โจวสือชวินและฝูเจาได้ยินว่าผู้ยิ่งใหญ่จากอีกโลกสามารถมาพาตัวโจวหยวนเฉิงกลับไปอยู่ที่โลกใบนั้นได้ตลอดเวลา พวกเขาต่างก็พากันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวและเป็ห่วง พวกเขากลัวว่าวันใดวันหนึ่งหากพวกเขาเกิดแพร่งพรายความลับเกี่ยวกับพรวิเศษของบุตรชายออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่อีกโลกผู้นั้นจะต้องมาพรากโจวหยวนเฉิงไปจากพวกเขาแน่นอน
สองผู้าุโต่างก็หันมามองหน้ากันก่อนที่จะพยักหน้าให้กันอย่างเข้าใจ
“พ่อจะไม่ปริปากพูดเื่ของเ้า รวมถึงทุกเื่ในบ้านของเราออกไปเป็อันขาด แม้จะมีมีดมาจ่อที่คอ พ่อก็จะยอมสละชีวิตเพื่อรักษาความลับให้เ้า”
“ลุงก็จะทำอย่างพ่อของเ้าเช่นเดียวกัน ลุงจะรักษาความลับของเ้าอย่างดี ลุงขอสาบานกับฟ้าดินตรงนี้เลย หากว่าลุงผิดคำสาบาน ขอให้ลุงไม่ตายดี” ลุงฝูกล่าวคำสาบานอย่างจริงจัง
“ท่านพ่อกับท่านลุงรับปากอย่างนี้ข้าก็สบายใจ อันที่จริงพวกท่านก็ไม่เห็นต้องสัญญาหรือสาบานด้วยชีวิตอย่างนี้เลย แค่รับปากข้าเฉยๆ ก็พอแล้วขอรับ” โจวหยวนเฉิงรู้สึกผิดขึ้นมาบ้างแล้วที่ยกเื่ร้ายแรงนี้ขึ้นมาหลอกผู้าุโ
“พรวิเศษที่เ้าได้มาก็ต้องแลกมากับชีวิตของเ้าเช่นเดียวกัน ในเมื่อพ่อกับท่านลุงรับปากเ้าแล้ว พวกเราก็ต้องทำให้ได้ เอาล่ะ...เ้าลองบอกแผนการของเ้ามาให้พ่อฟังอีกทีว่าเ้ามีแผนการที่จะฟื้นฟูกิจการของครอบครัวเราอย่างไร” โจวสือชวินถามลูกชาย
“ข้าอยากได้คนงานที่เชื่อใจได้มาทำงานให้เรา คราวแรกข้าปรึกษากับพี่ใหญ่ว่าอยากได้คนงานเก่าแก่ของครอบครัวเรากลับมา แต่ข้ามาคิดดูอีกที ครอบครัวเราเลิกทำกิจการมาเกือบสิบปีแล้ว คนงานเ่าั้ยังยินดีที่จะกลับมาทำงานให้เราอีกหรือ ป่านนี้ไม่แน่ว่าแต่จะคนคงลงหลักปักฐานที่อื่นจนมั่นคงไปหมดแล้วกระมัง”
“เอ่อ...พ่อก็อยากจะสารภาพกับเ้าเื่นี้อยู่พอดี เมื่อครั้งที่เราเลิกทำกิจการ คนงานบางคนพ่อได้มอบเงินให้พวกเขาไปใช้ตั้งตัวแล้วส่วนหนึ่ง ยังเหลือบางคนที่ไปทำงานรับจ้างที่ท่าเรือเพื่อรอเวลาที่เราจะกลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาจะขอกลับมาทำงานกับครอบครัวเราอีก คนงานเ่าั้ล้วนทำงานแบกหามที่ท่าเรือ ค่าจ้างที่พวกเขาได้รับก็น้อยนิด ในแต่ละเดือนพ่อก็เลย...พ่อก็เลยเอาเงินของเราไปช่วยเหลือพวกเขาบ้างเล็กน้อย” โจวสือชวินพูดตะกุกตะกัก
โจวหยวนเฉิงได้ฟังก็ยิ้มพอใจ บิดาของเขาช่างเป็คนดีจริงๆ เขาเริ่มถามรายละเอียดอย่างอื่นต่อ “คนงานที่ว่านั้นมีมากน้อยเท่าไหร่หรือขอรับ เป็หญิงหรือชาย แล้วพวกเขามีอายุเท่าไหร่กันแล้ว”
“เดิมก็มีแต่คนงานชายประมาณยี่สิบคน เวลานี้พวกเขาน่าจะอายุประมาณยี่สิบต้นๆ พวกเขาเคยเป็คนงานเด็กที่พ่อเคยช่วยเหลือไว้เมื่อนานมาแล้ว มีสิบคนที่แต่งงานมีครอบครัวของตัวเองแล้ว แต่ยังไม่มีครอบครัวไหนให้กำเนิดบุตร” โจวสือชวินรีบอธิบาย
“เท่ากับว่าเวลานี้เรามีคนงานชายอยู่ยี่สิบคนและคนงานหญิงสิบคน ถ้าพวกเขาทำงานแบกหามอยู่ที่ท่าเรือ ก็แสดงว่าพวกเขาต้องเป็คนที่มีร่างกายแข็งแรง ถ้าอย่างนั้นพวกเขาสามารถทำงานก่อสร้างได้หรือไม่ขอรับ”
“เื่ก่อสร้างก็ไม่น่าจะมีปัญหา นอกจากทำงานที่ท่าเรือ พวกเขายังรับจ้างทำงานทั่วไปอีก เ้าอยากให้พวกเขามาสร้างสิ่งนี้หรือ” โจวสือชวินชี้ไปที่รูปวาด
“ใช่ขอรับ วัสดุที่ใช้ก่อสร้างข้าจะหามาเอง เริ่มแรกต้องสร้างอาคารที่พักคนงานและอาคารพาณิชย์พวกนี้ให้เสร็จก่อน หลังจากนั้นเราค่อยมาสร้างบ้านเป็ลำดับสุดท้าย” โจวหยวนเฉิงอธิบายขั้นตอน
“เหตุใดจึงไม่สร้างบ้านก่อนเล่า เ้ามักจะบ่นว่าบ้านของเราแย่กว่าวัดร้างอีกมิใช่หรือ” โจวหลี่เฉียงถามน้องชาย
“หากเราไม่สร้างที่พักให้พวกเขาแล้วพวกเขาจะไปอาศัยอยู่ที่ใดก่อนเล่าขอรับ ส่วนบ้านเราก็ค่อยให้พวกเขามาสร้างทีหลังได้” โจวหยวนเฉิงอธิบายง่ายๆ
“ดินแดนแห่งนั้นช่างดีจริงๆ สอนเ้าได้ดีกว่าพ่อมาก”
“เมื่อก่อนข้าเป็คนที่ไม่เอาไหนขนาดนั้นเลยหรือขอรับท่านพ่อ” โจวหยวนเฉิงแกล้งถาม
“เอ่อ...ก็ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีอย่างวันนี้” โจวสือชวินพูดพร้อมกับมองหน้าลูกชายไปด้วย
“ข้าสัญญากับท่านพ่อและท่านลุงนะขอรับว่าต่อจากนี้ ข้าจะเป็คนดีและนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ครอบครัวของเราให้ได้” โจวหยวนเฉิงพูดเสียงหนักแน่น
“ข้าก็จะช่วยสนับสนุนน้องชายอย่างสุดความสามารถขอรับ” โจวหลี่เฉียงพูดเสริม
“เห็นพวกเ้ารักกันอย่างนี้พ่อกับท่านลุงก็ดีใจแล้ว”
“เช่นนั้นวันนี้ท่านพ่อกับท่านลุงรีบไปตามคนงานทั้งหมดกลับมาเถอะขอรับ ข้าจะเตรียมวัสดุก่อสร้างไว้รอที่ลานหน้าบ้าน อ้อ...ท่านพ่อบอกพวกเขาด้วยนะขอรับว่าข้ามีเสื้อผ้าใหม่ให้พวกเขาคนละสามชุด เครื่องนอนคนละหนึ่งชุด อาหารมีให้กินครบสามมื้อ แต่ใน่ที่เรายังไม่ได้เปิดกิจการ ข้าจะยังไม่มีค่าจ้างให้ หลังจากเปิดกิจการแล้วพวกเราค่อยมาตกลงเื่ค่าจ้างกันอีกที”
“ปกติคนงานพวกนี้กินข้าวแค่วันละสองมื้อเท่านั้น ถ้าเ้าให้พวกเขากินครบสามมื้ออย่างนี้ มันจะไม่เป็การสิ้นเปลืองไปหน่อยหรือ” ลุงฝูพูดขึ้นอย่างลังเล
“ท่านลุงขอรับ คนงานทั้งหมดล้วนซื่อสัตย์และมีความตั้งใจจริงที่อยากจะอยู่ทำงานกับครอบครัวของเรา อาหารสามมื้อนี้ยังตอบแทนน้ำใจพวกเขาไม่หมดเลยนะขอรับ ท่านลุงอย่าลืมว่าข้ามีพรวิเศษอยู่กับตัว อาหารเพียงเท่านี้ไม่ทำให้ครอบครัวของเราลำบากหรอกขอรับ” โจวหยวนเฉิงอธิบาย เขาอยากเลี้ยงดูคนงานที่ซื่อสัตย์ทุกคนให้ดีที่สุด เพราะมีแต่คนที่ซื่อสัตย์และไว้ใจได้เท่านั้นที่จะไม่สร้างปัญหาให้ครอบครัวของเขาในอนาคต
“ท่านพ่อทำตามที่น้องชายบอกเถอะขอรับ พวกพี่ชายเ่าั้ล้วนแล้วแต่เป็คนดี ในยามลำบากพวกเขาก็ยังไม่คิดที่จะทอดทิ้งและคดโกงเราเหมือนกับคนงานเลวๆ บางคน มีคนดีไว้คอยช่วยงาน ท่านพ่อบุญธรรมกับท่านก็จะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงว่าจะมีใครคิดที่จะเอาเปรียบเราเหมือนเมื่อก่อนอีกอย่างไรล่ะขอรับ” โจวหลี่เฉียงอธิบายช่วยอีกแรง
เมื่อตกลงกันได้อย่างนั้น โจวสือชวินและฝูเจาก็รีบเดินทางไปท่าเรือที่ฝั่งตะวันตกด้วยความดีใจ พวกเขาทั้งสองคนต่างก็คอยเลี้ยงดูและช่วยเหลือเด็กหนุ่มเหล่านี้มาด้วยความรัก อีกทั้งเด็กหนุ่มทุกคนยังไม่คิดที่จะทอดทิ้งพวกเขาไปในยามที่ครอบครัวของเขาลำบาก จริงอยู่ที่ในแต่ละเดือนโจวสือชวินได้มอบเงินช่วยเหลือให้พวกเด็กหนุ่มอยู่บ้าง แต่บางครั้งหากเด็กหนุ่มเ่าั้ทำงานได้ค่าจ้างมากขึ้นกว่าปกติ เด็กหนุ่มก็จะรวบรวมเงินมาคืนพวกเขาอยู่ตลอด
เด็กหนุ่มทุกคนเป็ลูกของคนงานเก่าแก่ของตระกูลโจว บิดาและมารดาของเด็กหนุ่มต่างก็เจ็บป่วยและเสียชีวิตไปหมดแล้ว ด้วยความที่ตอนนั้นบรรดาเด็กหนุ่มยังอยู่ในวัยเยาว์และยังหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ โจวสือชวินและลุงฝูจึงคอยเลี้ยงดูและประคับประคองพวกเขาจนโตพอที่จะหาเลี้ยงตัวเองได้ สายสัมพันธ์ที่เด็กหนุ่มมีต่อโจวสือชวินและฝูเจานั้น เป็ยิ่งกว่านายจ้าง ผู้าุโทั้งสองคนเปรียบเสมือนบิดาของเด็กหนุ่มเ่าั้ก็มิปาน