บทที่ 4: โอสถศาลาและเศษหญ้าราคาทอง
ระยะทางจากหมู่บ้านตระกูลหลี่ไปยังตัวเมือง 'ชิงเฟิง' นั้นห่างกันราวสิบลี้ (5 กิโลเมตร) สำหรับคนทั่วไปอาจใช้เวลาเดินเท้าเพียงชั่วยามกว่าๆ แต่สำหรับเทียนิในร่างของหลี่หยางที่เพิ่งฟื้นไข้และขาดสารอาหาร มันคือการเดินทางไกลที่แสนทรมาน
แสงแดดยามสายแผดเผาลงมาบนถนนลูกรัง ฝุ่นตลบอบอวลทุกครั้งที่มีเกวียนวัวแล่นผ่าน
"ท่านพี่... ท่านไหวแน่นะ?" ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง นางสะพายตะกร้าไม้ไผ่ที่ใส่หนังงูและเนื้องูรมควันไว้บนหลัง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามไรผม แต่นางกลับดูแข็งแรงกว่าสามีของนางเสียอีก
เสี่ยวเป่าถูกฝากไว้กับป้าข้างบ้าน เพราะการพาเด็กเข้าเมืองนั้นเสี่ยงเกินไปสำหรับพวกเขาในตอนนี้
"ข้าไหว... แค่เดินเล่น กินลมชมวิว" เทียนิตอบเสียงหอบ พยายามรักษามาดไม่ให้ดูอ่อนแอ แต่ขาของเขาสั่นพั่บๆ ราวกับลูกนกหัดบิน
ในใจของจอมมารสบถด่าร่างกายนี้เป็รอบที่ร้อย 'หากเป็เมื่อก่อน ระยะทางแค่นี้ข้าเหาะเหินเดินอากาศเพียงชั่วพริบตา... แต่นี่ข้าต้องมาเดินลากขาเยี่ยงสุนัขขาเป๋!'
เมื่อมาถึงประตูเมืองชิงเฟิง บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เสียงจอแจของผู้คน ร้านรวงที่ตั้งเรียงราย กลิ่นหอมของซาลาเปาและบะหมี่ลอยมาแตะจมูก เทียนิกลืนน้ำลายลงคอ พยายามไม่มองของกินเ่าั้ เป้าหมายของเขาคือ 'หอโอสถร้อยสมุนไพร' ร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง
...
ณ หอโอสถร้อยสมุนไพร
กลิ่นสมุนไพรแห้งคละคลุ้งไปทั่วร้าน ลูกจ้างชายท่าทางหยิ่งยโสยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน สายตาของมันมองกราดมาที่เสื้อผ้าป่านเก่าๆ ของฟางเหนียงและเทียนิด้วยความดูแคลน
"จะมาซื้อหรือมาขาย?" ลูกจ้างถามห้วนๆ ไม่แม้แต่จะยกมือคารวะ
"มาขายเ้าค่ะ" ฟางเหนียงรีบวางตะกร้าลงอย่างนอบน้อม "นี่คือหนังและเนื้อของงูเกล็ดเขียวเ้าค่ะ สดใหม่มาก ท่านลองดู..."
ลูกจ้างหยิบไม้คีบมาเขี่ยๆ ดูของในตะกร้าอย่างรังเกียจ
"งูเกล็ดเขียวรึ? ่นี้มีคนเอามาขายเยอะแยะ ราคามันตก... หนังนี่ก็ดูแห้งๆ เนื้อก็รมควันมาแล้ว ข้าให้ได้แค่ 300 อีแปะ"
"3... 300 อีแปะ?" ฟางเหนียงหน้าถอดสี "แต่ท่านเ้าขา ปกติงูเกล็ดเขียวตัวขนาดนี้ ขายได้อย่างน้อย 800 อีแปะนะเ้าคะ อีกอย่างดีของมัน..."
"ดีงูหายไปแล้ว!" ลูกจ้างตวาดเสียงดัง "ของมีค่าที่สุดคือดีงู! ไม่มีดีงู ก็เหมือนเศษเนื้อ! จะเอา 300 หรือจะไม่ขาย? ถ้าไม่ขายก็ขนกลับไป เหม็นร้านข้า!"
ฟางเหนียงน้ำตาคลอเบ้า 300 อีแปะ (0.3 ตำลึง) มันน้อยนิดเสียจนน่าใจหาย หนี้สินแปดตำลึงดูห่างไกลออกไปทุกที นางกำลังจะเอื้อมมือไปเก็บของกลับด้วยความจำยอม
ปึก!
มือผอมแห้งของเทียนิวางทาบลงบนเคาน์เตอร์ หยุดมือนางไว้
"เดี๋ยวก่อน" เทียนิเอ่ยเสียงเรียบ ั์ตาสีดำสนิทจ้องมองเข้าไปในตาของลูกจ้าง
"อะไรของเ้า ไอ่ขี้โรค?"
"เ้าบอกว่าของมีค่าที่สุดคือดีงู... นั่นแปลว่าเ้าตาถั่ว หรือไม่ก็จงใจโกงพวกเรา"
"เ้าว่าใครโกง!?" ลูกจ้างหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
เทียนิแสยะยิ้มเ็า เขาใช้นิ้วคีบ 'ถุงพิษ' สีม่วงคล้ำที่ติดอยู่กับส่วนหัวของงูขึ้นมา
"ดูให้ดี... งูตัวนี้ถูกฆ่าด้วยการทุบที่หัวเพียงจุดเดียว แต่ถุงพิษกลับไม่แตกเสียหายแม้แต่น้อย รอยมีดที่กรีดเอาดีออกไปก็คมกริบ ไม่ทำลายเส้นเืฝอยรอบๆ... เ้าเป็คนปรุงยา ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า 'พิษงูเกล็ดเขียว' ที่บริสุทธิ์และไม่ปนเปื้อนเื มีค่ามากแค่ไหนในการปรุงยาแก้ฟกช้ำระดับสูง"
ลูกจ้างชะงัก มันมองถุงพิษนั้นตาค้าง จริงอย่างที่ชายขี้โรคคนนี้พูด การฆ่างูโดยไม่ให้ถุงพิษช้ำนั้นทำยากมาก และพิษงูเกล็ดเขียวที่สมบูรณ์ขนาดนี้ หายากกว่าดีงูเสียอีก
"แล้วไง..." เสียงของลูกจ้างอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังวางฟอร์ม
"800 อีแปะ" เทียนิยื่นคำขาด "ราคานี้ถือว่าข้าลดให้แล้ว สำหรับค่าความโง่เขลาของเ้าที่มองของดีไม่ออก"
"เ้า!" ลูกจ้างกัดฟันกรอด แต่มันรู้ดีว่าถ้าเถ้าแก่ใหญ่มารู้ว่ามันพลาดของดีไป มันคงโดนด่าเปิง "ก็ได้! 800 ก็ 800! เอ้า เอาเงินไปแล้วรีบไสหัวไป!"
มันโยนพวงเงินออกมาบนเคาน์เตอร์เสียงดังเคร่ง
ฟางเหนียงมองสามีด้วยความทึ่ง นางไม่เคยเห็นหลี่หยางต่อรองเก่งฉะฉานเช่นนี้มาก่อน นางรีบโกยเงินใส่ถุงผ้าด้วยมือไม้สั่นเทา
"ไปกันเถอะท่านพี่"
"ช้าก่อน" เทียนิยังไม่ขยับ
สายตาของจอมมารเหลือบไปเห็นกองสมุนไพรที่ถูกกวาดกองรวมกันไว้ที่มุมร้าน เตรียมจะเอาไปทิ้ง มันคือบรรดารากไม้แห้งๆ และใบไม้เน่าเสียที่คัดทิ้งแล้ว
"ข้าขอเศษขยะพวกนั้นด้วย" เทียนิชี้ไปที่กองสมุนไพรทิ้ง
"หือ? ขยะพวกนั้นน่ะรึ?" ลูกจ้างหัวเราะเยาะ "เ้าจะเอาไปทำปุ๋ยหรือไง? เอาสิ ข้ากำลังจะเอาไปทิ้งพอดี ขนไปให้หมดเลยจะได้ไม่รกหน้าร้าน"
เทียนิไม่ตอบโต้ เขาเดินไปที่กองขยะสมุนไพร ก้มลงหยิบ 'รากไม้สีดำ' แห้งกรังชิ้นหนึ่งขึ้นมา พร้อมกับใบไม้เหี่ยวๆ อีกสองสามชนิด ยัดใส่ตะกร้าของฟางเหนียง
"ขอบใจ"
...
เมื่อเดินออกมาจากร้านได้สักพัก ฟางเหนียงก็อดถามไม่ได้
"ท่านพี่... ท่านเอาเศษไม้พวกนั้นมาทำไมหรือ? มันดูเหมือนไม้ผุๆ"
เทียนิยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่ดูลึกลับและเ้าเล่ห์
"ฟางเหนียงเอ๋ย... ในสายตาของคนโง่เขลา หยกก็เป็เพียงก้อนหิน" เขาหยิบรากไม้สีดำขึ้นมาพิจารณา "เ้ารู้ไหมว่านี่คืออะไร?"
นางส่ายหน้า
"คนทั่วไปเรียกว่า 'รากม้วยมรณา' เพราะมันมีพิษอ่อนๆ ทำให้คันคะเยอ ร้านยาจึงคัดทิ้ง... แต่หากนำมันไปตากแดดสามวัน แล้วบดผสมกับเหล้าขาวราคาถูก..."
ดวงตาของเทียนิวาวโรจน์
"...มันจะกลายเป็ 'ผงธุลีแดง' ยาสมานแผลที่หยุดเืได้ชะงัดนัก สำหรับจอมยุทธ์หรือนายพรานที่ต้องเข้าป่า มันมีค่ายิ่งกว่าทองคำ"
ฟางเหนียงอ้าปากค้าง
เทียนิคำนวณในใจ เงิน 800 อีแปะที่ได้มา ซื้อข้าวสารได้ 2 ถัง ประทังชีวิตได้เป็เดือน แต่ไม่พอใช้หนี้ 8 ตำลึง (8,000 อีแปะ)
หนทางเดียวที่จะหาเงินก้อนโตได้ใน 2 วันที่เหลือ... คือการสร้างสินค้าที่ 'ตลาด' ้า และไม่มีใครทำได้
"เราไปร้านเหล้ากัน" เทียนิสั่ง
"ระ... ร้านเหล้า? ท่านพี่ ท่านจะไปดื่มเหล้าหรือ? เราเพิ่งได้เงินมา..." ฟางเหนียงหน้าซีด
"ไม่ได้ไปดื่ม" เทียนิหันมามองนางด้วยแววตามุ่งมั่น "ไปซื้อวัตถุดิบ... ข้าจะปรุงยา และยาของข้า จะทำให้ไอ้หน้าเืเถ้าแก่หวังต้องก้มกราบกรานขอซื้อ!"
จอมมารไม่ได้แค่คิดจะหาเงินใช้หนี้ แต่เขากำลังวางแผนที่จะ 'ยึดครอง' ตลาดค้ายาของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ด้วยความรู้ที่เขามี
และเหยื่อรายแรก... ก็คือเหล่าจอมยุทธ์และนายพรานที่เอาชีวิตไปทิ้งในป่าทุกวี่วัน!