เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 30

    เทียนหลงพยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อย หางตาของเขามองไปยังหญิงสาวที่เขาได้ช่วยเหลือเอาไว้เพียงแค่หางตา และเมื่อเห็นว่าเธอปลอดภัยดี เขาก็รู้สึกโล่งอก เขาจึงกางปีกมังกรอันสง่างาม และทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอันมืดมิดทันที“เขาไปแล้วสินะ..” เวลานี้ภายในหัวของปังปอนเกิดความคิดหลายอย่างด้วยกัน ทุกอย่างมันสับสนไปหมด และเธอก็ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของเธอมันรู้สึกเจ็บ ราวกับมีอะไรมาบีบรัดเอาไว้ แป้งผู้เป็นพี่สาวก็ได้แต่ตบไหล่ของน้องสาวเบาๆ เธอรู้ว่าน้องสาวกำลังคิดอะไรอยู่“อย่าได้คิดอะไรกับเขาเชียวนะน้องรัก เขาช่วยเราเอาไว้ก็เป็นพระคุณแล้ว ถ้ามีโอกาสค่อยตอบแทนน้ำใจเขา.. พี่เองก็อยากจะเตือนเราเอาไว้ เป็นเรื่องยากมากที่เขาจะหันมามองเรา ดูสิ ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจเขากันทั้งนั้น มีผู้หญิงที่สวยๆอีกหลายคนที่เขาสามารถชี้นิ้วเลือกได้ เรามันก็แค่คนธรรมดาไม่ได้เป็นดาราหรือคนที่สวยระดับโลก พี่ว่าน้อง...” คุณเทียนหลงไม่ใช่แค่ฮันเตอร์ที่มีชื่อเสียงธรรมดา ตอนนี้เขากลายเป็นฮันเตอร์ระดับโลกไปแล้ว และไม่แน่ว่าเขาอาจจะถูกยกย่องให้เป็นฮันเตอร์อันดับหนึ่งของโลกเลยก็ได้ เธอไม่อยากให้น้องสาวตัวเองผิดหวังกับความรัก ดังนั้นควรตัดใจไปตั้งแต่แรกเลยจะดีเสียกว่า “ปอนเข้าใจ.. เรารีบไปทำธุระของเราให้เสร็จดีกว่าค่ะพี่แป้ง”ปังปอนไม่รอให้พี่สาวตัวเองได้กล่าวจบ เธอก็เข้าใจดีว่าพี่ต้องการจะสื่ออะไร มันก็เป็นจริงดังที่พี่แป้งบอก เขาอยู่ไกลเกินที่จะเอื้อมถึงได้ แม้ในแววตา ใบหน้าของปังปอนมันบ่งบอกว่าเธอกำลังเศร้าอย่างชัดเจน แต่เธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆที่ไม่ได้สวย ไม่ได้น่ารักขนาดนั้น มันเป็นเรื่องยากที่จะให้เขาหันมาสนใจในตัวเธอ“ดีแล้วน้องรัก งั้นเรารีบเข้าไปสอบถามกันดีกว่า เรื่องโพชั่นที่ได้รับมา มันเป็นของจริงหรือเปล่า” แป้งตบไหล่ปังปอนเบาๆเพื่อให้กำลังใจน้องสาวอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นเป็นเรื่องของโพชั่นที่ได้รับมาแทน ทั้งสองพี่น้องเขาไปในช่องการค้าของสถานีดันเจี้ยน ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเหล่าพนักงานในสถานี แป้งยื่นเจ้าโพชั่นเจ้าปัญหาให้กับพนักงานดันเจี้ยนไป และนั่นก็ต้องทำให้เธอถึงกับตกใจ จนถึงขั้นต้องร้องตะโกนออกมาเสียงดังลั่น “ห๊ะ!! ระดับS.. ของจริงเหรอเนี้ย” มือไม้ของเธอเริ่มสั่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ตอนแรกเธอคิดว่ามันเป็นของปลอมเสียอีก เพราะจากที่ได้ฟังน้องสาวเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่างๆแล้ว ประกอบกับโพชั่นระดับ S ไม่ใช่ว่าใครจะมีก็มีกันได้ง่ายๆ มันเป็นของที่เรียกได้ว่าหายากระดับแรร์ อย่าว่าแต่จะให้กับคนอื่นเลย แค่มีไว้ในครอบครองมันก็เป็นเรื่องยากพอๆกับยืนบนก้อนเมฆเลยทีเดียว แป้งรีบหันไปมองที่น้องสาวทันที ‘มันคงไม่ได้มาฟรีตามที่เธอบอกใช่ไหม’ นั่นคือคำถามที่อยู่ในใจของเธอตอนนี้ “ก็..คุณไอซ์บอกว่ามันเป็นระดับ S ก็ถูกแล้วนี่คะพี่แป้ง ดีจังที่มันเป็นของจริง อย่างน้อยก็จะได้ใช้รักษาหรือบรรเทาอาการของแม่ได้.. ว่าแต่มันราคาเท่าไรกันเหรอคะ ปอนไม่อยากเอาเปรียบคุณไอซ์มากนัก ปอนคิดว่าจะหักราคานี้ออกจากที่เขาต้องจ่ายค่าที่ดินน่ะค่ะ”ปังปอนถามกับพี่สาวของตัวเอง แป้งที่ได้ยินคำถามนั้นก็ถึงกับอ้ำๆอึ้งๆไปไม่ถูกเลยทีเดียว เธอไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี แต่พนักงานของสถานีดันเจี้ยนเองก็ได้ยินคำถามนี้ด้วยเช่นกัน เธอคนนั้นเลยตอบคำถามที่ตัวเองได้ยินมาอย่างชัดเจน“สำหรับราคาของสินค้าชิ้นนี้ ทางดันเจี้ยนของเรารับซื้ออยู่ที่ 1,000,000 เหรียญทองค่ะ หรือถ้าตีเป็นอัตราเงินของประเทศไทยจะอยู่ที่ 10,000 ล้านบาทค่ะ” พนักงานเอ่ยพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่สองพี่สองช็อกไปตามๆกัน มือของปังปอนเริ่มสั่นๆขึ้นมาอีกคน โพชั่นที่เธอถือมาตลอดบ่ายวันนี้ มันมีราคากว่าหมื่นล้านบาท เธอกลัวจริงๆว่าถ้าเผลอทำมันตกแตกจะบอกกับคนที่ให้ว่ายังไงดี ทั้งชีวิตเธอก็ชดใช้มันได้ไม่หมด มันเป็นไอเทมที่เกินเอื้อมสำหรับเธอจึงๆ และยิ่งนึกถึงว่าที่ผ่านมาเธอเอามันไปกองๆไว้กับของใช้ส่วนตัวในกระเป๋าสะพายตลอด มันยิ่งทำให้เธอตกใจ“พี่แป้งถือนิ่งๆหน่อยสิคะ ปอนจะดูหน่อยว่ามันเป็นรอยตรงไหนบ้าง” ปังปอนรีบเข้ามาดูบริเวณขวดแก้วสีใสนี้ด้วยความตื่นตกใจ ส่วนแป้งที่เห็นอย่างนั้นก็ทำหน้านิ่งกลั้นหายใจ ค่อยๆวางมันลงบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ของช่องบริการการค้า“เฮ้อ!!.. ทำไมคุณไอซ์เขาถึงให้ของที่มีมูลค่าขนาดนี้ด้วยนะ มือพี่สั่นไปหมดแล้วเนี้ย.. พี่ว่าลองถามเขาดูดีกว่าไหม พี่กลัวว่าเขาจะมีเงื่อนไขอื่น.. หลังจากที่เราใช้มันไปแล้ว พวกเราไม่มีปัญญาใช้คืนหรอกนะ” แป้งกังวลเกี่ยวกับการใช้งานมัน ถ้าใช้แล้วมันเป็นผลเสียต่อครอบครัวของเธอ คืนไปเสียจะยังดีกว่า“นั่นสิคะพี่.. แต่คุณไอซ์ก็ดูเหมือนไม่ใช่คนอย่างนั้น แถมยังบอกว่าให้เป็นของขวัญสำหรับการพบเจอกันครั้งแรก แต่ปอนก็คิดว่ามันแปลกๆอยู่ เขาไม่น่าจะให้ของที่มีค่ามากขนาดนี้กับปอนเลย.. ปอนว่าปอนโทรถามคุณไอซ์ดูดีกว่า” ปังปอนกล่าวเสร็จก็หันไปคว้าโทรศัพท์ทันที อีกด้านหนึ่ง...ในขณะที่ไอซ์กำลังนั่งรถแท็กซี่กลับมายังดันเจี้ยน หลังจากบินทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาก็บินออกไปไกลจากสถานีดันเจี้ยนพอสมควร จากนั้นค่อยเรียกรถมารับจากแอปพลิเคชันชื่อดังบนมือถือ เพื่อกลับมาเอารถยนต์ที่จอดทิ้งเอาไว้ และตอนนี้เขากำลังติดสายอยู่กับพี่บิวตี้ที่เพิ่งจะโทรมาเมื่อสักครู่“พวกพี่กลับกันก็ดีแล้ว ผมกำลังจะกลับไปเอารถที่สถานีดันเจี้ยน...” ไอซ์คุยกับพี่บิวตี้“ปลอดภัยก็ดี พวกพี่ใกล้จะถึงบ้านแล้ว เอาไว้เจอกันที่บ้านนะ เดี๋ยวพวกพี่จะรอ” บิวตี้กล่าวกลับ“พวกพี่นอนกันก่อนเลยครับ ผมมีรางสังหรณ์ว่าอาจจะต้องเคลียร์ปัญหาบางอย่างต่อ”ไอซ์พูดอย่างนั้นเพราะเขาจะต้องแกล้งเนียนให้ถึงที่สุด เขาที่อ้างกับพี่สาวทั้งสองว่าเป็นถึงผู้บริหารของบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับสินค้าในดันเจี้ยน ถ้ากลับไปเลยทันทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันอาจจะเป็นที่สงสัยเอาได้ แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาได้พูดออกมานั้น ทุกๆอย่างมันจะเป็นเรื่องจริง ราวกับว่าวันนี้คือวันแห่งความวุ่นวายของเขา“โอเค พี่เข้าใจแล้ว เดี๋ยวพี่จะบอกครีมให้ก็แล้วกัน.. ถ้ามีอะไรก็โทรมาได้ตลอดนะ” บิวตี้กล่าว ไอซ์ที่ได้ยินก็ยิ้มๆออกมาอย่างโล่งอก มันเป็นเรื่องดีที่พี่บิวตี้เป็นคนพูดสาย ถ้าให้พี่ครีมพูดแล้วล่ะก็ เขาคงหูชาอย่างแน่นอน“งั้นเท่านี้นะครับ พอดีมีสายเข้ามาไม่รู้ว่ามาจากหน่วยงานไหน เบอร์ไม่คุ้นเลย..” ไอซ์กล่าวเสร็จก็ชิงตัดสายไปก่อน ด้วยความโล่งอก เพราะดูเหมือนว่าพี่บิวตี้กำลังพยายามถ่วงเวลาเขาให้พูดสายต่อแน่นอน และเมื่อพี่ครีมพร้อม เธอก็คงจะยื่นให้พี่ครีมเทศนาต่อทันที นับว่าสายนี้ช่วยชีวิตเขาได้มากเลยทีเดียว“แต่ว่า.. มันเป็นเบอร์ของใครกัน ทำไมไม่คุ้นเลยล่ะ.. ไม่ใช่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาหรอกนะ”ไอซ์มองลงไปที่เบอร์โทรซึ่งมันไม่คุ้นเลย ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้เขาไม่ค่อยอยากจะรับสายเบอร์ที่ไม่บันทึกเอาไว้ให้มันเสี่ยงกับตัวเองอย่างนี้ แต่ถ้าหากมันเป็นสายฉุกเฉินที่เขาอาจจะคาดไม่ถึงจะทำยังไง นอกจากครอบครัวแล้ว ก็ยังมีเหล่าเพื่อนฝูงในรั่วมหาวิทยาลัยอีกหลายชีวิตที่อาจจะต้องการความช่วยเหลือจากเขาก็เป็นไปได้ ไอซ์ตัดสินใจรับสายนี้ทันที “สวัสดีครับ อนุวัฒน์พูดสายครับ..” ไอซ์กล่าวขึ้นหลังจากรับสายแล้ว“สวัสดีค่ะ เออ..ใช่คุณไอซ์หรือเปล่าคะ ฉันปังปอนเองนะคะคุณไอซ์..” ปังปอนที่ได้การตอบรับของอีกฝ่าย เธอก็กล่าวถามในทันที และนั่นมันก็ทำให้ไอซ์ถึงกลับงงว่าทำไมคนที่เขาเพิ่งจะช่วยเมื่อกี้ถึงได้โทรมา และยังเป็นในเวลาแบบนี้อีก