มู่หลินล่ะคิดไม่ถึงจริงๆว่าซุยิจะไม่บอกเขาเกี่ยวกับเื่บัตรรับเชิญไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ต้องมาเป็เหมือนคนโง่ให้พวกเทาก้านมองดูอย่างดูถูกเช่นนี้หรอก
เฮ้อ! น่าเบื่อซะจริง!
“รู้จักกับเ้าของงานเลี้ยง?’’ได้ยิน พนักงานชายก็ขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่
“กล้ามากนะที่กล้าบอกว่ารู้จักกับเ้าของงานเลี้ยง!แกเองมันก็แค่ลูกน้องระดับล่างๆของบริษัทอื่นเท่านั้นแหละจะไปรู้จักกับคุณซุยิได้อย่างไร!’’ หวังลิ่วแสยะยิ้มดูถูกเท่าที่เขารู้นายน้อยอย่างซุยินั้นเป็คนที่เลือกคบคนมันจึงเป็ไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไปคบพวกระดับล่างๆ
‘ใช่ๆแกมันก็แค่ขยะที่ไม่เจียมตัว รีบๆไสหัวกลับไปซะสิ!’ เทาก้านเองก็เช่นกันเขามองอย่างดูถูกและหัวเราะสะใจในใจเขาสะใจเป็อย่างมากที่ได้เห็นไอ้ระยํานี่พลาดท่า
สมนํ้าหน้ามัน!
“ขอโทษทีนะแม้ผมไม่รู้ว่าคุณรู้จักกับเ้าของงานเลี้ยงจริงไหมแต่ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่สามารถให้คุณผ่านไปได้อีกเื่ผมนั้นเป็เพียงพนักงานระดับล่าง ดังนั้นผมไม่มีเบอร์ของเขาหรอก’’แม้จะไม่รู้ว่าเป็ความจริงไหม แต่พนักงานชายก็ตัดสินใจยิ้มอธิบายอย่างสุภาพแทน
“โอเคงั้นรอแป๊บ!’’ รู้ดีว่าพนักงานชายทําดีที่สุดแล้ว มู่หลินก็พยักหน้าเข้าใจเขาเข้าใจแหละว่ามันเป็เขาเองที่ผิดที่ไม่รู้มาก่อนเขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรหาซุยิทันที
อย่างไรก็ตามถึงมู่หลินจะโทรไปอีกสองสายอีกฝ่ายก็ยังไม่รับ เขาจึงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ก่อนยิ้มแห้งๆ “พี่ชายเขาไม่รับน่ะสิแล้วเดี๋ยวงานก็ใกล้เริ่มแล้วด้วย ให้ผมผ่านไปเป็กรณีพิเศษได้ไหม?แล้วเดี๋ยวขากลับผมจะตอบแทนให้เป็พิเศษเลย!’’
“พี่ชายอย่าไปเชื่อมันนะ!มันก็แค่ตั้งใจฉวยโอกาสเข้าไปก็เท่านั้นแหละ!’’หวังลิ่วคิดว่าการโทรศัพท์ของมู่หลินเป็เพียงการแสดง เขาจึงยิ้มเยาะดั่งคนฉลาดที่เดาแผนการของคนโง่ออก
เทาก้านเองก็เช่นกันเพียงแต่เขาไม่ได้พูดอะไร เพราะเขาเล่นบทเพื่อนรักของมู่หลินอยู่เขาจึงเลือกที่จะเงียบๆแทน
ดังนั้นหวังลิ่วและสองสาวจึงมองเทาก้านแปลกๆนั่นเพื่อนนายไม่ใช่เหรอ? ทําไมถึงไม่ช่วย?
เห็นเพื่อนเดือดร้อนแล้วไม่ช่วยแบบนี้ระยําชัดๆ!
“ตอบแทน?ผมไม่สนใจหรอก! อีกเื่หนึ่งถึงแม้คุณจะตอบแทนผมแต่ผมจะเอาไปทําไมเพื่อเสี่ยงกับการโดนไล่ออกล่ะ?ดังนั้นผมขอเชิญคุณกลับไปดีกว่า!’’ พนักงานชายเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาเขาเริ่มคิดว่ามู่หลินเล่นละครจริงๆแล้ว
“เด็กน้อยถ้าเธอยังคงวุ่นวายไม่เลือกพวกฉันจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอแล้วนะ!’’ผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยคนซ้ายพูดอย่างชัดถ้อยชัดคํา
ส่วนผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยคนขวาเพียงจ้องมองด้วยสายตาเคร่งขึมเป็เชิงเตือนๆ
“เหอะ!’’หวังลิ่วมองดูนาฬิกาบนมือก่อนจะมองไปมู่หลินครั้งหนึ่งแล้วหัวเราะหึเย้ยหยันจากนั้นเขาก็เดินจากไปพร้อมกับสองสาวอย่างไม่สนใจอีก
เทาก้านเพียงแสยะยิ้มอย่างดูถูกแล้วเดินตามหวังลิ่วไปเขาี้เีจะมาดูการแสดงโง่ๆของมู่หลินอีกต่อไปแล้ว
‘รออีกหน่อยแล้วกัน…’ในเมื่อช่วยไม่ได้ มู่หลินเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ข้างๆเพื่อรอ รอที่จะโทรอีกครั้ง!
…
หลายนาทีต่อมาชั้นดาดฟ้าซึ่งเป็สถานที่จัดงานเลี้ยง รอบๆเต็มไปด้วยผู้คนมากมายซึ่งสวมชุดดูดีมีราคาแบบนักธุรกิจ
ด้านหน้าสุดของเวทีพวกเจียงหยางมองไปยังซุยิอย่างกังวล
เห็นแบบนั้นซุยิจึงเกาหัว“มันนานจริงๆนั่นแหละ เขาคงไม่ได้ไปก่อเื่จริงๆหรอกนะ?’’จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อที่จะโทรออก
ทว่าสีหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปจนต้องสบถ“เชี่ย! แบตหมด!’’
“...’’ พวกเจียงหยางหมดคําพูด
นายเป็คนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเตือนไปขนาดนั้นเขาคงไม่ก่อเื่หรอกแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่ใช่ละเพราะถ้าเขาก่อเื่จริงๆคงเป็เพราะเขาโทรหานายไม่ติดต่างหากล่ะ!
พูดเองแต่ผิดพลาดเอง...นายนี่มันจริงๆเลยซุยิ!
“เอ่อ…’’ซุยิรู้สึกผิด เขาผิดจริงๆที่ลืมดูแบตโทรศัพท์ เขาจึงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้“ช่างเถอะรอเขาอีกซักหน่อยแล้วกัน หากยังไม่มาฉันค่อยแจ้งทุกคนและเริ่มงาน!’’
ได้ยินพวกเจียงหยางก็พยักหน้าเห็นด้วย
…
ผ่านไปอีกหลายนาทีมู่หลินที่โทรไปหลายรอบก็เริ่มรู้สึกหมดความอดทน
เกิดบ้าอะขึ้น?ทําไมไม่ยอมรับโทรศัพย์ซักที?
ซุยินายนี่มันจริงๆ…
สุดท้ายมู่หลินก็ตัดสินใจเลิกโทรและเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกงจากนั้นเขาก็เตรียมหาทางเข้าไปโดยไม่ต้องลงมือรุนแรง…
เห็นว่าชายหนุ่มลุกขึ้นยืนและเริ่มเคลื่อนไหวเดินเข้ามาผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งสองก็ขมวดคิ้ว
แต่ก่อนที่พวกเขาก็จะได้ทําอะไรชายหนุ่มตรงหน้าพวกเขาก็ยิ้มบางให้ “พี่ชายทั้งสองผมขอมือหน่อยได้ไหม?’’
ขอมือหน่อยได้ไหม?
พวกฉันไม่ได้เป็หมานะเฟ้ย!
สองผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยรู้สึกเหมือนถูกหยามซึ่งๆหน้าพวกเขาจึง้าทําอะไรบางอย่างเพื่อตักเตือนชายหนุ่มแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เคลื่อนไหวพวกเขาก็พบว่าชายหนุ่มยื่นมือมาจับพวกเขาคนละข้างโดยที่พวกเขาสังเกตไม่ทัน!
หลังจากที่จับมือของสองผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยแล้วมู่หลินก็ทําการสกัดจุดอย่างแเีที่สุด จนแม้แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่สามารถรู้ตัวได้ว่าเขาทําอะไรลงไป
เสร็จสิ้นกระบวนการมู่หลินก็ถอนมือออกมาแล้วยิ้มบางเช่นเคย “ขอบคุณพวกพี่มากนะครับ!ไว้ยังไงเดี๋ยวผมจะมาตอบแทนทีหลัง! ไปล่ะ!’’
สิ้นเสียงมู่หลินก็เดินผ่านคนทั้งสองไปอย่างรวดเร็ว
พนักงานชายที่เห็นว่ามู่หลินเดินผ่านสองผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยไปได้ง่ายๆก็ขมวดคิ้วมองพวกเขา“พวกคุณยืนทําบื้อปล่อยเขาไปทําไม? อยากโดนไล่ออกรึไง!’’
มองไปยังสองผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยที่ยืนนิ่งแข็งเหมือนรูปปั้นพนักงานชายสงสัยจริงๆว่าพวกเขาเป็บ้ารึเปล่า?
นี่้าตกงานจริงๆเหรอพวกคุณน่ะ?
“...’’ สองผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร
นั่นไม่ใช่ว่าพวกเขาหยิ่งหรือไม่้าตอบทว่าพวกเขาไม่สามารถตอบได้!
‘ไอ้เด็กนั่นมันทําอะไรกับฉันวะ?บัดซบเอ๊ย!’ ผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยคนซ้ายทําอะไรไม่ได้เลยนอกจากถอนหายใจและหลับตาหรือลืมตาเท่านั้นเขาจึงรู้สึกสับสนและโกรธมากที่ถูกทําให้เป็เช่นนี้
ส่วนผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยคนขวาเขาโกรธเช่นกัน แต่เขาก็ตะหนักได้ว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนธรรมดาไม่อย่างนั้นจะมาทําให้พวกเขาเป็เช่นนี้ไปได้อย่างไร?
อย่าบอกนะว่าอีกฝ่ายเป็หนึ่งในคนพวกนั้น…
ถึงทั้งสองจะรู้สึกสงสัยว่าชายหนุ่มทําให้พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างไรแต่พวกเขาก็รู้สึกทึ่งอย่างจับใจเพราะการที่ััเพียงแค่มือและใช้เวลาเพียงเสี้ยววิเพื่อทําแบบนี้ได้ นั่นไม่ได้หมายความเหรอว่าเขาเป็คนเก่งกาจคนหนึ่ง?
แน่นอนว่าใช่!
“จะเอาแบบนี้ก็เอาไปเลยนะ!พวกคุณถูกไล่ออกไปเถอะผมไม่เอาด้วยหรอก!’’ เห็นทั้งสองยังคงนิ่งเหมือนหินอยู่พนักงานชายก็ฉุนขาดบ่นอย่างไม่พอใจ
ผมตั้งใจทํางานดีแล้วนะแต่พวกคุณเล่นงี้ก็ตามสบายเถอะ!
…
ทางด้านงานเลี้ยงฉลองหลังจากที่ซุยิเห็นว่ามู่หลินยังไม่มาเขาจึงได้ตัดสินใจขึ้นไปบนเวทีเพื่อเตรียมเปิดงานแต่ในเวลานั้นเองก่อนที่เขาจะขึ้นไปสองคนที่ดูไม่คุ้นหน้าก็เดินเข้ามาทําความรู้จักกับเขาคนหนึ่งมาจากบริษัทเว่ยชางในเมืองหนานจิง ส่วนอีกคนมาจากบริษัทเหรินโจวจากเมืองหลวง
แน่นอนว่าพวกเขาคือหวังลิ่วกับเทาก้าน!
ทั้งสองคนมีความสนใจที่จะรายงานเื่ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับมู่หลินเพื่อรับความดีความชอบแน่นอนว่าก่อนที่พวกเขาจะมาถึง ถึงแม้เทาก้านจะไม่ชอบขี้หน้าหวังลิ่วแต่เขาก็ได้บอกเกี่ยวกับความจริงเื่การเป็เพื่อนของมู่หลินแล้วดังนั้นหวังลิ่วจึงถือว่าเขาเป็เพื่อนในทันที และเดินเข้ามาคู่กันอย่างที่เห็น
ใช่!พวกเขามีความ้าที่จะล้างแค้นมู่หลิน!
“พวกคุณมีอะไรจะบอกผมงั้นเหรอ?’’เห็นว่าทั้งสองคนมีเื่จะบอก ซุยิก็ดูสงสัย
พวกเจียงหยางเพียงเหลือบมองทั้งสองครู่หนึ่งแล้วเลิกสนใจเพราะส่วนใหญ่แล้วที่เข้ามาก็มีแต่พวกข้อเสนอด้านธุรกิจสองคนนี้ก็คงไม่พ้นคนจําพวกนั้นเช่นกัน
หวังลิ่วที่เห็นก็สบตากับเทาก้านเป็เชิงบอกว่าเอาเลย
เทาก้านจึงกระแอ้มไอก่อนพูดอย่างสุภาพเท่าที่จะทําได้“ก่อนมาพวกผมบังเอิญเจอคนพิลึกคนหนึ่งน่ะครับเขาแอบอ้างว่าเป็คนรู้จักกับคุณซุยิด้วยนะครับผมจึง้าแจ้งเื่นี้ให้กับคุณรู้เพราะดูเหมือนว่าเขาต้องฝ่าเข้ามาที่นี่ให้ได้โดยไม่มีบัตรรับเชิญ!’’
“คนๆนั้นชื่ออะไร?ใช่คนแซ่มู่ มู่หลินรึเปล่า?!’’ ได้ยินว่าคนที่้าฝ่าเข้ามาไม่มีบัตรรับเชิญและดูสอดคล้องกับมู่หลินมากที่สุดซุยิจึงถามด้วยความคาดหวังอย่างรวดเร็ว
เห็นแบบนั้นเทาก้านและหวังลิ่วก็ใแต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไร และพยักหน้าพร้อมกัน “ใช่แล้วครับ!’’
“เขาเป็ลูกน้องของบริษัทคุณเหรอครับ?’’หวังลิ่วคาดเดา ถึงเขาจะรู้สึกใเื่นี้ แต่ในสายตาของเขาแล้วซุยิย่อมไม่มีทางไปรู้จักแบบเพื่อนสนิทกับคนระดับล่างอย่างมู่หลินได้หรอก
“ถ้าคนๆนั้นเป็ลูกน้องของบริษัทคุณจริงผมว่าคุณควรไล่เขาออกนะครับ เพราะพฤติกรรมของเขาหยาบคายและไม่เหมาะสมมาก!’’เทาก้านรีบใส่ร้ายมู่หลินเพื่อกลั่นแกล้ง ทันที เขา้าล้างแค้นอีกฝ่ายเป็อย่างมาก
ได้ยินซุยิและพวกเจียงหยางก็ชะงักไป
ดูจากท่าทีของคนทั้งสี่ที่ชะงักไปหวังลิ่วและเทาก้านก็คาดเดาไปอีกแบบ พวกเขาเดาว่าคงเป็ความจริงที่น่าใสําหรับคนพวกนี้ทั้งสองจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากที่จะได้ล้างแค้นมู่หลินและหัวเราะในใจดั่งผู้ชนะ
หึๆสมนํ้าหน้าแก!
“คุณพาผมไปหาเขาหน่อยได้ไหม?’’ถึงจะใ แต่ซุยิก็ไม่คิดว่ามันแปลก บางทีสิ่งที่พูดมาอาจเป็ความจริงแต่ก็แค่ส่วนน้อยอะนะ อีกอย่างเขาก็เดาได้ว่าสองคนนี้เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วเขาจึง้าที่จะไปพามู่หลินมาด้วยตัวเอง
“ได้สิ!’’หวังลิ่วและเทาก้านยิ้มปริ่มอย่างมีความสุขพวกเขาจะได้เห็นมู่หลินหน้าแตกและมีชะตากรรมอนาถแล้ว
“ฉันว่าไม่ต้องแล้วแหละซุยิเขามานู้นแล้ว!’’ เจียงหยางที่บังเอิญสังเกตเห็นบางอย่างก็ชี้ไปที่ตรงนั้นส่งผลให้พวกซุยิไม่เว้นแต่พวกหวังลิ่วมองตาม
“...’’ มันมาได้ยังไง?นี่คือคําถามที่พวกหวังลิ่วอยากจะะโถามมากที่สุดแต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองซุยิด้วยความสงสัย เพราะพวกเขารู้สึกว่าสายตาของพวกซุยิที่มองไปยังชายหนุ่มนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเลยกลับกันมันเต็มไปด้วยความยินดีและดีใจ
เดาได้ว่าทั้งสองคนสงสัยเื่อะไรซุยิก็ไม่ลังเลที่จะไขข้อกระจ่างให้พวกเขา เขาหัวเราะเบาๆแล้วเอ่ย “โทษทีนะ เขาไม่ใช่ลูกน้องของผมหรอกแต่เขาเป็เพื่อนของผม! เพื่อนที่ดีและสนิทที่สุด!’’
“...’’ ได้ยินหวังลิ่วและเทาก้านก็ช็อคจนแทบลมจับ
เพื่อนที่ดีและสนิทที่สุด?
ฉิบหายแล้วไง!