ใน พระราชวัง
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา...” จู่ๆองค์หญิงหยางเซียงก็ถูกฮ่องเต้เรียกพบ
“ลุกขึ้นเถอะหยางเซียง ไม่ต้องมากพิธี”
“ขอบพระทัยเพคะ”
“่นี้ข้าได้ยินมาว่าเ้ามีการละเล่นใหม่ทำไมเ้าไม่มาชวนข้าไปเล่นด้วยบ้างละ” ฮ่องเต้ พูดกับองค์หญิงหยางเซียงพร้อมหันมายิ้มให้
“เอ่อ...หม่อมฉัน...”
“่นี้เ้าเบื่อใช่หรือไม่ ถึงเอาแต่ะโข้ามกำแพงไปมาทำไมไม่ออกทางประตูดีๆ” ฮ่องเต้หันมานั่งคุยกับองค์หญิงหยางเซียง
“หม่อมฉันเบื่อเพคะ...แต่ต่อไปคงไปไม่ได้แล้วเพคะ” พูดจบองค์หญิงหยางเซียงก็ทำหน้าเศร้า ทำให้ฮ่องเต้คิดไปเองว่าองค์หญิงหยางเซียงคงกลัวจะโดนทำโทษเป็แน่
“ข้าไม่ได้จะลงโทษเ้าเสียหน่อย ข้าแค่ถามเ้าเท่านั้นว่าไง ข้างนอกมีเื่สนุกอะไร เล่าให้ข้าฟังหน่อย”
“ไม่มีเื่สนุกหรอกเพคะ มีแต่ของอร่อยเพคะอร่อยจนห้องเครื่องในวังยังเทียบไม่ได้เลยเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงโอ้อวดต่อฮ่องเต้เพราะอยากจะให้รู้ว่าตนนั้นไปเจอของดีมา เพราะฮ่องเต้มักตรัสเสมอว่าอาหารในวังนั้นดีเลิศกว่าประชาชนธรรมดา
“จะเป็ไปได้ยังไง ข้าว่าเ้าแค่อยากจะพูดข่มข้าเท่านั้นแหละ”
“สุดแล้วแต่ฝ่าาเลยเพคะ พระองค์ให้หม่อมฉันเล่าให้ฟังหม่อมฉันก็เล่าแล้วเพคะ”
“เื่มีแต่นี้หรือ!!ที่เ้าปีนออกไปบ่อยๆเพียงแต่ของอร่อย เท่านั้นหรือ” ฮ่องเต้ทำหน้าประหลาดใจกับความคิดของสตรีตรงหน้าเพราะั้แ่เล็กจนโต เขาไม่เคยตามความคิดขององค์หญิงหยางเซียงทันเลยสักครั้ง
องค์ฮ่องเต้ อ๋องจินอู่และองค์หญิงหยางเซียง ล้วนแต่โตมาด้วยกัน พอเติบใหญ่เขาได้เป็ฮ่องเต้ แต่ด้วยกฎมณเฑียรบาลทำให้อ๋องจินอู่ผู้เป็พระอนุชาต้องออกไปอยู่นอกวังหลวงและไม่มีสิทธิ์รับราชการเขาเลยมอบทรัพย์สมบัติและกิจการที่สำคัญเป็การตอบแทนให้แก่พระอนุชาเป็การชดเชย ส่วนองค์หญิงหยางเซียงนั้นเป็ทั้งสหายและนางใจดวงใจเขาก็ไม่สามารถรับนางเอาไว้ได้ด้วยเหตุผลของการถ่วงดุลอำนาจในราชสำนัก ครั้นจะรับมาเป็พระสนมก็กลัวจะไม่สมฐานะขององค์หญิงหยางเซียง เขาจึงทำได้แค่มอบนางในดวงในผู้นี้ให้แก่พระอนุชาของตน
แต่หลายเดือนมานี้ ขันทีคนสนิทมักจะมารายงานเสมอว่าองค์หญิงหยางเซียงแอบหนีออกจากวังโดยการปีนกำแพงด้านหลังไปเช้าเย็นกลับอยู่บ่อยครั้ง เดิมทีเขาคิดว่าองค์หญิงหยางเซียงอาจจะแอบไปหาพระอนุชาของตนแต่พอมาคิดๆดูแล้วหากนางไปจริงก็ไม่จำเป็ต้องแอบหรือลักลอบอะไร เพราะองค์หญิงหยางเซียงก็อยู่ในฐานะพระคู่หมั้นสามารถออกไปพบเจอกันได้อย่างเปิดเผย
“มีร้านบะหมี่ร้านนึงเพคะ อร่อยมาก อร่อยจนเหมือนได้ขึ้น์เลยเพคะ”
“เ้ามันคนตะกละ” ฮ่องเต้พูดค้อนกลับอย่างไม่เชื่อ
“เฮ้อ...คนไม่เคยขึ้น์จะรู้ได้อย่างไรว่า์มีจริงกันละเพคะ”องค์หญิงหยางเซียงตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้วเ้าจะไปอีกเมื่อไหร่”
“คงไปไม่ได้แล้วเพคะ เพราะถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าร้านหรือแม้แต่เดินผ่านหน้าร้านก็ยังไม่ได้เลยเพคะ”สิ้นประโยคขององค์หญิงหยางเซียงทำเอาฮ่องเต้ประหลาดใจไม่น้อย
“แบบนี้มีด้วยหรือ ทำไมกัน เขาขายดีจนไม่ง้อลูกค้าเลยหรือไร”
“ไม่ใช่เพคะ เพราะท่านอ๋องเลยเพคะ ไปมีเื่กับเถ้าแก่เข้าเขาเลยไม่ให้เราเป็ลูกค้าแล้วเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงพูดด้วยอารมณ์โมโหนิดๆยามพูดถึงเื่นี้
“งั้นเ้าคงต้องไปหาร้านอื่นแล้วละ อย่าได้ใส่ใจเลย”ฮ่องเต้พูดจบก็ยกน้ำชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนจะกล่าวอีกนิด
“ั้แ่ครั้งหน้าเป็ต้นไป เ้าไม่ต้องแอบปีนกำแพงข้ามไปอีกแล้วน่ะหากเกิดเื่กับเ้า ข้าจะทำยังไง เ้าออกประตูหน้าเถอะ แล้วนำคนติดตามไปด้วยอย่าไปเพียงลำพัง”ฮ่องเต้กล่าวกับองค์หญิงหยางเซียงพร้อมยื่นป้ายผ่านทางส่วนพระองค์ให้
“ขอบพระทัยเพคะ ฝ่าา!แต่ป้ายนี้ดูจะมากเกินไปเพคะ ขอป้ายที่ใช้เข้าออกก็พอเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงต่อรองอีกรอบเพราะฮ่องเต้เวลาจะประทานอะไรให้ตนแต่ละที ชอบเล่นใหญ่เกินจริงเบบนี้เสมอ
“ข้าไม่มี มีแค่ป้ายนี้เท่านั้น เ้ารับไปเถอะ”
“แต่ป้ายนี้เข้าได้แม้พระทั้งห้องบรรทมของพระองค์เลยนะเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงรับไว้ด้วยความลำลากใจ เพราะแม้แต่ฮองเฮาก็ไม่มีสิทธิ์ได้ถือป้ายนี้เลยหากเื่ถึงหูฮองเฮาเข้าคงงานเข้าแน่ๆ
“ไม่เพียงแต่ห้องบรรทมย่างที่เ้าเข้าใจ ห้องลับก็ต้องใช้ป้ายนี้จำไว้ ในแผ่นดินนี้ มีเพียง2ชิ้นเท่านั้น อยู่กับเ้าแล้ว1ชิ้น”
“เพคะฝ่าา...” องค์หญิงหยางเซียงตอบรับเบาๆ
“แต่ครั้งหน้าข้าจะไปด้วยนะ ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าอร่อยจนขึ้น์เนี่ยะ เป็ยังไง!”
...์หรือ เ้าไงหยางเซียง เ้าเป็์ของข้า ... แต่การพบกันของเราในแต่ละครั้งข้าต้องนั่งคิดนอนคิดหาวิธีมากมายเพื่อจะได้พบเ้า ทำอย่างไรที่จะทำให้เ้าไม่ด่างพร้อยทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม ทำอย่างไรจะให้เ้าอยู่ในสายตาของข้า หากเ้าไม่ได้อยู่ในฐานะองค์หญิงคงจะดีข้าคงทำอะไรได้สะดวกกว่านี้ ...
...............................................................
5 วันผ่านไป
องค์หญิงหยางเซียงและฮ่องเต้นัดเจอกันที่ประตูหน้าโดยมีการนัดแนะจากองค์หญิงหยางเซียงว่าให้ใช้นามแผง ทำตัวเป็คุณชายบ้านรวยก็พออย่าเปิดเผยว่าคือผู้ใด
“ข้าจะใช้ชื่อว่า หยางตี้หลุน เรียกว่า ตี้หลุ่นก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ตั้งนามสมมุติตัวเองเสร็จ เขาทั้งคู่ก็ออกเดินทางทันทีโดยมีองครักษ์แอบตามอยู่ห่างๆและทันทีที่เดินถึงร้าน ทั้งคู่ต่างก็พากันเดินเข้าไปข้างในทันทีแต่ยังเดินไปไม่ถึง 3 ก้าวก็โดนเสียงคนผู้นึงทักท้วงขึ้นมา
“กระหม่อมบอกแล้วว่า ไม่ให้องค์หญิงเสร็จมาที่นี่อีกเหตุใดยังมาอีกละพะยะคะ” ตี้ไหลข่าที่ยืนดักอยู่ประตูทางเข้าร้าน
“ตี้ไหลข่า เ้ามีเหตุผลหน่อยข้าไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมเ้าต้องเหมารวมด้วยล่ะ”
“ขอองค์หญิงหยางเซียงโปรดเข้าใจด้วยเพราะท่านคือคู่หมั้นคนสารเลวนั่นยังไงละ กระหม่อมถึงท่านเข้าร้านไม่ได้” ตี้ไหลข่าโต้กลับอย่างไม่เกรงใจ
“น้องชายข้าคือหยางตี้หลุน เรียกข้าว่าตี้หลุนก็ได้ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่ก่อนหน้านี้ ข้าแค่มากินข้าวเหตุใดเ้าต้องทำเป็เื่ใหญ่ไปได้ เื่ก็ผ่านมาแล้ว ลืมๆมันไปไม่ได้หรือ” ฮ่องเต้ที่ยืนฟังอย่างไม่เข้าใจนักกับเื่ที่เกิดขึ้น เพราะองค์หญิงหยางเซียงก็ไม่ได้เล่าให้ฟังโดยละเอียดแต่ก็อยากจะช่วยเจรจา แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากพูดไปแล้วกลับทำให้ตี้ไหลข้าโมโหกว่าเดิม
“ลืมเหรอ เ้าพูดง่ายดีน่ะ คนสารเลว! ไปซะ ไปร้านอื่น ที่นี้ไม่ต้อนรับ มาด้วยกันก็พวกเดียวกัน ข้านับเหมารวมหมดนั่นแหละ”ตี้ไหลข้ายังคงยืนกันไม่ให้เข้าอยู่ดี จนทั้งคู้ต้องล่าถอยออกมาก่อนถอยออกมาตั้งหลักที่ร้านน้ำชาเพื่อถามองค์หญิงหยางเซียงถึงเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
“หยางเซียงเ้าบอกข้า เกิดเื่อะไรขึ้นคนสารเลวที่คนคนนั้นพูดถึง คือใคร ใช่จินอยู่หรือไม่” ฮ่องเต้ถามองค์หญิงหยางเซียงที่นั่งหน้าหงอยอยู่ตรงหน้า
“เพคะ เอ้ย! เ้าคะ คนที่ตี้ไหลข่าพูดถึงคือน้องชายท่านเอง”
“พวกเขามีเื่อะไรกัน เ้าพูดมาให้หมด”
“ข้าพูดได้หรือเ้าคะเดี๋ยวน้องชายท่านก็จะหาว่าข้าขี้ฟ้องอีก”
“เ้าพูดมา หากเื่นี้ทำคนอื่นเดือดร้อนอย่างไม่เป็ธรรมข้าปล่อยไปไม่ได้”
“ข้าจะเล่าแค่ในสิ่งที่ข้าเห็นนะเ้าคะเื่อื่นท่านคงต้องไปถามน้องชายท่านเอาเอง”
องค์หญิงหยางเซียงตัดสินใจเล่าถึงเหตการณ์ในวันที่ฉีซื่อกลับมาที่ร้านด้วยสภาพที่ยับเยินให้ฮ่องเต้ฟังอย่างละเอียดผ่านทางมุมมองของตน ทำให้ฮ่องเต้อยากจะพบฉีซื่อสักครั้ง
...ฉีซื่อผู้นี้น่าสนใจยิ่งนัก คนที่ทำให้น้องชายของตน ทำเื่ที่ขาดสติได้ถึงขนาดนี้...
-----------------------------------------------
ณ ประตูหน้า ทางเข้าพระราชวัง
“วันนี้หม่อมฉันต้องขออภัยฝ่าาเพคะ ที่ทำให้พระองค์ไปเสียเที่ยวไม่ได้เสวยของอร่อยเลยเพคะ”
...เสียเที่ยวอะไรกันเซียงหยาง ข้าเผ้าฝันจะได้เดินเคียงเ้าในทุกที่มานานแล้ว เดินไปตามท้องถนนท่องเที่ยวไปทั่วในเมืองหลวง ได้ซื้อของที่เ้าอยากได้ให้เ้า พอเหนื่อยหรือหิวก็พากันแวะพักผ่อนไปเรื่อยในที่สุดวันนี้ก็มาถึง หวังว่าจะได้ออกไปเที่ยวเล่นแบบนี้กับเ้าอีก...
“ไม่เป็ไร ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน รอให้ข้าจัดการปัญหาที่จินอู่ไปก่อไว้ให้เสร็จก่อนนะ”
“ฝ่าาจะทรงทำเช่นไรเพคะ”
“เ้าอย่าห่วงเลย ข้าไม่ปะาเขาหรอก องค์หญิงหยางเซียง่นี้เ้าก็ทนเบื่อหน่อยก็แล้วกันข้าจะรีบจัดให้เ้าให้ไวที่สุดอย่างแน่นอน”
“ขอบพระทัยเพคะ ฝ่าา”
องค์หญิงหยางเซียงกล่าวอำลาฮ่องเต้และขอตัวกลับตำหนักทันทีหลังจากองค์หญิงไปลับตาแล้ว ฮ่องเต้ก็สั่งให้ขันทีคนสนิทไปแจ้งแก่อ๋องจินอู่ให้ข้ามาพบในวังในพรุ่งนี้เช้าและสั่งให้องครักษ์ไปสืบเื่ราวของเถ้าแก่ร้านบะหมี่ที่มีนามว่า “ฉีซื่อ” มาอย่างละเอียด