[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 7 เจ้าของที่ดิน (2.3) (รีไรต์)

            ยูจุงฮยอกกำลังมองข้อมูลของสมาชิกกลุ่มที่เหลือยกเว้นอีฮยอนซองพวกนั้นดันยืนรวมกลุ่มกันอยู่สามคนพอดีผมเลยไม่อาจรู้ได้แน่ชัดว่ายูจุงฮยอกกำลังมองใคร

            「 ...เป็นไปได้ยังไง 」

            หมอนั่นกำลังมองใครอยู่กันแน่ ผมอยากถามออกไปสุดๆ แต่กลัวว่าถ้ามีอะไรผิดพลาดเขาอาจจะล่วงรู้สกิลของผม จึงได้แต่อดทนเอาไว้เพราะยูจุงฮยอกยังไม่รู้ว่าผมสามารถอ่านความคิดในใจของเขาได้

            ดูจากทิศทางสายตาแล้วบางทีเขาอาจจะมองเห็นข้อมูลตัวละครของ ‘จองฮีวอน’ หรือเปล่า

            ในตอนนั้นเองจองฮีวอนที่ได้สติแล้วก็มองสบตายูจุงฮยอก

            “จ้องอะไรคะ”

            「 ... 」

            ทำได้ดีมาก จองฮีวอน

            「 ฆ่า... 」

            “ยูจุงฮยอก”

            ผมรีบเข้าไปแทรก

            “ฉันมีเรื่องสงสัยอยู่เรื่อง”

            เขาหันกลับมามองผม แววตาอ่านออกได้ว่าไหนลองพูดมาซิ

            “ทำไมถึงปล่อยกงพิลดูไว้ล่ะ”

            “ถ้าเป็นผู้เผยพระวจนะก็น่าจะรู้ดีนี่”

            “ถึงเป็นผู้เผยพระวจนะก็ไม่ใช่ว่าจะรู้ทุกเรื่องหรอกนะ”

            พูดให้ถูกคือ ผม ‘จำไม่ได้’ ทุกเรื่อง

            [ตัวละคร ‘ยูจุงฮยอก’ กำลังใช้งาน ‘จับเท็จ’]

            [ตัวละคร ‘ยูจุงฮยอก’ ตรวจสอบแล้วว่าคำพูดของคุณเป็นความจริง]

            เขารอบคอบจริง ๆ

            “...เอาเถอะถึงจะเป็นผู้เผยพระวจนะ แต่เลเวล ‘พยากรณ์’ คงจะยังต่ำอยู่มาก”

            เชิญคิดตามที่นายอยากตามสบายเลย

            ยูจุงฮยอกพูดต่อ

            “ฉันจำเป็นต้องปล่อยให้กงพิลดูมีชีวิตรอด”

            “เพราะซีนาริโอในอนาคตงั้นสิ”

            ยูจุงฮยอกไม่ได้ตอบอะไรคล้ายกับว่าเขากำลังประเมินข้อมูลที่ผมรู้

            “ฉันเองก็รู้อยู่แล้วว่ากงพิลดูจำเป็นต่อซีนาริโอในอนาคตแต่ต้องการแค่‘กงพิลดู’ คนเดียวไม่ใช่เหรอไงไม่ได้ต้องการลิ่วล้อหมอนั่นทั้งหมดสักหน่อย”

            「 ... 」

            “กำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นไม่ใช่สไตล์ของนายหรอกเหรอทำไมถึงปล่อยเอาไว้เฉย ๆ”

            「 ...น่ารำคาญชะมัด 」

            อะไรนะ

            “ฉันมีเรื่องต้องทำมากมาย”

            ยูจุงฮยอกมองหน้าผมนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดต่อ

            “คนอย่างแกคงไม่มีวันเข้าใจ”

            “เดี๋ยว!มันไม่ใช่ปัญหาที่จะปล่อยผ่านไปเฉย ๆ นะถ้านายไม่ลงมือตอนนี้มนุษย์ทั้งหมดในชุงมูโรก็จะ...!”

            นัยน์ตาของยูจุงฮยอกทอประกายเย็นเยียบ

            “ฉันไม่สนใจ”

            ผมไม่ใช่คนที่มีมนุษยธรรมอะไรขนาดนั้นไม่ได้เชื่อด้วยว่ามนุษย์ทุกคนมีค่ามากพอให้มีชีวิตต่อไปบนโลกใบนี้แต่สิ่งที่ทำให้ผมโกรธก็แค่เพราะยูจุงฮยอกทำตัวยั่วโมโหผม

            “ฉันขอต่อยนายสักหมัดได้หรือเปล่า”

            “มั่นใจหรือไงว่าทำได้”

            ผมกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แต่แล้วจู่ ๆเสียงข้อความก็ดังขึ้น

            [ตัวละคร ‘ยูจุงฮยอก’ กำลังใช้งาน ‘การป้องกันตัวอันแข็งแกร่ง Lv.5’]

            ผมคลายหมัดลง ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย

            “หมดธุระแล้ว?”

            “...”

            “ไปกันเถอะ”

            อีจีฮเยสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของยูจุงฮยอกเด็กสาวเดินตามหลังยูจุงฮยอกไป ขณะเดียวกันก็หันกลับมามองผมด้วยแววตาประหลาดใจ

            [กลุ่มดาว‘แม่ทัพหัวโล้นผู้ผดุงความยุติธรรม’ ประทับใจในความกล้าหาญของคุณ]

            [คุณได้รับเงินสนับสนุน 100เหรียญ]

            แน่นอนว่าทั้งหมดนั่นเป็นแค่การเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง

             

    [อีก 1 ชั่วโมง 30 นาที ซีนาริโอหลักที่ 3 จะเริ่มต้นขึ้น]

            แทบไม่เหลือเวลาแล้ว สมองของผมครุ่นคิดจนสับสน

            [กลุ่มดาว‘แม่ทัพหัวโล้นผู้ผดุงความยุติธรรม’ โมโหกับระบบสวัสดิการที่ล้มเหลว]

            [กลุ่มดาว ‘แม่ทัพหัวโล้นผู้ผดุงความยุติธรรม’ ต้องการให้ประชาชนลุกขึ้นปฏิวัติ]

            พระอาจารย์ซามยองโวยวายเสียงดังอยู่ในหัวของผมแต่ผมก็ยังคิดวิธีการดี ๆ ไม่ออก

            ซีนาริโอหลักที่ 3 กินเวลาหนึ่งสัปดาห์บางทียูจุงฮยอกอาจจะวางแผนฉวยโอกาสระหว่างเกิดซีนาริโอหลักที่ 3 กอบโกยผลประโยชน์อะไรบางอย่างแน่นอนว่าผมไม่อาจปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้

            จะปล่อยไปไม่ได้...

            [กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ สงสัยว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่]

            “ยูจุงฮยอก ไอ้ชาติหมา”

            [กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ พึงพอใจ]

            [คุณได้รับเงินสนับสนุน 100เหรียญ]

            อันที่จริงปัญหาที่จ่ออยู่ตรงหน้าผมไม่ใช่ยูจุงฮยอกแต่เป็นกงพิลดู

            ถ้าอยากจะเอาชนะซีนาริโอหลักที่ 3 ได้อย่างราบรื่นผมจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากกงพิลดูแต่หากไม่ได้รับความช่วยเหลือแล้วละก็...

            พอเงยหน้าขึ้นจู่ ๆ ก็เห็นจองฮีวอนกำลังยิ้มกว้าง

            “เมื่อกี้กลัวใช่มั้ยล่ะคะ”

            “...ครับ?”

            “ก็ผู้ชายคนนั้นน่ะค่ะตอนที่คุยกับคนที่ชื่อยูจุงฮยอก”

            ผมเปิดปากเล่าเรื่อง ‘กงพิลดู’ ทันทีเพราะจองฮีวอนหมดสติไปเลยยังไม่ได้เจอกับกงพิลดู ผมไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนเรื่องคุยแต่จองฮีวอนมีปฏิกิริยาทันที

            “อะไรกัน มีคนแบบนั้นอยู่ทุกที่เลยหรือไงคะเนี่ยยึดเอาสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้งานไปไว้กับตัวเองแถมยังคิดค่าเช่าด้วย”

            “พวกนั้นอยู่ชั้นบนนี่เองครับ”

            “ฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”

            จองฮีวอนโมโหเดือด คว้าดาบหนูกระชอนขึ้นมาถือ จะว่าไปสมาชิกในกลุ่มเองก็น่าจะได้เวลาเปลี่ยนอาวุธกันแล้วสินะงานที่ต้องทำกองท่วมเท่าภูเขาแล้ว

            “ไม่ไหวหรอกครับ”

            “พวกเราร่วมแรงกันต้องชนะได้แน่ค่ะตอนสถานีกึมโฮเองก็ยังรอดเลยไม่ใช่เหรอคะ”

            สีหน้าของจองฮีวอนมั่นใจมากก็สมควรที่เธอจะมั่นใจแบบนั้น เพราะจองฮีวอนมีสกิลพิเศษอย่าง [เวลาแห่งการพิพากษา]อยู่ หญิงสาวผู้มีไหวพริบดีเยี่ยมแถมยังปรับตัวได้เร็วย่อมเข้าใจสกิลกับคุณลักษณะของตัวเองได้อย่างดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            “อย่ามัวแต่โอ้เอ้กันสิคะ!ไปจัดการกันเลยดีกว่า!”

            และเมื่อได้เจอกับศัตรูที่เป็น ‘คนชั่ว’ [เวลาแห่งการพิพากษา]ของเธอนั้นเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุด

            [ตัวละคร ‘จองฮีวอน’ เปิดใช้งาน ‘เวลาแห่งการพิพากษา’!]

            [กลุ่มดาวฝ่ายดีนิ่งเฉยให้กับคำร้องขอของจองฮีวอน]

            [การเปิดใช้งานสกิลถูกยกเลิก]

            ใบหน้าของจองฮีวอนเต็มไปด้วยความสับสน

            “นี่มัน...อะไรกัน มันพังเหรอ”

            จองฮีวอนลองอยู่หลายครั้งแต่สกิลก็ไม่ยอมเปิดใช้งาน

            “ทำไมถึงเปิดใช้งานไม่ได้ล่ะคะพวกนั้นเป็นคนชั่วชัด ๆ ไม่ใช่เหรอ”

            ผมยิ้มเจื่อนให้กับคำถามของจองฮีวอน

            “นั่นเป็นแค่ความคิดของมนุษย์อย่างพวกเรายังไงล่ะครับ”

            “...หมายความว่ายังไงกันคะ”

            “กลุ่มดาวอาจจะคิดต่างกับพวกเราก็ได้ครับไม่มีอะไรรับรองได้ว่าความดีความชั่วที่พวกเรารู้จักจะเหมือนกับที่พวกเขาคิด”

            “อา...”

            “ถูกหรือผิดมันเป็นแค่การตัดสินของคนหมู่มากนี่ครับ”

            และในตอนนี้กลุ่มดาวเหล่านั้นก็เป็น ‘คนหมู่มาก’ ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจมนุษย์ไม่มีสิทธิ์ให้คำนิยามความชอบธรรมอีกต่อไปแล้วเพราะมนุษย์เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของเหล่ากลุ่มดาวผู้สนับสนุนเท่านั้น

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...”

            ผมมองหน้าสมาชิกในกลุ่ม ทุกคนไม่ได้พูดอะไรแต่คงคิดเช่นเดียวกันกับจองฮีวอน อีฮยอนซองเช็ดโล่เหล็กที่เป็นรอยกระสุนอยู่เงียบๆ ยูซังอากับอีกิลยองนั่งก้มหน้ามองแมลงสาบบนพื้น

            ความสิ้นหวังนั่น ผมพอจะเข้าใจ

            หลังจัดการพวกอันธพาลประจำสถานีกึมโฮพวกเขาคงคิดว่าตัวเองเก่งกาจขึ้นมาบ้างแต่พวกเราออกเดินทางมาได้แค่สามสถานีกลับพบเข้ากับสัตว์ประหลาดที่เทียบไม่ติดเข้าให้แล้ว

            บางทีผมอาจจะต้องลองให้ความหวังเลื่อนลอยกับพวกเขา

            “ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเสียทีเดียวครับ”

            “คะ?”

            “มันอาจจะยากแต่ยังมีวิธีจัดการพวกนั้นอยู่วิธีหนึ่งครับ”

            สมาชิกกลุ่มเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างพร้อมเพรียงอีฮยอนซองเอ่ยถามขึ้น

            “...มีวิธีอยู่จริง ๆ หรือครับ”

            “วิธีอะไรคะ”

            ผมหันไปมองรอบ ๆ ลดระดับเสียงลงแล้วเปิดปากพูด

            “ทำให้กงพิลดูออกมาจาก ‘เขตติดอาวุธ’ ครับ”

            “เขตติดอาวุธคืออะไรเหรอคะ”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน