แสงเซียนปะทุออกความโกลาหลขึ้นๆ ลงๆทำให้ทุกคนเห็นการต่อสู้เหนือรังของพญาปักษากรงเล็บเพลิงได้อย่างชัดเจน
“เขากลับสามารถต่อสู้กับราชันเซียนอมตะอมตะได้จริงๆ!”
“พวกเราคิดผิดแล้ว!”
ทุกคนต่างตกตะลึงจ้องมองร่างของซูฉางเซิง ยากที่จะเชื่อและยอมรับความจริงนี้ได้
มีกึ่งราชันเซียนอมตะมาถึงแล้วแต่ถูกราชันเซียนอมตะขัดขวาง ทำให้พวกเขาสามารถมาถึงที่นี่ได้เท่านั้น
เดิมทีคิดว่าเป็นการต่อสู้ที่รู้จุดจบอยู่แล้ว แต่กลับได้เห็นภาพตรงหน้า!
ซูฉางเซิงใช้พลังของตนเองต่อสู้กับหร่านจุนผู้เป็นอมตะโดยไม่แพ้ฉากนี้ช่างน่าตกตะลึง ทำให้กึ่งราชันเซียนอมตะทั้งสามถึงกับตะลึงงัน
ซูฉางเซิงรายล้อมไปด้วยแสงเซียนให้ความรู้สึกราวกับผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชน ดูเหมือนไม่ใช่คนในยุคนี้
“นี่มัน...เซียนแห่งโลกมนุษย์รึ!”
“ในอดีตที่ผ่านมาแทบไม่มีผู้ใดก้าวไปถึงขั้นนี้ได้ในระดับจักรพรรดิ ช่างน่าทึ่งยิ่งนักไม่น่าแปลกใจว่าด้วยเหตุใดเขาถึงสามารถใช้ระดับจักรพรรดิปะทะกับราชันเซียนอมตะได้!”
กึ่งราชันเซียนอมตะผู้หนึ่งกล่าวเหตุผลเขาอยู่รอดมาตั้งแต่ยุคโบราณกาลเป็นผู้เฒ่าโบราณที่แทบไม่มีผู้ใดมีความรู้มากเท่าเขา!
“เป็นเซียนแห่งโลกมนุษย์จริงๆด้วย!”
มีเซียนอมตะขั้นสูงสุดอุทานออกมาดวงตาเปล่งประกายด้วยความยินดีการดำรงอยู่เช่นนี้ไม่อาจเรียกว่าจักรพรรดิได้อีกต่อไป ซูฉางเซิงได้ก้าวข้ามขีดจำกัดและอยู่เหนือเซียนอมตะไปแล้ว
เป็นการดำรงอยู่ที่หายากยิ่งกว่าราชันเซียนอมตะเสียอีก!
เซียนแห่งโลกมนุษย์ทุกคนหากไม่ตาย ก็สามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งในหมู่ราชันเซียนอมตะได้!
“ไม่น่าแปลกใจว่าด้วยเหตุใดเขาถึงสามารถปะทะกับราชันเซียนอมตะได้!”กึ่งราชันเซียนอมตะอีกคนกล่าวด้วยความทึ่ง
เซียนอมตะขั้นสูงสุดของวิหารเซียนอมตะ ดวงตาฉายแววสงสัยแต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าซูฉางเซิงจะเป็นคู่ต่อสู้ของหร่านจุนผู้เป็นอมตะจึงวางใจ
ในหมู่ราชันเซียนอมตะแห่งโลกความมืดชื่อเสียงของหร่านจุนผู้เป็นอมตะก็สูงส่ง หาผู้ใดเทียบได้ยาก
ครั้งนี้การที่ได้รับสิทธิ์ให้ลงมาเพียงคนเดียวคือหร่านจุน ก็เพราะความแข็งแกร่งของเขานั่นเอง
ซูฉางเซิงยกมือขึ้นย้ายเหล่าอัจฉริยะทั้งหมดในรังของพญาปักษากรงเล็บเพลิงออกมามองหร่านจุนผู้เป็นอมตะด้วยสีหน้าสงบ
แสงเซียนและปราณอมตะผสมผสานกันและกัน หร่านจุนผู้เป็นอมตะยืนยันว่าบุคคลตรงหน้าคือซูฉางเซิง
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือความแข็งแกร่งของคนผู้นี้เกินความคาดหมายของเขาไปมาก ในความคิดของเขา ซูฉางเซิงคงเป็นผู้เฒ่าที่ไม่ยอมตายกลับชาติมาเกิดถึงได้ใช้เวลาไม่ถึงหมื่นปีกลายเป็นคนที่เทียบเท่าราชันเซียนอมตะได้
คนผู้นี้มีค่าพอที่เขาจะให้ความสำคัญ
“มือของข้าเปรอะเปื้อนเลือดของราชันเซียนอมตะไปแล้วไร้ผู้ใดเทียบได้!”
“บัดนี้เจ้าก็จะเป็นหนึ่งในผลงานวีรกรรมของข้า!”
เขาจ้องมองซูฉางเซิง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้ามีชีวิตอยู่มานานเกินไปจิตใจที่ไร้ผู้ใดเทียบทานได้ของเจ้าได้เน่าเปื่อยไปแล้ว บัดนี้ข้าจะสังหารเจ้า!”
ซูฉางเซิงกล่าวอย่างสงบในคำพูดแฝงไปด้วยรังสีอาฆาตฟันอันไร้สิ้นสุด สั่นสะเทือนไปทั่วสวรรค์
หร่านจุนผู้เป็นอมตะโกรธจัดวันนี้เขาจะต้องอาบเลือดของราชันเซียนอมตะ ตัดหัวของซูฉางเซิงและแขวนไว้บนธงรบอมตะเขาจะทำให้คำโอหังของเขาต้องชดใช้!
ทุกคนเห็นว่าราชันเซียนอมตะถูกซูฉางเซิงยั่วยุให้โกรธทำให้พวกเขากระวนกระวายใจ
เมื่อราชันเซียนอมตะโกรธจะมีศพกองเป็นภูเขานับหมื่นลี้ มันจะเป็นความโกลาหลที่มืดมิดที่สุดดินแดนสวรรค์หลายสิบแห่งจะต้องเผชิญกับหายนะ
แม้ว่าหร่านจุนผู้เป็นอมตะจะกลายเป็นราชันเซียนอมตะมานานแล้วแต่เขาก็ยังอยู่ในช่วงยุคทอง กาลเวลาไม่เคยทิ้งร่องรอยไว้บนตัวเขา เขาดูสง่างามมีรังสีอาฆาตรุนแรง ชุดเกราะทองคำของเขามีรอยเลือดสีดำนั่นคือรอยที่เลือดของราชันเซียนอมตะไหลผ่าน
ไม่อาจล้างออกได้และเขาถือว่ามันเป็นเกียรติ!
ดวงตาทั้งสองของซูฉางเซิงเปล่งแสงเซียนมือของเขาค่อยๆ ยกขึ้น กระบี่เซียนอมตะต้าหลัวปรากฏขึ้นในมือของเขาจับไว้อย่างแน่นหนา
นี่จะเป็นการต่อสู้ที่นองเลือดอย่างแน่นอนระดับเซียนแห่งโลกมนุษย์ของเขายังไม่สมบูรณ์ ขาดรอยประทับแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
พวกเขากำลังเผชิญหน้ากันต้องการที่จะเห็นจุดอ่อนของอีกฝ่าย หร่านจุนผู้เป็นอมตะอยู่ในขอบเขตของราชันเซียนอมตะมานานพอเขาไม่กลัวที่จะต่อสู้กับผู้ใด
กระบี่เซียนอมตะต้าหลัวชี้ไปยังหร่านจุนผู้เป็นอมตะ รังสีอาฆาตฟันโหมกระหน่ำปราณกระบี่กรีดรอยแตกในความว่างเปล่า น่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ไม่มีผู้ใดสามารถยืนอยู่ใกล้พวกเขาได้ในระยะร้อยจ้างแม้แต่กึ่งราชันเซียนอมตะก็ทำไม่ได้นี่เป็นผลจากแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวระดับราชันเซียนอมตะ ทำให้สิ่งมีชีวิตนับล้านหยุดนมัสการและก้มหัว!
ซูฉางเซิงราวกับขุนเขาเซียนโบราณขวางราชันเซียนอมตะไว้เบื้องหน้า ในขณะเดียวกันร่างกายของเขาปล่อยแสงเซียนออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนราวกับในหม้อเซียนนิรันดร์กำลังก่อกำเนิดต้นกำเนิดแห่งเซียน
ปลดปล่อยปราณอันน่าตกตะลึงทะลุจักรวาล เบียดเสียดเต็มท้องฟ้า
สงครามใกล้ปะทุขึ้นไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้!
หม้อหลอมปฐมกำเนิดแห่งสรรพสิ่งทั้งหลายบินออกมาลอยอยู่เหนือศีรษะของซูฉางเซิง ปราบปรามจักรวาลและแยกดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนออกจากกันไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ระดับราชันเซียนอมตะ
“ปัง!”
สงครามระดับโลกปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์จากนั้นความว่างเปล่าก็พร่ามัว คลุมเครือ ราวกับกำลังเปิดโลกสร้างจักรวาลใหม่!
“ข้าไม่เคยเห็นเจ้าในอดีต!”
หร่านจุนผู้เป็นอมตะคำรามออกมาด้วยความประหลาดใจภาพสะท้อนของซูฉางเซิงในแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้นว่างเปล่า
เขาลงมืออย่างไม่หยุดยั้ง ซูฉางเซิงจะต้องถูกสังหารณ ที่นี้ มิฉะนั้น ในอนาคตจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เมื่อเขาลงมือดวงดาวมากมายภายนอกดินแดนศักดิ์สิทธ์ต่างก็สั่นไหวจักรวาลอันกว้างใหญ่ต่างสั่นสะเทือน สัมผัสได้ถึงปราณของราชันเซียนอมตะฉากนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไป เหนือจินตนาการและทำลายล้างโลก
“ราชันเซียนอมตะ!”
ผู้ที่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดต่างส่งเสียงเรียกทุกคนที่ตกสู่ความมืดมิดต่างคุกเข่าลง พวกเขาตื่นเต้น ดวงตาคลั่งไคล้การที่ได้รับราชันเซียนอมตะเป็นผู้ชี้นำให้เข้าสู่แสงแห่งความเป็นอมตะถือเป็นเกียรติของพวกเขา!
ปราณอมตะแห่งความมืดแผ่ขยายออกไปราวกับทะเลอันกว้างใหญ่ กำลังจะเข้าครอบงำดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนทั้งหมด!
อาวุธอมตะสีทองผ่านการชำระล้างจากแม่น้ำแห่งกาลเวลา มันสั่นสะท้านปล่อยรังสีอาฆาตฟันที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ต้องการที่จะทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนให้แตกสลายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
“ตูม!”
กระบี่เซียนอมตะต้าหลัวฟันไปข้างหน้าปะทะกับอาวุธอมตะสีทอง เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ ดาวเคราะห์แตกสลาย
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต่างขนลุกชันไม่ค่อยได้เห็นการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ พวกเขาต่อสู้กันอย่างต่อเนื่องความว่างเปล่ารอบข้างแตกสลายและรวมตัวกันใหม่
รอยกระบี่สีดำรอยหอก ถูกประทับอยู่ในรอยแยกของความว่างเปล่า จักรวาลเกือบจะถูกทุบจนพังทลาย
หร่านจุนเป็นผู้แข็งแกร่งในหมู่ราชันเซียนอมตะ ซูฉางเซิงกระดูกหลายชิ้นในร่างกายแตกร้าวกระอักเลือดออกมา
อย่างไรก็ตาม หร่านจุนผู้เป็นอมตะก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลือดจอมราชันเซียนอมตะที่เดือดพล่านกระเซ็นไปในความว่างเปล่า ทำให้เกิดรูลึกดำมืด
แขนข้างหนึ่งของเขาเกือบถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การมีอยู่ของระดับราชันเซียนอมตะนั้นยากที่จะสังหารได้จิตวิญญาณบริสุทธิ์จริงเป็นอมตะ วิถีแห่งเต๋าคงอยู่ชั่วนิรันดร์!
พวกเขายังคงกำลังหยั่งเชิงไม่ได้ใช้พลังจริงจัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้คนตาค้าง ราวกับโลกกำลังดับสูญทำให้ผู้คนหวาดกลัว
นี่คือคู่ต่อสู้ที่เขาสมควรจะให้ความสำคัญเจตนาต่อสู้ที่สงบมานานแสนนานก็เริ่มปะทุขึ้น
เลือดจอมราชันเซียนอมตะที่ร้อนระอุของหร่านจุนไหลเวียนในร่างกายบาดแผลทั้งหมดหายดี ทำให้เขากลับสู่สภาวะสูงสุด เจตนาต่อสู้ในตอนนี้พุ่งทะยาน
สถานการณ์เช่นนี้เขาจะแสดงออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ในยุคโบราณกาลเท่านั้น
ซูฉางเซิงใช้เคล็ดลับ‘เจ่อ’ หมุนเวียนเคล็ดลับสูงสุดที่กล่าวกันว่าสามารถฟื้นคืนชีพได้จากการเสียเลือดเพียงหยดเดียวเป็นเคล็ดลับที่ไร้ผู้ใดเทียบได้ ทำให้เขาไม่กลัวการต่อสู้ที่รุนแรงใดๆ
แม้ว่าระดับเซียนแห่งโลกมนุษย์จะไม่สมบูรณ์ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาต่อสู้กับราชันเซียนอมตะได้!
“แข็งแกร่งเกินไปนี่คือราชันเซียนอมตะรึ”
ผู้เฒ่าจากสถาบันที่เกือบจะก้าวเข้าสู่กึ่งราชันเซียนอมตะ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น การดูการต่อสู้ระดับราชันเซียนอมตะ ทำให้เขาเข้าใจถึงวิถีแห่งเต๋าของราชันเซียนอมตะ
เขามั่นใจว่าจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นไปได้!