ติดตามอันภักดีของอัศวินอาทิตย์ทองคำซัตตันมาช่วยสามราชามาทำลายเมืองแซมบอร์ด การกระทำของพวกมันไม่ได้เป็นตัวแทนของราชอาณาจักร

         

        ข้อเท็จจริงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคิด แต่หลังจากรับทราบความจริง เขาจะจัดการนักโทษสี่คนนี้อย่างไรดี?

         

        พอรู้สึกได้ถึงสายตาอันเย็นชาของบรู๊ค ถึงแม้หัวหน้าอัศวินหน้าย่นจะขยับมือไม่ได้ แต่ก็ยังคงรักษาท่าทีดุร้ายของตัวเองไว้ ส่วนราชาทั้งสามคนนั้นที่โดน 'สองอสุรกาย' ทรมานกำลังสำนึกเสียใจและกรีดร้องราวกับว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้

         

        “ฆ่า!” บรู๊คพูดโดยไร้ความกลัว เขารีบทำการตัดสินใจ

         

        “เจ้า...เจ้ากล้า?” หัวหน้าอัศวินหน้าบากแผดเสียง ในน้ำเสียงแฝงความข่มขู่

         

        แต่กะโหลกของมันก็ถูกทำลายโดยดร็อกบาเมื่อไร้คลื่นพลังคอยปกป้องกาย มันจึงง่ายที่จะถูกทุบให้แตก อัศวินโกลด์เซนต์ทอรัสขยี้เท้าตัวเองที่เปื้อนเลือดและสมองของอัศวินหน้าย่นลงกับพื้น โดยที่ไม่ใส่ใจกับท่าทางขยะแขยงของฝูงชน เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทะนงว่า “เห็นชัดๆว่าก้อนหินแข็งกว่ากะโหลกของยอดฝีมือ!”

         

        อีกด้านหนึ่งเหล่าเทศกิจก็ยกมีดของตัวเองขึ้นมา ร่างกายของสามราชาที่ฉี่แตกรดกางเกงพยายามร้องอ้อนวอนไม่กี่วินาทีก่อน ก็ถูกผ่าออกเป็นสองท่อน

         

        -----------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.13M 1288
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
5.95M 1357
หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
449K 1017
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
[จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

[จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.22M 3696
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
489K 1390
(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

นิยาย แฟนตาซี
146K 134